ข้อดีของการใช้ระบบ Cloud-based POS สำหรับร้านค้ารับฝากขาย

Cloud based POS ในระบบจัดการยุคใหม่ เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถเก็บข้อมูล และอัพโหลดไฟล์ต่างๆ เพื่อจัดเก็บไว้ในคลาวด์ออนไลน์ที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน เมื่อธุรกิจต่างก็ปรับตัวเข้าสู่ยุคออนไลน์ Cloud-based จึงเป็นเทคโนโลยีแบบใหม่ที่ถูกออกแบบและพัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกต่อธุรกิจมากยิ่งขึ้น

 

ทำไม Cloud-based POS กับ POS โดยทั่วไปจึงมีความแตกต่างกัน​?

Cloud-based POS คือ POS ที่ทำงานบนคลาวด์ ทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆ มาไว้ในส่วนกลางได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ง่านต่อการใช้งาน และการค้นหาข้อมูล ช่วยให้คุณประหยัดเวลา และเพิ่มพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากขึ้น 

 

หมดปัญหาการย้ายข้อมูลเมื่อต้องย้ายร้าน เพราะ POS ที่ทำงานผ่านคลาวด์จะเชื่อมต่อและอัพเดทข้อมูลต่างๆ ไปไว้ที่คลาวด์โดยอัตโนมัติเพียงแค่คุณเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต คุณก็จะสามารถอัพโหลดไฟล์ ดาวน์โหลดไฟล์ และย้ายข้อมูลได้เลยง่ายๆ

 

Cloud based POS ดียังไง ทำไมจึงสำคัญกับร้านค้ารับฝากขาย

สำหรับร้านค้ารับฝากขาย เมื่อมีจำนวนสินค้าในร้านเป็นจำนวนเยอะ ออเดอร์ ข้อมูลการซื้อขาย รายละเอียดสินค้าต่างๆ ก็จะเยอะตามกันไป การจัดเก็บข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดย Cloud-based สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ จึงเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการตอบสนองความต้องการของร้านค้านั่นเอง

 

แต่ POS ที่ทำงานผ่านคราวด์ก็ไม่ได้มีข้อดีเพียงเท่านี้ เพราะ Cloud based POS สามารถช่วยให้คุณจัดการร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

 

1. รวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้ที่คลาวด์ส่วนกลาง

จัดการข้อมูลได้ง่าย และปลอดภัย ข้อมูลถูกเก็บไว้ในรูปแบบคลาวด์ออนไลน์ ทำให้ยากต่อการเจาะข้อมูล มีการอัพเดทข้อมูลเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องแม้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์จะชำรุดก็ตาม

 

2. ทำให้ขายได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ขายง่าย ขายคล่อง เพราะเชื่อมต่อข้อมูลสินค้าจากฐานข้อมูลในร้านค้าโดยตรง สรุปยอดขาย และคำนวณราคาสินค้าได้ง่าย สามารถพิมพ์ใบเสร็จได้ทันที และตัดสต๊อกอัตโนมัติเมื่อมีการซื้อขายสำเร็จ ป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจากพนักงานขายในด้านต่างๆ

 

3. อัพเดทข้อมูลต่างๆ สม่ำเสมอ

รายงายข้อมูลต่างๆ แบบ Real-time เพียงแค่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะยอดขาย สต๊อกคงเหลือ ยอดขายย้อนหลังก็ตรวจสอบได้ง่ายๆ พร้อมอัพเดทสต๊อกทันทีเมื่อมีการขายสินค้าออกไป หมดปัญหาสต๊อกไม่ตรง ยอดขายไม่เป๊ะ

 

4. พัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง

มีการอัพเดท และพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงให้ระบบมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งอัพเดทฟังก์ชันต่างๆ ออกมาให้ตอบสนองความต้องการของร้านค้ามากที่สุด 

 

5. ใช้งานได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา บนทุกอุปกรณ์

ใช้งานได้ง่ายผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนคุณก็สามารถจัดการร้านค้าได้อย่างรวดเร็ว และสามารถใช้งานได้บนทุกอุปกรณ์เพียงแค่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต

 

Cloud-based POS ตัวช่วยให้คุณจัดการร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับร้านค้าในยุคปัจจุบัน การมีระบบจัดการที่ดี และตอบโจทย์เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง ระบบ POS ในปัจจุบันมีการพัฒนา และอัพเดทให้เหมาะสมกับร้านค้าต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ครอบคลุมหน้าร้านประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีก ร้านรับฝากขาย และร้านมัลติแบรนด์

 

การจะจัดการข้อมูลต่างๆ ภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลรายละเอียดสินค้า ราคา โปรโมชั่น ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลพนักงานและอื่น ๆ เป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อน ยิ่งมีข้อมูลมากเท่าไหร่ การจัดเก็บข้อมูลก็ยิ่งต้องมีความละเอียด รอบคอบและมีความปลอดภัยสูง

Cloud-based POS_ข้อดีของการใช้ระบบ Cloud-based POS สำหรับร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne เราให้บริการแพลตฟอร์มจัดการร้านค้าที่มีคุณภาพ มีระบบช่วยขายหน้าร้าน POS (Point of Sale System) ที่ตอบโจทย์ร้านค้าในยุคใหม่ มีการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยสูง มีฟังก์ชันการใช้งานระบบต่างๆ อีกมากมายที่จะช่วยให้การขายของคุณง่ายขึ้น

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

ระบบขายหน้าร้าน MultiOne เครื่องมือสำคัญตอบโจทย์ร้านค้าในยุคใหม่ 

ระบบขายหน้าร้าน เครื่องมือสำคัญสำหรับร้านค้ายุคใหม่ที่จะช่วยให้การจัดการร้านค้าของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน การเปิดร้านค้าทำเลดีอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การมีระบบหน้าบ้านที่ดี และมีระบบหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ร้านค้าประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตาม

 

ระบบการขายหน้าร้าน (Point of sale system) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ระบบ POS ตัวช่วยสำคัญสำหรับร้านค้า ถูกออกแบบและพัฒนามาจากระบบแคชเชียร์คิดเงินแบบเก่า ที่เน้นในด้านการคิดเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งนั่นอาจไม่เพียงพอสำหรับร้านค้าในยุคปัจจุบัน

 

ปัจจุบัน ระบบ POS ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่เป็นเพียงแค่เครื่องคิดเงินธรรมดา ทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยบริหารร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยระบบ POS จะเป็นตัวช่วยให้ร้านค้าจัดการร้านค้าได้อย่างลื่นไหล ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น และช่วยให้เจ้าของร้านไม่ต้องเหนื่อยจนเกินไปอีกด้วย

 

ระบบขายหน้าร้าน สำคัญอย่างไร แล้วเหมาะกับร้านค้าแบบไหนบ้าง?

หากคุณเดินเข้าไปซื้อของในร้านค้าขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ มากกว่า 80% คุณจะพบว่าร้านค้าต่าง ๆ มีการนำระบบ POS มาใช้ในการจัดการหน้าร้าน ทั้งในส่วนของการคิดเงิน การเช็คยอดขาย การเช็คสต๊อกคงเหลือ และการรายงานความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ภายในร้าน 

ระบบขายหน้าร้าน_ระบบขายหน้าร้าน MultiOne เครื่องมือสำคัญตอบโจทย์ร้านค้าในยุคใหม่

เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น เราขอยกตัวอย่างการใช้ระบบ POS ภายในร้านสะดวกซื้อ เมื่อลูกค้ามาซื้อสินค้าในแต่ละครั้ง ระบบจะทำการสรุปยอดคำสั่งซื้อ และทำการตัดสต๊อกสินค้าที่ทำการสั่งซื้อสำเร็จออกไปจากคลังสินค้า ทำให้ร้านค้าสามารถตรวจสอบยอดสต๊อกคงเหลือได้อย่างรวดเร็ว อัพเดทอย่างสม่ำเสมอ และยังสามารถตรวจสอบยอดขายทั้งหมดที่ได้รับในแต่ละวันได้ด้วยเช่นกัน

 

ดังนั้น ระบบ POS ตัวช่วยขายหน้าร้าน จึงเหมาะกับหน้าร้านประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ร้านมัลติแบรนด์ ร้านรับฝากขาย ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือห้างต่าง ๆ ที่มีการซื้อ-ขายสินค้านั่นเอง

 

แล้วระบบ POS ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณหรือไม่?

ร้านค้าที่กำลังสงสัย ระบบ POS ขายหน้าร้านดีหรือไม่? เหมาะสมกับร้านของเราหรือเปล่า? จำเป็นต่อร้านของเราแค่ไหน? วันนี้เราจะมาไขคำตอบกัน

ระบบขายหน้าร้าน_ระบบขายหน้าร้าน MultiOne เครื่องมือสำคัญตอบโจทย์ร้านค้าในยุคใหม่

สำหรับร้านค้า การมีระบบดี ๆ ที่ช่วยเรื่องการขายหน้าร้าน เปรียบเสมือนการมีทางลัดสู่ความสำเร็จ เพราะระบบ POS ไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบช่วยขายหน้าร้านเท่านั้น แต่ระบบ POS ยังสามารถเก็บข้อมูลความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ภายในร้านของคุณได้อีกด้วย

ซึ่งในปัจจุบัน ระบบ POS ได้รับการพัฒนาให้มีฟังก์ชันต่าง ๆ ตอบโจทย์การขายหน้าร้านมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะเปิดร้านมัลติแบรนด์ ร้านรับฝากขาย หรือร้านค้าปลีกก็ตาม

 

ระบบขายหน้าร้านที่ดี และตอบโจทย์การขายยุคใหม่ ควรทำอะไรได้บ้าง?

1.คิดเงินหน้าร้าน

ระบบ POS โดยส่วนใหญ่สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องสแกนบาร์โค้ดได้ เพียงแค่สแกนบาร์โค้ดหรือกรอกรหัสสินค้า ก็จะสามารถแสดงรายละเอียดสินค้าและสรุปยอดขายในแต่ละบิลได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลาและช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากไม่จำเป็นออกไป อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องรอนาน

 

2.รายงานและสรุปยอดขาย

สรุปยอดขายที่ร้านได้รับในแต่ละวันและย้อนหลัง เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ และจัดทำบัญชี โดยฟังก์ชันสรุปยอดขายของ MultiOne สามารถดูยอดขายได้ทั้งโดยรวม และแยกย่อยรายแบรนด์ เพื่ออำนวยให้คุณสามารถตรวจสอบยอดขายต่าง ๆ ได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น เหมาะสำหรับร้านฝากขาย ร้านมัลติแบรนด์ และร้านค้าที่มีแบรนด์สินค้ามากกว่าหนึ่งแบรนด์

 

3.ตรวจสอบสต๊อก

ในหลาย ๆ ครั้ง ร้านค้ามักเผชิญปัญหา สต๊อกไม่พอขาย เนื่องจากการคำนวณสต๊อกที่ผิดพลาด ทำให้เติมสต๊อกไม่ทัน มีสินค้าไม่เพียงพอต่อการขาย ฟังก์ชันตรวจสอบสต๊อกจึงเป็นฟังก์ชันที่สำคัญ และพัฒนามาเพื่อลดปัญหาสต๊อกขาด โดยการรายงานยอดสต๊อกคงเหลือภายในร้านของคุณนั่นเอง

 

สำหรับฟังก์ชันสต๊อกของ MultiOne นอกจากจะรายงานสต๊อกคงเหลือในแต่ละแบรนด์ ร้านค้าสามารถจัดการข้อมูลสินค้าและแบรนด์ที่ทำการฝากขาย รวมถึงจัดโปรโมชั่นร่วมกันกับแบรนด์ได้อีกด้วย

 

4.E-Commerce

ร้านค้าหลาย ๆ ร้านมีการขายทั้งออนไลน์และหน้าร้าน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการสินค้าและแบรนด์สินค้าร่วมกัน การเชื่อมต่อสต๊อกทั้งออนไลน์และหน้าร้านเข้าด้วยกัน จะช่วยให้ง่ายต่อการบริหารจัดการคลังสินค้าภายในร้านนั่นเอง

 

ทำไมระบบขายหน้าร้าน POS ถึงครองใจร้านค้าและเจ้าของกิจการ?!?

คุณเคยสงสัยหรือไม่ ทำไมระบบ POS ถึงครองใจเจ้าของร้านค้าหรือผู้ประกอบการในยุคใหม่ ระบบ POS มีข้อดียังไงกันนะ ทำไมถึงมัดใจเจ้าของร้านได้ขนาดนี้!!

  • ช่วยอำนวยความสะดวกให้การขายสินค้า และบริการ
  • ลดภาระด้านค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น
  • ลดภาระด้านการตรวจสอบทั้งยอดขาย และสต๊อก 
  • เพิ่มความแม่นยำ และละเอียดรอบคอบ
  • สรุปข้อมูลต่าง ๆ ให้เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น
  • ตรวจสอบยอดขาย ตรวจสอบสต๊อกได้ทุกที่ ทุกเวลา!! 

 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีหน้าร้าน และอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะสมัครใช้งานระบบ POS ดีมั้ย? จะคุ้มหรือเปล่า? เหมาะกับร้านของเรามั้ย? อยากให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องลังเลใจ และมาลองใช้งานระบบขายหน้าร้าน POS ของ MultiOne เพราะนอกจากจะช่วยจัดการร้านของเพื่อน ๆ MultiOne ยังมีฟังก์ชันต่าง ๆ อีกมากมายที่ตอบโจทย์ทุกการขายหน้าร้าน สนใจสมัครใช้งานได้เลย

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

ปัจจุบัน ธุรกิจต่าง ๆ มีอัตราการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างมาก การจะเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่เพียงอย่างเดียวผลตอบรับอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะเหตุนั้น ในหลายธุรกิจจึงมุ่งเน้นในด้านการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ CRM Loyalty Program เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าจากร้านของคุณซ้ำ และเกิดเป็นลูกค้าประจำ (Loyalty Customer) ต่อร้านของคุณนั่นเอง

 

Loyalty Program กลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญในการการสร้างลูกค้าประจำ

Loyalty Program เครื่องมือสำคัญที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารลูกค้าสัมพันธ์หรือ CRM โดย Loyalty Program จะเข้ามาช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและแบรนด์ของเรา จุดมุ่งหมายเพื่อมัดใจ เปลี่ยนจากลูกค้าขาจรให้กลายมาเป็นลูกค้าประจำ และรักษาฐานลูกค้าเดิมให้อยู่กับแบรนด์ไปนานๆ 

 

CRM ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยพัฒนาแค่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ แต่ยังเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ด้านการตลาดได้อีกด้วย เพราะการทำ CRM จะเป็นการเก็บข้อมูลด้านการใช้งาน การซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งข้อมูลที่ได้สามารถนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อที่จะสามารถเข้าใจและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น โดย Loyalty Program ที่เรามักจะเห็นกันได้บ่อยๆ ก็คือ ระบบสมาชิก ระบบสะสมแต้ม สิทธิพิเศษ Cashback และ Redeem เป็นต้น  

 

การทำงานของ Loyalty Program 

Loyalty Program ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจแต่ละประเภทแตกต่างกันไป แต่หัวใจหลักและความสำคัญของการทำ Loyalty Program ที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจกลับเหมือนกัน คือ

1.การรวบรวมฐานข้อมูลลูกค้า (Customer Database)

