ข้อตกลงการใช้บริการ (Term of Service) สำหรับผู้ใช้งาน

ฉบับลงวันที่ 1 ตุลาคม 2568

 

บริษัท มัลติวัน เอ็กซ์ จำกัด (“บริษัท”) เป็นผู้พัฒนาและให้บริการระบบซอฟต์แวร์ภายใต้ชื่อ “MultiOne” (“ระบบ”) ซึ่งออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของร้านค้าและกิจการค้าปลีก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการบริหารจัดการงานขายหน้าร้าน (Point of Sale หรือ POS) การบริหารสต็อกสินค้า การจัดการคำสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) รวมถึงการเชื่อมโยงและบริหารความสัมพันธ์กับแบรนด์พาร์ทเนอร์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถบริหารกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีมาตรฐาน และสามารถขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืนภายใต้ระบบเดียวกัน

ข้อตกลงฉบับนี้เป็นข้อตกลงทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างบริษัทกับผู้ใช้งานทุกประเภท อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงร้านค้า แบรนด์ ผู้บริโภค ตัวแทน ผู้ใช้งานทั่วไป  รวมถึงผู้ใช้งานที่เข้าถึงระบบในรูปแบบทดลองใช้ฟรีหรือแบบชำระเงิน โดยข้อตกลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ตลอดจนเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงและการใช้งานระบบ MultiOne อันประกอบด้วยฟังก์ชันการบริหารจัดการจุดขายหน้าร้าน (POS) การจัดการสินค้าและสต็อก การออกใบเสร็จและเอกสารภาษี การเชื่อมต่อกับแบรนด์พาร์ทเนอร์ ระบบ E-Commerce ระบบตัวแทนจำหน่าย ฟังก์ชันด้านข้อมูล การทำธุรกรรม และบริการอื่นใดที่บริษัทจัดให้ผ่านแพลตฟอร์มหรือช่องทางที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการสมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ ดาวน์โหลด ติดตั้ง หรือใช้งานระบบ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ให้ถือว่าท่านได้ให้ความยินยอมอย่างชัดแจ้งและตกลงโดยชัดแจ้งว่าจะผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขทั้งปวงที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้ รวมถึงเงื่อนไขการแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ที่อาจมีขึ้นในอนาคต 

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขหรือข้อตกลงนี้ ไม่ว่าในส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดได้ตามดุลพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ เงื่อนไขที่มีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมจะมีผลบังคับใช้ในทันทีที่มีการประกาศหรือเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม หรือช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของบริษัท และผู้ใช้งานตกลงว่าการที่ท่านยังคงใช้งานระบบภายหลังจากการประกาศดังกล่าวถือเป็นการยินยอมต่อเงื่อนไขที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วโดยชัดแจ้ง

 

 

1. คำจำกัดความ 

เพื่อวัตถุประสงค์แห่งข้อตกลงนี้ คำต่อไปนี้มีความหมายดังนี้ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น

1.1 “บริษัท” หมายถึง บริษัท มัลติวัน เอ็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและให้บริการระบบ MultiOne รวมถึงบริษัทในเครือ ตัวแทน ผู้รับช่วงสิทธิ หรือบุคคลที่บริษัทแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

1.2 “ระบบ” หรือ “แพลตฟอร์ม” หมายถึง ซอฟต์แวร์ ระบบออนไลน์ เว็บไซต์ และบริการที่บริษัทจัดให้ภายใต้ชื่อ MultiOne อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ระบบขายหน้าร้าน (POS) ระบบจัดการสต็อกสินค้า ระบบจัดการคำสั่งซื้อออนไลน์ (E-Commerce) ระบบตัวแทนจำหน่าย ระบบสะสมคะแนน ระบบจับคู่ ระบบจัดการแบรนด์ฝากขาย ระบบ CRM และบริการสนับสนุนทางธุรกิจอื่นใด

1.3 “ร้านค้า” หรือ “ผู้ใช้งานประเภทร้านค้า” หมายถึง บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลซึ่งได้ดำเนินการลงทะเบียนสมัครใช้งานระบบ และได้รับสิทธิให้เข้าถึงและใช้บริการต่าง ๆ ของระบบตามที่บริษัทกำหนดไว้ รวมถึงผู้มีอำนาจลงนาม พนักงาน หรือตัวแทนของผู้ใช้งานที่ได้รับมอบหมายให้เข้าถึงและดำเนินการใด ๆ ในนามของผู้ใช้งานดังกล่าว

1.4 “แบรนด์” หรือ “ผู้ใช้งานประเภทแบรนด์” หมายถึง บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ซึ่งเป็นเจ้าของ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย หรือผู้มีสิทธิในสินค้าที่ได้ตกลงเข้าร่วมเป็นคู่ค้า หรือพาร์ทเนอร์กับร้านค้า ภายใต้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการวางจำหน่ายสินค้าผ่านระบบ หรือผ่านช่องทางการจำหน่ายของร้านค้า

1.5 “ผู้บริโภค” หรือ “ผู้ใช้งานประเภทผู้บริโภค” หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ทำการซื้อสินค้า หรือใช้บริการ ณ ร้านค้าที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม และ/หรือ ใช้ฟีเจอร์ของระบบ เช่น การลงทะเบียนโปรไฟล์ การสะสมคะแนน การตรวจสอบประวัติการซื้อ และการแลกรับรางวัลตามเงื่อนไขของร้านค้า เป็นต้น

1.6 “ตัวแทน” หรือ “ผู้ใช้งานประเภทตัวแทน (Agent)” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งสมัครเข้าร่วมระบบตัวแทนจำหน่ายของร้านค้า หรือแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อดำเนินกิจกรรมการขายหรือจัดจำหน่ายสินค้าตามข้อตกลงที่ร้านค้าหรือแบรนด์กำหนด ทั้งในรูปแบบที่มีการสำรองสินค้า (สต็อก) หรือไม่มีการสำรองสินค้า (ไม่สต็อก / Dropship) โดยตัวแทนอาจมีสิทธิ์ในการดูรายการสินค้า สั่งซื้อ ชำระเงิน และเข้าถึงรายงานการขายตามสิทธิ์ที่ได้รับจากระบบ

1.7 “บัญชีผู้ใช้งาน” หมายถึง บัญชีที่ผู้ใช้งานประเภทร้านค้า หรือประเภทแบรนด์ หรือประเภทผู้บริโภค หรือประเภทตัวแทน ซึ่งลงทะเบียนไว้กับบริษัท เพื่อใช้ระบุตัวตนและเข้าถึงบริการของระบบ

1.8 “โปรไฟล์ผู้ใช้งาน” หมายถึง โปรไฟล์ที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม ซึ่งแสดงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ เพศ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้บริการของระบบ

1.9 “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลธรรมดา ซึ่งสามารถใช้ระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล ข้อมูลทางบัญชีผู้ใช้งาน ภาพถ่าย หรือข้อมูลอื่นใดที่สามารถระบุตัวตนได้ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

1.10 “ข้อมูล” หมายถึง ข้อมูลทุกประเภทซึ่งผู้ใช้งานจัดเก็บ ส่งผ่าน หรือประมวลผลผ่านระบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของร้านค้า แบรนด์ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ ข้อมูลการขาย ข้อมูลสินค้า ข้อมูลทางการเงิน เอกสารทางบัญชีหรือภาษี รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานระบบ

1.11 “บริการ” หมายถึง ฟังก์ชัน คุณสมบัติ หรือชุดเครื่องมือใด ๆ ที่บริษัทจัดเตรียมไว้ภายในระบบ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการธุรกิจ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงระบบ POS ระบบบริหารสต็อก ระบบจับคู่แบรนด์ ระบบจัดการลูกค้า ระบบการออกใบเสร็จ ระบบ E-Commerce และบริการเสริมอื่น ๆ ที่อาจเพิ่มเติมในอนาคต

1.12 “ค่าบริการ” หมายถึง ค่าธรรมเนียม ค่าสมัครใช้บริการ ค่าระบบ หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่บริษัทเรียกเก็บจากผู้ใช้งานในการให้สิทธิใช้งานระบบตามประเภท แพ็กเกจ ระยะเวลา หรือเงื่อนไขที่บริษัทประกาศกำหนดไว้

1.13 “คู่สัญญา” หมายถึง บริษัท และผู้ใช้งาน ซึ่งเรียกรวมกันว่าฝ่ายต่าง ๆ ภายใต้ข้อตกลงนี้ โดยมีสิทธิและหน้าที่ตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้

1.14 “วันทำการ” หมายถึง วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่สถาบันการเงินพาณิชย์ปิดทำการตามกฎหมายไทย

1.15 “โมดูลร้านค้า (Shop Module)” หมายถึง ส่วนหนึ่งของระบบที่ให้บริการแก่ผู้ใช้งานประเภทร้านค้า เพื่อการจัดการบัญชีสินค้า การติดต่อแบรนด์ การจัดการออเดอร์ และการเชื่อมต่อกับฟีเจอร์อื่น ๆ ภายในระบบ

1.16 “โมดูลแบรนด์ (Brand Module)” หมายถึง ส่วนหนึ่งของระบบที่ให้บริการแก่ผู้ใช้งานประเภทแบรนด์ สำหรับการลงทะเบียนสินค้า เสนอรายการส่งเสริมการขาย และติดต่อกับร้านค้าผ่านระบบ

