9 ขั้นตอนการเตรียม เปิดร้านขายของ ให้ขายดีมีกำไร ต้องรู้อะไรบ้าง

ธุรกิจร้านขายของ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ยอดนิยมเป็นอย่างมากในสังคมไทย ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงสนใจการ เปิดร้านขายของ ซึ่งไม่ว่าจะไปที่ไหนเราก็มักจะพบเห็นร้านค้าประเภทนี้อยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เด็กจนโตเราจะเห็นว่าร้านขายของนั้นมีมากมายหลายระดับ ตั้งแต่ร้านค้าเล็กๆ แถวบ้าน ชมชุน หรือ ร้านสะดวกซื้อยอดนิยม อย่าง 7-11, แจ่มฟ้าพลาซ่า ไปจนถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต  

 

การจะเปิดร้านขายของ แน่นอนว่าต้องมีเงินทุน และทำเลที่ตั้งก็สามารถเริ่มต้นเปิดร้านค้าได้แล้ว ซึ่งการเปิดร้านขายของถือว่าเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ อย่างมากมายเลยทีเดียว จะเห็นว่าเทรนด์เปิดร้านขายของในยุคปัจจุบัน มีทั้งการผสมผสานการขายของรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เนื่องจากสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีและมอบความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าได้ 

 

แน่นอนว่าหากคุณมีความคิดที่อยาก เปิดร้านขายของ ก็ควรมีการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเปิดร้าน ต้องมีการวางแผนที่ดี ซึ่งหากเตรียมตัวมาไม่ดีพออาจทำให้การเปิดร้านของคุณนั้นไม่ปังอย่างที่คาดหวังไว้ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้ ขายแล้วมีกำไร ?

 

วันนี้ Miltione ขอแนะนำ 9 ขั้นตอนการเตรียม เปิดร้านขายของ ให้ขายดีมีกำไร ควรรู้อะไรบ้าง ไปดูพร้อมกันเลย!!

 

1.ทำความเข้าใจตลาดให้ดีก่อน เปิดร้านขายของ

หากว่าคุณกำลังจะวางแผนเปิดร้านขายของ สิ่งแรกที่ควรจะทำ คือ การทำความเข้าใจศึกษาการตลาดให้ดีเสียก่อน คุณต้องดูว่าในทำเลที่คุณจะเข้าไปเปิดร้านค้าผู้คนต้องการสินค้าชนิดใดบ้าง  เช่น หากเปิดในชุมชนสินค้าที่ต้องขายอาจเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ดังนั้นควรศึกษาตลาดให้ดีและเลือกสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในบริเวณนั้น

 

2.เลือกทำเลที่เหมาะสมกับการเปิดร้าน

การเลือกทำเลที่ตั้งให้เหมาะสมกับร้าน นับว่าเป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญมากในการ เปิดร้านขายของ หากคุณอยู่ในทำเลที่เหมาะสมแล้ว ยอดขายของคุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย การจะหาทำเลที่ดีนั้นมีอยู่หลายองค์ประกอบและหลายเหตุผลในการเลือกเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น การเลือกทำเลที่ลูกค้า สามารถเดินทางมาได้สะดวกและมีที่จอดรถเพียงพอต่อลูกค้า หรือ เลือกทำเลที่อยู่ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จะทำให้มีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และเพิ่มยอดขายขึ้นอย่างแน่นอน อาจจะเปิดใกล้ชุมชน หรือ สถานศึกษา ไหนก็ได้ที่มีกลุ่มเป้าหมาย

 

3.การวางแผนการตลาด

การวางแผนการตลาดที่มีความชัดเจน จะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น ซึ่งต้องวางแผนล่วงหน้าและกำหนดรูปแบบให้ชัดเจน จัดโปรโมชั่นช่วงไหน ช่องทางไหนที่กลุ่มลูกค้าที่มีโอกาสซื้อสินค้ามากที่สุดใช้งาน ใช้งานในช่วงเวลาไหนบ่อยที่สุด ทำการตลาดแบบไหน พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายของแต่ละคอนเทนต์ให้มีความชัดเจน ก็จะเปิดร้านขายของ ให้ขายดีมีกำไรได้ไม่ยาก

 

4.ตั้งราคาให้เหมาะสม และเข้ากับกลุ่มเป้าหมายของสินค้า

หนึ่งในปัญหาที่เจ้าของธุรกิจมือใหม่มักจะเจอเมื่อเริ่มเปิดร้านขายของ คือ ไม่รู้วิธีการตั้งราคาสินค้าให้ลูกค้าถูกใจ หากตั้งราคาสูงเกินไปลูกค้าก็ไม่อยากซื้อ หากตั้งราคาต่ำเกินไป ก็จะส่งผลต่อกำไร เสี่ยงขาดทุน และอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสินค้าได้ ร้านจึงควรมีกลยุทธ์ในการตั้งราคาสินค้าที่ชาญฉลาด เช่น ตั้งราคาโดยการคิดราคาเพิ่ม 10-20 %, ศึกษาราคาเฉลี่ยจากร้านค้าใกล้เคียงกัน เป็นต้น 

 

5.หาคู่ค้าหรือ supplier ที่น่าเชื่อถือ


การเลือกหาคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ ร้านค้าจะต้องเลือกคู่ค้าที่มีประสิทธิภาพ และมีความน่าเชื่อถือ จึงจะเปิดร้านได้อย่างราบรื่น ควรมีการตกลงหรือทำสัญญาสั่งซื้อให้ชัดเจน ลองค้นหาแหล่งซื้อสินค้าที่ขายสินค้าราคาเป็นกันเอง จะได้ประหยัดต้นทุนได้มากขึ้น เมื่อหาซัพพลายเออร์ที่อยู่ใกล้ร้านคุณแล้ว ก็จะช่วยประหยัดค่าเดินทาง และค่าขนส่งอีกด้วย

 

6.คาดการณ์จำนวนลูกค้าอยู่เสมอ 

การคาดการณ์จำนวนลูกค้าต้องอย่าใช้ความรู้สึก เพราะอาจได้ข้อมูลที่ผิดพลาดจนจำนวนลูกค้าลดลงได้ จึงควรมีข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ ศึกษานิสัยของลูกค้า รายได้ของลูกค้า ในทำเลที่คุณเปิดร้าน และนำมาวิเคราะห์ต่อว่าสินค้าอะไรที่ขายดีที่สุด หรือควรมีบริการเสริมอะไรบ้างจึงจะขายดีมีกำไรมากที่สุด

 

7.ดูงบประมาณในการ เปิดร้านขายของให้ละเอียด

งบประมาณในการเปิดร้านขายของนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของร้านที่ต้องการเปิด หากว่าคุณวางแผนจะเปิดร้านขนาดเล็กหรือมีพื้นที่เป็นของตัวเองอยู่แล้วก็จะใช้งบประมาณไม่มาก แต่หากอยากเปิดร้านขนาดใหญ่อาจจำเป็นต้องทำร้านใหม่ซึ่งใช้งบประมาณค่อนข้างมาก ก็ต้องมีเงินทุนที่มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นถ้าคุณอยากเปิดร้านจริง ๆ แนะนำว่าให้เปิดร้านตามงบประมาณที่เรามีอยู่ไปก่อน หากร้านของคุณสร้างรายได้มากมาย ก็ค่อยๆต่อเติมร้านค้า จะได้ไม่เสี่ยงต่อการขาดทุนในช่วงเริ่มเปิดร้าน

 

8.ขายทั้งรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ 

ในยุคนี้โลกเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ลูกค้าจึงหันมาใช้บริการออนไลน์กันมากขึ้น แม้เทรนด์ร้านขายของออนไลน์จะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ก็ยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ชอบเลือกดูสินค้าจากการดู สัมผัสโดยตรง และเดินช้อปปิ้งไปเรื่อยๆ อยู่เหมือนกัน ซึ่งการเปิดหน้าร้านยังมีความจำเป็นอยู่ ดังนั้นการทำการตลาดในยุคนี้ ร้านขายของควรจะขายในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ผสมผสายกันไป

 

9.ใช้ระบบจัดการร้านที่มีประสิทธิภาพ

การมีระบบจัดการร้าน หรือระบบ POS ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้การขายของคุณราบรื่นขึ้น ช่วยอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มยอดขายให้กับร้านของคุณ อีกทั้งยังช่วยให้การจัดโปรโมช่นเป็นเรื่องง่าย ดังนั้นการที่ร้านขายของใช้ระบบ POS ที่มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มโอกาสให้ยอดขายมากขึ้นและได้กำไรมากกว่าร้านที่ไม่ใช้

หากอยากลองเริ่มเปิดร้านขายของ คุณควรมีความรู้ในหลายๆเรื่องก่อนเปิดร้านซึ่งจะช่วยให้คุณเปิดร้านแล้วประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาการตลาดก่อนเปิดร้านเพื่อทราบว่าต้องการเปิดร้านแบบไหน การเลือกทำเลที่เหมาะสมที่สุด การตั้งราคาให้มีกลยุทธ์ หรือการวางแผนการตลาด เป็นต้น เราหวังว่าเมื่อคุณรู้ทริคต่างๆแล้วจะสามารถเปิดร้านค้าให้ขายดีมีกำไรได้ง่ายๆ

 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีหน้าร้าน และอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะสมัครใช้งาน POS ดีมั้ย? จะคุ้มหรือเปล่า? เหมาะกับร้านของเรามั้ย? อยากให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องลังเลใจ และมาลองใช้งานระบบขายหน้าร้าน POS ของ MultiOne เพราะนอกจากจะช่วยจัดการร้านของเพื่อน ๆ MultiOne ยังมีฟังก์ชันต่าง ๆ อีกมากมายที่ตอบโจทย์ทุกการขายหน้าร้าน สนใจสมัครใช้งานได้เลย

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

Learn More

5 ข้อดีที่ ระบบ POS จะช่วยให้ยอดขายของร้านค้าคุณเพิ่มขึ้น

ระบบ POS ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับร้านค้าของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทันสมัยมากขึ้น ในยุคสมัยนี้การจะเปิดหน้าร้านโดยไม่มีตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพคงไม่เพียงพอต่อการจัดการร้าน นอกจากจะยุ่งยากและเกิดความล่าช้าในการทำงานแล้ว ยังมีโอกาสผิดพลาดมากอีกด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดขายตกต่ำลงได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ร้านค้าควรหันมาใช้ POS เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้านคุณ นอกจากนี้ยังช่วยในหลายๆด้านอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น การจัดการธุรกิจการขายและการบริการต่าง ๆ ให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น 

ระบบการขายหน้าร้าน POS คืออะไร?

 

ระบบ POS ย่อมาจากคำว่า point of sale system ระบบขายหน้าร้าน หรือโปรแกรมที่ช่วยการเก็บข้อมูลการขาย โดยปกติทั่วไปเรามักจะพบเห็นได้ตามห้างสรรพสินค้า และร้านค้าทั่วไปได้ที่จุดแคชเชียร์ชำระเงินนั่นเอง ซึ่ง POS นั้นเป็นการผสมผสานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ซึ่ง POS นั้นถูกออกแบบและพัฒนามาจากระบบแคชเชียร์คิดเงินแบบดั้งเดิม ที่เน้นในด้านการคิดเงินเพียงอย่างเดียวและการแสดงยอดขายแต่ละวันเท่านั้น 

 

หลายคนมักเกิดความสับสนว่าสรุปแล้ว POS มันคือ คอมพิมเตอร์ใช่ไหม? แต่แท้จริงแล้วระบบ POS ก็คือ เครื่องคิดเงินที่มีตัวเครื่องติดกับเครื่องสแกนบาร์โค้ดอีกที แต่ในปัจจุบันเครื่องคิดเงินมีความสามารถหลากหลายกว่าเดิมมาก ซึ่งได้ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะคล้ายคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายขึ้น เครื่อง POS บางแบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับมือถือหรือแท็บเล็ตได้ เป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก และเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการกับลูกค้าอีกด้วย 

 

ระบบ POS มีกี่ประเภทกันนะ ?

แน่นอนว่าระบบ POS นั้นมีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งาน โดยคุณสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม แต่ว่าประเภทไหนที่จะเหมาะสมกับร้านค้าของคุณเรามียกตัวอย่างมาให้ดูคร่าว ๆ กันแล้วไปดูกันเลย!!

 

1.Mobile Point-of-Sale systems

คือ ระบบ POS ที่เป็นแอพอยู่บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต มีทั้งแบบใช้งานได้ฟรีและเสียเงิน มีความสามารถในการช่วยประมวลผลการชำระเงิน และจัดการสินค้าได้บางส่วนเท่านั้น ซึ่งมีความสะดวกในการพกพาไปไหนมาไหน ใช้งานง่าย และไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับธุรกิจหรือร้านค้าขนาดเล็ก ที่มีสินค้าจำนวนไม่มาก เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้ทันที สะดวกต่อลูกค้าและร้านค้า

 

2.Tablet POS

มีความคล้ายคลึงกับระบบ Mobile POS แต่ใช้งานบนแท็บเล็ต สามารถใช้งานกับสินค้าคงคลังที่มีปริมาณมากได้ มีข้อดีคือสามารถติดตามเวลาการทำงานของพนักงานได้ เหมาะสำหรับร้านค้าขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด และต้องการ POS system ที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้บางครั้ง

 

3.Terminal POS

ถ้าจะถามว่าระบบ POS ตัวไหนที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด ก็คงเป็น Terminal POS โดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ที่ต้องการการจัดการที่สะดวกครบครัน และมีพื้นที่ว่างในการติดตั้ง

 

4.Multi-channel commerce POS

ระบบ POS ประเภทนี้มีทั้งแบบหน้าร้านและออนไลน์ จะเป็นการรวมการขายในหลาย ๆ ช่องทางเข้าด้วยกัน รวมไปถึงร้านค้าที่มีหลายสาขาอีกด้วย โดย  Multi-channel POS หากจะใช้งานให้เหมาะสมนั้นธุรกิจที่มีหน้าร้านเป็นของตัวเองและบนช่องทางออนไลน์นั้นมีความเหมาะสมมากที่สุด 

หลังจากได้รู้จักประเภทของ POS กันแล้วก็จำเป็นต้องทราบประโยชน์ด้วยนะ วันนี้น้องมัลตี้และ MultiOne จะมาบอก 5 ข้อดีที่  POS system จะช่วยให้ยอดขายของร้านค้าคุณเพิ่มขึ้น

 

1.ช่วยประหยัดเวลาจากการใช้ POS system

สำหรับผู้ทำธุรกิจนั้นเวลาไม่เคยรอใคร การที่มีเครื่อง POS สักเครื่องจะช่วยคุณประหยัดเวลาได้มากขึ้น ช่วยลดเวลาในการทำงาน ทำให้เจ้าของธุรกิจไม่ต้องจดบิล อีกทั้งทำให้การคิดเงิน การหาสินค้าชนิดต่างๆ รวดเร็วมากขึ้น สามารถเก็บข้อมูลได้หลายส่วนพร้อมกันได้ 