การเก็บรวบรวมข้อมูลลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือบริการ ถือเป็นขั้นตอนแรกที่มีความสำคัญ โดยส่วนใหญ่จะทำการเก็บข้อมูลจากการสมัครสมาชิก จะมีการเก็บข้อมูลในส่วนของชื่อ นามสกุล อายุ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ ข้อมูลการติดต่อ E-mail เป็นต้น เมื่อทราบข้อมูลพื้นฐานของลูกค้าแล้ว เราสามารถนำข้อมูลฐานลูกค้าที่ได้ทำการรวบรวมเอาไว้มาทำการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสินค้า และบริการของผู้บริโภคได้อย่างละเอียด และสามารถนำข้อมูลที่ได้มาแบ่งกลุ่มลูกค้าได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

การรวบรวมฐานข้อมูลลูกค้า_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

2.การแบ่งกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation)

เมื่อเรารวบรวมฐานข้อมูลลูกค้าได้เป็นที่เรียบร้อย เราสามารถนำข้อมูลของลูกค้ามาแบ่งแยกกลุ่มตามความสนใจ โดยการแบ่งกลุ่มลูกค้าสามารถแบ่งกลุ่มได้หลายรูปแบบตามความต้องการ การแบ่งกลุ่มลูกค้าจะช่วยให้สามารถสื่อสารถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการจัดทำโปรโมชั่นสำหรับกระตุ้นการขายที่จะช่วยให้กระตุ้นได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่ม

การแบ่งกลุ่มลูกค้า_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

3.การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า (Interaction)

หลังจากเก็บรวบรวมข้อมูลและแบ่งกลุ่มลูกค้า แบรนด์สามารถนำข้อมูลที่ได้มาทำการตลาดเฉพาะเจาะจงลูกค้าในแต่ละกลุ่มลูกค้าได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) นั่นเอง สำหรับในแต่ละธุรกิจ กลยุทธ์ที่ใช้ในการมัดใจลูกค้าก็อาจจะแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม แต่สิ่งสำคัญคือการสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า และเพื่อทำให้ลูกค้าของเราเกิดความรู้สึกพิเศษ 

การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

Loyalty Program กับผลดีทางธุรกิจ

ประโยชน์หลัก ๆ จาก Loyalty Program คือการใช้ข้อมูลของลูกค้ามาต่อยอดทางธุรกิจ โดยการนำข้อมูลที่ได้รับจากฐานข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์และศึกษาหาแนวทางในการสร้างความถึงพอใจให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อธุรกิจดังนี้

  • แบ่งกลุ่มลูกค้า เพื่อที่จะสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ฐานข้อมูลของลูกค้า จะช่วยทำให้เราสามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้าต้องการอะไร บริการหรือสินค้าแบบไหนที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม โปรโมชั่นหรือแคมเปญที่จะช่วยดึงดูดลูกค้ามากที่สุด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถวางแผนพัฒนาธุรกิจให้เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้นนั่นเอง

แบ่งกลุ่มลูกค้า_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

  • ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้า และบริหารอย่างสม่ำเสมอ

ระบบสมาชิก ระบบสะสมแต้ม สิทธิประโยชน์ต่างๆ จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าหรือบริการอย่างสม่ำเสมอ 

ระบบสมาชิก_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

  • เกิดความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty)

เมื่อลูกค้าเกิดความประทับใจอย่างต่อเนื่อง และความรู้สึกพึงพอใจต่อแบรนด์ สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าเกิดความภักดีต่อแบรนด์ของเราในที่สุด ซึ่งจะส่งผลลัพธ์ในทางที่ดีต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อลูกค้ามีทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์ มีความยินดีที่พูดคุยบอกต่อเกี่ยวกับแบรนด์ที่ชอบและพร้อมปกป้องแบรนด์เมื่อมีข่าวเสียหายเกิดขึ้น

เกิดความภักดีต่อแบรนด์_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

ประเภทของ Loyalty Program 

ในปัจจุบัน Loyalty Program สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

1.บัตรสะสมคะแนน

บัตรสะสมคะแนนหรือการสะสมพอยท์ (Point) นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เมื่อลูกค้าซื้อของตามเงื่อนไขที่กำหนด จะได้รับคะแนนหรือพอยท์ตามเกณฑ์ที่กำหนด เมื่อสะสมจนครบก็สามารถนำคะแนนหรือพอยท์ที่ได้รับมาแลกส่วนลด ของรางวัลได้ 

บัตรสะสมคะแนน_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

2.เงินคืน (Cashback)

สำหรับ Loyalty Program ประเภทนี้ ลูกค้าจะได้รับเงินคืน และสามารถสะสมเพื่อใช้ในครั้งต่อไปได้ เช่น การรับเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตต่างๆ การรับเงินคืนเมื่อซื้อสินค้าตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการกลับมาซื้อของที่ร้านซ้ำนั่นเอง

เงินคืน_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

3.การแบ่งระดับสมาชิก

การแบ่งระดับสมาชิก จะจัดลูกค้าตามหมวดหมู่หรือระดับ เช่น การแบ่งระดับลูกค้าตามยอดการซื้อสะสม ซึ่งอาจจะแบ่งได้เป็น Classic สำหรับลูกค้าทั่วไป, Silver สำหรับลูกค้าที่มียอดสะสมครบ 5,000 บาท, Gold สำหรับลูกค้าที่มียอดสะสมครบ 8,000 บาท และ Platinum สำหรับลูกค้าที่มียอดสะสม 12,000 บาท เป็นต้น

การแบ่งระดับสมาชิก_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

4.แสตมป์บัตร

บัตรสะสมแสตมป์เป็นที่นิยมมากในร้านเครื่องดื่ม เบเกอร์รี่และร้านสะดวกซื้อ โดยจะทำการสะสมตามยอดหรือจำนวนของสินค้าที่ซื้อในแต่ละครั้ง ตัวอย่างเช่น เมื่อซื้อเครื่องดื่มหนึ่งแก้วจะได้รับแสตมป์หนึ่งดวง และเมื่อสะสมครบสิบดวงก็สามารถแลกรับเครื่องดื่มฟรีหนึ่งแก้ว 

แสตมป์บัตร_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

5 เหตุผลที่ทำให้ CRM ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยม

1.ใช้งานง่าย

ระบบถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย และสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและถูกต้อง รองรับทุกการใช้งาน สะดวกและประหยัดเวลา

2.นำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงใจ

สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า นำเสนอด้วยวิธีการใหม่ ๆ เพื่อสร้างความน่าจดจำให้กับแบรนด์ 

3. สร้างสิทธิพิเศษเฉพาะบุคคล

สร้างความประทับใจสุดพิเศษและเหนือความคาดหมาย ด้วยการมอบสิทธิพิเศษเฉพาะบุคคล แสดงออกถึงความใส่ใจรายละเอียดต่อลูกค้า เพื่อทำให้ลูกค้าติดใจ และกลับมาซื้อสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง

4. เก็บข้อมูลและพัฒนาอยู่เสมอ

CRM Loyalty Program คือการเก็บรวบรวมข้อมูล ความคิดเห็น ความพึงพอใจจากลูกค้าที่มีต่อสินค้าและบริการ เพื่อที่จะนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาและปรับปรุงธุรกิจให้ดีขึ้น ให้ตรงตามพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า

5.สร้างความพิเศษให้แบรนด์เป็นมากกว่าสินค้าและบริการ

เพื่อเพิ่มคุณค่าที่แท้จริงให้กับแบรนด์ การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเกิดความลังเลใจและเสียดายหากเลิกซื้อสินค้าและบริการไป สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความ Loyalty ให้กับแบรนด์ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับธุรกิจ

 

CRM Loyalty Program กับธุรกิจของคุณ

ในปัจจุบัน ธุรกิจต่าง ๆ มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น การจะจับจุดเพื่อที่จะมัดใจลูกค้าด้วยการทำ CRM จึงมีความสำคัญ เพราะนอกจาก CRM จะช่วยกระตุ้นยอดขาย การนำ CRM Loyalty Program มาใช้จะช่วยให้ลูกค้าประทับใจมากขึ้นจากประสบการณ์และสิทธิพิเศษที่ได้รับ อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนลูกค้าจากขาจรให้มาเป็นลูกค้าขาประจำ โดยการกลับมาซื้อสินค้าและบริการซ้ำ สร้างความภักดีต่อแบรนด์ของเรา และ CRM ยังมีส่วนช่วยด้านการทำการตลาดและพัฒนาสินค้าของเราให้ตอบโจทย์ความต้องการจากพฤติกรรมที่ใช้งานของลูกค้า

 

การทำ CRM สำหรับร้านค้าและแบรนด์ สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการใช้ระบบสมาชิกในการสะสมแต้ม แลกพอยต์ สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้ารายบุคคล ซึ่งแอบกระซิบว่า MultiOne แพลตฟอร์มของเราก็มีฟีเจอร์ในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน 

ไม่ว่าจะสะสมแต้ม โปรโมชั่น สิทธิพิเศษ หรือจัดการข้อมูลสมาชิก ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วให้ร้านของคุณ เปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นลูกค้าประจำด้วยฟังก์ชัน Customer ของ MultiOne

 

บทความแนะนำ

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

Learn More

ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

ในปัจจุบัน ร้านค้าหลายร้านต่างปรับตัว และเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้จากพื้นที่ภายในร้าน โดยเปลี่ยนให้พื้นที่ว่าง ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับสร้างมูลค่า สำหรับโมเดลธุรกิจเช่นนี้เราจะคุ้นเคยกันในชื่อธุรกิจ “รับฝากขาย” สินค้านั่นเอง

 

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับธุรกิจ “รับฝากขาย” สินค้ากันก่อนดีกว่า 

ธุรกิจรับฝากขายคืออะไร ?

ธุรกิจฝากขาย หรือการฝากขายสินค้า คือการที่แบรนด์สินค้านำสินค้าไปลงฝากขายที่ร้านค้า หรือหน้าร้าน เพื่อเพิ่มช่องทางในการกระจายสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยที่แบรนด์สินค้าไม่ต้องลงทุนเปิดหน้าร้านหรือจ่ายค่าเช่าที่ในราคาสูง ทำให้แบรนด์ลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านการเปิดหน้าร้านไป เหมาะสำหรับแบรนด์สินค้า ทั้งแบรนด์เล็กและแบรนด์ใหญ่ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นแบรนด์ออนไลน์นั่นเอง

ธุรกิจรับฝากขายคืออะไร ?_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

สำหรับหน้าร้าน การรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ต่าง ๆ นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้า การมีแบรนด์มาร่วมลงฝากขายสินค้าเป็นจำนวนมากจะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้สินค้าภายในร้านค้ามากยิ่งขึ้น และที่สำคัญ ร้านค้าไม่ต้องจ่ายค่าสต๊อกสินค้าหรือค่าขนส่งสินค้า ทำให้ต้นทุนด้านการสต๊อกและการจัดการสินค้าลดลงอีกด้วย

 

การเปิดร้านค้ารับฝากขาย นอกจากการมีหน้าร้านแล้ว การมีระบบจัดการดี ๆ ที่เป็นเครื่องมือสำหรับช่วยจัดการหน้าร้านก็สำคัญ เพื่อลดขั้นตอนและจัดการร้านได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ระบบจัดการหน้าร้านก็ต้องตอบโจทย์และครอบคลุมการเปิดหน้าร้านของคุณใช่มั้ยล่ะ ?

แล้วระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายที่เหมาะสม ควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง วันนี้มาไขคำตอบพร้อมกันกับน้องมัลตี้!

 

1.ฟังก์ชันแสดงผลและสรุปข้อมูลในหน้าเดียว (Dashboard)

เริ่มต้นด้วยฟังก์ชันแรก คือฟังก์ชันการสรุปข้อมูลและแสดงผลในหน้าจอเดียว เพื่อให้ร้านค้าสามารถดูข้อมูลแล้วสามารถเข้าใจได้ในทันที โดยฟังก์ชัน Dashbord ของ MultiOne ของเรา จะแสดงข้อมูลยอดขายแยกย่อยในแต่ละแบรนด์ และสามารถแสดงข้อมูลยอดขายได้ทั้งรายวันและรายเดือน แสดงค่า GP และรายรับในแต่ละช่องทาง ช่วยอำนวยความสะดวกและเข้าใจง่าย ประหยัดเวลาให้คุณมากขึ้น เพราะเราสรุปยอดขาย และข้อมูลสำคัญให้คุณไว้ในหน้าเดียว

ฟังก์ชันแสดงผลและสรุปข้อมูล_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

2.ฟังก์ชันรายงานยอดขาย

สำหรับการทำธุรกิจ การตรวจสอบยอดขายเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น ฟังก์ชันที่ขาดไปไม่ได้คือฟังก์ชันรายงานยอดขาย ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สามารถตรวจสอบผลประกอบการ ยอดขาย รายรับที่ร้านค้าได้รับในแต่ละครั้งได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อีกด้วย ฟังก์ชันรายงานยอดขายสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการทำธุรกรรมทางการเงิน การยื่นภาษี และอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการทำธุรกิจอีกด้วย

ฟังก์ชันรายงานยอดขาย_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

3.POS ฟังก์ชันคิดเงินสำหรับร้านรับฝากขาย

POS เป็นฟังก์ชันสำหรับการคิดเงินหน้าร้าน สามารถบันทึกรายรับจากการขายสินค้าในแต่ละครั้งได้ และจะแสดงทั้งข้อมูลสินค้า ยอดคงเหลือ ช่องทางการชำระเงิน ข้อมูลการชำระเงิน และรายละเอียดต่าง ๆ ของสินค้า โดยระบบ POS ของ MultiOne สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องสแกนบาร์โค้ดได้ จึงทั้งช่วยอำนวยความสะดวก และช่วยประหยัดเวลาให้ร้านของคุณมากขึ้น 

ฟังก์ชันPOS_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

4.ฟังก์ชัน Member

ฟังก์ชันสมาชิก เป็นฟังก์ชันสำหรับการจัดการข้อมูลลูกค้า ซึ่งเป็นกระบวนการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าหรือที่รู้จักกันในชื่อ CRM (Customer Relationship Management) ฟังก์ชันสมาชิกมีความสำคัญในส่วนของการจัดการข้อมูลลูกค้า การสะสมแต้มหรือคะแนน สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าจากร้านของคุณซ้ำนั่นเอง 

ฟังก์ชันmember_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

ฟังก์ชันจัดการข้อมูลลูกค้า_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

5.ฟังก์ชันจัดการ Stocks สำหรับร้านรับฝากขาย

เมื่อระบบฝั่งหน้าร้านพร้อม การจัดการระบบหลังบ้านก็สำคัญ ฟังก์ชันการจัดการสต๊อกเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันสำคัญที่จะช่วยให้ร้านค้าสามารถจัดการสินค้าได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น สำหรับร้านรับฝากขาย การจัดการสต๊อกจะมีความยุ่งยากและละเอียดมากขึ้น เนื่องจากมีสินค้าจากแบรนด์ต่าง ๆ มากมายหลายแบรนด์ สินค้าหลายประเภท การจะจัดการสต๊อกครั้งละจำนวนมากและหลายแบรนด์ อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้หากร้านของคุณเลือกใช้ระบบที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น มัลตี้จึงอยากแนะนำระบบ MultiOne ระบบของเราออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเปิดร้านรับฝากขาย สามารถจัดการสต๊อกสินค้าแยกย่อยเป็นรายแบรนด์ได้ และสามารถจัดการข้อมูลหรือจัดการแบรนด์สินค้าที่ทำการฝากขายกับร้านของคุณได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้คุณจัดการร้านรับฝากขายได้ง่ายและสะดวกมาขึ้น