1.17 “บริการเสริม (Add-on Services)” หมายถึง บริการเพิ่มเติมที่บริษัทจัดให้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน เช่น บริการจับคู่ร้านค้าและแบรนด์ (Matching) การย้ายข้อมูล (Data Transfer) การโปรโมต (Promotion) การให้คำปรึกษา (Consult) ระบบจัดการสต็อกสินค้า (Stock Management) และบริการสนับสนุนผู้ใช้งาน (Customer Support) ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือเงื่อนไขเฉพาะตามที่บริษัทกำหนด

1.18 “ช่องทางสื่อสารของบริษัท” หมายถึง ช่องทางที่บริษัทใช้ในการประกาศ แจ้งเตือน หรือสื่อสารกับผู้ใช้งานอย่างเป็นทางการ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท หน้า Facebook อย่างเป็นทางการ ระบบแจ้งเตือนภายในแพลตฟอร์ม และบัญชี LINE OA ของบริษัท

1.19 “ข้อตกลง” หรือ “ข้อตกลงนี้” หมายถึง ข้อตกลงการใช้บริการฉบับนี้ อันรวมถึงข้อกำหนด เงื่อนไข นโยบาย และประกาศอื่นใดที่บริษัทได้ประกาศไว้หรืออ้างอิงถึงภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ ไม่ว่าจะมีอยู่ในปัจจุบัน หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมในภายหน้า

 

2. ขอบเขตและลักษณะของบริการ

2.1 บริการของบริษัท

บริษัทจัดให้มีระบบกลางสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลและการทำงานระหว่างผู้ใช้งานทุกประเภท ผ่านฟังก์ชันหลักของระบบ (“ระบบ”) อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

2.1.1 ระบบจัดการบัญชีผู้ใช้งาน

2.1.2 การลงทะเบียนร้านค้า / แบรนด์

2.1.3 ระบบแสดงรายการสินค้าและข้อมูล

2.1.4 ระบบสื่อสารระหว่างร้านค้าและแบรนด์

2.1.5 การจัดเก็บข้อมูลการทำธุรกรรมระหว่างผู้ใช้งาน

2.1.6 การเพิ่มสินค้าและจัดการข้อมูลสินค้า

2.1.7 การจับคู่ร้านค้าและแบรนด์ผ่านระบบ Matching

2.1.8 การส่งสินค้าและเรียกคืนสินค้า

2.1.9 การตรวจสอบรายงานการขาย รายงานสต็อก และข้อมูลสินค้าคงเหลือ

2.1.10 การตั้งค่าข้อมูลร้านค้า / แบรนด์พื้นฐาน

2.1.11 ฟีเจอร์สำหรับผู้บริโภค ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ดังต่อไปนี้

– การลงทะเบียนหรือสร้างโปรไฟล์ผู้บริโภค

– การสะสมคะแนน (Points/Loyalty) จากการชำระค่าสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขของร้านค้า

– การตรวจสอบยอดคะแนนและประวัติการใช้คะแนน

– การดูประวัติการสั่งซื้อและใบเสร็จที่เกี่ยวข้อง (หากระบบรองรับ)

– การแลกรับของรางวัลหรือสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขที่ร้านค้าหรือระบบกำหนด
2.1.12 ระบบตัวแทนจำหน่าย ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ดังต่อไปนี้

– ระบบรองรับตัวแทนหลายระดับ

– ระบบตั้งราคาขายหลายระดับ เพื่อรองรับความแตกต่างของกลุ่มตัวแทน

– ระบบจัดการออเดอร์สำหรับตัวแทน โดยตัวแทนสามารถดูสินค้า สั่งซื้อ และชำระเงินผ่านระบบได้โดยตรง

– ฟีเจอร์สนับสนุนการทำงานในรูปแบบ Dropship โดยตัวแทนสามารถทำรายการสั่งซื้อ และร้านค้าหรือแบรนด์สามารถดำเนินการจัดส่งแทนได้

– ระบบสมัครตัวแทนอัตโนมัติที่ร้านค้าหรือแบรนด์สามารถกำหนดเงื่อนไขได้

– ระบบรายงานยอดขายรวมรายบุคคลเพื่อให้ร้านค้า แบรนด์ และตัวแทนสามารถติดตามผลงานได้

– การเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน เช่น รายการสินค้า ราคา คำสั่งซื้อ และโปรโมชั่นตามสิทธิ์ที่ร้านค้า หรือแบรนด์กำหนด

ทั้งนี้ รายการบริการตามข้อ 2.1 บริษัทสงวนสิทธิในการปรับเปลี่ยนรายละเอียดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เว้นแต่กรณีมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้ใช้งานที่ได้ชำระค่าบริการล่วงหน้าไว้แล้ว

 

2.2 บริการเสริมของบริษัท

เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจของผู้ใช้งาน บริษัทอาจจัดให้มี บริการเสริม (Add-on Services) และฟีเจอร์เพิ่มเติม (Premium Features) ซึ่งอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เงื่อนไขเฉพาะ หรือจำเป็นต้องสมัครใช้งานล่วงหน้า ทั้งนี้ บริษัทจะประกาศรายละเอียดค่าธรรมเนียม เงื่อนไขการใช้งาน และข้อจำกัดของแต่ละบริการผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการก่อนให้บริการ และผู้ใช้งานตกลงว่าจะใช้บริการดังกล่าวภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนดเท่านั้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

2.2.1 Matching Service บริการจับคู่ร้านค้าและแบรนด์ โดยใช้ระบบแนะนำอัตโนมัติหรือการคัดกรองจากทีมงาน เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางธุรกิจของคู่ค้า

2.2.2 Data Transfer บริการนำเข้า ย้ายข้อมูล หรือปรับโครงสร้างข้อมูลระหว่างร้านค้า แบรนด์                     และตัวแทน รวมถึงการย้ายสินค้า โปรไฟล์ รายการคำสั่งซื้อ หรือข้อมูลจากระบบภายนอกเข้าสู่แพลตฟอร์ม

2.2.3 POS Add-on Services บริการเสริมสำหรับระบบ POS เช่น ระบบออกใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือเอกสารทางบัญชี ฟังก์ชันจัดการเครื่อง POS เพิ่มเติม ระบบส่งสินค้าข้ามสาขา ฟีเจอร์ SKU ต้นทุนสินค้า รายงานขั้นสูง เป็นต้น

2.2.4 CRM / Loyalty (LINE Integration) ระบบสะสมแต้มและบริหารสิทธิประโยชน์ของลูกค้า (Loyalty Program) รวมถึงการเชื่อมระบบ CRM กับ LINE OA การจัดการสมาชิก คะแนน โปรโมชั่น และกิจกรรมการตลาดที่เกี่ยวข้อง

2.2.5 Promotion Module ฟีเจอร์การสร้างและจัดการแคมเปญส่งเสริมการขายระหว่างร้านค้าและแบรนด์ รวมถึงส่วนลด คูปอง กิจกรรมโปรโมชั่น และเงื่อนไขทางการค้าอื่น ๆ

2.2.6 Advanced Shop & Brand Customization ฟีเจอร์สำหรับปรับแต่งร้านค้าและแบรนด์เพิ่มเติม เช่น โลโก้ แบนเนอร์ รายละเอียดร้านค้า ลิงก์ติดต่อ เงื่อนไขทางการค้า รวมถึงการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลระดับต่าง ๆ

2.2.7 ระบบตัวแทนขาย (Dropship Add-on สำหรับ POS) ฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้งาน POS ที่ต้องการเพิ่มระบบตัวแทนขาย เช่น การเปิดใช้งานตัวแทน ระบบจัดการออเดอร์ของตัวแทน สิทธิ์และราคาแบบหลายระดับ เป็นต้น รวมถึงระบบตัวแทน (Agent System) ซึ่งอาจมีค่าบริการแยกต่างหาก และรูปแบบการคิดค่าบริการ เช่น จำนวนตัวแทนที่รองรับ ระดับราคาที่กำหนด ให้เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

2.2.8 Multi Brand Add-on ฟีเจอร์สำหรับร้านที่ต้องการบริหารหลายแบรนด์บนระบบเดียว เช่น การจัดการข้อมูลแบรนด์ฝากขาย การคำนวณ GP การเก็บสัญญาฝากขาย รายงานยอดขายแยกตามแบรนด์ เป็นต้น

2.2.9 E-Commerce Channel Integration บริการเชื่อมต่อช่องทางขายออนไลน์ เช่น Marketplace หรือ Sale Page ที่มีค่าบริการเพิ่มเติมตามช่องทางที่ผู้ใช้งานเปิดใช้งาน

2.2.10 KBANK & QR API Integration บริการเชื่อมต่อการชำระเงินผ่าน API ของธนาคารกสิกรไทย มีค่าบริการรายเดือนตามที่บริษัทกำหนด

2.2.11 บริษัทให้บริการ

ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการเพิ่มเติม ปรับปรุง แก้ไข ปิดปรับปรุง หรือยกเลิกบริการเสริมใด ๆ ตามความเหมาะสม โดยอาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางที่บริษัทเห็นสมควร ขึ้นอยู่กับระดับผลกระทบต่อสิทธิของผู้ใช้งาน

 

2.3 ประเภทผู้ใช้งานประเภทแบรนด์

2.3.1 การให้ข้อมูลโดยผู้ใช้งานประเภทแบรนด์

ผู้ใช้งานประเภทแบรนด์ตกลงให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และครบถ้วนแก่บริษัทในการสมัครใช้งานระบบ รวมถึงการจัดทำรายการสินค้า เงื่อนไขการจำหน่าย ราคาทุน ราคาขาย ส่วนแบ่งรายได้ หรือเงื่อนไขทางธุรกิจอื่นใดผ่านระบบ ทั้งนี้ ผู้ใช้งานประเภทแบรนด์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อความถูกต้อง ทั้งด้านกฎหมาย และความครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และต้องดำเนินการปรับปรุงให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