 

2.เพิ่มความแม่นยำ ลดความผิดพลาด

POS system จะช่วยเก็บข้อมูล ราคา สินค้าอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่อง ยอดขายที่จะตกหล่นจากการคำนวณที่ผิดพลาด ช่วยลดการขาดทุน แสดงจำนวนยอดสินค้าคงคลังตามจริงในสต็อก การลดข้อผิดพลาดในการทำงานนั้นจะทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจคุณ มีความน่าเชื่อถือ และแสดงความเป็นมืออาชีพอีกด้วย 

 

3.ลดการจ้างพนักงาน

เป็นเรื่องปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการจ้างพนักงานน้อยลง สามารถช่วยประหยัดเงินในการลงทุนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากสามารถดูข้อมูลร่วมกันผ่านระบบได้ในที่เดียวกัน จึงใช้จำนวนพนักงานน้อยลง อีกทั้งยังประหยัดเวลาในการทำงานของพนักงานอีกด้วย อย่างเช่น การออกใบเสร็จเอง เป็นต้น

 

4.การช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

เครื่อง POS based cloud จะมีระบบเก็บข้อมูลลูกค้าอยู่ การวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าจะช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าให้กับธุรกิจของคุณ มีการพิมพ์ใบเสร็จที่มีรายละเอียดรายการสั่งซื้อสินค้า สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ว่า ลูกค้าชอบซื้อสินค้าประเภทไหน สินค้าชนิดใดขายดีที่สุด ซึ่งสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาช่วยคิดการวางกลยุทธ์ในการทำการตลาดได้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทราบกลุ่มลูกค้าได้ชัดเจนขึ้น และยังจัดโปรโมชั่นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย 

 

5.มีลูกค้าประจำมากขึ้นจาก POS system

การมีลูกค้าประจำร้านนั้นเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งช่วยการันตีแน่ๆว่าคุณมีลูกค้า เมื่อใช้ฟีเจอร์ CRM ที่อยู่ใน POS เจ้าของสามารถจัดโปรโมชั่นได้หลากหลายและตอบแทนลูกค้าประจำ เป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ช่วยให้พวกเขากลับมาใช้บริการอยู่ตลอด อีกทั้งยังทำให้ลูกค้าไม่หันไปซื้อสินค้าร้านอื่นๆ และอยากซื้อสินค้ากับร้านของคุณต่อไป 

 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีหน้าร้าน และอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะสมัครใช้งาน POS ดีมั้ย? จะคุ้มหรือเปล่า? เหมาะกับร้านของเรามั้ย? อยากให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องลังเลใจ และมาลองใช้งานระบบขายหน้าร้าน POS ของ MultiOne เพราะนอกจากจะช่วยจัดการร้านของเพื่อน ๆ MultiOne ยังมีฟังก์ชันต่าง ๆ อีกมากมายที่ตอบโจทย์ทุกการขายหน้าร้าน สนใจสมัครใช้งานได้เลย

 

บทความแนะนำ

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

ถ้าไม่อยากเจ๊งต้องรู้ 10 คำถามที่ต้องตอบให้ได้ก่อนจะเริ่มการทำธุรกิจ!!

การเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือ การมีธุรกิจเป็นของตัวเอง นับว่าเป็นความฝันของใครหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานมานานหลายปีหรือคนรุ่นใหม่ไฟแรงก็ตาม ถือว่าเป็นงานถือมีความอิสระในการทำงานอย่างมาก เราสามารถเป็นเจ้านายตัวเองได้ สามารถทำเอง คิดเองได้ ตามที่ต้องการ ทำให้หลายปีที่ผ่านมานี้มีเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทั้ง Startup และ SME อีกทั้งบางคนยังลาออกจากงานประจำมาเริ่มทำธุรกิจเองอีกด้วย เพราะการทำงานประจำอาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบคิดนอกกรอบสักเท่าไหร่ การทำธุรกิจ จึงอาจจะตอบโจทย์กว่า

การเริ่มต้น การทำธุรกิจ ได้เงินไวจริงไหม?

การทำธุรกิจหลายคนกำลังคิดว่าสามารถทำงานได้ดั่งใจ ตามใจนึก ได้เงินไว แต่ความจริงแล้วธุรกิจที่อยู่รอดและประสบความสำเร็จกลับมีจำนวนไม่มากนัก การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องใช้ ความทุ่มเท ความขยัน และต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่เริ่มต้นทำแรก ๆ ไปจนธุรกิจเริ่มเข้าทาง แต่ก็ต้องพัฒนาอยู่เสมอเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ แล้วการเริ่มทำธุรกิจต้องคำนึงถึงอะไรบ้างล่ะ? 

10 คำถาม คุณมีความพร้อมมากแค่ไหนที่จะเริ่มทำธุรกิจ

วันนี้น้องมัลตี้มี 10 คำถามที่จะช่วยสำรวจว่าคุณมีความพร้อมมากแค่ไหนที่จะเริ่มการทำธุรกิจของตัวเอง ถ้าไม่อยากเจ๊งต้องรู้!!

 

1.เหตุผลอะไรที่เราอยากเริ่ม การทำธุรกิจ 

คำถามแรกที่มีความสำคัญมากที่สุดและต้องถามตัวเอง คือ เหตุผลอะไรที่ทำให้อยากเริ่มทำธุรกิจ จุดหมาย ท้ายที่สุดแล้วต้องการอะไร มีแรงจูงใจอะไรในการเริ่มทำ หลายๆ คนนั้นเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่รู้จะทำอะไร ลงทุนไปก่อนโดยไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปอยู่ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ จึงทำให้เหตุผลในการเริ่มทำไม่ชัดเจน การดำเนินของธุรกิจจึงเดินในทิศทางที่ผิด ดังนั้นการเริ่มธุรกิจทั้งๆ ที่ไม่ชัดเจนในเป้าหมายและไม่มีความพร้อมนั้น ทำให้เจ้าของธุรกิจต้องเผชิญกับปัญหาวุ่นวายต่างๆ ที่ตามมา จึงมีโอกาสสูงมากที่เราจะล้มเลิกในการทำและสุดท้ายธุรกิจก็จะไปต่อไม่ได้เองในที่สุด 

 

2.ต้องการอะไรจาก การทำธุรกิจ

การตั้งคำถามว่าเราต้องการอะไรจากธุรกิจนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยให้เราทราบว่าเราต้องการและคาดหวังอะไร เริ่มต้นเราอาจจะลองเขียนสิ่งที่ต้องการออกมาโดยไม่ต้องรู้สึกกังวลว่าจะทำได้จริงตามที่เขียนออกมาหรือไม่ จากนั้นลองประเมินดูว่าเรามีความพร้อมอะไรบ้าง มีอะไรที่ขาดหายไปหรือมีอะไรอยู่บ้าง และดูว่าสิ่งไหนที่คิดว่ามีแนวโน้มเป็นไปได้ทำได้จริง มีแนวโน้มด้านบวก หรือสิ่งไหนที่ค่อนข้างยากเกินไปจากสิ่งที่ตั้งไว้ การเริ่มต้นลองเขียนจะทำให้เราเห็นภาพสิ่งที่ต้องการได้ชัดเจนขึ้น  

 

3.ปัญหาอะไรที่ส่งผลต่อ การทำธุรกิจ?

แน่นอนว่าหากเราเป็นผู้ประกอบการ เราก็ต้องมีสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ให้แก่ลูกค้าอยู่แล้ว ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักมี ทักษะในการแก้ปัญหาต่างๆ รวมถึงไหวพริบการเอาตัวรอดในสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี ฉะนั้นผู้ประกอบการมือใหม่ทั้งหลายที่ต้องการเริ่มทำธุรกิจควรลองหา ปัญหาที่ผู้คนส่วนใหญ่มักเจอว่าคืออะไร แล้วหาวิธีแก้ปัญหา หาทางออกที่น่าสนใจและคิดว่าตอบโจทย์ที่สุด เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาธรุกิจต่อไป ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และไหวพริบค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงควรแสวงหาวิธีแก้ไปเรื่อยๆ เพื่อสะสมประสบการณ์

 

4.กลุ่มลูกค้าของเราคือใคร?

เมื่อทราบถึงเป้าหมายในการทำธุรกิจแล้วว่าอยากทำธุรกิจอะไร ก็ควรทราบว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใครด้วย หากเราไม่ทราบกลุ่มลูกค้าของเรา ตอบไม่ได้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นใคร ธุรกิจก็ไปต่อได้ยาก ทำให้คนซื้อน้อยลง เพราะไม่รู้กลุ่มลูกค้าที่แท้จริง เราจำเป็นต้องทำการศึกษาว่ากลุ่มลูกค้าหลักของเราเป็นใคร ศึกษาตั้งแต่ เพศ อายุ ระดับรายได้ ภูมิลำเนา และไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต เพื่อนำข้อมูลที่ศึกษาไปพัฒนาสินค้าหรือบริการของเราให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด อีกทั้งยังสามารถทำการตลาดได้ง่ายขึ้นด้วยเนื่องจากทราบกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แท้จริง 

 

5.แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ?

นับวันโลกของเรามีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โลกธุรกิจก็เช่นกัน หากเราอยากมีธุรกิจที่ยั่งยืน ก่อนเริ่มทำธุรกิจเราจำเป็นต้องวิเคราะห์แนวโน้มของประเภทธุรกิจที่จะทำว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางไหน ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง คู่แข่งในตลาด รวมถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอีกด้วย เพื่อธุรกิจจะได้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีรายได้ที่น่าพึงพอใจ เช่น ธุรกิจร้านค้ามัลติแบรนด์ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากในยุคปัจจุบัน หรือธุรกิจร้านคาเฟ่ ร้านชาบูกระทะ เป็นต้น 

 

6.ประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง

เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องรู้ลึกในเรื่องจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง ประเมินตัวเองว่า จุดแข็งและจุดอ่อนของเราคืออะไร เพื่อที่จะนำจุดเด่นที่มีมาใช้เป็นตัวขายและสร้างความแตกต่างกับธุรกิจตนเอง ถ้าเห็นว่าทักษะที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอก็ต้องพัฒนา เพื่อลบจุดด้อยที่มีอยู่ อาจต้องไปเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม เพื่อสร้างความสมบูรณ์แบบให้กับธุรกิจของตนเองได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการทำธุรกิจในอนาคตอีกด้วย

 

7.ธุรกิจที่อยากทำตอบโจทย์กับตลาดไหม

หากคุณเป็นคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองในรูปแบบเดียวกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นร้านมัลติแบรนด์ คาเฟ่ ร้านชาบูหมูกระทะ สิ่งที่สำคัญมาก คือ “ความแตกต่าง” โดยเริ่มจากการหาจุดเด่นในธุรกิจของตนเอง เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ ง่ายต่อการจดจำ เช่น การตกแต่งร้านที่เป็นเอกลักษณ์คนจดจำได้ง่าย การมีบริการพิเศษที่ไม่เหมือนใคร หรือมุมถ่ายรูปในร้านสวยๆก็สร้างความแตกต่างได้ เป็นต้น หากเราคิดไอเดียไม่ออกว่าจะทำยังไงให้ธุรกิจมีความแตกต่าง ให้ลองศึกษาจากคู่แข่งดูก่อน จากนั้นจึงนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจตนเองให้เหมาะสม

 

8.สามารถแก้ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้

การทำธุรกิจไม่ว่าจะช่วงเริ่มต้น หรือช่วงที่คงที่ ก็มีสิ่งที่ผู้เจ้าของธุรกิจต้องระวังอย่างมาก คือความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้จะเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ย่อมมีผลกระทบตามมาแน่นอน ซึ่งการมองข้ามหรือปล่อยปะละเลยข้อผิดพลาดให้กลายเป็นดินพอกหางหมูอาจเป็นจุดจุดจบของการทำธุรกิจได้ ดังนั้น หากผู้นำดำเนินกิจการในทิศทางที่ผิดพลาดแล้ว ต้องสามารถยอมรับข้อผิดพลาดนั้นให้ได้ และหาวิธีแก้ไขเร็วให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงเปิดรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆ ด้วย ซึ่งจะช่วยให้แก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้นกว่าการแก้ปัญหาเองแน่นอน

 

9.มองหาผู้สนับสนุนเรา

ธุรกิจไม่มีทางประสบความสำเร็จได้แน่นอนหากคุณ “ทำทุกอย่างเพียงตัวคนเดียว” คุณจำเป็นต้องมีผู้ช่วยผลักดัน หรือผู้ที่สนับสนุนเรา เพื่อการเติบโตและพัฒนาในส่วนที่ไม่มี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญของการเริ่มต้นทำธุรกิจ อาจเริ่มหาจากคนใกล้ชิดกันอย่างเพื่อน ครอบครัวไปก่อนในช่วงแรก หากมี Connection มากขึ้นแล้วอาจลองเข้าร่วมงานสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ และทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ หรือจะออกไปทำกิจกรรมด้านนอกก็ได้เช่นกัน รวมถึงการหา Community บนโซเชียลมีเดีย เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีผู้สนับสนุน ให้คำปรึกษาคุณมากขึ้นเท่าตัวเลยทีเดียว

 

10.หาเงินทุนก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ

เมื่อเราทราบทุกอย่างแล้วว่าจะทำธุรกิจอะไรดี มีแผนพร้อม มีการประเมินความเสี่ยงพร้อม แต่ยังไม่มีทุนที่พร้อม ซึ่งเจ้าของธุรกิจบางคนอาจเริ่มต้นจากการทำงานประจำในบริษัทสักแห่ง และค่อยๆ เก็บเงินไปเรื่อยๆ  หรือเงินทุนจากรายได้เสริม บางคนอาจโชคดีที่ทางบ้านมีความพร้อมในด้านการเงินอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาอะไร การหาเงินทุนเริ่มต้นเป็นสิ่งที่จำเป็นแต่ก็อย่าลืมนึกถึงเงินทุนสำรองก่อนลงมุนอะไรด้วย เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา เราจะสามารถนำมาใช้ได้ยามฉุกเฉิน ดังนั้นหากใครอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองแต่ไม่มีทุนก็ควรเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินให้ดีก่อนเริ่มทำธุรกิจ

 

หากใครอยากเริ่มต้นทำธุรกิจเราหวังว่าเพื่อนๆจะลองตอบ 10 คำถามให้ได้ ก่อนเริ่มต้นเพื่อดูว่าพร้อมสำหรับการทำธุรกิจหรือยัง?