ฟังก์ชันจัดการstock_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

6.E-Commerce

ปัจจุบัน ร้านค้าหลาย ๆ ร้านมีการเพิ่มช่องทางการขายทั้งจากหน้าร้าน และทางออนไลน์ ฟังก์ชันที่สำคัญสำหรับร้านค้ารับฝากขายยุคใหม่ก็คงหนีไม่พ้น E-Commerce หรือการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยในส่วนของฟังก์ชันอีคอมเมิร์ซ MultiOne ของเราก็มีฟังก์ชันตัวนี้ให้บริการ ซึ่งเราจะช่วยเชื่อมต่อสต๊อกจากหน้าร้านของคุณ กับสต๊อกบน Line OA ให้คุณสามารถจัดการสต๊อกสินค้าจาก Line OA ได้ทั้งโดยรวม และแยกรายแบรนด์ ทั้งยังสามารถกำหนดช่องทางการขนส่ง และช่องทางการชำระเงินด้วยตัวเองได้ในที่เดียว

e-commerce_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

7.ค้นหาแบรนด์สินค้า

สำหรับร้านค้าที่สนใจรับฝากขาย การติดต่อหาแบรนด์สินค้าอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก ดังนั้น ฟังก์ชันสำคัญที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ร้านรับฝากขายสินค้านั่นก็คือฟังก์ชันค้นหาแบรนด์ ซึ่งจะช่วยให้ร้านสามารถค้นหาแบรนด์สินค้าได้ง่ายขึ้น โดยสามารถค้นหาได้จากชื่อแบรนด์ หรือประเภทสินค้าที่ต้องการ ในส่วนของฟังก์ชันค้นหาแบรนด์สินค้า MultiOne ของเราก็มีให้บริการ โดยนอกจากจะค้นห้าแบรนด์สินค้าที่สนใจรับฝากขายได้แล้ว เมื่อทำการติดต่อกับแบรนด์เรียบร้อย ร้านสามาถจัดการเชื่อมต่อกับแบรนด์ที่ต้องการฝากขาย ผ่านแพลตฟอร์มของเราได้เลย โดยร้านและแบรนด์สามารถจัดการส่งสินค้าให้กันได้ทันที หลังจากมีการ Match เกิดขึ้น และหากต้องการยกเลิกการ Match ก็สามารถยกเลิกผ่านแพลตฟอร์มได้เลย ง่ายและสะดวกใช่ไหมละ

มาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจระบบจัดการร้านค้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การฝากขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ MultiOne Platform ของเรานั่นเอง! เพราะระบบเรามีครบทุกฟังก์ชันที่ร้านค้ารับฝากขายต้องการ เรามีทีมงานที่คอยพัฒนาระบบ และอัพเดทฟังก์ชันต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การขายทุกรูปแบบในอนาคต ช่วยให้จัดการร้านค้าได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องคิดเงินแพง ๆ อีกด้วย

MultiOne Platform ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ที่จะช่วยให้คุณจัดการร้านค้ารับฝากขาย ใช้งานง่าย สะดวก และรวดเร็ว หมดกังวัลปัญหาหลังการขาย เพราะเรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำ

 

สมัครเลยตอนนี้ พร้อมรับประสบการณ์การขายแบบใหม่ ไม่ว่าจะการขายแบบไหนก็เอาอยู่!

 

บทความแนะนำ

อยากเป็น ร้านค้ามัลติแบรนด์ ที่ประสบความสำเร็จต้องรู้อะไรบ้าง?

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนมาเป็นร้าน Multi-Brand !?

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

7 ไอเดีย การถ่ายรูปโปรโมทสินค้า ให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

การถ่ายรูปโปรโมทสินค้า ปัจจัยหลักที่สำคัญคือตัวสินค้าหรือบริการ แต่ถ้าหากคอนเทนต์ไม่ปัง รูปภาพไม่น่าสนใจ ลูกค้าก็อาจจะเมินเราได้ เพื่อให้สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ง่าย โดยใช้เวลารวดเร็ว เห็นปุ๊บ ลูกค้าชอบปั๊บ “การถ่ายรูป” จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญในการโปรโมทสินค้า

ไม่ว่าจะเปิดร้านขายสินค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม หรือเบเกอร์รี่ สิ่งหนึ่งที่จะดึงดูดลูกค้าได้ตั้งแต่แรกพบคือ “สินค้า” แต่สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ เมื่อผู้บริโภคไม่สามารถสัมผัสสินค้าได้จริง รูปถ่ายสินค้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภค

การมีรูปถ่ายสินค้าที่สวย ดึงดูดและโดดเด่นมากกว่าคู่แข่ง นอกจากจะสร้างความน่าสนใจแล้วยังช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่สินค้าของคุณในการที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งจากยอดไลก์ ยอดแชร์ ยอดขาย หรือกระแสที่ได้รับ 

 

ดังนั้น เพื่อไม่ให้คุณต้องพลาดไอเดียดี ๆ วันนี้น้องมัลตี้และทีมงาน MultiOne จะมาแชร์ 7 ไอเดีย การถ่ายรูปโปรโมทสินค้า ให้น่าดึงดูด เพิ่มยอดขายให้ปัง ด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้

การถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

1. เทคนิค การถ่ายรูปโปรโมทสินค้า ด้วยกฎ 3 ส่วน (Rule of Third) และ จุดตัด 9 ช่อง 

เทคนิคกฎ 3 ส่วน และ จุดตัด 9 ช่อง ถือได้ว่าเป็นเทคนิคพื้นฐาน ที่เหมาะกับการสร้างงความสมดุล (balance) ในการจัดองค์ประกอบของรูปถ่าย และยังเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากๆ ในการถ่ายรูปสินค้า วัตถุ องค์ประกอบ หรือแม้กระทั่งบุคคล หากใช้แรกๆ อาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่หากใช้ไปจนชินแล้วล่ะก็ จะทำให้การถ่ายภาพของเราค่อยๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน

โดยกฎ 3 ส่วน (Rule of Third) คือการแบ่งรูปภาพออกเป็นสามส่วน โดยสามารถแบ่งได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน เมื่อเราแบ่งภาพออกเป็นสามส่วน ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ภาพของเราจะแบ่งเป็น 3×3 ซึ่งจะได้เป็นช่องจำนวนเก้าช่อง โดยเทคนิคนี้ จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับรูปภาพ และช่วยให้สามารถจัดองค์ประกอบของรูปภาพได้ดี ทำให้วัตถุที่เราต้องการจะเน้น มีความโดดเด่นขึ้นหรือเรียกได้ว่าเป็น จุดนำสายตา ของภาพนั่นเอง เพียงแค่จัดวางวัตถุหรือสินค้าให้อยู่บริเวณตำแหน่งจุดตัดในตารางมากที่สุด ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องวางเป๊ะๆ ทุกครั้ง

แต่การถ่ายภาพนั้นก็ต้องมีการจัดตำแหน่งที่ดี เช่น การวางสัดส่วนพื้นที่ ที่ดูมีน้ำหนักมาก หรือสีมืดกว่า กับน้ำหนักเบากว่าหรือสีอ่อนกว่า ในอัตรา 3 ช่อง ต่อ 6 ช่อง เพื่อเพิ่มความสมดุลขององค์ประกอบโดยรวมขึ้นได้อย่างมาก อาจมีการจัดแนวของเส้นตารางกับแนวถ่ายของรูปเพื่อให้เกิดความชัดเจนของจุดสนใจให้ดูลงตัว และไม่ขัดกับองค์ประกอบรอบข้างอีกด้วย

สำหรับมือใหม่ ที่ไม่มีกล้องโปรสำหรับถ่ายรูป รู้หรือไม่ โทรศัพท์มือถือก็สามารถถ่ายรูปโดยใช้ตารางเก้าช่องได้เช่นกัน แถมใช้งานง่าย สะดวกและรวดเร็ว แค่เปิดโหมด Grid Line เพียงแค่นี้ก็สามารถถ่ายรูปสินค้าได้มีประสิทธิภาพ และน่าสนใจขึ้นได้ง่ายๆ แม้จะเป็นมือใหม่ หัดถ่ายก็ตาม

ถ่ายรูปด้วยกฏ3ส่วน_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

2. การถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้ปัง ควรเลือกใช้แสงให้เป็น

ในการถ่ายรูปสินค้า นอกจากการจัดวางสินค้าที่จะช่วยให้สินค้าเด่นขึ้น การเลือกใช้แสงให้เป็นก็สำคัญ แสงในภาพ มีผลต่อความรู้สึก และความเด่นของสินค้า เทคนิคการเลือกใช้แสง สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแสงธรรมชาติ และแสงไฟจากสตูดิโอ โดยการใช้แสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลา ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมจึงสำคัญ หากต้องการโทนรูปภาพสีอุ่น น้องมัลตี้แนะนำให้เลือกใช้แสงธรรมชาติในช่วงเวลาเช้า หรือเย็น เพราะแสงแดดอ่อนๆ จะทำให้รูปถ่ายที่ได้มามีความอบอุ่น และนุ่มนวลกว่าช่วงเวลาอื่น และควรหลีกเลี่ยงแสงในช่วงเที่ยงหรือบ่าย เพราะแสงที่จ้าจนเกินไป อาจทำให้ภาพถ่ายที่ได้มีความแข็งกระด้าง เงาเข้มชัด

แต่สำหรับใครที่ไม่สะดวกใช้แสงธรรมชาติ การถ่ายรูปจากสตูดิโอก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีไม่แพ้กัน เพราะการถ่ายรูปในสตูดิโอ เราสามารถจัดไฟและควบคุมแสงได้ โดยอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ก็มีเยอะมากมายให้เลือกใช้งาน สามารถประยุกต์ได้ตั้งแต่มือใหม่จนมือโปรเชียวล่ะ!

นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของแสงนุ่ม และแสงแข็ง แสงนุ่ม คือ แสงที่มากจากแหล่งกำเนิดขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้แสงดูอ่อนนุ่ม อ่อนโยน และมีเงาน้อยลง แสงแข็ง คือ แสงที่มาจากแหล่งกำเนิดแสงที่มีขนาดเล็ก พื้นที่การให้แสงเล็กกว่าขนาดของสินค้า ส่องเข้าสินค้าโดยตรง ทำให้เห็นเงามืดของภาพถ่ายได้ชัดเจน

การจัดแสง_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

การเลือกใช้แสง_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

3. เลือกพื้นหลังของภาพให้ดี ไม่มีจม ไม่มีดร็อป

การจะทำให้สินค้าโดดเด่น พื้นหลังก็สำคัญ การเลือกพื้นหลังให้เหมาะสม และเพิ่มพื้นที่ว่างรอบๆ ให้แก่สินค้า จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม การปล่อยให้รอบๆ สินค้ามีพื้นที่ว่าง จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้แก่สินค้า และพื้นที่ว่างโดยรอบจะช่วยให้เกิดจุดพักสายตา ทำให้รูปภาพไม่รกจนเกินไป

จะเห็นได้ชัด เมื่อต้องเพิ่มรายละเอียดหรือข้อความลงบนรูปภาพ หากพื้นหลังของรูปมีรายละเอียดมากจนเกินไป นอกจากสินค้าจะไม่เด่น ข้อความที่เราต้องการจะสื่อก็อาจจะจมไปกับรูปภาพ

และเพื่อความสบายตา การเลือกใช้พื้นหลังสีเรียบ รายละเอียดไม่เยอะจนดูรก มีพื้นที่ว่างโดยรอบเพื่อเพิ่มความเด่นให้กับสินค้า จะช่วยให้ลูกค้าสามารถรับสารที่เราจะสื่อได้อย่างครบถ้วนและชัดเจนขึ้นอีกด้วย

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญสำหรับการถ่ายภาพสินค้าก็คือ contrast ที่ใช้ในการแยกสินค้ากับพื้นหลังโดยใช้คู่สีที่เข้ากันได้ลงตัวเช่น แดงกับเขียว  น้ำเงินกับส้ม หรือเหลืองกับม่วง ซึ่งสามารถช่วยเสริมให้ภาพสินค้าออกมาดูดี โดดเด่นได้โดยมีสีที่ตัดกัน

เลือกพื้นหลังของภาพให้ดี_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

4. ถ่ายรูปให้ชัด ต้องห้ามซูม

ความละเอียดคมชัดของภาพ นอกจากจะทำให้ภาพสินค้าสวย และดูน่าซื้อ ยังช่วยทำให้เราดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นอีกด้วย หากต้องการถ่ายภาพในรูปแบบ Close-up หรือภาพถ่ายระยะใกล้ การซูมภาพก่อนถ่ายอาจทำให้ได้คุณภาพของรูปถ่ายที่ได้รับไม่เหมาะสม และรูปภาพที่ได้ก็อาจจะแตกจนมองรายละเอียดไม่ชัดเจน ดังนั้น ถ้าหากต้องการถ่ายรูประยะใกล้ หรือต้องการรายละเอียดบางส่วน การ Crop รูปจึงเป็นเลือกที่ดี นอกจากจะได้รูปภาพตามที่ต้องการ รายละเอียด และความชัดของรูปภาพก็ยังเหมือนเดิมอีกด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือขนาดของภาพถ่ายสินค้า การเลือกลงภาพที่ขนาดเหมาะสมกับแต่ละช่องทางก็ช่วยให้คุณภาพของรูปไม่ลดลง และมีความเป็นระเบียบ สวยงามมากยิ่งขึ้น

ถ่ายรูปให้ชัด_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

5. การถ่ายรูปอย่างเดียวไม่พอ ต้องแต่งรูปให้เป็น

ในบางครั้ง การตกแต่งรูป ปรับแต่งโทนสีก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ และสื่อสารออกมาได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ได้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง การแต่งรูปภาพ การเพิ่มสีสัน การปรับโทนรูปในรูปแบบต่างๆ เมื่อลงสื่อโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ อาจช่วยเรื่องการสร้างความสะดุดตาให้แก่สินค้าของคุณเพิ่มขึ้น แต่อย่าแต่งรูปจนไม่ตรงปกล่ะ เพราะอาจทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคเข้าใจในตัวสินค้าผิดได้ เช่น การแต่งสีเสื้อผ้าจนสีในรูปและสินค้าจริงไม่ตรงกัน อาจเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคได้นะ

แต่งรูปให้เป็น_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

6. ถ่ายให้ครบ เก็บทุกมุม

การนำเสนอภาพถ่ายสินค้าในมุมมองต่างๆ ให้ลูกค้าได้เห็นรายละเอียดที่ชัดเจนก็สำคัญ สินค้าบางอย่าง การถ่ายรายละเอียด ดีเทลเล็กๆ จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

โดยเฉพาะการขายสินค้าออนไลน์ การนำเสนอสินค้าแค่มุมเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรถ่ายสินค้าทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลังเพื่อให้เห็นรายละเอียดต่างๆ อย่างครบถ้วน การถ่ายรูปสินค้าเดี่ยวๆ ในหลายมุมนี้เอง ทำให้ผู้บริโภคทราบถึงรายละเอียดที่ชัดเจน และเข้าถึงคุณภาพของสินค้าเราได้ดีมากยิ่งขึ้นแม้ไม่ได้สัมผัสสินค้าจริง

ทริคเล็กๆ จากน้องมัลตี้ การถ่ายรูปสินค้าขณะใช้งานจริง ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะบางครั้ง การถ่ายรูปสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้บริโภคอาจลังเลต่อการใช้งาน และเกิดความไม่มั่นใจต่อสินค้า

ถ่ายภาพสินค้าในมุมมองต่างๆ_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

7. จัดวางโลโก้บนรูปภาพให้ดี ถูกตำแหน่ง 

มาถึงข้อสุดท้าย การจัดวางโลโก้บนรูปภาพอย่างถูกตำแหน่ง ก็เปรียบเหมือนการสร้างภาพจำให้แก่แบรนด์หรือร้านของคุณ ในทุกครั้งเมื่อลูกค้าหรือผู้บริโภคเห็นรูปภาพของเรา ก็สามารถจดจำได้ในทันที การจะวางโลโก้ให้เหมาะสม ประเด็นที่ควรคำนึงคือ 

  • ความชัดเจนของโลโก้ เมื่อนำไปประกอบในรูปภาพ ต้องสามารถอ่านชื่อหรือรายละเอียดได้อย่างชัดเจน
  • ตำแหน่งของโลโก้ โดยทั่วไป มักวางไว้ที่มุมขวาบนหรือมุมขวาล่าง โดยอ้างอิงจากหลักการอ่านข้อความจากซ้ายไปขวา และบนลงล่างตามลำดับ ทำให้เมื่อคนอ่านชื่อสินค้าหรือรูปสินค้าทางด้านซ้าย และจะมองโลโก้ทางด้านขวาตาม

จัดวางโลโก้ในรูปภาพให้ดี_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีหน้าร้าน และกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก พร้อมยังช่วยโปรโมทร้านค้าของคุณให้ฟรี !! พร้อมหาแบรนด์สินค้าดังจากหลายร้านค้าไปลงฝากขายในร้านค้าของคุณได้เพิ่มอีกหลายประเภทแบบไม่ต้องลงทุนเพิ่มอีกด้วย !?