ผู้ใช้งานประเภทแบรนด์รับรองว่าข้อมูล เนื้อหา หรือสินค้าที่เผยแพร่ผ่านระบบ ไม่เป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอื่นใดของบุคคลภายนอก และไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หากเกิดความเสียหายหรือข้อพิพาทจากข้อมูลที่ผู้ใช้งานจัดทำขึ้น ผู้ใช้งานประเภทแบรนด์จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งปวงที่เกิดขึ้น และชดใช้คืนแก่บริษัทในกรณีที่บริษัทได้รับผลกระทบใด ๆ

2.3.2 บทบาทของบริษัท

บริษัทเป็นเพียงผู้ให้บริการระบบซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการข้อมูลสินค้า การจับคู่กับร้านค้า และการดำเนินธุรกิจระหว่างผู้ใช้งานทุกประเภทเท่านั้น โดยไม่มีสถานะเป็นคู่สัญญา หรือตัวกลางในการซื้อขายสินค้า หรือทำธุรกรรมใด ๆ ระหว่างผู้ใช้งานแต่ละประเภท บริษัทไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ หรือรับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน ความชอบด้วยกฎหมาย หรือความเหมาะสมของข้อมูลที่ผู้ใช้งานเผยแพร่ในระบบ

2.3.3 หน้าที่ของผู้ใช้งาน

(ก) แบรนด์สามารถจัดการข้อมูลสินค้า เช่น รายละเอียดสินค้า รูปภาพ หมวดหมู่ SKU เป็นต้น ได้ในระบบ แต่สามารถแก้ไขได้เฉพาะในส่วนที่ได้รับสิทธิ หรือได้รับความยินยอมจากร้านค้าที่เกี่ยวข้อง

 (ข) แบรนด์ต้องรับผิดชอบการจัดส่งสินค้าให้ตรงตามคำสั่งซื้อ การอัปเดตสถานะการจัดส่ง และการเรียกคืนสินค้า (ถ้ามี)

 (ค) แบรนด์มีสิทธิขอคืนสินค้าในระบบตามเงื่อนไขที่กำหนด และร้านค้าต้องพิจารณาอนุมัติภายในเวลาที่ระบบกำหนด

(ง) แบรนด์ไม่สามารถแก้ไขราคาขายหน้าร้าน เว้นแต่ได้รับสิทธิหรือเป็นการใช้โปรโมชั่นร่วมกันตามข้อตกลง

 

2.4 ประเภทผู้ใช้งานประเภทร้านค้า

2.4.1 การให้ข้อมูลโดยผู้ใช้งานประเภทร้านค้า

ผู้ใช้งานประเภทร้านค้าตกลงให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และครบถ้วนแก่บริษัทในระหว่างการสมัครใช้งานระบบ และในระหว่างการใช้งาน เช่น ข้อมูลร้านค้า ช่องทางการจำหน่าย รายละเอียดการสั่งซื้อ การรับสินค้า การจัดส่ง และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้งานต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้อง                       และการอัปเดตข้อมูลดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว

ผู้ใช้งานประเภทร้านค้ารับรองว่าการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ หรือการเข้าถึงข้อมูลจากระบบ จะไม่ขัดต่อกฎหมาย ข้อสัญญา หรือสิทธิของบุคคลภายนอก และตกลงรับผิดชอบในกรณีที่เกิดความเสียหายจากการดำเนินการของตนเอง

2.4.2 บทบาทของบริษัท

บริษัทเป็นผู้ให้บริการระบบเพื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการร้านค้า จัดการคำสั่งซื้อ สต็อกสินค้า และจับคู่กับแบรนด์ บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการซื้อขาย ราคาสินค้า หรือการชำระเงินระหว่างร้านค้าและแบรนด์ เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในข้อตกลงแยกต่างหาก บริษัทไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าหรือคำสั่งซื้อ และไม่รับผิดชอบในกรณีเกิดข้อพิพาทระหว่างคู่ค้า

2.4.3 หน้าที่ของผู้ใช้งาน

(ก) ร้านค้าสามารถยื่นคำขอยกเลิกการเชื่อมต่อกับแบรนด์ใด ๆ ได้ผ่านระบบ โดยระบบจะตัดการเชื่อมต่อเมื่อได้รับการยืนยันตามขั้นตอนภายในระบบ หรือเมื่อบริษัทอนุมัติตามนโยบายที่กำหนด

 (ข) ร้านค้าต้องรับผิดชอบข้อมูลสต็อกสินค้าในสาขาของตน และต้องอัปเดตสถานะสินค้าให้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง

 (ค) ร้านค้าต้องรับผิดชอบในการตั้งค่าราคา Barcode และรายการส่งเสริมการขายที่สร้างขึ้นโดยตนเอง

 (ง) ในกรณีที่มีการนำเข้าสินค้าจากแบรนด์ ร้านค้าต้องตรวจสอบรายการที่รับเข้าทุกครั้งและยืนยันภายในเวลาที่ระบบกำหนด

 

2.5 ประเภทผู้ใช้งานประเภทผู้บริโภค

2.5.1 การใช้ข้อมูล

ผู้บริโภคตกลงว่าข้อมูลที่เกิดจากการใช้งานระบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการทำธุรกรรม ข้อมูลการสั่งซื้อ ข้อมูลการชำระเงิน คะแนนสะสม ประวัติการแลกรับสิทธิประโยชน์ หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง อาจถูกบริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(ก) เพื่อให้บริการตรวจสอบยอดคะแนน ประวัติการซื้อ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ บนระบบ
(ข) เพื่อการยืนยันตัวตน การป้องกันการทุจริต และการรักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้บริโภค
(ค) เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ การพัฒนาระบบ และการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน
(ง) เพื่อการสื่อสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่น หรือข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ขอบเขตความยินยอมที่ผู้บริโภคให้ไว้

ทั้งนี้ ผู้บริโภคยินยอมว่าข้อมูลการทำธุรกรรม ยอดการสะสมคะแนน และประวัติการซื้ออาจถูกเปิดเผยแก่ร้านค้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการแลกรับสิทธิประโยชน์ ตรวจสอบรายการคำสั่งซื้อ หรือการให้บริการหลังการขาย การเปิดเผยดังกล่าวจะกระทำภายใต้ข้อกำหนดความยินยอมและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้บริโภคสามารถเพิกถอนความยินยอมได้ตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด แต่การเพิกถอนอาจมีผลต่อการใช้ฟีเจอร์บางอย่างของระบบการเก็บรวบรวมและการประมวลผลข้อมูลของผู้บริโภค 

2.5.2 บทบาทของบริษัท

บริษัทเป็นเพียงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภคในการตรวจสอบประวัติการซื้อ การสะสมคะแนน การแลกรับสิทธิประโยชน์ และฟีเจอร์อื่นตามที่ระบบรองรับเท่านั้น บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายสินค้า เงื่อนไขการรับประกันสินค้า ราคาสินค้า หรือข้อกำหนดด้านการบริการของร้านค้าหรือแบรนด์แต่ประการใด บริษัทไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสินค้า การให้บริการ การจัดส่ง การชำระเงิน หรือข้อพิพาทใด ๆ ระหว่างผู้บริโภคกับร้านค้าหรือแบรนด์ และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากธุรกรรมระหว่างคู่สัญญาดังกล่าว เว้นแต่จะเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท

2.5.3 หน้าที่ของผู้ใช้งาน

ผู้บริโภคตกลงปฏิบัติตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

(ก) ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันในการลงทะเบียนหรือใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ของระบบ

(ข) รักษาข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน รหัสผ่าน และข้อมูลส่วนตัวให้ปลอดภัย และไม่เปิดเผยให้บุคคลอื่นใช้

(ค) ใช้บริการภายในระบบเพื่อวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย และไม่กระทำการใดที่อาจทำให้ระบบ ร้านค้า แบรนด์ หรือบุคคลอื่นได้รับความเสียหาย

(ง) ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการทำธุรกรรมและประวัติการซื้อที่ปรากฏในระบบ และแจ้งบริษัทกรณีพบข้อมูลผิดปกติ

(จ) ปฏิบัติตามกฎ เงื่อนไข และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสะสมคะแนน การแลกรับสิทธิประโยชน์ และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่ร้านค้า แบรนด์ หรือบริษัทกำหนด

(ช) กรณีผู้บริโภคยกเลิกบัญชี ผู้บริโภคอาจสูญเสียสิทธิในการใช้คะแนนสะสม เว้นแต่มีข้อกำหนดเป็นอย่างอื่นระบุไว้ในข้อกำหนดการสะสมคะแนนของร้านค้า หรือแพลตฟอร์ม

 

2.6 ประเภทผู้ใช้งานประเภทตัวแทน

2.6.1 การใช้ข้อมูล

ผู้ใช้งานประเภทตัวแทนตกลงว่าข้อมูลที่เกิดจากการใช้งานระบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลบัญชีของตัวแทน ข้อมูลคำสั่งซื้อ การสั่งสินค้า การชำระเงิน ข้อมูลยอดขาย ข้อมูลระดับตัวแทน ราคา หรือสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง อาจถูกบริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(ก) เพื่อการให้บริการระบบตัวแทน รวมถึงการจัดการคำสั่งซื้อ การชำระเงิน การจัดส่ง และการสื่อสารเกี่ยวกับสถานะของการทำธุรกรรม