 

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีหน้าร้านและกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก 

 

สมัครด่วนตอนนี้ ไม่ว่าจะรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ไหน ก็จัดการได้ไม่ยาก 

 

บทความแนะนำ

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

6 วิธี การเจรจา ต่อรองแบบ B2B อย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ

หนึ่งในทักษะที่สำคัญสำหรับการพูดคุยกับผู้คนต่างๆ นั่นคือ ทักษะ การเจรจา หรือการต่อรอง ซึ่งหากมีความเข้าใจในทักษะและมีวิธีการเจรจาต่อรองที่ยอดเยี่ยม จะสามารถช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่เราในการดำเนินชีวิตประจำวันได้มากมายเลยทีเดียว และสามารถใช้ได้ในหลายด้าน ซึ่งช่วยให้เรารักษาด้านความสัมพันธ์ในชีวิต ความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ รวมถึงช่วยให้มีการพัฒนาการที่ดีขึ้นในด้านการทำงานโดยที่ไม่โดนผู้อื่นเอารัดเอาเปรียบได้

 

สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับทักษะการเจรจา ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ซึ่งการเจรจา หรือการต่อรองให้สำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยความรู้ ความสามารถหลายด้าน มาประกอบกัน รวมถึงไหวพริบในการเจรจากับผู้สนทนา และสิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้เลย คือ เรื่องของประสบการณ์ ยิ่งใครผ่านอะไรมามากมาย มากประสบการณ์ ก็จะทำให้การเจรจา การต่อรองมีโอกาสสำเร็จอย่างรวดเร็วมากขึ้น

 

การเจรจา การต่อรองสำคัญอย่างไร?

การเจรจา การต่อรองด้านธุรกิจนั้น หากไม่มีทักษะการเจรจาต่อรองที่ลงตัวอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด นำไปสู่ความขัดแย้งและวุ่นวายได้ในที่สุด  ซึ่งผลกระทบที่ตามมาคือ อาจทำให้ความสัมพันธ์หลายอย่างทางด้านธุรกิจพังทลายลงได้ 

 

หากเจ้าของธุรกิจมีเทคนิคการเจรจาต่อรองที่ดี มีความชำนาญขณะที่เจรจาอยู่ตลอด จะช่วยให้ผู้ขายสามารถเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้ง่ายขึ้น เมื่อคู่ค้ามีความพึงพอใจก็จะกลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจที่ดี ด้วยการเจรจาต่อรองเป็นทักษะที่จำเป็นมากสำหรับการทำธุรกิจ จะมีวิธีการอะไรบ้างที่ไม่ทำให้เกิดการเสียเปรียบ 

 

วันนี้น้องมัลตี้และ MultiOne จะมาบอก 6 วิธี การเจรจา ต่อรองแบบ B2B อย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ จะมีวิธีการไหนบ้างที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านค้าตัวเองได้มาดูกัน!!

1.มีข้อเสนอที่ตกลงกันได้ทุกฝ่าย

หนึ่งในข้อเสนอที่ดีมากวิธีหนึ่ง คือ วิธีการที่ช่วยให้ทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีข้อเสนอที่ตกลงกันได้ทุกฝ่าย ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเจรจา จะช่วยให้ทั้งฝ่ายผู้ค้าและคู่ค้าได้ในสิ่งที่ต้องการทั้งคู่ อีกทั้งยังพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้าอีกด้วย เรียกได้ว่า win-win กันทุกฝ่าย 

ตัวอย่าง การเจรจาที่ได้ผลประโยชน์ทุกฝ่าย ร้านค้าแห่งหนึ่งต้องการ เจรจากับคู่ค้าโดยบอกให้คู่ค้า เสนอราคาจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งต้องเป็นราคาที่ร้านค้าได้กำไร ลูกค้าพอใจในราคาขาย และคู่ค้าสามารถส่งทันได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ และส่งสินค้าครบตามจำนวนสั่งซื้อ จะเห็นได้ว่าหากมีข้อเสนอที่ตกลงกันได้ทุกฝ่าย การเจรจาต่อรองแบบ win-win ย่อมประสบผลสำเร็จมากกว่าการเจรจาแบบเดิมที่ผู้คนส่วนมากมักจะเจรจาให้ได้เปรียบเท่านั้น

2.เริ่มต้นจาก การเจรจา การต่อรองในเรื่องเล็กน้อย

หากอยากลองฝึกการเจรจา ให้เราเริ่มต้นจากการเจรจาต่อรองในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อน เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามหรือคู่ค้ายอมรับข้อเสนอ โดยเป็นการขอที่ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งกับราคาที่ผู้ขายตั้งไว้ สมมุติว่า ผู้ค้าต้องการซื้อของในราคา 500 บาท เราอาจจะต่อรองกับคู่ค้าเพื่อลดราคาลงไปอีก วิธีการนี้จะทำให้เราสามารถเจรจาต่อรองราคาได้ดียิ่งขึ้น

3.ยึดมั่นในเป้าหมายของตนเอง

การเจรจาต่อรองนั้น เราควรยึดมั่น เชื่อมั่นในเป้าหมายที่ตนเองได้ตั้งไว้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ หลายคนไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ก่อนทำการเจรจา ส่งผลให้ขณะการเจรจาต่อรองไม่ส่งผลขาดพลังและความน่าเชื่อถือ เราจำเป็นจะต้องนำเสนอวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้มีประสิทธิภาพ เจรจาต่อรองโดยอาศัยประสบการณ์ที่มี และควรยึดมั่นในสิ่งที่เสนอแก่คู่ค้าเพื่อใช้เป็นคำตอบพื่อสนับสนุนสิ่งที่เราต้องการ

4.ศึกษาข้อมูล ก่อนเริ่มการเจรจา

การเจรจาต่อรองโดยไม่ให้ตนเองเสียเปรียบนั้น ก่อนจะเข้าไปเจรจาเราควรศึกษาข้อมูลคู่ค้าก่อนอยู่เสมอ การหาข้อมูลจะมีประโยชน์ต่อตัวเองมาก ๆ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถกดราคาเราได้ หากคู่ค้าต้องการซื้อสินค้าจากเรา แต่เสนอในราคาที่เราไม่สามารถลดจำนวนลงได้ ผู้ค้าอาจจะเสนอไปว่าไม่สามารถซื้อสินค้าในราคานี้ได้ แต่หากซื้อในราคาเดิมอาจได้รับบริการพิเศษบางอย่าง เพราะหากไม่ซื้อในราคาที่ต่อรองไว้อาจไม่ได้รับในส่วนนี้ไป

5.มีความเคารพผู้อื่นอยู่เสมอ

หนึ่งในวิธีการเข้าหาคนในการเจรจาต่อรองที่หลายๆ คนมักจะมองข้ามไป คือ การให้ความเคารพผู้ที่เข้าไปเจรจาต่อรองด้วย แน่นอนว่าการเจรจานั้นต่างฝ่ายต่างก็อยากให้ตนเองทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จเพื่อให้ได้ในสิ่งต้องการ แต่การเคารพผู้อื่นและนอบน้อมถ่อมตนมีการวางตัวที่ดีขณะการเจรจา จะช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างธุรกิจได้ และทำให้การเจรจาในครั้งต่อๆ ไปทำได้ง่ายขึ้น ลองคิดกลับกันหากเราไม่มีความเคารพผู้อื่นก็ยากที่จะมีใครมาคบค้าสมาคมด้วยในภายภาคหน้า

6.ฝึกการพูดและนำไปปฏิบัติจริง

การเจรจาต่อรอง ถือว่าเป็นทักษะที่ต้องอาศัยการเก็บประสบการณ์อย่างมาก ยิ่งฝึกเยอะยิ่งมากประสบการณ์ เพราะฉะนั้นย่อมมีการลองผิดลองถูกอยู่แล้ว ซึ่งในสถานการณ์จริงย่อมไม่มีอะไรเป็นเหมือนที่เราคิดไว้ทุกอย่าง ผู้ค้าส่วนใหญ่มักต้องการเจรจาต่อรองกับคู่ค้าหลายเจ้าอยู่แล้ว ให้ลองฝึกการเจรจาไว้ก่อนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หาผู้ที่มีประสบการณ์ช่วยสอนและให้คำแนะนำแก่เราระหว่างฝึกจะทำให้เรารู้ข้อผิดพลาด และเมื่อนำไปใช้ในสถานการณ์จริง ต้องมีความมั่นใจในสิ่งที่ตนเองพูด มีสติ และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ หลังจากนั้นจึงกลับมานึกถึงมาสิ่งที่เราพูดไป และนำข้อผิดพลาดมาแก้ไขเพื่อพัฒนาการเจรจาให้ดียิ่งขึ้นในครั้งถัดไป 

 

จาก 6 วิธีการที่เราได้แนะนำไป เป็นเพียงแค่แนวทางใน การเจรจาต่อรองแบบ B2B อย่างไรไม่ให้เสียเปรียบเท่านั้น นอกจากมีการเจรจาที่ดี เพื่อไม่ให้เสียเปรียบระหว่างสนทนา การมีระบบจัดการหน้าร้านที่มีประสิทธิภาพกับร้านค้า ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

 

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีหน้าร้านและกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก 

 

สมัครด่วนตอนนี้ ไม่ว่าจะรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ไหน ก็จัดการได้ไม่ยาก 

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

Learn More

เงินเฟ้อพุ่ง ต้นทุนสูง เปลี่ยนกลยุทธ์อย่างไร ไม่ให้ลูกค้าหาย!!

ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อผลกระทบที่ได้รับจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนใช้จ่ายน้อยลง แต่หลังจากสถานการณ์เริ่มเบาตัวลงการใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้สินค้าขาดแคลนจากการผลิต ทำให้ต้องปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่ากำลังประสบกับปัญหา “เงินเฟ้อ” แบบพุ่งทะลุสูงในรอบหลายปี ทำให้ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างมาก

การประสบปัญหา “ภาวะเงินเฟ้อ” นั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม ในหลายแง่มุม ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน การมีรายจ่ายที่สูงขึ้นแต่ผู้บริโภคกลับซื้อสินค้าได้ในปริมาณที่น้อยลง ส่งผลให้รายได้ที่หามาไม่เพียงพอ ค่าครองชีพสวนทางกับค่าแรงและรายได้ ซึ่งเงินเฟ้อสามารถทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่ามีเงินเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลงนั่นเอง 

นอกจากผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบแล้วผู้ประกอบการไม่ว่าจะรายเล็ก รายใหญ่ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันเนื่องจากเงินเฟ้อต้นทุนการผลิตต่าง ๆ จึงสูงขึ้น ทำให้ต้องชะลอเวลาการผลิตออกไปอีก ตลอดไปจนถึง การวางแผนการเงินเพื่อเป้าหมายต่าง ๆ ที่ต้องประหยัดมากกว่าเดิม เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนที่ได้รับไม่เพียงพอต่อราคาสินของของที่แพงมากขึ้น 

เงินเฟ้อ คืออะไร

หลายคนอาจเคยผ่านหูผ่านตากับคำว่าเงินเฟ้อมาอยู่บ้าง เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการที่จับจ่ายใช้สอยกันมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนเงินเท่าเดิมแต่ซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลง หรือจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าและบริการจำนวนเท่าเดิม ถ้าจะให้พูดง่าย ๆ คือ ราคาของแพงขึ้นนั่นเอง 

 

ผลกระทบของเงินเฟ้อ

ผลกระทบของเงินเฟ้อนั้นส่งผลกับชีวิตเราตั้งแต่ ชีวิตประจำวัน รายจ่ายหรือค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นแต่ซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลง ทำให้ประชาชนทั่วไปมีอำนาจในการซื้อน้อยลง ส่งผลให้รายได้ที่หามาได้อาจไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตหรือเงินไม่พอใช้ 

นอกจากผลกระทบต่อคนทั่วไปแล้ว ผู้ประกอบการก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ในเมื่อสินค้าต่าง ๆ มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดขายก็จะลดลง ต้นทุนการผลิตก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เจ้าของกิจการอาจมีการขยายหรือชะลอเวลาการผลิตออก ลดต้นทุน และลดการลงทุน ลดจ้างแรงงาน ทำให้ผู้คนมีโอิกาสตกงานมากขึ้น เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีก ความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในประเทศลดลง เนื่องจากราคาสินค้าส่งออกของเราจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาสินค้าออกของประเทศอื่น ๆ 

เมื่ออยู่ในยุคสมัยที่อะไรก็แพงขึ้น เงินเฟ้อพุ่ง ต้นทุนสูง ร้านค้าหลายแห่งจึงจำเป็นต้องมีการปรับกลยุทธ์ในช่วงเงินเฟ้อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ให้ลูกค้าหาย และเพื่อลดโอกาสในการปิดตัวลงของธุรกิจ จึงควรหากลยุทธ์มาปรับเปลี่ยนในธุรกิจอยู่เสมอ 

วันนี้น้องมัลตี้และทีมงาน MultiOne จะมาแชร์ 4 เคล็ดลับ ในช่วงภาวะเงินเฟ้อพุ่ง ต้นทุนสูง เปลี่ยนกลยุทธ์อย่างไร ไม่ให้ลูกค้าหาย จะมีวิธีการไหนบ้างที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านค้าตัวเองได้มาดูกัน!!