 

สมัครด่วนตอนนี้ พร้อมรับมือทุกความปัง ไม่ว่าจะการขายแบบไหน ก็เอาอยู่

 

บทความแนะนำ

7 ไอเดีย การสร้าง Creative Content บน Social media ให้หลากหลาย

5 เทคนิค การเลือกใช้สี ในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

Learn More

เตรียมความพร้อม จัดร้านค้ารับเทศกาล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ในทุกๆ สิ้นปี เมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคม เทศกาลที่สำคัญและทุกคนต่างเฝ้ารอก็คงหนีไม่พ้นเทศกาลแห่งความสุขอย่างเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ “ร้านค้า” ต่างก็ปรับตัว จัดร้านค้ารับเทศกาล เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขนี้ ผู้คนต่างออกมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อของตกแต่งบ้าน รับประทานอาหาร เฉลิมฉลองและท่องเที่ยว ดังนั้น เศรษฐกิจในช่วงสิ้นปีจึงมีความคึกคักเป็นอย่างมาก 

สำหรับผู้ประกอบการ การทำธุรกิจจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า การทำการตลาดก็เช่นเดียวกัน การจะดึงดูดลูกค้าในช่วงเทศกาลสิ้นปีจึงมีความจำเป็นที่ต้องเตรียม “ร้านค้า” ให้เหมาะสมและน่าสนใจ 

ยิ่งใกล้สิ้นปีมากเท่าไหร่ ผู้คนยิ่งออกมาจับจ่ายซื้อของ และเฉลิมฉลองมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ ร้านค้าของคุณก็ไม่ควรพลาดโอกาสทองแบบนี้ไปใช่มั้ยล่ะ เพื่อให้เข้ากับเทศกาลแห่งความสุข และดึงดูดลูกค้าให้ร้านของคุณมากขึ้น การสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับลูกค้าที่มาใช้บริการก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ที่นอกจากจะกระตุ้นยอดขายให้ร้านของคุณแล้วยังทำให้ลูกค้าประทับใจร้านของคุณมากขึ้น แต่ต่างร้านค้าก็มีต่างมีสไตล์เป็นของตัวเอง ไปดูกันเลยว่าร้านค้าของคุณจะเหมาะกับวิธีไหนในการ จัดร้านค้ารับเทศกาล ส่งท้ายปี พร้อมต้อนรับปีใหม่นี้

ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

 

บทความนี้ น้องมัลตี้จะมาแชร์ 7 ไอเดีย เตรียมความพร้อม จัดร้านค้ารับเทศกาล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะมีไอเดียอะไรดีๆ และเหมาะสมกับร้านของคุณบ้าง มาเช็คกัน

 

  • จัดร้านค้ารับเทศกาล โดยตกแต่งร้านให้เข้ากับธีมของเทศกาล

เมื่อใกล้ถึงช่วงเทศกาล การสร้างบรรยากาศภายในร้านก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสุดพิเศษถึงเทศกาลในช่วงสิ้นปี ร้านค้าหลาย ๆ ร้านจึงมีการตกแต่ง จัดเตรียมร้านค้าเพื่อต้อนรับเทศกาลที่จะถึง ไม่ว่าจะเทศกาลคริสต์มาสหรือเทศกาลส่งท้ายปี โดย Mood & Tone ของเทศกาลในช่วงสิ้นปีมักจะสื่อถึงความสุข การเฉลิมฉลอง ปาร์ตี้ ดังนั้นร้านค้าหลายๆ ร้านจึงมีการตกแต่งด้วยไฟประดับโทนสีอุ่น มีไอเทมสุดฮิตประจำเทศกาลอย่าง ต้นคริสต์มาส ตุ๊กตา ลูกโป่ง ริบบิ้น พู่ประดับ กล่องของขวัญและสติกเกอร์ตกแต่ง การตกแต่งร้านในช่วงเทศกาล คุณอาจจะเริ่มต้นง่าย ๆ จากการตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น การติดสติกเกอร์บริเวณกระจก หน้าต่างภายในร้านหรือการนำไฟประดับมาติดสร้างบรรยากาศ รวมถึงการทำของตกแต่งน่ารัก กุ๊กกิ๊ก ฉบับ DIY ง่ายๆ ประหยัดงบ แต่ก็ยังคงสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของคุณได้

จัดเตรียม ร้านค้า ตกแต่งให้เข้ากับธีมของเทศกาล_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

  • มีมุมถ่ายรูปปังๆ พร้อมพร็อพสุดเก๋

นอกจากการตกแต่งร้านเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศ ร้านค้าจำนวนไม่น้อยมักจะมีมุมถ่ายรูปพร้อมพร็อพสุดปังเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการหรือซื้อสินค้าภายในร้าน นอกจากลูกค้าจะได้รับความทรงจำที่ดี และรูปภาพสวยๆ กลับไป เมื่อลูกค้าโพสต์รูปลงบนสื่อโซเชียล ก็เหมือนเป็นการโปรโมทร้านให้คุณอีกด้วยนะ ไอเดียนี้ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น้องมัลตี้อยากแนะนำ สำหรับร้านค้าที่อาจมีพื้นที่ภายในร้านไม่เพียงพอสำหรับการจัดมุมถ่ายรูป หรือมีงบที่จำกัด การมีพร็อพเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยคุณอาจลงทุนกับพร็อพที่ราคาจับต้องได้ เพื่อใช้ประกอบการโพสต์ ถ่ายรูปเช็คอินภายในร้านนั่นเอง

มีมุมถ่ายรูปปังๆ พร้อมพร็อบสุดเก๋_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

  • จัดร้านค้ารับเทศกาล โดยทำสินค้าพิเศษที่มีเฉพาะเทศกาลนี้เท่านั้น

สำหรับร้านค้า หน้าร้านหลายๆ ร้าน มักจะมีสินค้าพิเศษหรือเมนูพิเศษประจำเทศกาลนั้นๆ โดยเฉพาะร้านคาเฟ่ เบเกอร์รี่ หรือร้านอาหารที่มักจะไม่พลาดออกเมนูพิเศษประจำเทศกาลออกมา โดนสินค้าหรือเมนูพิเศษอาจเป็นการปรับวัตถุดิบ หรือตกแต่งให้มีความแตกต่าง โดยยังคงคอนเซ็ปต์ตามเทศกาลนั้นๆ ในส่วนของร้านค้าทั่วไปอาจมีสินค้าพิเศษเป็นการจัดเช็ตสินค้า เซ็ตของขวัญ หรือออกคอลเลกชั่นพิเศษตามเทศกาลนั้นๆ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าภายในร้านของคุณให้เหมาะกับเทศกาลนั้นๆ ได้

สินค้าพิเศษที่มีเฉพาะเทศกาลนี้เท่านั้น_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

  • โปรโมชั่นเด็ดๆ ในเทศกาลสุดพิเศษ

ในช่วงเทศกาลสิ้นปี ร้านค้าหลายๆ ร้านมักออกโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้า การนำเสนอโปรดีๆ พร้อมสิทธิพิเศษเพื่อเอาใจลูกค้าก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจ การจัดโปรโมชั่นสำหรับร้านค้าไม่ได้มีแค่ส่วนลดเพียงอย่างเดียว แต่คุณสามารถจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายแบบอื่น ๆ ร่วมได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ยิ่งซื้อยิ่งลด ซื้อสินค้าเพื่อรับคูปองแทนเงินสด ของแถมสุดพรีเมียม แลกซื้อสินค้าสุดคุ้ม เป็นต้น

โปรโมชั่นเด็ดๆ ในเทศกาลสุดพิเศษ_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

  • กิจกรรมดีๆ ให้ร่วมสนุก รับเทศกาล

เพื่อต้อนรับเทศกาลสุดพิเศษ การจัดกิจกรรมง่ายๆ ให้ลูกค้าได้ร่วมสนุก และมีส่วนร่วมเพื่อชิงของรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจับสลาก การสอยดาว การลุ้นชิงโชค หรือเล่นเกมผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ นอกจากจะเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าแล้วยังทำให้ลูกค้าประทับใจร้านค้าของคุณเพิ่มขึ้นอีกด้วย

กิจกรรมดีๆให้ร่วมสนุก_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ที่มา Facebook : Moshi Moshi

  • จัดร้านค้ารับเทศกาล ด้วยของขวัญสุดพิเศษ

เทศกาลสุดพิเศษเรามักจะมอบของขวัญให้คนสำคัญ ครอบครัว หรือเพื่อน ๆ ดังนั้น เพื่อเพิ่มความประทับใจให้ลูกค้า การมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่ลูกค้าของคุณก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณไม่พลาดเช่นกัน โดยคุณอาจจะมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ หรือของ Handmade ที่แสดงความใส่ใจเพื่อแสดงความขอบคุณแก่ลูกค้าคนพิเศษของคุณ และหากคุณมีลูกค้าประจำหรือ Member การมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ลูกค้าประจำของคุณ เป็นเหมือนการขอบคุณที่ลูกค้าอุดหนุนและสนับสุนร้านของคุณอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสิ่งนี้เองก็เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ Customer Relationship Management (CRM) นั่นเอง

ของขวัญสุดพิเศษ_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ที่มา Facebook : Moshi Moshi

  • คำอวยพรแทนคำขอบคุณ

ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี เรามักจะเห็นข้อความอวยพรตามช่องทาง แพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างความประทับใจให้ลูกค้าของคุณ การมอบการ์ดอวยพร หรือข้อความในการอวยพรลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ บนสื่อโซเชียลมีเดียก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำได้ง่ายและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าของคุณไม่น้อย 

อีกหนึ่งวิธีที่คุณจะแสดงข้อความขอบคุณหรือคำอวยพรให้แก่ลูกค้าของร้านคุณได้ง่ายๆ โดยคุณสามารถแสดงข้อความอวยพรหรือคำขอบคุณได้บนใบเสร็จรับเงินที่มอบให้แก่ลูกค้าหลังจากชำระเงินผ่านข้อความท้ายใบเสร็จนั่นเอง ขั้นตอนนี้คุณสามารถตั้งค่าได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้งานร่วมกับระบบ POS ของ MultiOne Platform คุณก็สามารถตั้งค่าข้อความที่จะแสดงท้ายใบเสร็จได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว สะดวกมากๆ เลยใช่มั้ยล่ะ

คำอวยพรแทนคำขอบคุณ_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

7 ไอเดียที่ได้นำเสนอไป เป็นเพียงแค่แนวทางการเตรียม “ร้านค้า” ให้พร้อมสำหรับเทศกาลสุดพิเศษเพียงเท่านั้น นอกจากการตกแต่งหน้าร้านให้เข้ากับเทศกาล การมีระบบจัดการหน้าร้านดีๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ

 

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีหน้าร้านและกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก 

สมัครด่วนตอนนี้ พร้อมรับมือทุกความปังก่อนสิ้นปี ไม่ว่าจะเทศกาลไหนๆ ก็เอาอยู่

 

บทความแนะนำ

วิธีมัดใจลูกค้า เปลี่ยนจากขาจร มาเป็นลูกค้าประจำ

7 ไอเดีย การสร้าง Creative Content บน Social media ให้หลากหลาย

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

Learn More

อยากเป็น ร้านค้ามัลติแบรนด์ ที่ประสบความสำเร็จต้องรู้อะไรบ้าง?

โลกยุคสมัยใหม่ส่งผลให้เกิดข้อได้เปรียบหลากหลายอย่างมากที่ส่งผลกระทบกับเรา หนึ่งในจุดที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือความหลากหลายของวิธีซื้อสินค้า อีคอมเมิร์ซได้กลายมาเป็นผู้นำเทรนด์ในกลุ่มผู้ค้าปลีก ซึ่งทำให้การแข่งขันนั้นสูงขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา เจ้าของร้านค้ามักจะหาวิธีใหม่ๆ ในการดึงดูดลูกค้า ซึ่งก็มีร้านค้าจำนวนหนึ่งได้พัฒนามาเป็น ร้านค้าปลีกมัลติแบรนด์ (Multi-brand retail) ทิศทางการพัฒนานี้ได้รับการพิสูจน์แล้วจากหลายร้านค้าว่า ร้านค้ามัลติแบรนด์ นั้นได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถสร้างกำไรและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจให้แก่หลากหลายร้านค้า

 

วันนี้น้องมัลตี้จะพามาดูทุกสิ่งที่ร้านค้ายุคนี้ควรรู้เกี่ยวกับการขายปลีกหลายแบรนด์และ ร้านค้ามัลติแบรนด์ (Multi-brand store) ซึ่งหากคุณสงสัยว่าร้านค้าสไตล์นี้เหมาะสำหรับคุณหรือไม่ เรามั่นใจเลยว่าคุณจะพบคำตอบจากบทความของเราแน่นอน ไปดูกันเถอะว่าเราจะพูดถึงอะไรบ้างเกี่ยวกับการขายสินค้าหลายแบรนด์ในบทความนี้!

 

ร้านค้ามัลติแบรนด์ คืออะไร ?