(ข) เพื่อแสดงข้อมูลยอดขาย รายงาน หรือผลประกอบการที่เกี่ยวข้องแก่ตัวแทน ร้านค้า หรือแบรนด์ตามสิทธิ์ที่แต่ละฝ่ายได้รับ

(ค) เพื่อการรักษาความปลอดภัย ป้องกันการทุจริต และการตรวจสอบความถูกต้องในการใช้งานระบบ

(ง) เพื่อการวิเคราะห์เชิงสถิติ การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ และการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่
ทั้งนี้ บริษัทจะประมวลผลข้อมูลดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท

2.6.2 บทบาทของบริษัท

ผู้ใช้งานตกลงและรับทราบว่าเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระดับตัวแทน ราคาตัวแทน โปรโมชั่น สิทธิพิเศษ และกติกาการดำเนินงานของตัวแทน เป็นนโยบายที่ร้านค้าหรือแบรนด์เป็นผู้กำหนด และบริษัททำหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้บริการระบบเท่านั้น บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ความเป็นตัวแทน ข้อพิพาท หรือผลการขายระหว่างร้านค้า แบรนด์ และตัวแทน โดย

(ก) บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางการค้า การแต่งตั้งตัวแทน เงื่อนไขผลตอบแทน ราคาขาย หรือกติกาการดำเนินงานของตัวแทน ซึ่งเป็นดุลพินิจของร้านค้าและแบรนด์

(ข) บริษัทมิได้เป็นคู่สัญญา ตัวกลาง หรือผู้ประกันใด ๆ ในธุรกรรมระหว่างร้านค้า แบรนด์ และตัวแทน

(ค) บริษัทไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสินค้า เงื่อนไขราคา การจัดส่ง การรับประกัน หรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างคู่ค้า

(ง) บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการสั่งซื้อ ความคลาดเคลื่อนของสต็อก การตั้งราคาผิดพลาด หรือการดำเนินงานของตัวแทน เว้นแต่เป็นกรณีที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท

2.6.3 หน้าที่ของผู้ใช้งานประเภทตัวแทน

ตัวแทนมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่เป็นเท็จในการสมัครและใช้งานระบบ

(ข) ปฏิบัติตามกฎ เงื่อนไข และนโยบายที่ร้านค้า แบรนด์ หรือบริษัทกำหนดเกี่ยวกับระดับตัวแทน ราคาขาย การรับสิทธิ์ และข้อกำหนดการดำเนินงาน

(ค) ไม่ใช้ระบบเพื่อการทุจริต เช่น การสร้างออเดอร์เทียม การปั่นยอดขาย การปลอมแปลงข้อมูล หรือการใช้บัญชีโดยมิชอบ

(ง) รักษาความลับของข้อมูลราคา ระดับตัวแทน ข้อมูลเชิงธุรกิจ หรือข้อมูลที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ

(จ) รับผิดชอบต่อคำสั่งซื้อและธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านบัญชีของตนเอง รวมถึงค่าบริการ ค่าจัดส่ง หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

(ฉ) ใช้งานระบบโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อแพลตฟอร์ม ร้านค้า แบรนด์ หรือบุคคลภายนอก

(ช) กรณีตัวแทนถูกระงับหรือยกเลิกบัญชี บริษัทจะแจ้งให้ร้านค้าหรือแบรนด์ดำเนินการจัดการคำสั่งซื้อค้างชำระและค่าคอมมิชชั่นตามนโยบายที่ตกลงกันไว้ ระยะเวลาในการจ่ายค่าคอมมิชชั่นหลังยกเลิกเป็นไปตามเงื่อนไขที่ร้านค้าหรือแบรนด์กำหนด

 

2.7 การจำกัดความรับผิดชอบของบริษัท

บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า บริษัทมิอาจรับรองหรือรับประกันความน่าเชื่อถือ ความต่อเนื่อง ความตรงต่อเวลา คุณภาพ ความพร้อมใช้งาน ความถูกต้อง หรือความสมบูรณ์ของบริการ ซอฟต์แวร์ หรือแอปพลิเคชันของระบบได้ บริษัทไม่รับประกันว่าการใช้ระบบจะมีความปลอดภัย ปราศจากการหยุดชะงักหรือข้อผิดพลาด ปราศจากเนื้อหาที่เป็นอันตราย หรือสามารถทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้งานได้อย่างราบรื่น รวมถึงไม่อาจรับรองได้ว่าระบบจะตอบสนองความต้องการหรือความคาดหวังของผู้ใช้งานได้ในทุกกรณี

ทั้งนี้ บริษัทไม่รับรองว่าข้อมูลที่จัดเก็บในระบบจะถูกต้อง เชื่อถือได้ หรือเป็นปัจจุบันเสมอไป การใช้บริการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท โดยบริการของแพลตฟอร์มและ/หรือ ซอฟต์แวร์อาจประสบข้อจำกัด ความล่าช้า หรือปัญหาอื่นที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตหรือการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ความขัดข้องของอุปกรณ์ การเชื่อมต่อเครือข่ายล้มเหลว การปิดระบบ หรือการไม่สามารถใช้งานได้เป็นบางช่วงเวลา ซึ่งบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้า การส่งข้อมูลผิดพลาด หรือความเสียหายหรือสูญหายที่เกิดขึ้นจากปัญหาดังกล่าว

ผู้ใช้งานตกลงว่าบริษัทไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดในความเสียหายใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรง ทางอ้อม หรือโดยผลสืบเนื่อง อันเกิดจาก

– ความผิดพลาดของข้อมูลที่ผู้ใช้งานกรอก นำเข้า หรืออัปโหลด 

– การใช้งานระบบไม่ถูกต้องตามขั้นตอน หรือคำแนะนำที่บริษัทได้ประกาศไว้ 

– ข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้งาน หรือกับบุคคลภายนอก 

– การหยุดชะงักของระบบอันเกิดจากเหตุสุดวิสัย ภัยธรรมชาติ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือเหตุอื่นใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท 

– การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมีสาเหตุมาจากความประมาทหรือการไม่รักษาข้อมูลบัญชีของผู้ใช้งานเอง 

ทั้งนี้ เว้นแต่ความเสียหายดังกล่าวเกิดจาก ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือ การฝ่าฝืนโดยเจตนา ของบริษัท บริษัทจึงจะรับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าว และในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ต้องรับผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายด้วยเหตุใดก็ตาม ความรับผิดสูงสุดของบริษัทจะจำกัดอยู่เพียงจำนวนค่าบริการที่ผู้ใช้งานได้ชำระให้แก่บริษัทภายในระยะเวลา หก (6) เดือนก่อนเกิดเหตุเสียหาย

 

2.8 การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างผู้ใช้งาน

2.8.1 การให้สิทธิในการเชื่อมต่อข้อมูล

ผู้ใช้งานประเภทร้านค้าสามารถเลือกเปิดใช้งานระบบการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างตนเองกับผู้ใช้งานประเภทแบรนด์ภายในระบบของบริษัทได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดจำหน่าย การจัดการสต็อก การตั้งราคาสินค้า การกำหนดส่วนแบ่งรายได้ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางธุรกิจ ทั้งนี้ การเชื่อมต่อต้องเกิดขึ้นโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย

2.8.2 ขอบเขตของข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้

เมื่อมีการเชื่อมต่อระหว่างร้านค้าและแบรนด์ ระบบจะอนุญาตให้แต่ละฝ่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจร่วมกันตามที่ระบบกำหนด เช่น ข้อมูลรายการสินค้า ปริมาณคงเหลือ ราคาขาย รายงานยอดขาย การตั้งค่าโปรโมชั่น ข้อมูลลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อ และข้อมูลการรับชำระหรือส่วนแบ่งรายได้ ทั้งนี้ บริษัทจะกำหนดขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยของข้อมูลแต่ละฝ่าย

2.8.3 การยินยอมให้ใช้ข้อมูลร่วมกัน

ผู้ใช้งานทั้งสองฝ่ายตกลงให้ความยินยอมในการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่กันผ่านระบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน และรับรองว่ามีสิทธิและอำนาจตามกฎหมายในการให้ข้อมูลดังกล่าว รวมถึงได้แจ้งและได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล (ถ้ามี) ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้แล้ว

2.8.4 การรักษาความลับและความรับผิดชอบ

ข้อมูลภายในระบบ รวมถึงข้อมูลทางธุรกิจ กระบวนการใช้งาน เนื้อหา บัญชีผู้ใช้งาน การตั้งค่าระบบ และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับระบบ ให้ถือเป็นข้อมูลที่มีลักษณะเป็นความลับ ทั้งในส่วนที่เป็นของบริษัทและของผู้ใช้งาน ห้ามมิให้บุคคลใดนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ เปิดเผย ทำซ้ำ แก้ไข หรือแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานแต่ละฝ่ายตกลงว่าจะใช้ข้อมูลที่ได้รับผ่านการเชื่อมต่อเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ตามข้อตกลงนี้ หากมีการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออีกฝ่ายหนึ่ง หรือบุคคลภายนอก ฝ่ายที่นำข้อมูลไปใช้ดังกล่าวจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมด

2.8.5 การยุติหรือเพิกถอนการเชื่อมต่อ

ผู้ใช้งานสามารถยื่นคำขอเพิกถอนการเชื่อมต่อข้อมูลกับอีกฝ่ายหนึ่งได้ทุกเมื่อผ่านระบบ ทั้งนี้ การเพิกถอนดังกล่าวไม่มีผลย้อนหลังต่อการดำเนินธุรกรรมหรือการเปิดเผยข้อมูลที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้าแล้ว บริษัทไม่มีหน้าที่ในการระงับข้อพิพาท หรือชดเชยความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการเชื่อมต่อหรือการยุติการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งาน

 

2.7 ฟีเจอร์เฉพาะของระบบ

เพื่อความชัดเจนในการใช้งานระบบ ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงในเงื่อนไขเฉพาะของฟีเจอร์ดังต่อไปนี้

2.7.1 บริการจับคู่ (Matching) 

บริษัทจัดให้มีระบบ Matching ระหว่างร้านค้าและแบรนด์เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาและสร้างความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่รับประกันผลลัพธ์หรือความสำเร็จจากการจับคู่ดังกล่าว ทั้งนี้ การตัดสินใจร่วมมือหรือทำธุรกรรมใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้งานแต่ละฝ่าย

2.7.2 ระบบลงนามสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ (E-Contract) 

ผู้ใช้งานตกลงว่า การลงนามในสัญญาผ่านระบบของบริษัทมีผลผูกพันตามกฎหมาย ผู้ใช้งานต้องรับผิดชอบในเนื้อหา เงื่อนไข และผลของการลงนามด้วยตนเอง บริษัทไม่รับผิดชอบต่อข้อพิพาทที่เกิดจากความเข้าใจผิด หรือการใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในการทำสัญญา

 

2.7.3 ระบบ POS / รายงาน / สต็อกสินค้า / Sale Page / Online Store 

บริษัทจัดให้มีระบบสนับสนุนการขาย เช่น หน้าร้านออนไลน์ (Sale Page) ระบบ POS รายงานยอดขาย การจัดการคลังสินค้า เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานเท่านั้น โดยบริษัทไม่มีส่วนร่วมในการขาย การจัดส่ง การเก็บเงิน หรือการจัดการภาษีใด ๆ ผู้ใช้งานต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อภาระภาษี รายการคำสั่งซื้อ และธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการใช้งานระบบดังกล่าวด้วยตนเอง

 

3. สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้งาน

3.1 สิทธิของผู้ใช้งาน

3.1.1 ผู้ใช้งานมีสิทธิในการเข้าถึงและใช้บริการของระบบภายใต้ขอบเขตและเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดไว้ในข้อตกลงนี้ และ/หรือ ประกาศอื่นใดของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

3.1.2 ผู้ใช้งานมีสิทธิในการจัดการข้อมูลส่วนตัวของตน รวมถึงการปรับปรุง แก้ไข หรือลบบางส่วนของข้อมูลที่ได้ให้ไว้กับบริษัท ภายใต้ขอบเขตที่ระบบรองรับ

3.1.3 ผู้ใช้งานมีสิทธิยกเลิกบัญชีผู้ใช้งานได้ทุกเมื่อ โดยต้องดำเนินการผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด และยอมรับผลทางกฎหมายและภาระผูกพันที่อาจยังมีอยู่ต่อบริษัทหรือผู้ใช้งานรายอื่น

3.1.4 ผู้ใช้งานมีสิทธิร้องเรียน หรือเสนอแนะความคิดเห็นเกี่ยวกับบริการผ่านช่องทางที่บริษัทเปิดให้ติดต่อ โดยบริษัทจะพิจารณาและดำเนินการตามดุลพินิจของตนอย่างเหมาะสม

3.2 หน้าที่ของผู้ใช้งาน

3.2.1 ผู้ใช้งานต้องใช้งานระบบโดยสุจริต ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่กระทำการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบ บริษัท ผู้ใช้งานรายอื่น หรือบุคคลภายนอก

3.2.2 ผู้ใช้งานต้องรักษาความลับของข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน รหัสผ่าน หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงระบบ และต้องไม่เปิดเผยหรือให้บุคคลอื่นใช้บัญชีของตน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้ง

3.2.3 ผู้ใช้งานต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลทั้งหมดที่ตนกรอก อัปโหลด หรือเผยแพร่ผ่านระบบ โดยรับรองว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น

3.2.4 ผู้ใช้งานต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด เงื่อนไข ประกาศ นโยบาย หรือแนวปฏิบัติใด ๆ ที่บริษัทได้ประกาศไว้ ทั้งในปัจจุบันและที่อาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในอนาคต

3.2.5 หากผู้ใช้งานทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผู้ใช้งานตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทเต็มจำนวนภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด

3.2.6 ผู้ใช้งานต้องไม่ใช้ระบบเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เช่น การฉ้อโกง ฟอกเงิน กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา หรือการเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตามกฎหมายไทย

3.3 ข้อห้ามในการใช้บริการ

3.3.1 การหลอกลวง การฉ้อโกง หรือการกระทำใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท บุคลากร ผู้ใช้งานรายอื่น หรือบุคคลที่สาม

3.3.2 การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ หมิ่นประมาท หยาบคาย ลามกอนาจาร หรือข้อมูลที่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น

3.3.3 การกระทำใดๆ ที่เป็นการรบกวน ขัดขวาง หรือสร้างความเสียหายต่อระบบ โครงข่าย หรือแพลตฟอร์มของบริษัท รวมถึงการส่งหรือจัดเก็บเนื้อหาที่มีไวรัส เวิร์ม ม้าโทรจัน หรือรหัสคอมพิวเตอร์ ไฟล์ สคริปต์ ตัวแทน หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่เป็นอันตราย

3.3.4 การพยายามเข้าถึงระบบหรือข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือการใช้โปรแกรมหรือสคริปต์แบบแมนนวลหรือแบบอัตโนมัติ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสไปเดอร์เว็บ โปรแกรมรวบรวมข้อมูลเว็บ บ๊อท Web ants ตัวทำดัชนีเว็บ บอต ไวรัสหรือเวิร์ม หรือโปรแกรมใดๆ ที่อาจเป็นภาระหรือขัดขวางการดำเนินการ หรือประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม

3.3.5 การแอบอ้างเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลใดๆ หรือบิดเบือนความจริงว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือนิติบุคคลใดๆ

3.3.6 การมีส่วนร่วมในการกระทำใดๆ ที่อาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท หรือที่อาจส่งผลให้เกิดความไม่น่าไว้วางใจต่อบริษัท

3.3.7 การใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันที่มีการดัดแปลง ด้วยวัตถุประสงค์ในการหลบเลี่ยงการตรวจจับหรือเพื่ออำนวยความสะดวกการกระทำใดๆ ที่มุ่งหมายเพื่อกระทำการทุจริตต่อบริษัท หรือเพื่อรบกวนฟังก์ชันการใช้งานของแพลตฟอร์ม

3.3.8 การใช้แพลตฟอร์มในการสร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรือกระทำการอันไม่เหมาะสมหรือไม่ให้ความเคารพต่อบริษัท บุคลากร หรือบุคคลที่สาม

 

4. ค่าบริการและการชำระเงิน

ค่าบริการสำหรับบริการแต่ละประเภทจะถูกกำหนดและแสดงไว้อย่างชัดเจนบนระบบหรือแพลตฟอร์ม หรือแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบล่วงหน้าก่อนการยืนยันการใช้บริการในแต่ละครั้ง ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่า ค่าบริการอาจมีความแตกต่างกันตามประเภทบริการ ลักษณะของงาน หรือโปรโมชั่นและส่วนลดที่บริษัทอาจเสนอในช่วงเวลาใด ๆ โดยบริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงค่าบริการโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากผู้ใช้งาน โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ใช้งาน

ทั้งนี้ ค่าบริการทั้งหมดเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยผู้ใช้งานอาจถูกเรียกเก็บเพิ่มเติมตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (ถ้ามี) รวมถึงค่าธรรมเนียมของบุคคลภายนอก เช่น ค่าธรรมเนียมการชำระเงินผ่านระบบ Payment Gateway หรือค่าบริการอื่นใดที่เรียกเก็บโดยผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งผู้ใช้งานอาจต้องชำระแยกต่างหากตามอัตราที่ผู้ให้บริการนั้น ๆ กำหนด

ทั้งนี้ ค่าบริการดังกล่าวไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมของบุคคลภายนอก เช่น ค่าธรรมเนียมการชำระเงินผ่านระบบ Payment Gateway หรือค่าบริการอื่นใดที่เรียกเก็บโดยผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งผู้ใช้งานอาจต้องชำระแยกต่างหากตามอัตราที่ผู้ให้บริการนั้น ๆ กำหนด

4.1 ประเภทค่าบริการ

ผู้ใช้งานตกลงชำระค่าบริการแก่บริษัทตามที่บริษัทได้ประกาศหรือกำหนดไว้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

4.1.1 ค่าธรรมเนียมรายเดือน หรือรายปี

4.1.2 ค่าบริการเพิ่มเติม เช่น ค่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ค่าธรรมเนียมสำหรับฟีเจอร์เสริม หรือค่าบริการพิเศษอื่นใดที่บริษัทจัดไว้ให้ ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงข้อมูลระบบ/โอนบัญชีผู้ใช้งาน

4.1.3 ค่าธรรมเนียมสำหรับช่องทางการชำระเงิน (Payment Gateway)

 

4.2 เงื่อนไขการชำระเงิน

4.2.1 ผู้ใช้งานต้องชำระค่าบริการตรงตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในใบแจ้งหนี้/ประกาศของบริษัท โดยวิธีการที่บริษัทกำหนด เช่น ผ่านระบบออนไลน์ ธนาคาร หรือช่องทางอื่น