 

1.ปรับราคาอย่างรอบคอบ

ถึงเงินเฟ้อจะทำให้ราคาสินค้าต่าง ๆ ภายในร้านต้องถูกปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสภาวะของเศรษฐกิจ แต่การปรับราคาสินค้าแบบไม่คิดหรือปรับเร็วเกินไป อาจส่งผลเสียมากกว่ามากกว่าผลดี เนื่องจากขาดการวางแผนและขาดการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แท้จริง หากเจ้าของกิจการอยากปรับราคาขึ้นตามความจำเป็นก็ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เช่น เงินเฟ้อ การประเมินความเสี่ยง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ปฏิกิริยาของลูกค้าต่อการขึ้นราคาสินค้า ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าแต่ละประเภทว่าจะได้รับการยอมรับจากลูกค้าหรือไม่ พูดง่าย ๆ ก็คือ การปรับราคาขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก การเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีความน่าสนใจ แตกต่าง และคุ้มค่าต่อการจ่าย ก็ถือเป็นวิธีที่สร้างจุดขายเช่นกัน เพราะการปรับราคาสินค้าในช่วงภาวะเงินเฟ้อ ควรระมัดระวังให้ดี หากปรับราคาถูกที่ถูกเวลา ย่อมมาพร้อมกับความพอใจของลูกค้าที่ได้สินค้าดี มีคุณภาพ และราคาคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

 

2.เตรียมแผนที่มีประสิทธิภาพ

การวางแผนถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่มองข้ามไปไม่ได้เลย การวางแผนที่ดีจะช่วยลูกค้าแก้ปัญหา และข้อจำกัดต่าง ๆ ของธุรกิจได้อย่างชัดเจน และตรงจุด เนื่องจาก เงินเฟ้อ เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น หากร้านค้าไม่ปรับราคาสินค้าขึ้นมาได้ อาจจะทำให้แบกรับค่าใช้จ่ายที่ไม่เพียงพอไม่ไหวและอาจส่งผลกระทบในระยะยาวได้ การวางแผนจึงมีความสำคัญอย่างมาก หากมีทีมงานเบื้องหลังและบุคลากรที่ดี มีความเชี่ยวชาญมาปรับการออกแบบ เช่น วัสดุที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่คงคุณภาพไว้เหมือนเดิม ก็ช่วยประหยัดต้นทุนได้ เป็นต้น

การปรับแผนที่เหมาะสม และพัฒนาแนวทางของธุรกิจตัวเอง สู่การปรับกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ธุรกิจก้าวไปต่อได้ แถมยังสามารถรักษาความสัมพันธ์ของลูกค้าในระยะยาวได้อีกด้วย

 

3.มีทีมงานที่เชียวชาญ ติดตามงานอย่างเคร่งครัด

ในสภาวะเงินเฟ้อทำให้การปรับราคาสินค้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจส่งผลกระทบต่าง ๆ ตามมาได้ การมีทีมงานที่เชี่ยวชาญเข้ามาบริหารจัดการปัญหาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าในตลาด ภาพรวมของคู่แข่งเรา ความรู้สึกของลูกค้าเมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น และรับฟังคำแนะแนวต่าง ๆ จากลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาต่ออย่างทันที 

ดังนั้นการมีทีมงานที่เชี่ยวชาญคอยแก้ไขปัญหา และวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ย่อมนำไปสู่การพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนที่มีประสิทธิภาพ วิธีปรับราคาที่เหมาะสม รวมถึงสินค้าไหนที่ควรจำหน่ายในเวลาที่เหมาะสม เป็นต้น

 

4.ข้อเสนอสุดพิเศษ

การมีข้อเสนอสุดพิเศษให้แก่ลูกค้า เหมาะสมสำหรับการที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนสินค้าในด้านใดเลย ในช่วงเงินเฟ้อพุ่ง แต่ต้องการปรับราคาสินค้าเล็กน้อย ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือ สร้างข้อเสนอสุดพิเศษให้ดึงดูดความสนใจจากลูกค้า เช่น จัดส่งฟรีเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าในราคาในราคาที่กำหนด 

 

จาก 4 กลยุทธ์ที่เราได้แนะนำไป เป็นเพียงแค่แนวทาง ในช่วงภาวะเงินเฟ้อพุ่ง ต้นทุนสูง เปลี่ยนกลยุทธ์อย่างไร ไม่ให้ลูกค้าหาย เท่านั้น นอกจากมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามากมายเวลาเงินเฟ้อ การมีระบบจัดการหน้าร้านที่มีประสิทธิภาพกับร้านค้า ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีหน้าร้านและกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก 

สมัครด่วนตอนนี้ ไม่ว่าจะรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ไหน ก็จัดการได้ไม่ยาก 

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

Learn More

5 สิ่งที่ควรเตรียมก่อนรับฝากขายสินค้าถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหายุ่งยาก

ในยุคปัจจุบันของตลาดการค้าขายจะพบว่า การรับฝากขายสินค้า ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตขึ้นมาก ผู้ผลิตหรือแบรนด์นั้นไม่สามารถกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคได้เองเสมอไป แบรนด์จึงจำเป็นจะต้องพึ่งพาร้านที่มีช่องทางการตลาดที่ดี และมีกลุ่มลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสจะซื้อสินค้าของตน จึงทำให้เกิดการฝากขายสินค้าจึงเกิดขึ้นมา 

สมัยนี้แบรนด์สินค้าจำนวนมาก มักจะมาจากการขายทางช่องทางออนไลน์เป็นหลัก แต่การมีหน้าร้านสำหรับวางขายสินค้าเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน สังเกตจากพฤติกรรมของลูกค้าส่วนใหญ่มักเลือกตัดสินใจซื้อสินค้าจากการดู สัมผัสและได้ทดลองสินค้าด้วยตัวเอง แถมลูกค้ายังสามารถเดินชอปปิงดูของไปเรื่อย ๆ ได้ ซึ่งย่อมมอบประสบการณ์ในการซื้อของที่ดีกว่าการขายจากออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่การที่แบรนด์จะเปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ง่าย การฝากขายสินค้าไปวางขายหน้าร้านจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับแบรนด์สินค้าที่อยากมีพื้นที่วางขายสินค้านั่นเอง

แต่เนื่องจากร้านค้าเองก็มีความต้องการสินค้าในการวางขายเช่นกัน การมีสินค้าภายในร้านเพียงไม่กี่ประเภทอาจไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้มากพอ ทำให้รายได้ก็น้อยลงตามไปด้วย การรับฝากขายสินค้าจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ช่วยเพิ่มความหลากหลายกับหน้าร้านของคุณ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ง่ายมากขึ้นและช่วยเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจของคุณมากกว่าการขายสินค้าเพียงไม่กี่ประเภท

 

 

ประโยชน์ของการรับฝากขายสินค้ามีอะไรบ้าง

การรับฝากขายสินค้า ล้วนแต่มีข้อดีมากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นสิ่งที่ผู้รับฝากขายจะได้รับไม่ได้มีเพียงแค่ค่า GP เพียงอย่างเดียวแน่นอน จะมีประโยชน์มากแค่ไหนเราจะมายกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆกัน ไปดูกันเลย

 

1.ลดความเสี่ยงจากการขาดทุน

การฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายมีหน้าที่เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์สินค้า ทำให้ลดความเสี่ยงจากการขาดทุนได้ และยังลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเสื่อมสภาพสินค้าได้อีกด้วย

 

2.ไม่ต้องเสียเงินลงทุนค่าสต๊อกสินค้า

สินค้ายังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฝากขายอยู่ ผู้รับฝากจึงไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเดียวในส่วนของค่าสต๊อก ค่าสินค้าหรือค่าขนส่ง ซึ่งในการฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายมีหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางที่คอยช่วยขายสินค้าจากผู้ฝากขายสู่มือลูกค้าเท่านั้น

 

3.ได้รับค่า GP หรือ ค่าตอบแทนจากการรับฝากขายสินค้า 

การฝากขายสินค้าหน้าร้าน ผู้รับฝากขายจะได้ค่าตอบแทนเป็นค่า GP เป็นส่วนแบ่งมาจากการขายสินค้า ค่าตอบแทนในส่วนนี้ ผู้รับฝากขายได้รับจากผู้ฝากขายซึ่งมีหน้าที่เป็นตัวแทนในการขายสินค้าให้กับทางผู้รับฝากขาย โดยค่า GP นั้นจะเป็นไปตามข้อตกลงระหว่าง ผู้ฝากขายกับผู้รับฝากขายสินค้าในตอนแรก

 

4.ค่าตอบแทนจากการเช่าพื้นที่ในการฝากขาย

ผู้ฝากขายจะได้รับค่าเช่าพื้นที่เชลฟ์ซึ่งเป็นค่าเช่าพื้นที่ในร้านโดยการฝากขายแต่ละครั้ง ค่าเช่าพื้นที่ในการฝากขายสินค้า จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะเป็นไปตามข้อตกลงหรือสัญญาระหว่าง ผู้ฝากขายกับผู้รับฝากขายสินค้า 

 

ดังนั้นก่อนจะรับฝากขายสินค้าทั้งทีการทำธุรกิจนั้นจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า การฝากขายสินค้าก็เช่นเดียวกัน เพื่อลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจตามมาในภายหลัง เจ้าของกิจการจึงต้องมีการวางแผนที่ดีและรอบคอบก่อน 

“รับฝากขายสินค้า”

 

 

น้องมัลตี้จะมาบอก 5 เคล็ดลับ สิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อน การรับฝากขายสินค้า ทั้งทีควรเตรียมอะไรบ้าง ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหายุ่งยาก

 

1.วางคอนเซ็ปต์ของร้านให้น่าสนใจ

สิ่งแรกที่ควรทำก่อนจะเริ่มต้นรับฝากขายสินค้า คือ การคิดวางคอนเซ็ปต์ของร้านค้า การวางคอนเซ็ปต์ของร้านค้า ที่ชัดเจนและน่าสนใจจะทำให้คุณทราบถึงกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และสามารถเลือกแบรนด์ที่มีสไตล์เหมาะสมกับร้านได้ ในยุคนี้การที่ร้านสร้างคอนเซ็ปต์เป็นของตัวเองให้มีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร จะทำให้ง่ายต่อการจดจำและสามารถดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจได้ ดังนั้นจึงควรสร้างคอนเซ็ปต์ร้านตั้งแต่สไตล์การตกแต่ง ออกแบบร้าน และการเลือกบรรยากาศให้เหมาะสมกับคอนเซ็ปต์ที่ตั้งไว้ ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการวางแผนในขั้นตอนอื่น ๆ อีกด้วย 

 

2.พิจารณาทำเลที่เหมาะสม

การพิจารณาทำเลที่เหมาะสม แน่นอนว่าเป็นที่สำคัญไม่แพ้กัน การเปิดร้านที่ดี ควรมองหาทำเลที่เดินทางสะดวกสบายเข้าถึงง่าย ไม่ยุ่งยากและมีที่จอดรถเพียงพอต่อลูกค้า ที่สำคัญคือต้องพิจารณาทำเลที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วย ตัวอย่างเช่น ร้านค้าประเภทแฟชั่น เน้นเสื้อผ้า everyday look บริเวณสถานศึกษาจะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่เป็น นักเรียน นักศึกษาได้มากกว่าแหล่งอื่น ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามร้านควรศึกษาก่อนว่าบริเวณนั้น มีคู่แข่งมาก-น้อย เพียงใด จะช่วยให้เราพิจารณาทำเลที่เหมาะสมก่อนเปิดร้านรับฝากขายสินค้า

 

3.เลือกแบรนด์เพื่อรับฝากขายสินค้า

แน่นอนว่าถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหายุ่งยาก เราควรจะเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมก่อนรับฝากขายสินค้า การเลือกแบรนด์สินค้าที่จะนำมาวางขายควรคำนึงถึงแบรนด์สินค้าที่มีคอนเซ็ปต์ตรงกับร้านของเรา รวมถึงการเลือกแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือ มีกำลังการผลิตสินค้าที่เพียงพอ เพราะหากมีจำนวนสินค้าที่น้อยเกินไป อาจทำให้ร้านค้าขาดรายได้ ดังนั้นควรเลือกแบรนด์ที่สินค้ามีคุณภาพได้มาตรฐาน ก่อนเลือกจึงควรเช็คอย่างละเอียดถี่ถ้วนอยู่เสมอ 

 

4.มีแผนการตลาดที่ชัดเจน

ก่อนรับฝากขายสินค้านั้น การที่มีแผนการตลาดที่ชัดเจนและเหมาะสมกับร้านค้าเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เช่นกัน ร้านส่วนใหญ่มักจะทำพลาดในเรื่องการกำหนดกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และการกำหนดงบประมาณ ซึ่งควรมีการวางแผนล่วงหน้าที่ชัดเจนและกำหนดรูปแบบของสื่อให้เหมาะสม ทำคอนเทนต์แบบไหน เช่น การสร้างคอนเทนต์ให้เกาะกระแสตามเทรนด์อยู่เสมอ  และวางแผนทำโพสต์ประจำ เป็นต้น รวมถึงการจัดโปรโมชั่น แพลตฟอร์มไหนที่ลูกค้าซื้อสินค้ามากที่สุด ดังนั้นต้องมีการจัดสรรงบประมาณด้านต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมในระยะยาว การวางแผนการตลาดจึงควรทำเป็นแผนประจำวัน เดือน หรือปี และกำหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของแต่ละคอนเทนต์ให้ชัดเจน 

 

5.การวางผังร้านค้าให้น่าสนใจ

การวางแผนผังร้านให้ดึงดูดลูกค้าและน่าสนใจ อาจจะเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการมักจะมองข้ามไปในส่วนนี้ การวางผังร้านที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี จะสามารถเปลี่ยนเป็นจำนวนลูกค้าที่เดินเข้ามาใช้บริการยังร้านได้ ซึ่งแผนผังการออกแบบร้านที่ได้รับความนิยมมาก คือ แผนผังร้านแบบผสมผสาน ร้านค้าสามารถปรับเปลี่ยนผังร้านหลาย ๆ แบบมาผสมผสานกัน เพื่อออกแบบให้มีความเหมาะสมกับร้านค้าของคุณ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้การวางผังแบบเดียวในร้านก็ได้ คุณจะเห็นได้ว่าร้านรับฝากขายสินค้าหลายแห่งจะเน้นการวางผังแบบผสมผสานอยู่หลายร้านเลยทีเดียว 

ก่อนรับฝากขายสินค้า นอกจากการวางผังร้านที่เจ๋งแล้วการจัดเรียงสินค้าก็จำเป็นไม่แพ้กัน การจัดเรียงสินค้าที่ดีต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มให้มีความต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เกิดประโยชน์ และสามารถตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลือได้ง่าย ๆ อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการขายให้กับร้านค้า

 

จาก 5 ไอเดียที่เราได้เสนอไป เป็นเพียงแค่แนวทางในการเตรียมตัวก่อนรับฝากขายสินค้าร้านค้าให้พร้อมเท่านั้น นอกจากมีการเตรียมตัวที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากวนใจแล้ว การมีระบบจัดการหน้าร้านที่มีประสิทธิภาพกับร้านค้า ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีหน้าร้านและกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก

สมัครด่วนตอนนี้ ไม่ว่าจะรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ไหน ก็จัดการได้ไม่ยาก 

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขายMultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่  MultiOne 

Learn More

10 ขั้นตอน การจัดการคลังสินค้าให้มีมาตรฐาน ไม่อยากให้คลังสินค้ามีปัญหาต้องรู้!!