ร้านค้ามัลติแบรนด์นั้นความหมายก็ตรงตามชื่อเลย ก็คือร้านที่ขายสินค้ามากกว่าหนึ่งแบรนด์ในร้านเดียว แตกต่างจากการขายปลีกแบรนด์เดียวที่เจ้าของร้านค้าจะเปิดมาเพื่อขายสินค้าจากแบรนด์เดียว แต่ร้านค้ามัลติแบรนด์นั้นมักจะมีสินค้าที่หลากหลายให้ผู้บริโภคเลือกซื้อมากกว่า

 

ตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าหรือเอาท์เล็ทเป็นร้านค้าปลีกมัลติแบรนด์แบบดั้งเดิม เนื่องจากผู้เข้าชมสามารถค้นหาแบรนด์ต่างๆ และเลือกสินค้าที่เหมาะสมได้อย่างง่ายดาย แต่ด้วยเทรนด์มาแรงของตลาดอีคอมเมิร์ซ ผู้ค้าปลีกจำนวนมากมักจะเลือกขายสินค้าแค่จากแบรนด์ตัวเองอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ร้านค้าอย่าง Nike หรือ Zara ที่จะขายแต่สินค้าจากแบรนด์ตัวเองเท่านั้น

 

แต่ก็ยังมีร้านค้าปลีกมัลติแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและหลายคนก็คงรู้จัก เช่น Walmart และ Amazon ซึ่งธุรกิจร้าค้าประเภทนี้ก็ได้ทำให้กระบวนการซื้อสินค้าสำหรับผู้คนนับล้านทั่วโลกนั้นง่ายขึ้น

 

ประเภทของ ร้านค้ามัลติแบรนด์ 

  • ประเภทแรกขึ้นอยู่กับเอกลักษณ์ของแบรนด์: ลูกค้าสามารถแยกแยะความแตกต่างของสินค้าผ่านภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการบริการออกได้ว่าเป็นสาขาขององค์กรหลัก และผู้บริโภคสามารถแยกออกได้ง่ายเช่น Grab food, delivery, bike
  • ประเภทที่สองขึ้นอยู่กับชื่อแบรนด์: ลูกค้าจะเรียกชื่อแต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน แต่การจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการเป็นชนิดเดียวกัน ซึ่งอาจมีการเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต่างกัน และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเดียวกัน
  • ประเภทสุดท้ายคือแบบไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์: เนื่องจากชื่อและการออกแบบแยกจากกัน เป็นการสร้างบริษัทย่อยหรือแบรนด์สินค้าย่อย ที่ชื่อแบรนด์และประเภทสินค้าต่างกันภายใต้เจ้าของบริษัทเดียวกัน

 

ร้านค้ามัลติแบรนด์ กับประโยชน์มากมายที่คนส่วนมากมักจะไม่รู้

บางคนอาจกล่าวว่าการทำธุรกิจจากผู้ค้าหลายรายจะทำให้คุณต้องพบกับทางตัน เนื่องจากแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถจัดองค์ประกอบทุกอย่างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย คนเหล่านี้อาจไม่ได้มองการณ์ไกลมากพอ

 

ความหลากหลายของสินค้ามากขึ้น

ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของการขายปลีกมัลติแบรนด์ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย ผู้บริโภคสามารถหาตัวเลือกที่เหมาะสมได้ง่าย ทั้งในด้านของคุณภาพและราคา เนื่องจากธุรกิจนำเสนอตัวเลือกที่หลากหลายจากต่างแบรนด์

 

หากนึกไม่ออกลองคิดภาพเจ้าของร้านแฟชั่นที่มีสินค้าครบทุกอย่างทั้ง เสื้อ กางเกง รองเท้า และเครื่องประดับจากหลายแบรนด์ดัง

นี่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับลูกค้าที่ไม่ยึดติดกับสินค้าแบรนด์เดียว ลูกค้าที่ต้องการทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

คุณไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะหมด เนื่องจากการเชื่อมต่อระหว่างพาร์ทเนอร์ของคุณ ทำให้แน่ใจได้เลยว่าผู้บริโภคจะพบสินค้าที่พวกเขาชอบได้ตลอดเวลา

 

ด้วยความที่ว่าสินค้ามีหลายประเภท ร้านค้ามัลติแบรนด์ จึงสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและทันกับเทรนด์ใหม่ๆ เสมอ ด้วยความหลากหลายของแบรนด์ที่คุณสามารถเลือกเองได้ ร้านของคุณจึงสามารถสร้างความได้เปรียบเหนือกว่าในตลาดและหลายๆ คู่แข่งของคุณได้เพราะลูกค้าจะมีแนวโน้มในการเลือกร้านของคุณเสมอเนื่องจากการอัพเดทที่รวดเร็ว และการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง

 

ทำการโฆษณาเพื่อโปรโมทได้ดีขึ้น

ด้วยแบรนด์สินค้าที่มากกว่าหนึ่งแบรนด์ในร้านค้าของคุณ คุณสามารถรับการสนับสนุนจากพันธมิตรของคุณในด้านการตลาด แทนที่จะโฆษณาด้วยตัวเอง คุณมีแบรนด์อื่นๆ ช่วยโปรโมตร้านค้าของคุณให้กับผู้บริโภคได้มากขึ้น

 

นอกจากนี้ คุณยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมเพื่อแสดงจุดแข็งของคุณ เพราะมีพาร์ทเนอร์แบรนด์จำนวนมากที่นับว่าเป็นธุรกิจที่สามารถพึ่งพาได้เลยทีเดียว แล้วความหลากหลายสินค้าของคุณยังเป็นจุดขายหลักที่สามารถทำให้เอาชนะใจลูกค้าได้ เพราะใครหละจะไม่ชอบการประหยัดเวลาไว้สำหรับสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

 

ด้วยรูปแบบการโฆษณาที่มากขึ้น คุณสามารถสร้างแผนการตลาดมากมายเพื่อที่จะนำคุณเข้าใกล้ผู้กลุ่มบริโภคเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มจำนวนการเข้าชมร้านค้าของคุณให้มากขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากหากกลุ่มลูกค้าเห็นโฆษณาจากหลายที่ก็จะทำให้ลูกค้ามีโอกาสจะสนใจร้านค้าคุณมากขึ้นได้

 

การจัดงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

การร่วมมือกับหลายๆ แบรนด์ นั้นนอกจากจะช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียน ประหยัดค่าใช้จ่ายจากการลงทุน แล้วยังสามารถทำให้ประหยัดทรัพยากรจำนวนมากอีกด้วย

เริ่มแรกเลยก็คือ ร้านค้าคุณกำลังช่วยให้เหล่าแบรนด์ที่มาลงฝากขายสินค้าได้มากขึ้น ดังนั้นการจะมีค่าธรรมเนียมในการเช่าวางสินค้าเพื่อขายนั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณดูแลและยกระดับร้านค้าของคุณตามแบรนด์ที่คุณร่วมทำงานอยู่อีกด้วย

นอกจากนั้น ในฐานะร้านค้าปลีกมัลติแบรนด์ คุณไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้าคงคลังจำนวนมาก เนื่องจากแต่ละแบรนด์ที่ส่งสินค้ามากลงฝากขายก็มักจะมีพื้นที่จัดเก็บของตัวเอง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่และจ้างทรัพยากรบุคคลเพิ่มในการจัดการและพัฒนาสินค้าต่างๆ อีกด้วย

 

อะไรคือสิ่งที่ต้องเตรียมเพื่อให้ ร้านค้ามัลติแบรนด์ ประสบความสำเร็จ?

หลังจากที่เข้าใจถึงประโยชน์อันน่าทึ่งของการขายปลีก multi-brand แล้ว ตอนนี้คุณต้องสงสัยว่าจะทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริงได้อย่างไร ด้านล่างนี้คือคำแนะนำบางประการเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับธุรกิจใหม่

 

การได้รับอนุญาตจากแบรนด์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ

จะเกิดร้านค้ามัลติแบรนด์ขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีแบรนด์พาร์ทเนอร์ที่ลงฝากขายด้วย ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือติดต่อธุรกิจที่เลือกให้เหมาะกับสไตล์ร้านค้าของคุณ และเสนอให้พวกเขานำสินค้ามาลงฝากขายที่หน้าร้านค้าของตนเอง

 

การขออนุญาตจำเป็นจะต้องชี้แจงกระบวนการต่างๆ และผลกำไรของแต่ละฝ่าย รวมทั้งการสร้างความไว้วางใจและน่าเชื่อถือ หรือาจมีการทำสัญญาการฝากขายสินค้าให้ละเอียดระหว่างแบรนด์สินค้าและร้านค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการฉ้อโกง และรับมือกับข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

สร้างขั้นตอนการทำงานสำหรับการจัดการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้า

เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น ควรจัดทำแผนครอบคลุมสำหรับคำสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้า ในการขนส่งสินค้าจากหลาย ๆ แบรนด์ การติดตามการทำงานทุกขั้นตอนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจนนั้นช่วยให้คุณสร้างประสบการณ์ที่ทำให้กลุ่มลูกค้าเกิดความพึงพอใจที่จะมีการส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้

 

กำหนดราคาสินค้าให้เหมาะสม

การกำหนดราคาเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกำหนดความสำเร็จของธุรกิจมัลติแบรนด์ หากตั้งราคาไว้สูงเกินไป ลูกค้าที่เข้ามาในร้านค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าเพียงแค่จากแบรนด์เดียว ดังนั้นจะดีกว่าถ้าเราเตรียมราคาที่เหมาะสมให้เหมาะสมกับทุกแบรนด์สินค้า และรับประกันผลกำไรสำหรับแบรนด์สินค้าพาร์ทเนอร์แต่ละรายในขณะเดียวกัน

 

เลือกแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เหมาะสมกับร้านค้า

ด้วยความเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ การนำร้านมัลติแบรนด์เข้าสู่ตลาดออนไลน์ จึงเป็นกลยุทธ์ที่หลายเจ้าของกิจการใช้อยู่ในขณะนี้ การสร้างแพลตฟอร์มที่เติบโตได้ น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับกลุ่มลูกค้าจึงเป็นเรื่องจำเป็น คุณจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้เลยหากการให้บริการกับลูกค้านั้นยังไม่เสถียร

 

ต้องทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จในการเปิด ร้านค้ามัลติแบรนด์ ?

เราจะมาบอกเทคนิคเพื่อให้คุณประสบความสำเร็จในการเป็นร้านค้ามัลติแบรนด์ ด้วยการเตรียมการอย่างรอบคอบ และการดำเนินธุรกิจอย่างชาญฉลาดนั้น สามารถทำให้ร้านค้าของคุณเพิ่มยอดขายได้สูงกว่าที่คุณคาดไว้อย่างแน่นอน

 

ร้านค้ามัลติแบรนด์ ต้องเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของสินค้า

เป้าหมายสูงสุดของทุกธุรกิจคือ การทำให้ลูกค้าซื้อมากขึ้นและได้รับกำไรเพิ่มขึ้น ดังนั้น หากคุณไม่เข้าใจลูกค้าของคุณ คุณจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจไหนเลย สำหรับร้านค้ามัลติแบรนด์ ปัญหานี้จะมีความรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะหากคุณขายสินค้าหลายประเภท แล้วยังคงไม่ตอบสนองต่อความต้องการของเป้าหมาย คุณจะไปต่อไม่ได้เลย มันเป็นปัญหาใหญ่ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อธุรกิจของคุณอย่างเดียวแต่รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ของคุณด้วย

ดังนั้นอย่าลืมศึกษาวิจัยสินค้า และการตลาดก่อนทำการตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ

 

การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ให้เหมาะสม 

ถึงแม้ว่าคุณจะเลือก platform อันดับ 1 ก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องทำการใช้งานควบคู่ไปกับเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของคุณควรวางบน clouds ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการรักษาความปลอดภัยและจัดระเบียบข้อมูลของคุณ

 

ร้านค้าปลีกมัลติแบรนด์ไม่ควรละเลยพลังของการขยาย เช่น Mega Menu หรือ Shop By Brand ช่วยให้คุณจัดกลุ่มสินค้าแยกตามแบรนด์ โดยการสร้างหน้าแบรนด์แยกนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์และสินค้าของแบรนด์

 

ทำให้กระบวนการคล่องตัวและได้มาตรฐาน

จากการวิจัยพบว่าจำนวนลูกค้ามากถึง 74% ไม่ซื้อสินค้าเพราะว่า การบริการลูกค้าที่ไม่ดีและกระบวนการซื้อที่ซับซ้อน ในขณะที่เปอร์เซ็นต์เดียวกันตกหลุมรักแบรนด์สินค้าที่ให้บริการดี และการสนับสนุนที่เป็นประโยชน์ ในฐานะที่เป็นร้านค้ามัลติแบรนด์ จึงต้องคอยรักษาคุณภาพการบริการโดยทำให้การใช้งานธุรกิจของคุณดูเป็นเรื่อง่าย

 

การใช้งานเกตเวย์วิธีการการชำระเงินที่ใช้งานง่าย และปลอดภัยจะช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่ร้านค้าของคุณมากขึ้น

 

การตรวจสอบเป็นประจำ

การจัดการสินค้าจากหลายแบรนด์อาจเป็นงานที่เหนื่อย แต่ถึงแบบนั้นก็ควรจะมีการติดตามเป็นประจำ เพื่อใช้รายงานในการหาคำตอบว่า มีสินค้าคงคลังเหลืออยู่เท่าไหร่ หรือ ผลลัพธ์ยอดขายสินค้าของแต่ละแบรนด์ ในเดือนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งควรตรวจสอบการอย่างถี่ถ้วนเสมอ เพราะข้อมูลในส่วนนี้จะมีบทบาทสำคัญเพื่อใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ในอนาคตของร้านค้าได้

 

นอกจากนั้นการตรวจสอบบ่อยๆ ยังช่วยให้คุณอัปเดตและปรับร้านค้าให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในโลกยุคสมัยใหม่ได้ที่มีการปรับเปลี่ยนได้

 

ข้อสรุป

ร้านค้ามัลติแบรนด์ในปัจจุนั้นเริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ กลยุทธ์มัลติแบรนด์นั้นใช้ได้ดีในการแก้ไขปัญหาด้านความหลากหลายของสินค้าของร้านค้า และการลดค่าใช้จ่ายกับความเสี่ยงในการลงทุนอีกด้วย คุณสามารถเลือกใช้กลยุทธ์นี้ในการพัฒนาธุรกิจของคุณไปสู่อีกระดับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของกลุ่มลูกค้า

 

แม้ว่าการจัดการกับหลายแบรนด์สินค้าฝากขายอาจเป็นเรื่องที่เครียด แต่เมื่อคุณเอาก้าผ่านความท้าทายและปัญหาไปได้ แบรนด์ร้านค้าของคุณจะเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ซึ่งรับประกันเลยว่าค่าตอบแทนนั้นคุ้มค่าในการลงมือทำงานหนักทั้งหมดก่อนหน้านี้ ดังนั้นหากนี่คือทางเลือกที่คุณสนใจ ลองคว้าโอกาสและพัฒนาร้านค้าของคุณไปให้ถึงเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น

 

ร้านค้าจำนวนมากมักเลือกใช้แพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมต่อกับหลายช่องทาง ในการลดความซับซ้อนของกระบวนการจัดการของร้านค้าที่ขายหลายช่องทาง ด้วยวิธีนี้ เจ้าของร้านค้าสามารถรวมสินค้าคงคลังเข้ากับช่องทางการขายทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย และตรวจสอบทุกอย่างในที่เดียว

 

บทความแนะนำ

อะไรคือร้านค้า Multi-Brand ?

ธุรกิจฝากขายกับเทรนด์ร้านมัลติแบรนด์

ทำไมถึงต้องฝากขายกับร้านค้า Multi-Brand !?