4.2.2 กรณีที่ผู้ใช้งานไม่ชำระค่าบริการภายในกำหนดเวลา บริษัทมีสิทธิระงับหรือจำกัดการใช้งานระบบของผู้ใช้งานนั้นโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า

4.2.3 ผู้ใช้งานไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินคืน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่บริษัทจะกำหนดไว้เป็นการเฉพาะในกรณีที่มีเหตุพิเศษตามดุลพินิจของบริษัท

4.2.4 ผู้ใช้งานรับผิดชอบภาษี ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง

4.3 ค่าธรรมเนียมสำหรับช่องทางการชำระเงิน (Payment Gateway)

4.3.1 กรณีที่ผู้ใช้งานเลือกใช้บริการรับชำระเงินผ่านระบบของบริษัท หรือระบบที่บริษัทจัดหา เชื่อมต่อ หรือแนะนำให้ใช้งาน เช่น บริการของผู้ให้บริการ Payment Gateway บริษัทขอสงวนสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทำรายการในอัตราที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

4.3.2 อัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดธุรกรรม หรือเป็นจำนวนเงินคงที่ต่อรายการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของบริการหรือผู้ให้บริการ Payment Gateway ที่เกี่ยวข้อง

4.3.3 บริษัทจะประกาศอัตราค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจนบนระบบหรือช่องทางที่เกี่ยวข้อง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อกำหนดของบริษัทหรือผู้ให้บริการภายนอก โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าตามสมควร

4.3.4 ผู้ใช้งานตกลงว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าบริการตามข้อตกลงนี้ และไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินคืน เว้นแต่จะระบุไว้เป็นกรณีเฉพาะโดยชัดแจ้ง

4.3.5 บริษัทไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในความผิดพลาดหรือความล่าช้าใด ๆ ที่เกิดจากการให้บริการของ Payment Gateway หรือระบบของบุคคลภายนอก เว้นแต่เป็นกรณีที่เกิดจากการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท

4.4 การยกเลิกบริการและการคืนเงิน

4.4.1 การยกเลิกบริการโดยผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานสามารถดำเนินการยกเลิกบริการได้โดยแจ้งความประสงค์ผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนดไว้บนระบบหรือเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม การยกเลิกดังกล่าวจะไม่มีผลย้อนหลัง และจะไม่มีการคืนเงินค่าบริการที่ได้ชำระไปแล้ว เว้นแต่จะมีข้อกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในเงื่อนไขเฉพาะของบริการนั้น ๆ หรือภายใต้ข้อตกลงแยกต่างหากที่ทำขึ้นระหว่างคู่สัญญา

4.4.2 การยกเลิกบริการโดยบริษัท

บริษัทสงวนสิทธิในการยกเลิกการให้บริการแก่ผู้ใช้งาน โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีที่ผู้ใช้งานฝ่าฝืนข้อตกลงนี้ หรือนโยบายอื่นใดที่บริษัทกำหนด หรือมีการกระทำใด ๆ ที่บริษัทเห็นว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบ เทคโนโลยี ความปลอดภัย ชื่อเสียงของบริษัท หรือสิทธิของบุคคลอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งนี้ บริษัทไม่มีหน้าที่คืนค่าบริการใด ๆ ที่ผู้ใช้งานได้ชำระไปแล้ว เว้นแต่บริษัทจะเห็นสมควรคืนตามดุลยพินิจแต่เพียงผู้เดียว

4.4.3 ข้อยกเว้นในการคืนเงิน

การคืนเงิน (ถ้ามี) จะกระทำได้เฉพาะในกรณีที่เกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคของระบบอย่างร้ายแรง หรือการหยุดให้บริการถาวรโดยบริษัท โดยต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติโดยบริษัทเป็นกรณี ๆ ไป การคืนเงินดังกล่าวจะทำเฉพาะส่วนของค่าบริการที่ผู้ใช้งานยังไม่ได้รับประโยชน์ และจะคืนตามวิธีการและระยะเวลาที่บริษัทกำหนด

 

5. ทรัพย์สินทางปัญญา

5.1 สิทธิในระบบและเนื้อหา

ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่าระบบ โปรแกรมซอฟต์แวร์ โค้ดคอมพิวเตอร์ รูปแบบการใช้งาน รูปภาพ เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า งานออกแบบ แผนผัง UI/UX เนื้อหา ข้อความ เอกสาร คู่มือ คลิปวิดีโอ หรือองค์ประกอบอื่นใดที่ปรากฏอยู่ในระบบ (“ทรัพย์สินของบริษัท”) ล้วนเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท หรือบริษัทมีสิทธิใช้โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ใช้งานจะไม่มีสิทธิในทรัพย์สินดังกล่าวไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท

5.2 การอนุญาตให้ใช้สิทธิ

บริษัทอนุญาตให้ผู้ใช้งานใช้ระบบและบริการภายใต้ข้อตกลงนี้โดยไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ให้แก่ผู้ใช้งาน การใช้งานระบบจะต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ใช้งานเท่านั้น และต้องไม่ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง วิศวกรรมย้อนกลับ ถอดรหัส แปล หรือนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณะไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท

5.3 เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้า

เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า ชื่อบริการ โลโก้ และสัญลักษณ์อื่นใดที่ปรากฏในระบบ (“เครื่องหมายของบริษัท”) เป็นทรัพย์สินทางของบริษัท ผู้ใช้งานสามารถนำเครื่องหมายของบริษัทไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ว่าเป็นผู้ใช้งานแพลตฟอร์มของบริษัทได้ โดยต้องเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และไม่ทำให้บริษัทเสียหาย 

ทั้งนี้ การใช้เครื่องหมายของบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทก่อน มิฉะนั้นบริษัทสงวนสิทธิในการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิด

5.4 ข้อมูลหรือเนื้อหาที่ผู้ใช้งานเป็นเจ้าของ

ในกรณีที่ผู้ใช้งานจัดเก็บ อัปโหลด หรือส่งข้อมูลใด ๆ ผ่านระบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสินค้า รูปภาพ             โลโก้ รายการขาย หรือข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูลผู้ใช้งาน”) ผู้ใช้งานยังคงเป็นเจ้าของสิทธิในข้อมูลนั้น อย่างไรก็ดี ผู้ใช้งานตกลงให้สิทธิแก่บริษัทโดยไม่จำกัดอาณาเขตและไม่เรียกค่าตอบแทนในการใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการระบบ รวมถึงการปรับปรุงระบบ วิเคราะห์ข้อมูล จัดแสดงบนหน้าร้านค้าหรือแดชบอร์ด และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและบริหารระบบตามที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานตกลงให้สิทธิ์แก่บริษัทในการนำชื่อร้านค้า ชื่อทางการค้า โลโก้ เครื่องหมายการค้า รูปภาพสินค้า เนื้อหาสาธารณะ หรือข้อมูลที่ผู้ใช้งานเผยแพร่ผ่านระบบ ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ การโฆษณา การตลาด หรือการอ้างอิงทางธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเว็บไซต์ เอกสารนำเสนอ แผ่นพับโฆษณา หรือสื่อในช่องทางอื่น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมเป็นรายกรณี              เว้นแต่ผู้ใช้งานจะแจ้งข้อห้ามไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

 

5.5 ห้ามเปิดเผยข้อมูลภายในระบบ

ผู้ใช้งานตกลงว่าจะไม่เปิดเผย เผยแพร่ คัดลอก จำหน่าย ถ่ายโอน หรือใช้ข้อมูลภายในของระบบ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง โครงสร้างระบบ แผนผังการทำงาน (Workflow) รหัสหรือข้อมูล API คู่มือการเชื่อมต่อ เทคนิคการจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูล ไปในทางที่อาจทำให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าใช้ ทำซ้ำ หรือพัฒนาระบบในลักษณะเดียวกันได้ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทล่วงหน้า

ในกรณีที่ฝ่าฝืน บริษัทมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง และผู้ใช้งานจะต้องรับผิดอย่างเต็มที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาจถูกระงับหรือยกเลิกการใช้งานระบบโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

5.6 การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

หากบริษัทตรวจพบว่าผู้ใช้งานมีพฤติการณ์หรือนำระบบไปใช้ในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท หรือของบุคคลอื่น บริษัทมีสิทธิดำเนินการระงับการใช้งานระบบของผู้ใช้งานทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และอาจดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติ

 

6. การเก็บรักษาข้อมูลและความปลอดภัย

6.1 การจัดเก็บข้อมูล

บริษัทจะดำเนินการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน ทั้งในส่วนของข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน ข้อมูลการใช้งานระบบ และข้อมูลธุรกรรมต่าง ๆ ที่ถูกจัดเก็บไว้ในระบบ โดยใช้เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานตามความเหมาะสม เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย

 

6.2 ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูล

บริษัทมีสิทธิจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานไว้ตราบเท่าที่ยังมีความจำเป็นในการให้บริการ หรือเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงฉบับนี้ รวมถึงเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เมื่อผู้ใช้งานเลิกใช้งานระบบ บริษัทอาจลบหรือทำลายข้อมูลดังกล่าวภายหลังจากระยะเวลาอันสมควรตามนโยบายที่บริษัทกำหนด โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

6.3 การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล

บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลในการป้องกันข้อมูลของผู้ใช้งานไม่ให้ถูกเข้าถึง ดัดแปลง ทำลาย หรือใช้โดยมิชอบ ทั้งนี้ บริษัทใช้ระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น การเข้ารหัส การควบคุมสิทธิ์ในการเข้าถึง และการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