ในแง่มุมของการทำธุรกิจนั้น การจะทำให้ธุรกิจร้านค้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่างก็มีวิธีการที่หลากหลายและขั้นตอนที่แตกต่างออกกันไป แต่ปัจจัยอีกอย่างที่เจ้าของร้านจะมองข้ามไม่ได้เลย คือ การจัดการคลังสินค้า ให้มีมาตรฐานนั่นเอง ซึ่งการบริหารจัดการสินค้าคงคลังถือว่าเป็นงานที่ยากมากสำหรับเจ้าของกิจการ เพราะเมื่อธุรกิจเติบโตมากขึ้น จำนวนสินค้าในคลังก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ถ้ามีการจัดการคลังที่ดีแล้ว นอกจากจะจัดระเบียบ ยังช่วยควบคุมให้ทุกอย่างภายในคลังสินค้ามีประสิทธิภาพอีกด้วย  

 

ความหมายของสินค้าคงคลัง (Inventory goods definition)

สินค้าคงคลัง หรือสินค้าคงเหลือ หมายถึง วัสดุหรือสินค้าทั้งหมดที่มีสำรองไว้เพื่อตอบสนองความต้องการในปัจจุบันหรือในอนาคต เพื่อการใช้งาน เพื่อการบริหาร เพื่อการผลิต และเพื่อการจัดจำหน่ายในอนาคต 

สินค้าคงคลังไม่ได้มีแค่เพียงสินค้าสำเร็จรูปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินค้าคงคลังระหว่างดำเนินการ ​วัตถุดิบ และเครื่องมือคงคลังที่ซื้อมาเก็บไว้เพื่อรอการผลิตสินค้า ดังนั้นจึงควรบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้ดี หากสินค้าคงคลังมีจำนวนมากเกินไปหรือน้อยเกินไปย่อมส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและธุรกิจ จึงจำเป็นต้องมีวิธีการจัดการสินค้าคงคลังที่เหมาะสมกับธุรกิจเรานั่นเอง

 

การจัดการคลังสินค้า คืออะไร? (Storage Management)

การจัดการคลังสินค้า คือ กระบวนการจัดระเบียบแลควบคุมตั้งแต่การนำสินค้าเข้าคลัง จนถึงการนำออกไปขายหรือบริโภค จัดการทรัพยากรต่างๆ ในคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพ ไว้ใช้ในปัจจุบัน หรือในอนาคตข้างหน้า เพื่อให้การดำเนินการของธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น ผ่านการวางแผนและกำหนดปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสม โดยจะครอบคุมตั้งแต่ การสั่งซื้อและคาดการณ์จำนวนสั่งซื้อสินค้า, การรับสินค้าเข้ามาในคลัง, การจัดการสินค้าคงคลัง, การจัดส่งและติดตามสินค้า, การบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ในคลัง, การติดตามและพัฒนาประสิทธิภาพของคลังสินค้า, การปรับปรุงตำแหน่งจัดวางสินค้าและการขนย้ายสินค้า และอื่นๆ อีกมากมาย

 

วัตถุประสงค์ของ การจัดการคลังสินค้า (Objective of storage management)

วัตถุประสงค์ของการจัดการคลังสินค้า หลักๆ แล้วก็คือ เพื่อการลดขั้นตอนการทำงานในการเคลื่อนย้ายสินค้าให้มากที่สุด การใช้พื้นที่จัดเก็บภายในคลังสินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด การใช้พนักงาน เครื่องมือในการเคลื่อนย้าย และจัดเก็บให้เหมาะสม สอดคล้องกับเนื้องาน รวมทั้งทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการควบคุมจำนวน การดูแลรักษาสินค้า และอุปกรณ์ ภายในต้นทุนที่จำกัดตามขนาดคลังสินค้าของธุรกิจ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานต่อผู้ที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย

 

ความสำคัญของการจัดการคลังสินค้า ทำไมถึงต้องมี?

หากร้านค้าของคุณมีการบริหารจัดการคลังสินค้า ที่ได้มาตรฐาน จะทำให้คุณลดต้นทุนและประหยัดเวลาในการทำงานสำหรับการจัดการสินค้าคงคลัง ทราบปริมาณสินค้าคงคลังของแต่ละรายการอย่างรวดเร็วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ลดการสูญเสียและความเสียหายระหว่างกระบวนการการจัดเก็บสินค้า หากมีการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ถูกต้อง การรายงานคลังสินค้า การรายงานกำไรขาดทุนก็จะคิดคำนวณออกมาถูกต้องได้ง่ายอีกด้วย

 

ประโยชน์ของการจัดการคลังสินค้า (Storage management’s benefits)

  • ช่วยประหยัดค่าขนส่งสินค้าทั้งขาเข้าและขาออก
  • ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย หรือต้นทุนแปลผัน (Variable cost)
  • ช่วยป้องกันสินค้าหมดคลังจากการวางแผนล่วงหน้า
  • ช่วยให้บริการลูกค้าเป็นไปได้อย่างราบรื่นขึ้น
  • ช่วยให้มีความพร้อมตอบโต้การเปลี่ยนแปลงของตลาด
  • ช่วยให้ลดขั้นตอนการจัดการโปรโมชั่นสินค้า

 

10 ขั้นตอน การจัดการคลังสินค้าให้มีมาตรฐาน ไม่อยากให้คลังสินค้ามีปัญหาต้องรู้ !!

 


 

การรับสินค้าเข้าสู่สต็อก (Goods Receive and Identify)

ขั้นตอนแรกสำหรับ การจัดการคลังสินค้าให้ได้มาตรฐาน คือ การรับสินค้าเข้าสู่สต็อกซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมากที่สุดในการจัดการคลัง ซึ่งผู้ประกอบการต้องทำการตรวจสอบว่าได้รับสินค้าที่ถูกต้องหรือไม่ ในจำนวนและเวลาที่ถูกต้องตามจำนวนที่ได้สั่งเข้ามาหรือไม่ สินค้าที่ได้รับมานั้นได้รับความเสียหายภายในหรือจากการขนส่งรึป่าว หากไม่ระมัดระวังในการตรวจสอบ อาจทำให้การนำสินค้าเข้าสู่สต็อกไม่ถูกต้องและเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้นการรับสินค้าเข้าสต็อกอย่างระมัดระวังจะช่วยคัดกรองสินค้าที่ชำรุด หลีกเลี่ยงปัญหาการสูญเสีย และความเสียหายต่อร้านเมื่อขายของในภายหลังได้

 

 

การจัดเก็บสินค้าสู่สต็อก (Put away)

ขั้นตอนลำดับต่อมาหลังรับสินค้าเข้าสู่สต็อก คือการจัดเก็บสินค้าในสต็อก ซึ่งเป็นกระบวนการที่มักจะถูกมองข้ามใน การบริหารจัดการคลังสินค้า แต่เป็นขั้นตอนที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน การจัดการคลังสินค้า ให้ดีขึ้นได้ ซึ่งร้านจะต้องจัดวางสินค้าในคลังแต่ละประเภทให้เหมาะสมกัน

การจะจัดเรียงสินค้าขึ้นชั้นวางในคลังสินค้า แนะนำให้วางสินค้าประเภทเดียวกันบนชั้นเดียวกันเพื่อความสะดวกรวดเร็ว เพื่อประหยัดเวลาในการค้นหา และลดความสับสนเมื่อต้องการสินค้า จะช่วยให้การบริหารจัดการคลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น หากมีพื้นที่ในคลังไม่มากพอ สามารถปรับเปลี่ยนวางสินค้าที่แตกต่างกันในแต่ละชั้นแถวตามความเหมาะสมได้

 


 

การจัดประเภทและจัดเก็บสินค้าในสต็อก (Classify and holding goods)

การรวบรวมสินค้าในสต็อก ถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีค่าใช้จ่ายแพงที่สุดในการบริหารจัดการคลังสินค้า ถ้าคุณมีวิธีการปรับให้เหมาะสม จะสามารถลดต้นทุนของร้านค้าได้มาก ลดความสับสนของสินค้าแต่ละประเภทและช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ ซึ่งหากคุณมีการจัดเก็บสินค้าที่ดี การรวบรวมสินค้า แยกประเภทในการเก็บรักษา และการจัดการกับสินค้าที่เสื่อมสภาพจะทำได้ง่ายขึ้น

 

 ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีในการรวบรวมสินค้า 

  • การรวมสินค้าตามคำสั่ง: ถ้ามีคำสั่งซื้อ พนักงานจะพิมพ์คำสั่งซื้อและส่งต่อกับพนักงานฝ่ายคลังสินค้าเพื่อไปเอาสินค้าในใบสั่งซื้อ ซึ่งเหมาะสำหรับร้านค้าธุรกิจขนาดเล็ก เนื่องจากมีคำสั่งซื้อที่น้อยต่อวัน
  • การรวมสินค้าแบบกลุ่ม: ทำการจัดกลุ่มคำสั่งซื้อหลายรายการเข้าไว้ด้วยกัน จากนั้นจึงส่งออกไฟล์รายการสินค้าที่มีปริมาณ พนักงานจะไปเอาสินค้าตามจำนวน จากนั้นจะแบ่งตามออเดอร์ เหมาะสำหรับธุรกิจร้านค้าที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมากเพื่อสามารถทำราบการคำสั่งซื้อจำนวนมากได้พร้อมกัน

 

 

การแพ็คสินค้าและส่งออกสินค้า (Packing and Shipping)

การแพ็คสินค้า ช่วยให้คุณรวบรวมสินค้าในแต่ละคำสั่งซื้อ หลังจากเอาสินค้าและเตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งต้องจัดการอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอย่างการนำส่งสินค้าคืน

 

การแพ็คสินค้าของแต่ละร้านอาจจะมีความแตกต่างกันไปแล้วแต่ความเหมาะสม แต่ข้อสำคัญหลักๆ ที่ห้ามละเลยมีดังนี้

  • ต้องประกันความปลอดภัย และลดความเสียหายของสินค้าระหว่างการขนส่งให้ได้มากที่สุด
  • เลือกปริมาณของกล่องพัสดุเพื่อลดต้นทุนการจัดส่ง

เมื่อคุณแพ็คสินค้าเสร็จสิ้นจะต้องส่งมอบให้กับหน่วยจัดส่ง สินค้าจะถูกบันทึกว่าถูกส่งออกจากสต็อกแล้ว และหักออกจากปริมาณสินค้าคงคลังนั่นเอง

 

 

การส่งสินค้าคืน (Dispatch goods)

แม้ว่าคุณจะแพ็คสินค้าดีแค่ไหน แต่ความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คือ การส่งสินค้าคืนยังมีโอกาสเกิดขึ้นอยู่เสมอ ลูกค้าสามารถส่งคืนสินค้าอันเนื่องมาจากเหตุผลต่างๆ มากมายที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น สินค้าอาจมีตำหนิ สินค้ามีปัญหาภายใน หรือไม่ตรงกับความคาดหวังของลูกค้า 

 

ขั้นตอนการส่งคืนสินค้าจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อลูกค้าร้องขอการส่งสินค้าคืน หลังจากที่ได้รับคำขอของลูกค้า ใบสั่งส่งคืนจะถูกสร้างขึ้น

แต่มีก็มีข้อควรปฏิบัติของการจัดการคลังสินค้าเมื่อส่งคืนสินค้า

  • ลูกค้าที่ส่งสินค้าคืน ควรปฏิบัติตามข้อกำหนด เงื่อนไขการคืนสินค้าของร้านค้า และระบุสาเหตุให้ชัดเจน ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ควรได้รับการบันทึกเป็นเอกสาร เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมเพื่อลดอัตราการคืนสินค้า
  • ยอดขาย และกำไรของสินค้าที่ต้องส่งคืนจะต้องถูกหักออกด้วย จึงควรส่งคืนให้กับร้านค้า

 

 

การตรวจสอบสินค้า (Inventory count)

หนึ่งในขั้นตอนการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ คือ การตรวจสอบสินค้า ซึ่งกิจกรรมนี้ไม่ได้ทำเมื่อเกิดการสูญหายของสินค้าถึงจะต้องไปตรวจสอบ หรือเมื่อพบปัญหา เพียงแค่คุณตรวจสอบให้แน่ใจว่าคลังสินค้าได้รับการจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อย การตรวจสอบสินค้าคงคลังจะได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วด้วยระบบการจัดการคลังสินค้า ด้วยเครื่องสแกนบาร์โค้ด เพียงคุณสแกนบาร์โค้ดบนสินค้าแต่ละอันก็สามารถนับจำนวนจริงในสต็อกได้ง่าย ๆ

 

การจัดทำรายงานสถิติ (Report)

สถิติจะรายงานภาพรวมของคลังสินค้า จะให้ภาพรวมของกระบวนการบริหารจัดการคลังสินค้าแก่คุณทำให้คุณสามารถประเมินได้ว่าควรทำการตลาดแบบไหนจากการดูสถิติ แต่หากคุณเป็นเจ้าของร้านมือใหม่ที่อยากจะบริหารจัดการคลังสินค้าให้มีมาตรฐาน และทำได้ง่ายๆ เรามี MultiOne platform ระบบจัดการร้านค้าช่วยให้การจัดการคลังสินค้าทำได้ง่ายขึ้น

 

นอกจากนี้หากต้องการจัดการคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องทำยังไงบ้าง?

การจัดการพื้นที่คลังสินค้าให้เป็นระเบียบ

ขั้นแรกต้องเขียนแผนผังของคลังสินค้าให้เหมาะสมจะต้องมีความสมดุลระหว่างสองสิ่งนั่นก็คือขนาดคลังสินค้า และพื้นที่ในการเคลื่อนย้าย โดยจะมีการแบ่งพื้นที่ในการใช้งานตามนี้ก็คือ

  • พื้นที่เคลื่อนย้ายสำหรับการรับสินค้าใหม่เข้ามาในคลัง
  • พื้นที่สำหรับวางเพื่อการตรวจสอบสินค้าที่เข้ามาใหม่
  • สำนักงานสำหรับพนักงานคลังสินค้า
  • พื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้าแต่ละประเภท
  • พื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้าส่วนเกิน, สินค้าค้างสต๊อก, หรือสินค้าหมดอายุ
  • พื้นที่สำหรับเก็บบรรจุภัณฑ์และแพ็คสินค้าเพื่อเตรียมส่ง
  • บริเวณขนส่งสินค้าขาออกสำหรับพนักงานส่งหรือบริษัทขนส่งที่เข้ามารับสินค้า

หากอ่านทั้งหมดแล้วรู้สึกว่าการมีหลายพื้นที่จนยุ่งยาก หลายขั้นตอนในการจัดการโครงสร้างพื้นที่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลไป เพราะในบางขั้นตอนอาจไม่จำเป็นต่อโครงสร้างบริษัทคุณก็เป็นได้เพียงแต่คุณจัดระเบียบโซนงานที่จำเป็น และเกี่ยวข้องกันไว้ไกล้กัน เป็นระบบระเบียบต่องานต่อไป ทำให้การทำงานราบรื่นขึ้น เป็นประโยชน์ต่อพนักงาน และการดำเนินงานโดยรวมป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาล่วงหน้าให้มีความเหมาะสม ก่อนที่จะดำเนินงานในพื้นที่แล้ว ก็จะทำให้การดำเนินงานภายในคลังสินค้าของคุณมีระเบียบ และสะดวกในการใช้พื้นที่มากขึ้นก็จะส่งผลให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเกิดความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้นได้

Tips: การจัดพื้นที่คลังสินค้านั้นเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้า และอุปกรณ์ต่างๆ นั้นมีความสำคัญอย่างมาก บริษัทควรคำนึงถึงพื้นที่ว่างระหว่างชั้นวางสินค้า บรรจุภัณฑ์ โต๊ะทำงาน และโซนรับส่งสินค้าให้มีขนาดพอดีต่อการเคลื่อนย้ายหรือหยิบจับในการตรวจเช็คจำนวนสินค้า เพราะจะช่วยลดอุบัติเหตุ และปัญหาอื่นๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก

 

การใช้ป้ายกำกับติดในคลังสินค้า

การตั้งชื่อตำแหน่งต่างๆ ของสต๊อกสินค้าให้มีป้ายกำกับชัดเจนจะทำให้พนักงานตรวจสอบสินค้าผ่านระบบได้ง่ายในกรณีที่มีสินค้าจำนวนมากหลายประเภทผ่านการกำหนดโซนสินค้าในระบบสินค้า