 

 

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกและร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

 

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

 

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

 

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

5 เทคนิค การเลือกใช้สี ในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

ในยุคที่โลกโซเชียลและสื่อต่าง ๆ มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของคนในสังคม การทำการตลาด (Marketing) ผ่านแพลตฟอร์มช่องทางต่าง ๆ มีให้เลือกอย่างหลากหลาย อีกทั้งยังมีเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การทำการตลาดของคุณง่ายขึ้น แต่คุณทราบหรือไม่ ปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่นักการตลาดทั้งหลายไม่ควรมองข้าม ก็คือ “สี” นั่นเอง การเลือกใช้สี นอกจากจะช่วยสื่อถึงอารมณ์ได้ดี สียังสามารถสื่อถึง Branding และสร้าง First impression ให้ลูกค้าต่อแบรนด์ของเราได้อีกด้วย

 

ความสำคัญของ “สี”

ในชีวิตประจำวัน สี เป็นสิ่งแรกที่ต้องพบเจอตั้งแต่ตื่นนอน และเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราเห็นก่อนนอนหลับ รอบ ๆ ตัวเราทุกอย่างล้วนมีสีเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย สัญญาณไฟจราจร อาหาร เครื่องดื่ม เป็นต้น

นอกจากสีจะเป็นสิ่งที่เราต้องพบเจอในทุก ๆ วัน สีนั้นยังมีอิทธิพลต่อกระบวนการคิด ความจำและการตัดสินใจของเรา รวมทั้งสียังสามารถใช้สื่ออารมณ์ ความรู้สึกให้ผู้รับสารรับรู้ได้อีกด้วย

 

จิตวิทยา การเลือกใช้สี

การเลือกใช้สีที่เหมาะสมในการทำการตลาด อาจส่งผลให้แบรนด์ของเราโดดนเด่นขึ้นมาแตกต่างจากแบรนด์อื่น และยังสามารถส่งสารที่ต้องการให้ผู้รับสารรับรู้ได้อย่างชัดเจน และตรงประเด็น นักการตลาดหลายคนจึงได้ศึกษา และใช้หลักจิตวิทยาสีเพื่อทำการตลาด สร้างการรับรู้และสื่อความเป็นแบรนด์ออกมาให้ลูกค้าได้รับรู้

การเลือกใช้สีนั้นมีผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ การเลือกสีที่ไม่เหมาะสมในการทำคอนเทนต์หรือโลโก้อาจทำให้ลูกค้าไม่เกิดความประทับใจ  หรือสนใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ โดยสีนั้นมีอิทธิพลต่อความคิดและพฤติกรรมในการรับข้อมูล ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจของผู้คน ดังนั้น การศึกษาและเลือกใช้สีที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการทำการตลาดสำหรับแบรนด์

จิตวิทยาการเลือกใช้สี_การเลือกใช้สี_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

ที่มาจาก oberlo.com

การเลือกใช้สี และการสื่ออารมณ์

เพราะสีแต่ละสีนั้นให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น MultiOne อยากให้เพื่อน ๆ ได้เข้าใจความหมายของสีในการออกแบบแต่ละสีกันก่อน ซึ่งแต่ละสีจะให้ความรู้อย่างไรบ้าง ลองมาอ่านเพิ่มเติมได้เลย

การเลือกใช้สีและการสื่ออารมณ์_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

ที่มาจาก mangozero.com

 

1.สีแดง เป็นสีที่มีความเข้มข้น สื่อได้ถึงความเร่งรีบ กระตือรือร้น ความตื่นเต้น ความหลงใหลและอันตราย หากต้องการเพิ่มความดึงดูดและสะดุดตา การใช้สีแดงจึงเป็นสีที่เหมาะสมเพราะจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้มากขึ้น เรามักจะพบเห็นบ่อยจากป้าย Sale, Promotion ซึ่งต้องยอมรับว่า เมื่อเห็นป้ายหรือตัวหนังสือสีแดงในห้างสรรพสินค้า คนส่วนใหญ่มักจะโฟกัสที่ป้ายนี้เป็นอันดับแรกๆ 

สีแดง_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

2.สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน เป็นสีที่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตา สื่อได้ถึงสันติภาพ และความสงบ สีนี้จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการให้ความรู้สึกถึงความมั่นคง ความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ ความภาคภูมิใจ และความสำเร็จ เราจึงมักเห็นบริษัท สถาบันการเงิน ภาคสุขภาพ และธุรกิจขนาดใหญ่ เลือกใช้สีฟ้าหรือน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม สีฟ้าหรือสีน้ำเงินก็อาจสื่อได้ถึงอารมณ์ในด้านลบเช่นกัน นั่นก็คือ อารมณ์เศร้าหมอง หดหู่นั่นเอง

สีน้ำเงิน_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

3.สีเขียว เป็นสีที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ สามารถเชื่อมโยงไปถึงสุขภาพ และการเงิน การเจริญเติบโต ความอุดมสมบูรณ์ และสดชื่น เป็นสีที่ให้ความรู้สึกในเชิงบวก เพราะแสดงถึงความลื่นไหล เอื้ออาทร จึงเหมาะกับบริษัทหรือองค์กรที่ต้องการสื่อภาพลักษณ์ที่ดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม หรือด้านการเงิน 

สีเขียว_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

4.สีส้ม เป็นสีที่สื่อถึงความคิดสร้างสรรค์ เป็นกันเอง ความสมดุล ความกระตือรือร้น และช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้กับรูปภาพหรือสื่อต่าง ๆ ได้ดี ตัวอย่างการใช้สีส้มโดยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังอย่าง Shopee ซึ่งจะสื่อได้ถึงความสุข สนุกสนานในการช็อปปิ้ง เพราะไม่ว่าต้องการซื้อสินค้าชนิดใด ก็สามารถเลือกซื้อได้จาก Shopee แพลตฟอร์มด้านเพลงอย่าง Sound Cloud หรือ แพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Reddit

สีส้ม_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

5.สีม่วง เป็นสีที่เป็นได้ทั้งสีโทนร้อน และโทนเย็น ซึ่งสีม่วงเองจะแสดงได้ถึงความหรูหรา มีพลัง อำนาจ ความมั่นคง มั่งคั่งและสง่างาม หากเลือกโทนสีม่วงดี ๆ จะช่วยส่งผลทางความรู้สึกให้เป็นในทางหรูหรา สินค้ามีคุณค่า ราคาแพง แต่สีม่วงก็อาจสื่อได้ถึงความโศกเศร้า ความอ่อนไหวได้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างการใช้สีม่วงกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเกมชื่อดังอย่าง Twitch

สีม่วง_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

6.สีเหลือง เป็นสีที่แสดงอารมณ์ได้อย่างหลากหลาย ทั้งสนุกสนาน มั่นใจ ความสุข และการมองโลกในแง่ดี แต่สีเหลืออาจสื่ออีกนัยได้ถึงการเตือน ข้อควรระวัง การหลอกลวง และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง แต่หากใช้สีเหลืองในโทนที่เหมาะสม ก็สามารถสื่อได้ถึงความหรูหรา ความมั่นคง และความปลอดภัยได้เช่นกัน ตัวอย่างการใช้สีเหลืองในป้ายจราจร ป้ายเตือน ป้ายบอกทาง ตัวอย่างเช่นแพลตฟอร์มแชทที่มีคนใช้มากมายอย่าง Snapchat

สีเหลือง_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

7.สีชมพู เป็นสีที่มักใช้สื่อถึงผู้หญิงและความรัก ความหมายโดยทั่วไปอาจแสดงได้ถึงความสุข ความอิ่มเอม ความสนุกสนาน ความซุกซน และความสดใส แบรนด์สินค้าหรือสื่อในหลาย ๆ แบรนด์ มักใช้สีชมพูเพื่อสื่อถึงผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ คอนเทนต์หรือโลโก้ ซึ่งสีชมพูจะสื่อให้รู้สึกถึงความอ่อนโยน อ่อนเยาว์ อ่อนหวานและนุ่มนวมมากกว่าสีอื่น ๆ  

สีชมพู_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

8.สีดำ เป็นสีที่แสดงถึงความสงบ ลึกลับ อำนาจ เป็นจริงเป็นจัง สง่างาม ความซับซ้อน และทางการ อาจจะแสดงได้ถึงความเรียบแต่หรู ไม่เยอะและดูดีได้เช่นกัน แต่บางบริบทอาจสื่อได้ถึงการไว้อาลัย ความเศร้าโศก ตัวอย่าง แบรนด์ Chanel หรือ Nike ใช้สีดำเป็นโลโก้และใช้ภาพสไตล์ขาวดำในการคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งแม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็คงความหรูหราเอาไว้ตาม Concept ของแบรนด์ที่มีความ Luxury 

สีดำ_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

9.สีขาว เป็นสีที่สื่อได้ถึงความดี แสงสว่าง ความไร้เดียงสา ความสะอาด นอบน้อม และบริสุทธิ์ ซึ่งสีขาวนั้น ยังสื่อได้ถึงโรงพยาบาล การปลอดเชื้อ ความสมบูรณ์แบบ และการแต่งงานได้ด้วยเช่นกัน โดยการใช้สีขาวมักจะใช้กับสีอื่นๆ ร่วมด้วย

สีขาว_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

อย่างไรก็ตาม จิตวิทยาสีเป็นเรื่องที่สื่อถึงความรู้สึก และความคิดเห็นส่วนบุคคลมากกว่า ในแต่ละบุคคล เมื่อมองสีเหมือนกันอาจมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน การรับรู้ และความชอบในสีต่าง ๆ ล้วนเป็นความชอบ และความคิดเห็นในแต่ละบุคคล โดยแต่ละบุคคลอาจมีความชอบที่เหมือน หรือแตกต่างกันออกไป ดังนั้น การเลือกใช้สี จึงไม่มีถูกผิด แต่ควรเลือกตามความเหมาะสมและสามารถสื่อสารได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจสารที่เราต้องการจะสื่ออย่างถูกต้อง ชัดเจน และจดจำได้ง่าย

 

การเลือกใช้สี ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

โดยส่วนใหญ่ ผู้หญิงจะมีการรับรู้ความละเอียดและอ่อนไหวมากกว่าผู้ชาย ดังนั้นผู้หญิงจึงมักชอบการใช้สีสันมากกว่า ในขณะเดียวกัน ผู้ชายจำนวณมากจะชื่นชอบสีและสไตล์ที่เรียบ ๆ มากกว่า แต่หากต้องการใช้สีที่เป็นเซฟโซนที่สุด สีน้ำเงินก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ คนส่วนใหญ่มักเลือกสีน้ำเงินเป็นสีที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและสบายใจในการใช้มากกว่าสีอื่น ๆ 

การเลือกใช้สีกับธุรกิจ เราจำเป็นต้องทราบว่าต้องการสื่อไปถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มไหน เช่น สินค้ากลุ่มเด็กเล็ก แม้จะถูกผลิตมาเพื่อกลุ่มเด็กน้อย แต่อย่าลืมว่าคนที่เลือกสินค้านั้นคือพ่อแม่ของเด็ก ๆ ดังนั้น นอกจากสินค้าจะให้ความรู้สึกสดใส สินค้าต้องแสดงออกได้ถึงความน่าเชื่อถือ หากเน้นสีสันที่ดูสดใสและฉูดฉาดจนเกินไป อาจทำให้พ่อแม่หลายรายเกิดความไม่มั่นใจในการเลือกซื้อสินค้าเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัยต่อลูกน้อยนั่นเอง 

 

สร้างจุดยืนและภาพจำ

เพื่อให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์หรือสินค้าได้มากขึ้น การใช้ชุดสีเดิมซ้ำ ๆ จะช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์คุณ เมื่อลูกค้าเห็นโพสต์หรือคอนเทนต์ผ่านตาบ่อย ๆ ก็จะเกิดความคุ้นชินและจดจำแบรนด์ของคุณได้ ในการกำหนดชุดสี นอกจากจะเป็นการกำหนด theme ของคอนเทนต์ให้เป็นในทิศทางเดียวกันแล้ว ยังช่วยให้คอนเทนต์ของคุณน่าสนใจและเพิ่มภาพจำที่ดีให้แบรนด์ของคุณอีกด้วย 

ตัวอย่างการใช้ชุดสีที่น่าสนใจของ BLACKPINK ซึ่งคอนเทนต์โดยส่วนใหญ่เน้นการใช้สีดำกับชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ของ BLACKPINK นั่นเอง เมื่อเลื่อนผ่านหรือเห็นโพสต์ สิ่งที่จะทำให้สะดุดตาโดยง่ายก็คือโลโก้กับโทนสีของคอนเทนต์ที่จะสื่อเฉพาะถึงตัววง ถึงแม้จะเห็นผ่าน ๆ ตาก็สามารถจดจำได้โดยง่าย เพราะ Concept สีดำกับชมพูของ BLACKPINK นั่นเองสร้างจุดยืนและภาพจำ_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

ภาพจาก Instagram : blackpinkofficial

 

เน้นความสำคัญได้ง่าย ๆ ด้วยสี

แม้ว่าการคุมโทนสีนั้นจะสำคัญ แต่อย่าลืมว่าเป้าหมายหลักคือการขายสินค้าหรือแบรนด์ให้ลูกค้า ดังนั้นจะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกค้าตอบสนองสิ่งที่เราขายได้อย่างเหมาะสมที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นหลักการใช้สีที่เรียกว่า Accent 

การใช้สี Accent ก็เหมือนการใช้ปากกาเน้นข้อความ ซึ่งจะเป็นการเน้นน้ำหนักโดยใช้สีที่แตกต่างมาช่วยเพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ในการสร้างคอนเทนต์ นอกจากจะมีสีหลักอย่างน้อยหนึ่งสีแล้วก็ควรจะมีสี Accent ที่จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาให้คอนเทนต์ของคุณ โดยส่วนใหญ่มักจะใช้สี Accent เพื่อเน้นข้อความที่เป็น Keyword นั่นเอง

เน้นความสำคัญของสี_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน ที่ต้องการจะสื่อกับลูกค้า

การทำสื่อกราฟฟิกให้น่าสนใจ และดึงดูดสายตากลุ่มลูกค้านั้นสำคัญ แต่ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องความอ่านง่ายด้วย สีตัวหนังสือและพื้นหลังต้อง contrast กันมากพอ ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ พยายามอย่าเลือกสีคู่ตรงข้ามมาอยู่ด้วยกันแบบตรงๆ เพราะเวลามองสายตาจะล้ามาก จะทำให้ลูกค้าที่เห็นรู้สึกสนใจเนื้อหาน้อยลง

จุดสำคัญอีกจุดที่มองข้ามไม่ได้เลยก็คือการเลือกโทนสีของแบรนด์ ซึ่งก็ควรเลือกชุดสีหลัก และโทนสีรอง สีพื้นหลัง ที่สำคัญอย่าลืมเลือกสีที่ใช้เน้น (accent color) เอาไว้ให้ครบถ้วน ซึ่งเวลาเลือกใช้สีตาม ห้ามเลือกสีจาก color swatch เองใหม่เด็ดขาด

และท้ายสุดนี้ แม้ว่าคุณจะไม่ใช่ดีไซน์เนอร์ แต่การรู้เรื่องพื้นฐานเหล่านี้ก็สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนักการตลาดหรือผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของบริษัทที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ หรือทำงานร่วมกับกราฟฟิกดีไซน์ ที่มักจะนำหลักการเรื่องการใช้สีเข้ามาพัฒนาการใช้สื่อทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพ สื่อเรื่องราวและความรู้สึกได้อย่างชัดเจน

 

บทความแนะนำ

7 ไอเดีย การสร้าง Content บน Social Media ให้หลากหลาย

5 กลยุทธ์จัดโปรโมชั่นเรียกลูกค้า “แบบไม่ลดราคา”

เรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค ผ่านเครื่องมือตัวช่วยทำการตลาดออนไลน์

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง ?