6.4 ความรับผิดชอบของผู้ใช้งานในการรักษาข้อมูล

ผู้ใช้งานต้องรับผิดชอบในการรักษาชื่อผู้ใช้ (username) รหัสผ่าน (password) และข้อมูลบัญชีของตนเองไว้เป็นความลับ โดยต้องไม่เปิดเผยหรือให้บุคคลอื่นใช้งานบัญชีของตน หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าเกิดการรั่วไหลหรือเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใช้งานต้องแจ้งให้บริษัททราบทันที

6.5 การเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลโดยบุคคลภายนอก

บริษัทอาจให้บุคคลภายนอก เช่น ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี Cloud หรือระบบการชำระเงิน ทำการประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลแทนบริษัท โดยบริษัทจะคัดเลือกเฉพาะผู้ให้บริการที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และดำเนินการภายใต้สัญญาที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อ 7. สิทธิในข้อมูล และข้อจำกัดการใช้งานระบบ

7.1 สิทธิในข้อมูลของผู้ใช้งาน

ข้อมูลใด ๆ ที่ผู้ใช้งานจัดเก็บหรือส่งผ่านระบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสินค้า รายการขาย รายชื่อลูกค้า เอกสารทางบัญชี หรือข้อมูลทางธุรกิจอื่นใดยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ บริษัทจะไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งาน หรือในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผย

7.2 สิทธิในข้อมูลเชิงสถิติของระบบ

ผู้ใช้งานตกลงให้บริษัทมีสิทธิในการเข้าถึง เก็บรวบรวม ใช้ และวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานระบบ เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงคุณภาพบริการ พัฒนาเทคโนโลยี การวิเคราะห์เชิงสถิติ หรือวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน

ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิใช้ข้อมูลดังกล่าวในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ระบบการจัดอันดับหรือให้คะแนน (Scoring System) ระบบเครดิต ระบบการชำระเงิน หรือบริการเสริมที่อาจพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต

บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลในลักษณะที่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้งานได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานโดยชัดแจ้ง หรือเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

7.3 ข้อจำกัดการใช้งานระบบ

ผู้ใช้งานตกลงจะไม่กระทำการใด ๆ ดังต่อไปนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทล่วงหน้า

7.3.1 คัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แปล แกะรหัส วิศวกรรมย้อนกลับ หรือกระทำการอื่นใดกับระบบหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ว่าด้วยวิธีทางเทคนิคใด

7.3.2 ให้บุคคลอื่นใช้บัญชีผู้ใช้งานของตน หรือใช้บัญชีของบุคคลอื่นโดยมิชอบ

7.3.3 ใช้ระบบเพื่อกระทำการอันขัดต่อกฎหมาย หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น บริษัท หรือระบบเอง

7.3.4 เข้าถึงหรือพยายามเข้าถึงข้อมูล บริการ หรือระบบที่ผู้ใช้งานไม่มีสิทธิในการเข้าถึง

7.3.5 ส่งหรือเผยแพร่ไวรัส มัลแวร์ หรือโค้ดที่มีลักษณะเป็นอันตรายต่อระบบของบริษัทหรือของผู้ใช้งานรายอื่น

7.3.6 แทรกแซงข้อมูลสต็อกหรือธุรกรรมในระบบโดยมิชอบ หรือกระทำการใด ๆ ที่อาจทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง  

7.3.7 กระทำการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแยกส่วน วิเคราะห์ หรือวิศวกรรมย้อนกลับ

7.4 สิทธิของบริษัทในการระงับการใช้งาน

บริษัทขอสงวนสิทธิในการระงับการใช้งานหรือปิดบัญชีของผู้ใช้งานชั่วคราวหรือถาวร โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หากบริษัทตรวจพบหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ใช้งานได้กระทำการใด ๆ ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดของข้อตกลงฉบับนี้ หรือมีพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบ บริษัท หรือบุคคลอื่น

7.5 การบำรุงรักษาระบบและความพร้อมในการให้บริการ

7.5.1 บริษัทมีสิทธิดำเนินการปรับปรุง แก้ไข หรือบำรุงรักษาระบบเป็นครั้งคราว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยอาจกระทำได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น เวลากลางคืน หรือช่วงเวลาที่มีปริมาณการใช้งานต่ำ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในทุกกรณี  

7.5.2 บริษัทไม่รับประกันว่าระบบจะสามารถให้บริการได้โดยไม่หยุดชะงัก หรือไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ตลอดเวลา  

7.5.3 รายงานข้อมูล (Data Report) หรือผลลัพธ์จากระบบบางประเภท อาจมีระยะเวลาหน่วงในการประมวลผล และไม่สามารถเรียกดูได้ในแบบเรียลไทม์ (Real-Time) เสมอไป

 

8. การรักษาความลับและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8.1 การรักษาความลับ

8.1.1 ผู้ใช้งานตกลงว่าจะไม่เปิดเผย ใช้ หรือเปิดโปงข้อมูลที่เป็นความลับใด ๆ ของบริษัทที่ได้มาจากการเข้าใช้งานระบบ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลทางเทคนิค แผนธุรกิจ โมเดลทางการเงิน ราคาค่าบริการ โค้ดซอฟต์แวร์ หรือข้อมูลภายในอื่น ๆ ที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

8.1.2 ข้อมูลที่ผู้ใช้งานได้รับจากแบรนด์ ร้านค้า หรือบุคคลอื่นผ่านระบบ เช่น ราคาทุน กลยุทธ์การตลาด รายชื่อลูกค้า หรือรายการขายที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ให้ถือว่าเป็นความลับ และผู้ใช้งานต้องเก็บรักษาไว้เป็นความลับโดยเคร่งครัด

8.1.3 ข้อกำหนดเรื่องการรักษาความลับนี้ให้คงอยู่ต่อไปแม้ข้อตกลงจะสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุประการใดก็ตาม

8.2 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8.2.1 บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด

8.2.2 บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล หมายเลขบัญชี และพฤติกรรมการใช้งานระบบ เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการ ปรับปรุงระบบ วิเคราะห์ข้อมูล และสื่อสารการตลาด ทั้งนี้ บริษัทจะใช้มาตรการทางเทคนิคและองค์กรที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเข้าถึง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

8.2.3 ผู้ใช้งานตกลงว่าหากมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นผ่านระบบ เช่น ลูกค้า ผู้แทน หรือพนักงาน เป็นต้น ผู้ใช้งานมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งและขอความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด

8.2.4 ผู้ใช้งานสามารถติดต่อบริษัทเพื่อใช้สิทธิที่ตนมีตามกฎหมาย เช่น การขอเข้าถึงข้อมูล ขอแก้ไข หรือเพิกถอนความยินยอมได้ผ่านช่องทางที่บริษัทระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว

 

9. การสิ้นสุดข้อตกลง

ค่าบริการที่ได้ชำระแล้วจะไม่สามารถขอคืนได้ในทุกกรณี เว้นแต่จะปรากฏว่าบริษัทเป็นฝ่ายผิดเงื่อนไขการให้บริการโดยมีนัยสำคัญตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้ ซึ่งหากมีสิทธิในการคืนเงิน บริษัทจะพิจารณาคืนเฉพาะในส่วนของค่าบริการที่ไม่ได้ใช้ตามสัดส่วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือขั้นตอนที่บริษัทประกาศไว้ กรณีที่บริษัทตรวจพบว่าผู้ใช้งานฝ่าฝืนข้อตกลง ข้อกำหนด หรือใช้บริการในทางที่ผิดกฎหมาย บริษัทมีสิทธิดำเนินการระงับหรือยกเลิกการให้บริการทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และผู้ใช้งานไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยหรือคืนเงินไม่ว่ากรณีใด ๆ

9.1 การยกเลิกโดยผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานสามารถยกเลิกการใช้บริการระบบได้ตลอดเวลาโดยการแจ้งยกเลิกผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด ซึ่งการยกเลิกดังกล่าวจะไม่มีผลย้อนหลัง และผู้ใช้งานจะยังคงมีหน้าที่รับผิดชอบค่าบริการที่เกิดขึ้นก่อนวันที่การยกเลิกมีผล

9.2 การระงับหรือยกเลิกโดยบริษัท

บริษัทมีสิทธิระงับการเข้าถึง หรือยกเลิกข้อตกลงนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หากเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้

9.2.1 ผู้ใช้งานฝ่าฝืนข้อกำหนดในข้อตกลงฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

9.2.2 บริษัทตรวจพบการใช้ระบบไปในทางที่ผิดกฎหมาย หลอกลวง หรือเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น

9.2.3 ผู้ใช้งานผิดนัดชำระค่าบริการเกินกว่า 15 วัน นับแต่วันครบกำหนด

9.2.4 บริษัทมีเหตุจำเป็นทางเทคนิคหรือเหตุอื่นที่จำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ

9.3 ผลของการสิ้นสุด เมื่อข้อตกลงสิ้นสุดลง

9.3.1 ผู้ใช้งานจะต้องยุติการใช้งานระบบทันที และไม่มีสิทธิเรียกร้องความเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ จากบริษัท

9.3.2 บริษัทขอสงวนสิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลของผู้ใช้งานออกจากระบบภายหลังจากระยะเวลาอันสมควรตามนโยบายที่บริษัทกำหนด โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