Tips: การกำหนดชื่อป้ายกำกับเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจมักจะใช้ตัวอักษรผสมกับตัวเลขเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ แบ่งแยก และเรียงโซนสินค้าให้เป็นระเบียบ เช่น กำหนดชื่อชั้นของสต๊อก ชื่อแถว และแต่ละตำแหน่งของแถว

 

การจัดเรียงตำแหน่งสินค้าคงคลัง

จากการวิจัยของธุรกิจอีคอมเมิร์ซส่วนมากพบว่ายอดขายส่วนมากของบริษัทจะมากจากสินค้าที่ขายดีเพียง 20% เท่านั้น ที่จะทำกำไรให้บริษัทได้สูงสุด ซึ่งการจัดวางตำแหน่งสินค้าที่ขายดีรวมไว้ด้วยกันไว้ไกล้กับตำแหน่งแพ็คสินค้านั้น จะทำให้ลดระยะเวลาการดำเนินงานได้อย่างมาก

Tips: การจัดวางตำแหน่งสินค้าคงคลังนั้นหลักๆ แล้วจะแบ่งสินค้าออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ นั่นก็คือ

  • สินค้าที่มียอดขายจำนวนมาก
  • สินค้ามูลค่าสูง สร้างกำไรได้มาก
  • สินค้าที่ขายได้ไม่มาก และกำไรน้อย

จากการกำหนดประเภทสินค้าแล้วมักจะเลือกนำสินค้าที่มียอดขายสูงสุดไว้ไกล้กับตำแหน่งแพ็คสินค้า และรองลงมาคือสินค้าที่มีมูลค่าสูง สร้างกำไรได้มาก โดยสินค้าที่มีน้ำหนักเบามักจะวางไว้ชั้นบนๆ และสินค้าที่มีน้ำหนักมากวางไว้ชั้นล่างของชั้นวางสินค้า ซึ่งจะเป็นการง่ายต่อการหยิบ และเคลื่อนย้ายสินค้าได้มาก

 

อุปกรณ์ในคลังสินค้าต้องเหมาะสมต่องาน

การจัดการคลังสินค้านั้น อุปกรณ์หลักที่ต้องเลือกให้เหมาะสมนั้นมีหลายอย่างที่ทุกคลังสินค้าควรมีไม่ว่าจะเป็น

  • กล่องใส่สินค้า ส่วนมากมักจะใช้วัสดุเป็นพลาสติกเพื่อน้ำหนักที่ไม่มากจนเกินไป และใส่สินค้าจำนวนหนึ่งได้พอดีเพื่อความสะดวกในการเก็บ หรือเคลื่อนย้ายสินค้า
  • โต๊ะแพ็คสินค้า ที่จะมีความหนาและใหญ่พอเหมาะตามลักษณะของงานแพ็คสินค้า เพื่อให้สามารถทำงานแพ็คสินค้าทุกขั้นตอนได้ในที่เดียว
  • วัสดุที่ใช้แพ็คสินค้า ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับประเภทของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ พลาสติกกันกระแทก และการเสียดสีของสินค้า รวมไปถึงประเภทของ เทปกาว คัตเตอร์ หรือกรรไกรที่ควรจะมีขนาดที่เหมาะสมกับประเภทของสินค้า
  • คอมพิวเตอร์/เครื่องปริ้น สำหรับอัพเดทจำนวน สถานะของสินค้า และพร้อมทั้งปริ้นเอกสารที่เกี่ยวข้องเช่น ใบคำสั่งซื้อ ใบส่งของ หรือป้ายกำกับต่างๆ
  • เครื่องชั่งสินค้า ที่ใช้ในการชั่งน้ำหนังสินค้าที่นำเข้ามาในคลัง และส่งออกเพื่อคำนวนค่าใช้จ่ายในการส่ง พร้อมบันทึกข้อมูล

แร็คหรือชั้นวางสินค้านั้นก็สำคัญมากเช่นกันที่นอกจากจะต้องแข็งแรงแล้วก็จะต้องเลือกรูปแบบ และขนาดให้เข้ากับรูปแบบของสินค้า แล้วหากมีสินค้าจำนวนมากหรือมีน้ำหนักมากแล้วนั้นก็ควรจะมีพาเรทกับ Hand Lift หรือรถเข็นสินค้า เพื่อให้สะดวกต่อการขนย้ายสินค้าอีกด้วย

 

บทความอ้างอิง

What is Warehouse Management by shipbob.com

จัดการคลังสินค้าอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด by pnsteelproduct.com

การควบคุมคลังสินค้า มีหลักการอย่างไร by prosoftwinspeed.com

 

บทความแนะนำ

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกและร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

 

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

 

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

 

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ (https://multioneapp.com/shoppage/

 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ (https://multioneapp.com/brandpage/)

 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne (https://bit.ly/3GwfF4d)

Learn More

5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

การจะจัดการร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ เทคนิคการบริหารกระแสเงินสด ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเปรียบเสมือนหัวใจของธุรกิจคุณ การจัดการกระแสเงินสด ของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงไม่ควรปล่อยปะละเลย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการจัดการบริหารร้านค้า ให้ไม่เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาจากการขาดเงินหมุนเวียนที่เพียงพอ และการบริหารรายจ่ายที่ไม่เป็นระบบ ระเบียบ ทำให้สามารถคาดเดาค่าใช้จ่าย และรายรับที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ พร้อมเตรียมวิธีรับมือต่อสถานะการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสม

กระแสเงินสด คืออะไร?

กระแสเงินสด หรือ Cashflow คือ งบบอกที่มาที่ไปของเงินสดว่าร้านของคุณมีกระแสเงินสด เข้าและเงินสดออกจากกิจกรรมอะไรบ้าง รวมถึงบอกความเปลี่ยนแปลงจากกิจกรรมต่างๆที่ทำ งบนี้จะบอกการเดินทางของเงินสดตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งถ้ามีเงินไหลเข้าธุรกิจมากกว่าไหลออกไป หรือว่ามีรายรับมากกว่ารายจ่าย กระแสเงินสด ของธุรกิจคุณจะเป็นบวก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ กระแสเงินสด ก็จะติดลบและถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปในระยะยาวย่อมไม่ส่งผลดีต่อร้านค้าคุณแน่ๆ เพราะงั้นร้านค้าส่วนมากจึงต้องมีการจัดการกระแสเงินสด ที่ดีในการบริหารร้านค้า

การจัดการกระแสเงินสดสำคัญอย่างไร?

การมีเงินสดที่เพียงพอ ช่วยให้ธุรกิจมีความคล่องตัว สามารถดำเนินกิจการได้แบบไม่ติดขัด คำตอบคือ กระแสเงินสด ทำให้เรารู้ว่าสภาพคล่องตัวของร้านค้าคุณว่าเป็นอย่างไร ใช้ลดความผิดพลาดในการบริการจัดการร้านค้า และใช้ในการคำนวนเพื่อคาดการณ์จำนวนการใช้เงินที่จะเกิดขึ้นอย่างพอดี

 

กระแสเงินสด-การจัดการกระแสเงินสด-5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

กิจกรรมของกระแสเงินสดมีอะไรบ้าง?

หลังจากรู้ว่ากระแสเงินสด คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร โดยกระแสเงินสดจะแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรม

  • กิจกรรมดำเนินงานกระแสเงินสด

กิจกรรมดำเนินงานกระแสเงินสด คือ กิจกรรมหลักที่ก่อให้เกิดรายได้และรายจ่ายในธุรกิจคุณ ถ้าพูดให้เห็นภาพคือ การขายสินค้า การซื้อวัตถุดิบมา การจ่ายค่าแรงพนักงาน รวมถึงการจ่ายค่าบริการ จะรวมอยู่ในกระแสเงินสด จากการดำเนินงานทั้งหมด โดยทั่วไปแล้วควรที่จะมีการบริหารให้เป็นบวกเสมอ นั่นคือมีรายได้มากกว่ารายจ่าย จะแสดงถึงสภาพคล่องที่ดีของธุรกิจคุณ

  • กิจกรรมลงทุนกระแสเงินสด

กิจกรรมลงทุนกระแสเงินสด คือ กิจกรรมที่แสดงให้เห็นการได้มา เกี่ยวกับการลงทุนในทรัพย์สินไม่หมุนเวียน ที่ไม่กระทบการดำเนินงาน เช่น การซื้อที่ดิน อาคารหรือตึก เพื่อใช้เป็นสำนักงานของบริษัท กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นการลงทุนเพิ่มของธุรกิจหรือการขายทรัพย์สิน กระแสเงินสดนี้ควรมีค่าเป็นลบ ทำให้เห็นว่าธุรกิจมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

  • กิจกรรมจัดหาเงินกระแสเงินสด

กิจกรรมจัดหาเงินกระแสเงินสด คือ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินของธุรกิจ เช่น เงินสดจากการกู้ยืม เงินสดจากการเพิ่มทุน เงินสดจ่ายคืนเงินกู้ เป็นต้น หากตัวเลขเป็นบวก หมายความว่ามีทิศทางการหาเงินเข้าธุรกิจมากขึ้น เช่น การกู้ยืมจากธนาคาร
หากตัวเลขเป็นลบ นั่นหมายความว่าธุรกิจกำลังจ่ายมากกว่าเงินที่ได้รับ เช่น การจ่ายคืนเงินกู้ การจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น เป็นต้น

5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มความคล่อง ลดความเสี่ยงของร้านคุณ

1.ประเมินความเสี่ยงและเตรียมรับมือล่วงหน้าด้วย การจัดการกระแสเงินสด

หนึ่งในข้อที่สำคัญมากคือ การประเมินความเสี่ยงและรับมือล่วงหน้า ร้านค้าของคุณควรมีจำนวนเงินสดที่ใช้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือความเสี่ยงต่างๆที่อาจะเกิดขึ้นได้ เพื่อหลีกเลี่ยงต่อผลกระทบที่อาจตามมา ซึ่งบางครั้งหากไม่สามารถหาเงินได้ทัน หรือไม่แบ่งเงินส่วนนี้ไว้อาจทำให้เกิดวิกฤตได้ เช่น เหตุการณ์ระบาดของ โควิด 19 ที่ผ่านมา เป็ฺนหนึ่งในเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้ร้านค้าหลายแห่งต้องปิดตัวลงและใช้เวลาปรับตัวกันมากขึ้น เพราะไม่มีการจัดการกระแสเงินสดที่ดี ร้านค้าจึงจำเป็นต้องทราบว่ามีเงินจำนวนเท่าไหร่และจำลองสถานการณ์ขึ้นมาว่าทางร้านจะรับมือล่วงหน้าอย่างไร

ประเมินความเสี่ยงและเตรียมรับมือล่วงหน้าด้วยการจัดการกระแสเงินสด-5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

2.ติดตามสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ

การจัดการกระแสเงินสดที่ดี ร้านค้าควรจะติดตามสต็อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เช่นนั้นจะพบกับปัญหาต่างๆตามมา ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาในการจ่ายเงินสินค้าซัพพลายเออร์ ปัญหาสต๊อกไม่ตรง สต๊อกเกิน เป็นต้น ทางร้านจึงต้องต้องนับและติดตามสต๊อกสินค้าให้แม่นยำ เพื่อวิเคราะห์ออกมาว่าสินค้าไหนควรขายต่อไป สินค้าไหนควรหยุดขาย เราจึงขอแนะนำให้เลือกใช้ระบบ POS ที่มีประสิทธิภาพอย่าง Multione ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกที่มีฟังก์ชัน POS ช่วยให้คุณเจ้าของร้านติดตามสต๊อกและบริหารกระแสเงินสดได้ดีขึ้น

ติดตามสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ-5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

3.จัดการเคลียร์เงินสดแต่ละบัญชี

ในธุรกิจไม่ว่าคุณจะใช้เงินไปจำนวนมากเท่าไหร่ หรือทราบว่าเงินสดมีจำนวนเท่าใด มันไม่ได้หมายความว่าคุณมีการจัดการเงินที่ดีเสมอไป เนื่องจากลักษณะของธุรกิจมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งที่จำเป็นต้องคือ การจัดการกระแสเงินสดในกลุ่มต่าง ๆ ที่ติดอยู่กับกิจกรรมทางธุรกิจ หากคุณมีการจัดการเงินสดได้ดีมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้ภาพรวมของธุรกิจมั่นคงขึ้นมากไปด้วย และยังสามารถคำนวณรายรับ รายจ่ายรวม จำนวนกำไรขาดทุน หรือตรวจพบได้ง่ายหากจำนวนเงินเข้าและออกร้านค้ามีจำนวนที่ไม่เท่ากัน

จัดการเคลียร์เงินสดแต่ละบัญชี-5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

4. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในร้านค้าด้วย การจัดการกระแสเงินสด

เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป คือ การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในร้านออกไป โดยการดูยอดรายจ่ายของแต่ละเดือนบ้าง ดูว่าต้องจ่ายเงินจำนวนเท่าไหร่ จากนั้นเราก็จะเห็นว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายตรงส่วนไหนได้บ้าง เช่น ยกเลิกการบริการที่ไม่ตอบโจทย์กับทางร้าน ค่าใช้จ่ายสื่อด้านการตลาดที่ไม่เกิดผลในการดึงดูดผู้บริโภค ค่าน้ำค่าไฟ เป็นต้น ลองดูว่ารายจ่ายส่วนไหนที่ตัดออกไปได้บ้างจะทำให้การจัดการกระแสเงินสดและสภาพการเงินในร้านดีขึ้นอย่างแน่นอน

5. การจัดการกระแสเงินสด ด้วยเครื่องมือต่างๆ

เพื่อการจัดการกระแสเงินสดในร้านคุณให้มีประสิทธิภาพ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณควรหาเครื่องมือที่เหมาะ สมสำหรับตัวเองจะช่วยให้การบริหารกระแสเงินสดในร้านของคุณมีคุณภาพมากขึ้น หากเป็นเจ้าของกิจการมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าควรจะเลือกเครื่องมือชนิดไหนในการจัดการ Cashflow น้องมัลตี้มีเครื่องมือต่างๆ มาแนะนำเพื่อประกอบการตัดสินใจกันด้วยนะ

  • จัดการกระแสเงินสดด้วยหนังสือ เหมาะสมสำหรับธุรกิจเริ่มต้น
  • จัดการกระแสเงินสดด้วย Excel เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลาง
  • จัดการกระแสเงินสดด้วย Google Sheet ตรวจสอบได้ทุกที่เพียงมีอินเตอร์เน็ต
  • จัดการด้วยระบบการจัดการร้านค้า Multione สะดวก ใช้งานง่าย ฟังก์ชันหลากหลาย

การจัดการกระแสเงินสดด้วยเครื่องมือต่างๆ-จัดการร้านค้าด้วยระบบMultione-การจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

การจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ มีเคล็ดลับและวิธีการมาบอกมากมายถึง 5 ไอเดียที่น้องมัลตี้ได้เสนอแนะไป ในบล็อกนี้เป็นเพียงแค่แนวทางในการจัดการกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพ ที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องการหาวิธีการจัดการเงินภายในร้านให้มีสภา่พคล่องตัวขึ้น โดยเริ่มต้นได้แบบง่าย ๆ

เมื่อมีการวางแผนการจัดการกระแสดเงินสดที่ดี สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยนั่นคือระบบการจัดการร้านดี ๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีช่องทางการขายที่มากขึ้น เพราะเมื่อการขายออนไลน์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ MultiOne Platform เพื่อนคู่ใจที่จะทำให้การฝากขายของคุณง่ายขึ้น !