ธุรกิจฝากขาย รูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจระหว่างแบรนด์สินค้ากับหน้าร้าน อีกหนึ่งช่องทางการสร้างรายได้ให้ทั้งผู้ฝากขายและผู้รับฝาก โดยจะเปลี่ยนพื้นที่ว่างภายในร้าน ให้เป็นพื้นที่สำหรับสร้างมูลค่า ร้านรับฝากขาย อาจจะไม่ใช่สิ่งไกลตัวเราอย่างที่เราคิด ร้านค้าหลายร้าน นอกจากจะมีสินค้าเป็นของตนเองแล้ว ยังมีการรับ “ฝากขายสินค้า” จากแบรนด์ต่าง ๆ ภายในร้านร่วมด้วย

 

ปัจจุบัน แบรนด์สินค้าหลาย ๆ แบรนด์ มักจะมีการขายจากช่องทางออนไลน์เป็นหลัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีหน้าร้านสำหรับวางขายสินค้านั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ลูกค้าหลายรายมักเลือกซื้อสินค้าจากการดู สัมผัสและได้ทดลองใช้จริง แต่การที่แบรนด์จะเปิดหน้าร้านเป็นของตนเองก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายดายมากนัก ดังนั้น การฝากสินค้าไปวางขายหน้าร้านจึงเป็นช่องทางที่น่าสนใจและตอบโจทย์แบรนด์สินค้าที่อยากมีพื้นที่สำหรับวางขายนั่นเอง

 

“ จะเริ่มต้นรับฝากขายทั้งที ควรศึกษาอะไรเพิ่มเติมบ้าง พร้อมเคล็ดลับ เปิดร้านรับฝากขายยังไงให้ปัง ” 

 

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “ การฝากขาย ” หรือ “ ร้านรับฝากขาย ” แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร และมีข้อดีอย่างไร ทำไมหน้าร้านหลาย ๆ ร้านจึงเริ่มปรับเปลี่ยนลู่ทางมารับฝากขายสินค้ามากขึ้น 

 

การฝากขายคืออะไร 

การฝากขาย (Consignment) คือ การที่ ‘บุคคล’ ซึ่งเป็น ‘เจ้าของสินค้า’ หรือที่เรียกกันว่า “ ผู้ฝากขาย ” ส่งสินค้าของตนไปให้บุคคลอีกฝ่าย หรือที่เรียกว่า “ ผู้รับฝากขาย ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการขายสินค้า โดยที่กรรมสิทธิ์ของสินค้าชิ้นนั้นก็ยังคงตกเป็นของเจ้าของสินค้าหรือ “ ผู้ฝากขาย ” แต่หากสินค้าชิ้นนั้นถูกขายออกไป กรรมสิทธิ์ของสินค้าชิ้นนั้นจะตกเป็นของ “ผู้ซื้อ” สินค้าต่อไปนั่นเอง

สรุปฉบับรวบรัด “การฝากขายสินค้า” เจ้าของสินค้าเมื่อทำการฝากขายกับผู้รับฝากขาย กรรมสิทธิ์ในตัวสินค้าก็จะยังคงเป็นของเจ้าของสินค้าหรือ “ ผู้ฝากขาย ” และจะส่งมอบกรรมสิทธิ์สินค้าให้แก่ลูกค้า เมื่อทำการซื้อ-ขายเสร็จเรียบร้อยนั่นเอง

ความสำคัญของการฝากขายสินค้า

การฝากขายสินค้ากับการขายสินค้านั้นมีความแตกต่างกันอยู่ของเรื่องกรรมสิทธ์ผู้เป็นเจ้าของสินค้า เพราะการฝากขายนั้นกรรมสิทธ์เจ้าของสินค้านั้นไม่ได้ถูกโอนไปยังผู้รับฝากขาย ซึ่งหากมีสินค้าคงเหลือที่ผู้รับฝากขายยังไม่ได้ขาย ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ของสินค้าสามารถเรียกคืนได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลง และสัญญาการฝากขายสินค้า

ระบบฝากขายสินค้า 

ระบบฝากขาย คือ รูปแบบการขายสินค้าโดยการนำสินค้าของแบรนด์หรือร้านค้าไปฝากขายตามสถานที่ต่างๆ โดยที่ยังเป็นเจ้าของสินค้านั้นๆ จนกว่าสินค้าจะถูกขาย ส่วนร้านค้าที่รับฝากขายจะได้ค่าเช่าฝากขาย และค่า GP หรือคอมมิชชั่นเป็นเปอร์เซนต์ต่อสินค้าที่ขายได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับทางแบรนด์ที่นำมาลงฝากขาย การกำหนดค่า GP หรือค่าเช่าในการวางฝากขายนั้นมีหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นยอดขายร้านค้า คุณภาพสินค้า หรือจำนวนผู้ติดตามของแบรนด์ที่นำมาลงฝากขาย 

ซึ่งปัญหาของการฝากขายสินค้าที่ร้านค้ารับฝากขายหลายๆ ร้านมักเจอคือระบบใช้งานยาก ไม่ตอบโจทย์ในการใช้งานเพื่อจัดการร้านค้า และฟังก์ชันในการใช้งานน้อยเช่น ไม่สามารถรู้ยอดราย หรือรายได้แบบเรียลไทม์ จัดการสต๊อกสินค้าร่วมกับแบรนด์ที่ฝากขายไม่ได้ ไม่มีฟังก์ชันให้ฝั่งแบรนด์ที่ลงฝากขายใช้ ระบบการจัดการร้านค้ารับฝากขายของ MultiOne จึงทำมาเพื่อตอบโจทย์ร้านค้ามัลติแบรนด์และร้านค้าเหล่านี้ที่รับฝากขายสินค้าจำนวนมากจากหลายแบรนด์สินค้าแล้วระบบยังไม่ตอบโจทย์กับร้านค้าของตัวเอง

 

การฝากขายคืออะไร-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

การฝากขายสินค้ากับธุรกิจในปัจจุบัน

ปัจจุบัน ธุรกิจฝากขายมีการเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก อีกหนึ่งรูปแบบของธุรกิจฝากขายที่เราพบเห็นได้บ่อยคือ “Multi-brand Store” 

Multi-brand Store หลาย ๆ คนอาจคุ้นหูหรือเคยได้ยินคำนี้บ่อย ๆ ร้าน Multi-Brand จะทำหน้าที่คล้ายห้างขนาดย่อม ซึ่งจะรวบรวมแบรนด์ต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว ความพิเศษของร้าน Multi-Brand ที่แตกต่างจากร้านรับฝากขายทั่วไปคือการที่ร้านมีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน และมีการตกแต่งร้านที่ดูดี โดยร้าน Multi-Brand ส่วนใหญ่จะมีการโปรโมทและทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก มีเซเลบหรืออินฟลูเอนเซอร์มาช่วยในการโปรโมท ซึ่งร้าน Multi-Brand ที่หลายคนอาจจะเคยเห็นร้านต่าง ๆ ผ่านโซเชียล เช่น Fablab , LAST HOUSE ON THE RIGHT , SOS 

FABLAB-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

การรับฝากขายสินค้า กับประโยชน์ที่มากกว่าที่คุณคิด

การรับฝากขายสินค้า สิ่งที่ผู้รับฝากขายจะได้รับไม่ได้มีเพียงแค่ค่า GP เพียงอย่างเดียว แต่ผู้รับฝากขายจะได้รับผลประโยชน์มากมายจากทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งถ้าคุณคิดไม่ออกว่ามีอะไรบ้าง เราจะยกตัวอย่างประโยชน์เด่น ๆ เพื่อให้คุณเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

1.ไม่ต้องลงทุนค่าสต๊อกสินค้า

เนื่องจากสินค้ายังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฝากขาย ผู้รับฝากไม่ต้องจ่ายเงินในส่วนของค่าสต๊อก ค่าสินค้าหรือค่าขนส่ง ซึ่งในการ ฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายจะทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลาง ที่จะคอยช่วยขายสินค้าจากผู้ฝากขายสู่มือลูกค้า

 

2.ลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าเสื่อมสภาพของสินค้า 

ในการฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายทำหน้าที่เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์สินค้า ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเสื่อมสภาพสินค้าไปนั่นเอง

 

3.สต๊อกสินค้าได้หลากหลายไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

แม้จะต้องสต๊อกสินค้ามากมาย หลากหลายรูปแบบ และสไตล์ แต่ค่าใช้จ่ายในการลงทุนส่วนนี้ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากังวลใจสำหรับผู้รับฝากขาย เนื่องจากผู้ฝากขาย จะต้องเป็นผู้ส่งสต๊อกสินค้าต่าง ๆ ที่ต้องทำการฝากขายมาให้ผู้รับฝากขาย

 

4.ได้ค่าตอบแทนจากการรับฝากขาย หรือ ค่า GP (Gross Profit)

ในการฝากขายสินค้าหน้าร้าน ผู้รับฝากขายสินค้าจะได้ค่าตอบแทนเป็นค่า GP ซึ่งจะเป็นส่วนแบ่งจากการขายสินค้า ค่าตอบแทนในส่วนนี้ ผู้รับฝากขายจะได้รับจากผู้ฝากขาย ซึ่งได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการขายสินค้าให้กับทางผู้รับฝากขาย โดยค่า GP นั้นจะเป็นไปตามข้อตกลงระหว่าง ผู้ฝากขายกับผู้รับฝากขายสินค้า

ได้ค่าตอบแทนจากการรับฝากขาย หรือ ค่า GP-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

5.ได้ค่าตอบแทนจากการเช่าพื้นที่ในการฝากขาย

สำหรับหลาย ๆ ร้าน ที่ได้เปิดรับ ฝากขายสินค้า นอกจากค่า GP แล้ว ผู้ฝากขายจะได้รับค่าเช่าพื้นที่เชลฟ์ซึ่งเป็นค่าเช่าพื้นที่ในร้านในการฝากขายแต่ละครั้ง โดยค่าเช่าพื้นที่ในการฝากขาย ค่าเช่าจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น ทำเล ค่าจ้างพนักงาน ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้จำเป็นไปตามข้อตกลงหรือสัญญาระหว่าง ผู้ฝากขายกับผู้รับฝากขายสินค้า 

ได้ค่าตอบแทนจากการเช่าพื้นที่ในการฝากขาย-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

ทริคเล็ก ๆ เปิดร้านฝากขายยังไงให้ปัง

มาถึงตรงนี้ ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจอยากเปิดหน้าร้าน น้องมัลตี้ก็มีทริคเล็ก ๆ น้อยมาแบ่งปัน หากอยากเปิดหน้าร้านสักร้านหนึ่ง เราควรพิจารณาอะไรบ้าง แล้วทำอย่างไรให้ร้านเราปังมากขึ้น!

 

1.วางคอนเซ็ปต์ของร้านให้ชัดเจน

การเริ่มต้นเปิดร้าน สิ่งแรกที่เราควรจะพิจารณาคือคอนเซ็ปต์ของร้าน การวางคอนเซ็ปต์ของร้านจะทำให้เราสามารถทราบกลุ่มลูกค้าของเราได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังวางแผนได้ว่าร้านเราจะเป็นแนวไหน สไตล์ใดนั่นเอง

วางคอนเซ็ปต์ของร้านให้ชัดเจน-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

2.ก่อนเปิดร้านอย่าลืมพิจารณาทำเลที่เหมาะสม

แน่นอนว่าการหาทำเลที่ดี และเหมาะสมในการเปิดร้านคือข้อควรพิจารณาอันดับแรก ๆ ในการเปิดร้าน ทำเลที่ดีควรจะเดินทางสะดวก เข้าถึงง่ายและมีที่จอดรถสำหรับลูกค้า ทั้งนี้ อย่าลืมเช็คดูล่ะว่าทำเลนั้นมีคู่แข่ง มาก-น้อยแค่ไหน และมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราในบริเวณนั้นหรือเปล่า ตัวอย่างเช่น การเปิดร้าน Stationery บริเวณสถานศึกษาจะดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากกว่าเปิดใกล้แหล่งออฟฟิศ เพราะกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของร้าน Stationery คือนักเรียน-นักศึกษานั่นเอง

 

3.เงินลงทุนต้องพร้อม

และแน่นอน การทำธุรกิจต้องมีเงินทุนใช่ไหมล่ะ การเปิดร้านรับฝากขายก็เช่นกัน ดังนั้น ก่อนเปิดร้านเพื่อน ๆ ต้องคำนวณเงินในการลงทุนและควรมีเงินทุนสำรองสำหรับใช้หมุนเวียนภายในร้านสักก้อนหนึ่งสำหรับค่าเข่า ค่าน้ำ ค่าไฟและค่าจ้างพนักงาน จุดนี้ต้องพิจารณาดี ๆ ล่ะ 

 

4.ติดต่อแบรนด์เพื่อทำการรับฝากขายสินค้า

เมื่อเงินทุนพร้อม ร้านพร้อมก็ถึงขั้นตอนต่อไปคือการติดต่อแบรนด์สินค้า โดยการเลือกแบรนด์สินค้าที่จะมาวางขายควรพิจารณาแบรนด์สินค้าที่มีสไตล์สินค้าเข้ากับสไตล์ร้านของเรา เช่น FABLAB ที่มีความเรียบหรู สินค้าภายในร้านส่วนใหญ่จึงมีความเรียบหรู cozy 

ติดต่อแบรนด์เพื่อทำการรับฝากขายสินค้า-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

5.โปรโมทร้านและทำการตลาดส่งเสริการขาย

เมื่อร้านคุณพร้อมที่จะต้อนรับลูกค้า การทำการตลาดผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบัน ร้านค้าต่าง ๆ มักใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการแชร์ โพสต์ และอัพเดทโปรโมชั่น ยิ่งร้านไหนที่ทำการตลาดน่าสนใจ คอนเทนต์ปัง ก็จะยิ่งดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการมากขึ้น

6.เลือก MultiOne Platform

หากคุณเลือกใช้บริการ MultiOne Platform มาเป็นเพื่อนคู่ใจ คุณจะสามารถค้นหาแบรนด์ที่ต้องการรับฝากขายได้ง่าย ๆ นอกจากนั้นเรายังมีระบบดี ๆ พร้อมฟังก์ชันปัง ๆ พร้อมให้บริการ ทั้ง POS ช่วยขายหน้าร้าน ระบบจัดการสต๊อกสินค้า ระบบจัดการโปรโมชั่น ช่วยให้ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและคุณประหยัดเวลามากขึ้น และอีกมากมายทั้ง

การติดตามยอดขายสินค้าแบบเรียลไทม์ของทุกสาขาได้จากที่เดียว

ไม่ว่าร้านค้าคุณจะรับฝากขายสินค้าจากกี่แบรนด์ ก็สามารถเช็คยอดขายได้แบบแยกรายแบรนด์ทั้งฝั่งร้านค้าและแบรนด์ที่ลงฝากขาย ติดตามความเคลื่อนไหวการอัพเดทสินค้าในสต๊อกได้ง่ายๆในระบบ ทำให้การส่งสินค้าเพื่อเติมสินค้าที่ขายดีได้ทันทีก่อนที่สินค้าจะขายหมด

ช่วยให้ธุรกิจร้านค้ารับฝากขาย และแบรนด์ที่ลงฝากขายโตไปพร้อมกัน

การวิเคราะห์สรุปยอดขายสินเดือนช่วยได้การวางแผนธุรกิจได้ดีขึ้นในการตัดสินใจว่าจะรับฝากขายสินค้าขายดีจากแบรนด์ในเพิ่มขึ้น และแบรนด์ที่ลงฝากขายควรพัฒนาสินค้าที่ยังขายไม่ดีไปในทิศทางไหน ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งร้านค้าและแบรนด์สินค้าที่ลงฝากขาย

ออกใบกำกับภาษีได้ ง่ายต่อการทำงานบัญชี

ระบบสามารถ Export ออกใบกำกับภาษีใช้ได้จริงแสดงยอดขายสินค้าได้ละเอียดทั้งฝั่งร้านค้าแยกรายแบรนด์ เพราะร้านค้าผู้รับฝากขายมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีในการนำส่งกรมสรรพากร ดังนั้นระบบจึงมีการเก็บข้อมูลการขายอย่างละเอียดเพื่อให้ร้านค้าสามารถใช้แสดงยอดขายเพื่อลดขั้นตอนยุ่งยากได้นั่นเอง

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกและร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

 

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

 

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

 

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

7 ไอเดีย การสร้าง Creative Content บน Social media ให้หลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นการตลาด offline และ online ก็ต้องมีการวางแผนเพื่อสร้าง Creative Content ให้น่าสนใจและดึงดูดลูกค้าให้เข้ามามีส่วนร่วมกับโพสหรือเข้ามาชมสินค้าภายในร้านค้า วันนี้น้องมัลตี้เลยจะมาแนะนำเทคนิคการทำ Content ให้มีความหลากหลาย โดดเด่น และไม่ซ้ำใคร

เพราะปัจจุบันการเข้าถึง Social Media เป็นเรื่องง่ายเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา จากหลากอุปกรณ์ในการเข้าถึง การจะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าของคุณ สิ่งสำคัญคือ การสร้าง Content บน Social Media ได้อย่างน่าสนใจ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและดึงดูดให้ลูกค้าเลือกเรานั่นเอง แต่การจะสร้างคอนเทนต์ให้หลากหลายและมีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องเข้าใจหลากหลายองค์ประกอบ ทั้งกลุ่มคนเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ในการสร้าง เพื่อให้คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นมากนั้นเกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าในการทำมากที่สุด ซึ่งก่อนที่จะเข้าเนื้อเรื่อง เราไปดูกันก่อนว่าเราควรรู้อะไรบ้างก่อนที่จะเริ่มทำคอนเทนต์

Social Media คืออะไร

          Social Media คือ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแบ่งปันเรื่องราวสู่สาธารณผ่านอินเทอร์เน็ตช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ติ๊กต็อก และอื่นๆ ซึ่งโซเชียลมีเดียเปรียบเสมือนแคตตาล็อกสินค้า อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สำหรับแชร์ความรู้และการพรีเซนต์ Branding ให้เป็นที่รู้จักได้ดี แต่การจะสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ให้เกิดความน่าสนใจ ต้องมีการวางแผนที่ดีและควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ อีกหลายประการ เช่น

  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
  • ความสอดคล้องต่อสินค้าและบริการ
  • รูปภาพต้องมีความเป็นเอกลักษณ์และสามารถสะท้อนถึงตัวแบรนด์ได้ดี

วิธีการที่จะสร้างคอนเทนต์ให้ปัง นอกจากการวางแผนและการศึกษาข้อมูลที่ดี การเล่นกับกระแสในช่วงนั้น ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้เลือกธุรกิจของคุณ

Social Media Content คืออะไร?