บทความแนะนำ

MultiOne Platform ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์และสินค้าฝากขาย-เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกและร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่
การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 50 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne คลิกที่นี่

Learn More

ธุรกิจฝากขายกับเทรนด์ร้านมัลติแบรนด์

ธุรกิจฝากขาย กับเทรนด์มาแรงในยุคปัจจุบัน อย่าง ” ร้านมัลติแบรนด์ ” นั้นดีอย่างไร แล้วทำไมผู้ประกอบการที่เปิดกิจการทำ ” ธุรกิจฝากขาย ” ถึงควรเลือกเทรนด์นี้…. 

 

ร้านรับฝากขายคืออะไร?

ก่อนจะมาเริ่มทำความรู้จักกับ Multibrand Store อยากให้ทุกคนลองนึกถึงการทำธุรกิจประเภทร้านค้าฝากขายดูก่อน การฝากขาย หรือ Consignment คือ การที่เจ้าของสินค้าหรือเจ้าของแบรนด์ไป ฝากขายสินค้าตามร้านค้าต่าง ๆ ซึ่งการที่เรานำสินค้าไปฝากขายของตามร้านนั้นแบรนด์จะยังถือว่าเป็นเจ้าของจนกว่าสินค้าจะถูกขาย โดยหน้าร้านจะหักค่า GP จากราคาสินค้าก่อนที่แบรนด์จะได้รับเงิน

เรื่องของเรื่องก็คือ แบรนด์ผลิตสินค้าออกมาก็ต้องการหาช่องทางที่จะขายสินค้าออกไป พ่อค้าแม่ค้าหน้าร้านก็ต้องการที่จะหาของมาขาย ไม่ว่าจะเพราะที่ว่างในร้านเหลือ หรืออยากเพิ่มความหลากหลายของสินค้าภายในร้าน ความต้องการของทั้งคู่จึงมาพบเจอกัน เกิดเป็นโมเดลธุรกิจนี้ขึ้นมา

การเป็นร้านค้า Multi-Brand ดีกว่ายังไง ?

การเป็นร้านค้ามัลติแบรนด์นั้นมีประโยชน์มากมาย แต่ข้อดีหลักๆก็คือ

1.การเพิ่มความหลากหลายของสินค้า – เป็นการสร้างข้อได้เปรียบช่องทางหนึ่งให้เหนือกว่าคู่แข่ง โดยการเพิ่มตัวเลือกหมวดหมู่ประเภทสินค้าทั้งด้านคุณภาพและราคาจากหลากหลายแบรนด์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าหลายประเภท ถ้ายังนึกไม่ออกลองนึกถึงร้านเสื้อผ้าที่ขายเสื้อ กางเกง รองเท้า และเครื่องประดับ จากหลายๆแบรนด์ในร้านเดียวนั้นสามารถทำให้ใช้พื้นที่ว่างในร้านค้าในการเปิดให้ลงฝากขายและทำเพิ่มเติมให้กับร้านค้าเพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้

2.เพิ่มประสิทธิภาพของการโฆษณา – การมีแบรนด์สินค้าฝากขายเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ร้านมัลติแบรนด์เพียงอย่างเดียว ยังเป็นการเพิ่มช่องทางให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ในด้านการโปรโมทหน้าร้านให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ร้านมัลติแบรนด์เองก็จะได้ทั้งฐานลูกค้าเดิมจากแบรนด์และลูกค้าจากกลุ่มใหม่

3.การจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ – การเปิดร้านมัลติแบรนด์ ร้านไม่ต้องจ่ายค่าสต๊อกสินค้าเพราะแบรนด์จะทำการส่งสินค้าให้ร้านช่วยขายหน้าร้าน ดังนั้น ร้านจึงประหยัดค่าต้นทุนการสต๊อกสินค้าและค่าดูแลรักษาสินค้า อีกทั้งร้านมัลติแบรนด์ยังมีรายได้จากค่าเช่าที่หน้าร้านและค่า GP ที่เก็บจากแบรนด์อีกด้วย

4.เพิ่มกลุ่มลูกค้า – การมีแบรนด์สินค้าที่แตกต่างกันจะช่วยดึงดูดลูกค้าต่างความชอบ อายุ รายได้ เข้ามายังร้านมัลติแบรนด์ กลยุทธ์สำคัญของร้านมัลติแบรนด์คือมีสินค้าที่หลายแบบและหลายสไตล์คอยตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายและไม่ยึดติดกับการซื้อสินค้าแบรนด์เดียว

 

แต่ว่าร้านรับฝากขายทั่วไปมักจะใช้ระบบ Manual หรือ POS ทั่วไปในการจัดการระบบสินค้าที่รับมาลงฝากขาย แพลตฟอร์ม MultiOne จึงสร้างมาเพื่อแก้ไขปัญหา และตอบโจทย์ร้านค้า Multi-Brand ยุคใหม่ ที่ต้องการพัฒนาหน้าร้านของตัวเองให้มีระบบการจัดการและจัดส่งสินค้าที่ครบครันและสะดวกทั้งสำหรับร้านค้า แบรนด์ พร้อมทั้งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าไปด้วยกัน

 

ข้อดีของฟังก์ชัน MultiOne Platform มีอะไรบ้าง ??

  • ระบบ POS จัดการร้าน Multi-brand

ฟังก์ชันขายหน้าร้าน ตัวช่วยที่จะทำให้การขายหน้าร้านของคุณง่ายขึ้น มาพร้อมฟีเจอร์ที่ใช้งานง่ายและสะดวก เช่น ฟีเจอร์แคชเชียร์หน้าร้าน, ฟีเจอร์รายงานยอดขาย, ฟีเจอร์ระบบสมาชิก, ฟีเจอร์สรุปกะสำหรับหน้าร้านที่มีพนักงานจำนวนมาก 

  • ระบบจัดการสต๊อคสินค้าจากหลายแบรนด์

          ฟังก์ชันจัดการแบรนด์และสต๊อกสินค้า ไม่ว่าจะเพิ่มแบรนด์ จัดการสัญญากับแบรนด์ จัดการสินค้าที่ฝากขายหรือจะส่งคืนสินค้า ก็สามารถจัดการได้ง่าย รองรับการใช้งานกับสินค้าระดับ SKU จำแนกสินค้าได้ตามประเภท 

  • ฟังก์ชันรายงานยอดขาย

          ฟังก์ชันรายงานยอดขายทั้งโดยรวมและแยกรายแบรนด์ รายงานยอดขายย้อนหลังได้ทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน พร้อมฟีเจอร์ออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงิน

  • ระบบ Matching ค้นหาและจับคู่ร้านค้ากับแบรนด์ได้ง่ายๆ

          ฟังก์ชันที่ช่วยค้นหาแบรนด์ฝากขาย ซึ่งจะแสดงรายละเอียดและช่องทางติดต่อของแบรนด์พาร์ทเนอร์ในระบบของเราเพื่อใช้ในการจับคู่ฝากขาย สามารถเลือกค้นหาตามประเภทสินค้าหรือชื่อแบรนด์ได้ 

  • ฟรี !! เชื่อมต่อสต๊อคสินค้ากับ Line OA และช่องทางอี-คอมเมิร์ซอื่นๆ

          ฟังก์ชันร้านค้าออนไลน์ครบวงจร ฟรี! Sale Page โปรโมทสินค้า เชื่อมข้อมูลสินค้ากับสต๊อกหน้าร้านได้อย่างไม่จำกัด ขายไม่มีสะดุดทุกช่องทาง

  • การจัดการโปรโมชั่นผ่านระบบได้ง่ายๆ

          ฟังก์ชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ร้านและแบรนด์ออกโปรโมชั่นร่วมกันได้ เพียงแค่แบรนด์กำหนดโปรโมชั่นขึ้นมาในระบบ หน้าร้านก็จะสามารถตรวจสอบและอนุมัติได้อย่างรวดเร็ว

ทำไมต้องเทรนด์ร้าน Multibrand ?

พฤติกรรมของคน Gen Y และคน Gen Z

คน Gen Y และ Z เป็นคนในยุคใหม่ ที่เกิดมาในยุคที่เทคโนโลยีมีผลกระทบกับการใช้ชีวิต ทำให้มีพฤติกรรมบางส่วนที่คล้ายกัน นั่นก็คือ ความต้องการอิสระในชีวิต และการทำงาน แนวโน้มของคนรุ่นใหม่จึงมีโอกาสที่จะทำธุรกิจเป็นของตนเองสูง อย่างที่เรามักจะเห็นอาชีพแนวอิสระใหม่ๆ ที่ได้รับความนิยมกัน เช่น Blogger, Youtuber, นัก Review หรือทำธุรกิจอื่นๆ เองเป็นต้น อีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับคนยุคนี้ก็คือ ร้าน Multi-brand เงินลงทุนหลักๆ จะเป็นค่าเช่าสถานที่ที่ไม่มากจนเกินไป และจะได้รับคืนมาเป็นค่าเช่าพื้นที่ฝากขาย ทำให้มีความมั่นคงค่อนข้างสูง และที่สำคัญคือ มันเป็นธุรกิจที่อินดี้มากๆ เพราะ Concept ของร้าน แล้วแต่เจ้าของจะ Design ตั้งแต่การตกแต่ง, อารมณ์ของร้าน, Brand ที่จะนำมาลงขาย, สินค้าอะไรที่ต้องการ หรือไม่ต้องการ เห็นแล้วมันตอบโจทย์กับคำว่า อิสระทางความคิด และการใช้ชีวิตจริงๆ

 

โลกที่ไร้ซึ่งพรมแดน

เป็นสิ่งที่เอื้อทำให้ธุรกิจ Multibrand เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นอย่างมาก นึกภาพตามดูครับ ถ้าเราเปิดร้านอยู่จังหวัดเชียงใหม่ แต่เราต้องการเสื้อผ้าจาก Brand ที่ผลิตที่กรุงเทพฯ เราไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเดินทางลงไปเพื่อติดต่อแบบ face to face อีกแล้ว หากการตกลงสัญญา และเงื่อนไขจบ เราก็พร้อมรับของจากทางกรุงเทพฯ ได้ทันที หรือ ถ้าเรามองไกลยิ่งกว่านี้คือ Brand จากต่างประเทศหละ นั่นก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้เช่นเดียวกันสำหรับยุค Digital Disruption

 

เป็นจุด Start ให้กับ SME และช่องทางขายให้ธุรกิจอื่นๆ ได้

การแข่งขันธุรกิจในยุคนี้มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การทำการตลาดเพื่อเอาชนะใจลูกค้า เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตธุรกิจไปเสียแล้ว ดังนั้นเรื่องของ Cost เป็นสิ่งที่ต้องจัดการให้ดี ลงทุน 1 แต่ให้ได้ผลตอบแทน 10 หรือมากกว่า การฝากขายนอกจากจะได้ช่องทางการขายสู่มือลูกค้าที่มากขึ้น ประหยัดค่าเช่าเปิดร้านใหม่ ค่าพนักงาน ค่าบริหารต่างๆ แล้ว ที่สำคัญที่สุดเลยคือ Marketing ที่ทางร้านจะช่วยเสริม ให้กับทาง Brand ที่มาฝากขาย หรือนั่นคือการทำ Double Marketing ระหว่าง Brand เอง และ ร้านฝากขายนั่นเอง

 

เริ่มต้นได้ทันที

หากเป็นรูปแบบของการสร้างธุรกิจทั่วไป จะต้องผ่านการใช้เวลาวางแผน และเตรียมตัวก่อนจะเริ่มธุรกิจค่อนข้างนาน ยิ่งหากเป็นธุรกิจที่เน้น Value สร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรม อาจต้องกินเวลายาวนอนไปเป็นเดือนถึงปี ช่วงเวลาที่เสียไป คือต้นทุนค่าเสียโอกาส และจะเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ รุ่นใหม่ที่เริ่มต้นธุรกิจโดนพายุของแรงกดดันจากคนรอบข้าง ทั้งคำตักเตือน คำสอน หรือคำตำหนิต่างๆ มากมาย เช่น “เสียเวลาไปหลายเดือนแต่ยังไม่ได้เงินสักบาทเลย สู้เอาเวลาไปสมัครงานธุรกิจที่มั่นคงเสียดีกว่า….” เห็นภาพชัดเจนเลยถ้าเทียบกับ Multibrand แล้ว ที่สามารถเริ่มต้นได้เลยอย่างรวดเร็ว ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก และซับซ้อน

 

Work Life Balance และ อิสระภาพทางการเงิน

เป็นสิ่งที่ทุกๆ ต้องการจะมีในชีวิตอย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย ธุรกิจที่จะทำให้เราเป็นเสือนอนกินได้นั้น โดยส่วนมากแล้วจะเป็นที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับรายได้เป็นค่าเช่าที่มั่นคง High Risk – High Return ลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมาก ก็มีโอกาสเสียมาก แต่หากสำเร็จก็อาจจะมีอิสระภาพทางการเงินได้เลย… ธุรกิจ Multibrand เป็นการย่อขนาดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้อยู่ใน scale ที่เราสามารถทำได้ผ่านการเก็บค่าเช่าพื้นที่ฝากขาย และแน่นอนว่าธุรกิจนี้ต่อไปในอนาคต มีโอกาสที่จะทำให้คนรุ่นใหม่หลายๆ คนอาจกลายเป็นวัยรุ่นร้อยล้านกันได้

 

ทิ้งท้ายสักนิด…

ร้านค้า Multi-Brand นั้นแน่นอนว่าสร้างความได้เปรียบได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทั่วไป หรือร้านค้าแทบจะทุกแนวได้อย่างหลากหลายแล้ว หากยิ่งได้แพลตฟอร์มดีๆแบบ MultiOne ไปช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทางร้านแล้วล่ะก็รับรองได้เลยว่า เราจะเติบโตไปด้วยกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแน่นอน ทั้งหน้าร้านค้า แบรนด์ออนไลน์ และพวกเรา MultiOne ที่จะคอยพัฒนา สนับสนุน และแก้ไขทุกปัญหาที่เจอ พร้อมคอยเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดให้กับทุกธุรกิจเอง

 

Learn More

ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ? หากอยากเป็นร้าน Multibrand ที่ประสบความสำเร็จ