          Social คือ สังคม, Media คือ สื่อ, Content คือ เนื้อหา ดังนั้น Social Media Content เมื่อแปลอย่างตรงตัวจึงมีความหมายว่า เนื้อหาในการสื่อสารออกสังคม ซึ่ง Content เป็นหัวใจสำคัญในการวางกลยุทธ์ทางการตลาดและการสร้างแบรนด์ในปัจจุบัน เมื่อรวมกับ Social Media ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องใส่ใจเป็นอันดับแรก ๆ การผลิตคอนเทนต์ให้น่าสนใจไม่เพียงแต่จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจมากขึ้น แต่ยังช่วยสร้างการรับรู้ให้กับธุรกิจของคุณสู่สังคมจากการแชร์ กดไลค์ และบอกต่อ

การทำคอนเทนต์บน Social Media สำคัญยังไง ?

การทำคอนเทนต์บนสื่อ Social media หรือ Social Media Content Marketing นั้นทำเพื่อการเพิ่มการรับรู้ของบริษัท สินค้า และบริการบนโลกออนไลน์ เพิ่มยอดขาย ความน่าเชื่อถือ และการติดตามข่าวสารของกลุ่มลูกค้าที่สนใจในตัวสินค้าและบริการของบริษัท เป็นช่องทางหนึ่งในการติดต่อสื่อสาร แต่ก่อนที่จะเริ่มทำคอนเทนต์นั้น ควรจะกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และทำคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าของเรา โดยการกำหนดเป้าหมายที่ดีนั้นควรตั้งเป้าหมายตามหลัก SMART

  • S – Specific หมายถึง เจาะจง เช่น มีกลุ่มลูกค้าแบบไหนเข้ามาเยี่ยมชมเพจ Socail Media หรือเว็บไซต์
  • M – Measurable หมายถึง สามารถวัดผลได้ เช่น จำนวนคนเห็นโพส 10,000 ครั้ง หรือจำนวนคนที่มีส่วนร่วมกับโพส 1,000 ครั้ง
  • A – Attainable หมายถึง เป็นไปได้จริง เช่น มียอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้น สะสม 1,000 คน (ควรตั้งตามความเป็นจริงและงบประมาณ)
  • R – Relevant หมายถึง มีความเกี่ยวข้อง สอดคล้องกับเป้าหมายทางการตลาด และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจได้
  • T – Time-bound หมายถึง กำหนดระยะเวลาชัดเจน เช่น มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น 1,000 ต่อเดือน เป็นต้น

1. การสร้าง Content โดยใช้รูปภาพสินค้าแนวไลฟ์สไตล์

          สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับแบรนด์สินค้า ก็คือตัวสินค้า การนำเสนอรูปแบบของสินค้าจึงมีความสำคัญมาก การเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้สินค้าของคุณ หากคุณเป็นผู้ประกอบการมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าควรจะถ่ายรูปแบบไหน น้องมัลตี้ก็มีเทคนิคดีๆ มาแนะนำนั่นก็คือ

  • ภาพ Flat Lay ที่เรียบง่าย สบายตา 
  • ภาพถ่ายในสตูดิโอ 
  • ภาพถ่ายสินค้ากับนางแบบ/นายแบบ 
  • ภาพถ่ายกลางแจ้งแนวไลฟ์สไตล์ 
  • ภาพการใช้งานสินค้าในรูปแบบต่าง ๆ

          ซึ่งในปัจจุบัน เทคนิค Flat Lay ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยสไตล์ของรูปภาพที่เรียบง่าย สบายตา โดยมีการนำสิ่งของต่าง ๆ ที่มีความเข้ากัน โทนเดียวกัน นำมาจัดวางให้เข้าที่ และถ่ายภาพจากมุมสูงลงมา 90 องศา ทำให้เหมาะสมกับการใช้ถ่ายภาพสินค้า ซึ่งจะช่วยให้สินค้าของเราน่าสนใจและเด่นมากยิ่งขึ้น

เทคนิคดี ๆ2. การสร้าง Content Customer Testimonials (การรับรองจากลูกค้า)

          Testimonial คือ การรับรองคุณภาพสินค้าหรือบริการจากบุคคลอื่น หรือเรียกสั้น ๆ ก็คือการ รีวิว ซึ่งต้องเป็น รีวิวในด้านที่ดี เพื่อช่วยยืนยันคุณภาพของบริการเหล่านั้น ให้กับผู้ที่ไม่เคยลองใช้มาก่อน โดยการทำคอนเทนต์ Testimonial ให้น่าสนใจอาจอยู่ในรูปแบบ บทความ, คำพูดสั้น ๆ, ภาพ หรือวีดีโอ พูดง่าย ๆ Testimonial ก็คือเครื่องมือในการทำ Social Proof นั่นเอง และเมื่อลูกค้าหรือผู้ใช้ทำการรีวิวสินค้าหรือบริการของคุณลง Social Media คุณสามารถทำการรีโพสต์เพื่อแสดงให้ลูกค้าคนอื่น ๆ เห็นว่าสินค้าของแบรนด์คุณมีคุณภาพที่ดี และมีผู้ใช้งานจริง 

การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านคอนเทนต์นั้น มักจะเป็นเนื้อหาหลักที่หลายๆ Content creator มักจะหยิบเข้ามาเพิ่มเพื่อให้ลูกค้าที่เห็นคอนเทนต์หรือโฆษณานั้นตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ใช้ จำนวนยอดขาย Feedback รีวิวจากลูกค้าที่หลากหลาย รางวัลต่างๆที่ได้รับ รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ต่างๆที่ไว้ใจเลือกใช้

การทำคอนเทนต์3. การสร้าง Content สาธิตการใช้งานสินค้า

          อีกหนึ่ง Content ที่สำคัญที่แบรนด์สินค้าควรมี คือการสาธิตการใช้งานสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพการใช้งานสินค้าจริง เช่น แบรนด์เครื่องสำอางค์สาธิตตัวอย่างการใช้เครื่องสำอางค์ โดยการทำวิดีโอคอนเทนต์เกี่ยวกับการแต่งหน้า แบรนด์เสื้อผ้าโพสต์รูปหรือวิดีโอการแมชเสื้อผ้า แบรนด์สินค้า DIY สอนการทำหรือประกอบสินค้า เป็นต้น

การทำ Content แนวนี้เน้นไปทางการช่วยเหลือลูกค้า ทำให้ลูกค้าเข้าใจระบบหรือใช้งานสินค้าและบริการที่เสนอง่ายขึ้น ซึ่งก็สามารถทำได้หลากหลายแนวไม่ว่าจะเป็นรูปภาพขั้นตอน หรือวีดิโอสาธิต อธิบายแต่ละขั้นตอน แต่ก็ต้องคำนึงถึงความสนุกและน่าสนใจของคอนเทต์ที่เหมาะสมและสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าของสินค้าและบริการที่จะเสนอได้

 Content ที่สำคัญ4. การสร้าง Content โพสต์สร้างแรงบันดาลใจ

          อีกหนึ่งเทคนิคการสร้าง Content ที่สำคัญ คือคอนเทนต์ที่แชร์เรื่องราว หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่าน หรือจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับค่านิยมของบริษัทคุณก็ได้เช่นกัน ในส่วนของคอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจ คุณสามารถหาคอนเทนต์ดี ๆ หรือเทคนิคจากสื่อ คนดังหรือผู้มีชื่อเสียงต่าง ๆ จากช่องทางออนไลน์มาโพสต์ได้เช่นกัน ซึ่งการสร้างคอนเทนต์แนวนี้นั้นสามารถทำได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงเป้าหมายของกลุ่มลูกค้าโดยการยกผู้ที่ประสบความสำเร็จมาให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ การแนะแนววิธีการที่เป็นประโยชน์แก่เป้าหมายของกลุ่มลูกค้า หรือการให้แนวคิดหรือกำลังใจในการเป็นผู้ประกอบการหรือผู้นำของกลุ่มลูกค้าที่เน้นไปทางการสร้างความรู้สึกร่วมกับเป้าหมายของกลุ่มที่เราต้องการจะสื่อสารด้วย

เทคนิคการสร้าง Content5. เทรนด์ใหม่ ๆ หรืออีเวนต์ที่กำลังจะมาถึง

          การสร้างคอนเทนต์ให้เกาะกระแสและอินตามเทรนด์อยู่เสมอ เมื่อมีไวรัลต่าง ๆ เกิดขึ้น การสร้างคอนเทนต์ที่มีการเล่นกับกระแสนั้น ๆ จะทำให้ร้านของคุณเป็นที่รู้จักในวงกว้างและเร็วมากขึ้น  ตัวอย่างคอนเทนต์โดน ๆ ที่เป็นไวรัล เช่น คอนเทนต์การปรับตัวร้านค้าหรือธุรกิจให้เข้ากับเทรนด์ในปัจจุบันเช่น เทรนด์ร้านค้าในยุค Covid-19, เทรนด์การเล่นคำ, วันสำคัญต่างๆ, หรือเทรนด์การพูดถึงเหตุการณ์หนึ่ง เป็นต้น หรืออาจจะเป็นการนำเทรด์ธุรกิจสไตล์ใหม่ๆ รวมทั้งข่าวที่ผู้คนจำนวนมากพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นในประเทศ หรือต่างประเทศ คอนเทนต์แนวนี้จำได้รับความสนใจและการมีส่วนร่วมจากผู้ติดตามได้มาก เพราะเนื้อหาของโพสที่กำลังเป็นไวรัลมักจะมีผู้แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ซึ่งคอมเมนต์ที่ได้ก็จะมีหลากหลายความคิดเห็นจากหลายๆมุมมองต่อเทรนด์นั้นๆ

การสร้าง Content6. การสร้าง Content ถาม-ตอบคำถาม

การสร้าง Content ที่ง่าย และเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างการถาม – ตอบคำถามก็เป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์คุณภาพที่ไม่มีไม่ได้ การทำคอนเทนต์ถามคำถามกับลูกค้านั้น ทำให้เราได้รู้ทั้งความคิดเห็นของลูกค้าส่วนมาก ทั้งยังเป็นการเป็นการเพิ่มจำนวนการมีส่วนของผู้ติดตาม ส่งผลให้เพิ่มโอกาสจำนวนคนที่จะเห็นโพสคอนเทนต์ของเราอีกด้วย ซึ่งก็อาจจะมีการให้ของรางวัลหรือส่วนลดกับผู้ที่มีส่วนร่วมกับคอนเทนต์กิจกรรมตอบคำถาม เป็นการจูงใจให้ผู้ติดตามหรือคนที่เห็นมีโอกาสแสดงความคิดเห็นมากขึ้น

ส่วนคำตอบที่นำมาทำคอนเทนต์ คุณอาจเลือกคำถามที่ลูกค้ามักจะถามบ่อยๆ หรือ Frequently Asked Questions นั่นเอง คำถามที่พบบ่อยนั้นเปรียบเสมือนเส้นทางที่ทำให้ลูกค้าเข้าถึงตัวแบรนด์ได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังประหยัดเวลาในการสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจลูกค้ามากที่สุด และชัดเจนที่สุดอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นการลดขั้นตอนในการหาข้อมูลของลูกค้าที่ต้องทักเข้ามาถามและรอคำตอบ ซึ่งก็สามารถทำเป็นหัวข้อหนึ่งของคอนเทนต์ที่สามารถนำมาประยุกต์ในการทำคอนเทนต์เพื่อการเพิ่มส่วนร่วมต่อของกลุ่มลูกค้าเช่น การทำคอนเทนต์ถามคำถาม เพื่อรวบรวมคำถามที่ถูกถามเข้ามามากมาทำคำตอบล่วงหน้าเพื่อให้บริการการตอบคำถามลูกค้ารวดเร็วขึ้น หรืออาจจะนำเข้าไปเพิ่มในหน้า FAQs ภายในเว็บไซต์ เพื่อตอบข้อสงสัยจากคำถามที่ถูกถามเข้ามามากที่สุด

การสร้าง Content ที่ง่าย7. โปรโมชั่นและอัพเดต

          เทคนิคสำคัญสำหรับ Content Marketing คือการออกโปรโมชั่นหรือเซล โดยสามารถโพสต์ผ่านสื่อโซเชียลแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของแบรนด์ได้โดยตรง การโพสต์เพื่ออัพเดตโปรโมชั่นเป็นระยะ หรือการนับเวลาถอยหลังจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดตื่นเต้นและวางแผนในการเลือกซื้อสินค้าของคุณ การอัพเดทบริการใหม่ๆ หรือข่าวสารของบริษัท เพิ่มทั้งจำนวนการมีส่วนร่วมและเป็นการ Re-marketing หรือการทำการตลาดกับลูกค้าเก่าของเราเพื่ออัพเดทโปรโมชั่นสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์และน่าสนใจอยู่เสมอ ซึ่งก็ต้องสร้างคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับช่องทางที่ติดต่อกับกลุ่มลูกค้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Social media หรือ Line OA ที่สามารถติดต่อกับลูกค้าต่างประเภทได้โดยตรง

เทคนิคสำคัญสำหรับ Content Marketing

          การทำ Digital Marketing โดย การสร้าง Content ที่น่าสนใจผ่าน Social Media มีเทคนิคและวิธีการทำมากมาย 7 ไอเดียที่น้องมัลตี้นำเสนอไปในบล็อกนี้ เป็นเพียงแค่ตัวอย่างแนวทางในการทำคอนเทนต์ ที่เหมาะสำหรับแบรนด์ หรือผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องการทำการตลาดโดยเริ่มต้นแบบง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ซึ่งก็มีช่องทางและวิธีการอื่นๆ อีกมากมายที่แตกต่างและเฉพาะเจาะจงกับสไตล์และประเภทที่แตกต่างกันของธุรกิจ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของการทำการตลาด การโฆษณา และเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่าง

 

          เมื่อมีการวางแผนการทำการตลาดที่ดี อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือระบบดี ๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีช่องทางการขายที่มากขึ้น เพราะเมื่อการขายออนไลน์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ MultiOne Platform เพื่อนคู่ใจที่จะทำให้การฝากขายของคุณง่ายขึ้น !

บทความแนะนำ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

          แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

 

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิก

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิก

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne คลิก

Learn More

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save