ร้านมัลติแบรนด์ ที่กำลังเริ่มกิจการใหม่นั้น ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ? หากอยากเป็น ร้านมัลติแบรนด์ ที่ประสบความสำเร็จ

multy chart shop

กลยุทธ์ multi-brand คือ วิธีการของบริษัทในการสร้าง กำหนดรูปแบบ และโฆษณาแบรนด์ต่างๆ 

โดยการใช้แบรนด์ การมีพอร์ตโฟลิโอผลงานของแบรนด์นั้น บริษัทสามารถเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มีคุณสมบัติและวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายและสามารถกำหนดเป้าหมายเฉพาะสำหรับลูกค้าและตลาดที่ต้องการได้

ร้านค้าควรพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยบางอย่างในแต่ละแบรนด์ ในกลยุทธ์ Multi-brand ซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ของแบรนด์ กลุ่มเป้าหมาย และความแตกต่างจากการแข่งขัน แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะต้องนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ซึ่งช่วยแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ 

องค์ประกอบที่สำคัญของกลยุทธ์ Multi-brand

ก่อนที่เราจะประสบความสำเร็จนั้นเราควรทราบถึงองค์ประกอบที่สำคัญก่อนที่

1.เป้าหมาย: กลยุทธ์ Multi-brand ช่วยทำให้ธุรกิจของคุณบรรลุเป้าหมาย ช่วยทำให้ธุรกิจทำเงินได้มากขึ้น การตัดสินใจกำหนดเป้าหมายเมื่อวางแผนกลยุทธ์ Multi-brand นั้นสามารถช่วยให้บริษัทของคุณนั้นทำการตลาด วางแผนการขายที่รอบคอบและมีเป้าหมายได้

2.ความสม่ำเสมอ: หากแบรนด์ของบริษัทในกลยุทธ์ Multi-brand มีความสอดคล้องกันในด้านคุณภาพ ภาพลักษณ์ และวัตถุประสงค์ ลูกค้าจะจดจำและนึกถึงได้ง่ายขึ้น การรักษาความสอดคล้องกันของแบรนด์ต่างๆ หลายๆแบรนด์ในบริษัท สามารถช่วยแยกความแตกต่างจากแบรนด์อื่นได้

3.การมีอารมณ์ร่วม: แบรนด์ในกลยุทธ์ Multi-brand สามารถดึงดูดอารมณ์หรือความรู้สึกที่แตกต่างกันเพื่อดึงดูดลูกค้าที่มีแตกต่างกันทางอารมณ์ เช่น แบรนด์ๆหนึ่งของบริษัทอาจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าแบรนด์อื่นๆ ซึ่งสามารถดึงดูดความรู้สึกของลูกค้าเกี่ยวกับการรักษ์สิ่งแวดล้อมได้

4.ความยืดหยุ่น: ในกลยุทธ์ Multi-brand ธุรกิจจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถแก้ปัญหา ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง และสถานการณ์อยู่เสมอ ซึ่งหมายถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อให้ทันกับเทรนด์ในปัจจุบันอยู่เสมอ

เคล็ดลับในการสร้างกลยุทธ์ multi-brand มีอะไรบ้าง

เคล็ดลับในการสร้างกลยุทธ์ Multi-brand มีอะไรบ้าง

เช็คความสามารถตัวเอง: ก่อนการสร้างกลยุทธ์ Multi-brand ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าเรามีทรัพยากรเพียงพอที่จะใช้เวลา ความพยายาม และเงินเพื่อสร้างแบรนด์ที่แยกกันจากการตลาด

การสร้างเป้าหมาย: การสร้างเป้าหมายสำหรับกลยุทธ์ Multi-brand จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถติดตามความคืบหน้าได้ โดยคำนึงถึงเป้าหมายตลอดกระบวนการทางการตลาด

การเลือกมูลค่าแบรนด์ของตัวเอง: ลูกค้ามักจะตอบรับในเชิงบวก หากแบรนด์มีหลักการ ความเชื่อ และค่านิยมที่ชัดเจน จะสามารถดึงดูดลูกค้าให้มาภักดีกับแบรนด์ของคุณได้

เน้นแบรนด์เฉพาะกลุ่ม: แบรนด์ต่างๆ มีมากมาย จึงเป็นความคิดที่ดีที่จะทำให้ลูกค้าเข้าใจถึงความแตกต่างในแต่ละแบรนด์ เน้นถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละแบรนด์เพื่อให้แบรนด์มีจุดเด่นของตัวเองและให้ประโยชน์ที่เฉพาะตัวให้ลูกค้าจะได้รับ

สร้างแบรนด์ของคุณ: สร้างแบรนด์แต่ละแบรนด์ ด้วยการนำไปใช้กับโลโก้ หน้าโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ ป้ายโฆษณา และอื่นๆ การตลาดประเภทนี้สามารถช่วยให้แบรนด์ดูเป็นทางการและทำให้ลูกค้าไม่เกิดความสับสนกัแบรนด์อื่นๆ

ดำเนินการวิเคราะห์คู่แข่ง: การวิเคราะห์คู่แข่งคือการประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่งที่แท้จริงและมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในบริษัท การวิเคราะห์นี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจอุปสรรคต่อความสำเร็จที่เป็นไปได้และวิธีก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้น

อะไรคือสิ่งที่ต้องเตรียมเพื่อให้ร้านค้าปลีก multi-brand ประสบความสำเร็จ?

        ด้วยความที่ว่าสินค้ามีหลายประเภท ร้าน multi-brand จึงสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและทันกับเทรนด์ใหม่ล่าสุดเสมอ ด้วยความหลากหลายของแบรนด์ที่คุณได้รับ ร้านของคุณจึงสามารถสร้างความเหนือกว่าในตลาดและคู่แข่งของคุณได้

        ลูกค้าจะเลือกร้านของคุณเสมอเนื่องจากการอัพเดทที่รวดเร็วและการปรับตัวสูงให้เข้ากับความต้องการของตลาด

โฆษณาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

        ด้วยแบรนด์ที่มากกว่าหนึ่งแบรนด์ในร้านค้าของคุณ คุณสามารถรับการสนับสนุนจากแบรนด์พาร์ทเนอร์ที่มาลงฝากขายในด้านการตลาด แทนที่จะโฆษณาด้วยตัวเอง คุณมีแบรนด์อื่นๆ โปรโมทภาพของคุณต่อผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ใช่เน้นแค่การโปรโมทร้านค้าของตัวเอง แต่ร้านค้าก็ควรโปรโมทสินค้าของแบรนด์ที่นำมาลงขายให้ดีด้วย

multibrand store blog

        นอกจากนี้ คุณยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมเพื่อแสดงจุดแข็งของคุณ พาร์ทเนอร์แบรนด์จำนวนมากถือว่าเป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีความน่าเชื่อถือได้ ความหลากหลายเป็นพ้อยหลักที่ทำให้ชนะใจลูกค้า ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและลดระยะเวลาการทำการตลาด

จัดระเบียบงบประมาณอย่างถูกต้อง

การให้ความร่วมมือกับแบรนด์อื่นจำนวนมากๆ นั้นยังหมายถึงการประหยัดทรัพยากรจำนวนมาก ที่ต้องจัดการให้เป็นระบบอีกด้วย

        1.ร้านค้าช่วยให้แบรนด์ออนไลน์ขายสินค้าได้มากขึ้น ดังนั้นจะมีค่าธรรมเนียมสำหรับแบรนด์อื่นๆที่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณดูแลและยกระดับร้านค้าให้มีระดับ และสไตล์ตรงตามแบรนด์ที่นำมาลงขายอยู่ด้วย ซึ่งการจัดการสินค้าและแต่ละแบรนด์ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญ

        2.ขั้นตอนต่อไป ในฐานะร้านค้าปลีก multi-brand คุณไม่จำเป็นต้องมีสินค้าคงคลัง เนื่องจากแต่ละแบรนด์จะมีพื้นที่จัดเก็บของตัวเอง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่และทรัพยากรบุคคลเพื่อติดตามและพัฒนาสินค้า แต่ร้านค้าก็ต้องมีการติดตาม คาดการณ์การเติมสินค้าและคัดเลือกสินค้าใหม่ๆ ที่ต้องการนำมาลงขายให้ดี

ได้รับอนุญาตจากแบรนด์ที่ให้ความร่วมมืออื่น ๆ

        จะไม่มีความหมายอะไรสำหรับร้านค้าที่มีผู้ค้าหลายรายที่ไม่มีแบรนด์ใดทำงานด้วย ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือติดต่อธุรกิจที่เลือกให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ และเสนอให้พวกเขาขายผลิตภัณฑ์ของพวกเขา

        การขออนุญาตจะชี้แจงกระบวนการและผลกำไรของแต่ละฝ่าย รวมทั้งเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างแบรนด์เพื่อหลีกเลี่ยงการโกง

สร้าง workflow สำหรับการสั่งซื้อและการจัดการจัดส่งสินค้า

workflow1

        เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น ควรจัดทำแผนครอบคลุมสำหรับคำสั่งซื้อและการจัดการจัดส่งสินค้า ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต่างๆ การติดตามธุรกรรมทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญ workflow ที่ชัดเจนยังช่วยให้คุณสร้างประสบการณ์ของลูกค้าที่น่าพึงพอใจ ซึ่งจะลดการเสียรายได้จากสินค้าขาด

เลือกแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เหมาะสมกับคุณ

        ด้วยความบูมของอีคอมเมิร์ซ การนำร้าน multi-brand ออนไลน์ จึงเป็นกลยุทธ์ของเจ้าของกิจการจำนวนมากในขณะนี้ การสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ซึ่งน่าเชื่อถือ ปรับขนาดได้ และปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้เลยหากมีบริการที่ไม่เสถียรกับผู้ใช้งาน

        ซึ่งทาง MultiOne เราก็มีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้งานแพลตฟอร์มในการใช้ Line OA ได้ ฟรี !!

ต้องทำอย่างไรถึงจะชนะในเกมค้าปลีก multi-brand ได้?

        ต่อไป ให้เราแสดงวิธีชนะ multi-brand game ด้วยการเตรียมการอย่างระมัดระวังและการเดินเกมอย่างชาญฉลาด คุณสามารถเพิ่มยอดขายได้สูงกว่าที่คุณคาดไว้

เข้าใจเป้าหมายของคุณ

        เป้าหมายสูงสุดของทุกธุรกิจคือ การทำให้ลูกค้าซื้อมากขึ้นและเราได้รับกำไร ดังนั้น หากคุณไม่เข้าใจลูกค้าของคุณ คุณจะไม่สามารถเอาชนะธุรกิจใดๆได้ สำหรับร้านค้าที่มีผู้ค้าหลายราย ปัญหานี้จะมีความรุนแรงกว่า: คุณขายผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ มากมาย แต่ถ้าหากพวกเขาไม่ตอบสนองต่อความต้องการของเป้าหมาย คุณจะไปต่อไม่ได้ มันจะเป็นปัญหาใหญ่ไม่เพียงแต่ธุรกิจของคุณอย่างเดียวแต่รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ของคุณด้วย ดังนั้นอย่าลืมทำการวิจัยผลิตภัณฑ์และการตลาดก่อนทำการตัดสินใจครั้งใหญ่

มั่นใจได้ถึงกระบวนการที่คล่องตัวและได้มาตรฐาน

รักษาคุณภาพการบริการ customer service quality

        จากการวิจัยพบว่า ลูกค้า 74% เดินจากไปเพราะว่า การบริการลูกค้าที่ไม่ดีและกระบวนการซื้อที่ยากลำบาก ในขณะที่เปอร์เซ็นต์เดียวกันตกหลุมรักแบรนด์สำหรับการสนับสนุนที่เป็นประโยชน์ ในฐานะที่เป็นร้านค้า multi-brand คุณควรรักษาคุณภาพการบริการอย่างสม่ำเสมอ

        การใช้งานเกตเวย์การชำระเงินที่ปลอดภัยและชาญฉลาดจะช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการเดินทางช้อปปิ้งที่ร้านค้าของคุณ

ตรวจสอบเป็นประจำ

        การจัดการแบรนด์ต่างๆ มากมายอาจเป็นงานที่เหนื่อย แต่อย่าลืมติดตามเป็นประจำ รายงานเพื่อตอบคำถามสำคัญ เช่น ‘มีสินค้าคงคลังหรือไม่’ หรือ ‘ประสิทธิภาพของแบรนด์ A ในเดือนนี้เป็นอย่างไรบ้าง’ ควรดำเนินการอย่างถี่ถ้วนเสมอ ข้อมูลนี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ในอนาคตของคุณ

        นอกจากนี้ การตรวจสอบบ่อยๆ ยังช่วยให้คุณอัปเดตและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในโลกสมัยใหม่ได้

        ร้านค้า multi-brand เริ่มคุ้นเคยกับผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการแก้ไขปัญหาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการลดต้นทุน จากความต้องการในทางปฏิบัติ คุณสามารถเลือกเส้นทางนี้เพื่อนำธุรกิจของคุณไปสู่ระดับใหม่ในการสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในตลาดได้

        แม้ว่าการจัดการร้านค้าปลีกหลายรายอาจเป็นเรื่องที่ยาก แต่เมื่อคุณเอาชนะความท้าทายไปได้ หน้าร้านค้าของคุณและแบรนด์ที่มาลงฝากขาย จะสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นจุดแข็งช่องทางหนึ่งที่ทำให้ร้านค้าอยู่เหนือคู่แข่ง ดังนั้นกลยุทธ์ Multi-brand จึงเป็นได้ทั้ง ทางแก้ไขปัญหา และความท้าทาย สำหรับร้านค้าในการเติบโตแบบก้าวกระโดด

         ผู้ค้าจำนวนมากเลือกใช้แพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมต่อกับหลายช่องทางเพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนการจัดการของร้านค้าหลายช่องทาง ด้วยวิธีนี้ เจ้าของร้านค้าสามารถรวมสินค้าคงคลังเข้ากับช่องทางการขายทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย และตรวจสอบทุกอย่างในที่เดียว

        ซึ่งจะขาดไปไม่ได้เลย MultiOne ระบบจัดการสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับร้าน Multi-brand ครบ จบในที่เดียว 

        หากสนใจร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ MultiOne คลิกที่นี่ เรามีแบรนด์สินค้า และ ร้านค้าพาร์ทเนอร์ ในระบบมากมายให้คุณเลือก พร้อมด้วยฟังก์ชั่นระบบหลังบ้านที่ครบครัน ช่วยให้การจัดโปรโมชั่นระหว่างร้านกับแบรนด์ เป็นเรื่องง่ายขึ้น.

และถ้าอยากติดตามการแนะนำของน้องมัลตี้ในเรื่องอื่น ๆ ล่ะก็ เข้าไปดูได้เลย ที่นี่  และ มารอติดตามกันว่า น้องมัลตี้จะเอาอะไรมาฝาก ในครั้งหน้าได้ ที่นี่

Learn More

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save