9.3.3 บทบัญญัติใด ๆ ที่โดยสภาพของเนื้อหายังต้องมีผลบังคับใช้ต่อไปภายหลังการสิ้นสุดของข้อตกลง เช่น ข้อ 5 เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ข้อ 7 เรื่องข้อจำกัดความรับผิด ข้อ 8 เรื่องความลับและข้อมูลส่วนบุคคล ให้ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป

 

10. เงื่อนไขอื่นๆ

10.1 การเปลี่ยนแปลงฟีเจอร์ของระบบ

บริษัทสงวนสิทธิ์ในการเพิ่มเติม ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกฟีเจอร์ใด ๆ ของระบบ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เว้นแต่ฟีเจอร์นั้นจะผูกพันตามสัญญาเฉพาะ หรือมีการชำระเงินล่วงหน้าแล้วโดยชัดแจ้ง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะถือว่ามีผลทันทีเมื่อมีการประกาศผ่านช่องทางของบริษัท

10.2 ฟีเจอร์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา

ผู้ใช้งานรับทราบและยอมรับว่าฟีเจอร์บางส่วนของระบบอาจอยู่ในระหว่างการพัฒนา ทดสอบ หรือเปิดให้ใช้งานเฉพาะกลุ่ม (Limited Access) โดยบริษัทไม่รับประกันความพร้อมใช้งาน ความเสถียร หรือผลลัพธ์จากการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว จนกว่าจะมีประกาศเปิดให้ใช้งานโดยทั่วไปอย่างเป็นทางการ

10.3 การใช้ข้อมูลเพื่อการส่งเสริมการขาย

ผู้ใช้งานยินยอมให้บริษัทนำข้อมูลที่ไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อร้านค้า ชื่อแบรนด์ โลโก้ รูปภาพสินค้า หรือสื่อประชาสัมพันธ์อื่น ๆ ของผู้ใช้งาน ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการขาย ประชาสัมพันธ์ระบบ หรือเผยแพร่ผ่านช่องทางของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อในรูปแบบอื่น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมเป็นรายกรณี เว้นแต่ผู้ใช้งานจะแจ้งความประสงค์ไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรต่อบริษัท

10.4 การอ้างอิงในเชิงธุรกิจและเชิงพาณิชย์

ผู้ใช้งานตกลงให้สิทธิ์แก่บริษัทในการอ้างอิงชื่อร้านค้า ชื่อแบรนด์ เครื่องหมายการค้า โลโก้ หรือข้อมูลสาธารณะอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งาน เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ หรือการอ้างอิงทางธุรกิจ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การจัดทำแฟ้มผลงาน (Portfolio) เอกสารอ้างอิงลูกค้า (Client Reference) สื่อการนำเสนอ (Presentation) แผ่นพับหรือสื่อโฆษณา เว็บไซต์ของบริษัท หรือเอกสารเสนอขายเชิงพาณิชย์ในรูปแบบใด ๆ ทั้งนี้ บริษัทสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมเป็นกรณีไป เว้นแต่ผู้ใช้งานจะแจ้งความประสงค์ไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรต่อบริษัท

10.5 การใช้ข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนเพื่อการพัฒนา

ผู้ใช้งานตกลงให้บริษัทมีสิทธิในการใช้ข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน (Anonymized Data) เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ วิจัย หรือพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใหม่ ๆ (เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ระบบเครดิต ระบบชำระเงิน หรือเทคโนโลยีสนับสนุนอื่น ๆ) ที่เกี่ยวข้องกับระบบและการให้บริการของบริษัท โดยไม่ต้องขอความยินยอมเพิ่มเติม และโดยไม่มีภาระต้องชำระค่าตอบแทนใด ๆ ให้แก่ผู้ใช้งาน

10.6 การแก้ไขเพิ่มเติม

บริษัทสงวนสิทธิในการแก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมข้อความในข้อตกลงนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ได้ตามดุลพินิจของบริษัท โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากผู้ใช้งาน ทั้งนี้ บริษัทจะประกาศการแก้ไขดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ หรือช่องทางที่บริษัทเห็นสมควร และการใช้บริการของผู้ใช้งานภายหลังจากการประกาศให้ถือว่าผู้ใช้งานตกลงยอมรับข้อตกลงฉบับที่มีการแก้ไขโดยปริยาย

10.7 การตีความและข้อโต้แย้ง

ในกรณีที่เกิดข้อสงสัยหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการตีความข้อตกลงฉบับนี้ ให้ถือเอาความเห็นหรือคำวินิจฉัยของบริษัทเป็นที่สิ้นสุดในเบื้องต้น ทั้งนี้ โดยไม่กระทบสิทธิของผู้ใช้งานในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมหากประสงค์จะใช้สิทธิภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

10.8 เอกสารที่เกี่ยวข้องและผูกพัน

ข้อตกลงนี้ให้รวมถึงนโยบาย เงื่อนไข ข้อกำหนด หรือประกาศอื่นใดที่บริษัทได้แสดงไว้หรืออ้างอิงถึงในระบบหรือบนเว็บไซต์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้โดยสมบูรณ์ และมีผลผูกพันผู้ใช้งานเสมือนเป็นข้อตกลงเดียวกัน

10.9 ระยะเวลาของข้อตกลง

ข้อตกลงฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ผู้ใช้งานได้แสดงเจตนายอมรับ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผ่านการลงทะเบียน การเข้าสู่ระบบ หรือการใช้บริการผ่านแพลตฟอร์ม และจะยังคงมีผลใช้บังคับตราบเท่าที่ผู้ใช้งานยังคงใช้บริการผ่านแพลตฟอร์ม หรือจนกว่าจะมีการยกเลิกบัญชีผู้ใช้งานไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม

 

ข้อ 11. การระงับข้อพิพาทและกฎหมายที่ใช้บังคับ

ข้อตกลงนี้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายไทย หากเกิดข้อพิพาทให้คู่สัญญาตกลงยื่นฟ้องต่อศาลไทยที่มีเขตอำนาจ

 

ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ฉบับลงวันที่ 1 ตุลาคม 2568

 

ข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับร่วมกับข้อตกลงการใช้บริการ (“สัญญาหลัก”) เมื่อท่านตกลงยินยอมตามสัญญาหลักดังกล่าว โดยถือว่าท่าน (“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล”) ได้ตกลงยินยอมให้บริษัท มัลติวัน เอ็กซ์ จำกัด (“บริษัท”) เป็น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้ข้อกำหนดตามข้อตกลงนี้

ตามสัญญาหลัก ท่านมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยมอบหมายให้บริษัทในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูล ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการตามสัญญาหลัก อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การจัดเก็บ ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลตามที่จำเป็นต่อการให้บริการของบริษัท

บริษัทตกลงจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้คำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น และจะไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เว้นแต่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

ทั้งสองฝ่ายตกลงว่าข้อกำหนดด้านการรักษาความลับ มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งเหตุละเมิด การลบหรือคืนข้อมูลเมื่อสิ้นสุดบริการ และข้อกำหนดอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้บังคับและตามรายละเอียดในข้อตกลงนี้

 

ข้อ 1. คำนิยาม

ภายใต้วัตถุประสงค์ของข้อตกลงฉบับนี้ คำต่าง ๆ ต่อไปนี้ให้มีความหมายดังต่อไปนี้ เว้นแต่บริบทจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น

1.1 “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งสามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และที่บริษัทได้ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (“ประมวลผล”) ในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้สัญญาหลัก

1.2 “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎกระทรวง ประกาศ หรือกฎหมายลำดับรองอื่น ๆ ที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว รวมถึงกฎหมายหรือข้อบังคับใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับในเขตอำนาจที่เกี่ยวข้อง

1.3 “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎกระทรวงหรือประกาศอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งมีผลใช้บังคับในประเทศไทยเท่านั้น

1.4 “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุในสัญญาหลัก ซึ่งในที่นี้หมายถึง “คุณ” หรือ “ลูกค้า” ของบริษัท

1.5 “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บริษัท มัลติวัน เอ็กซ์ จำกัด (“บริษัท”) ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลให้ดำเนินการประมวลผลข้อมูลในนามของผู้ควบคุมข้อมูล

1.6 “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง” (Sub-Processor) หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลใด ๆ ที่บริษัทว่าจ้างหรือมอบหมายให้ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดหรือบางส่วนแทนบริษัท และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและภาระหน้าที่ตามข้อตกลงนี้

1.7 “เทคโนโลยีติดตาม” หมายถึง คุกกี้ (Cookies) เว็บบีคอน (Web Beacons) คุกกี้แฟลช พิกเซล และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

1.8 “คณะกรรมการ” หรือ “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หรือ “การประมวลผล” และนิยามอื่น ๆ ที่มิได้กำหนดไว้ในที่นี้ให้มีความหมายสอดคล้องและเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย

 

ข้อ 2. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทตกลงว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ส่งมอบ หรือจะส่งมอบให้แก่บริษัท ภายใต้สัญญาหลัก

ทั้งนี้ บริษัทจะไม่ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ นอกเหนือจากที่ได้รับคำสั่งอย่างชัดแจ้งจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และคำสั่งดังกล่าวต้องอยู่ในรูปแบบลายลักษณ์อักษร เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่หรือมีสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด

 

ข้อ 3. หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตกลงจะปฏิบัติหน้าที่และรับผิดชอบในการควบคุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้

3.1 พิจารณาและประเมินลักษณะ บริบท ขอบเขต และวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และผลกระทบที่อาจมีต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และจัดให้มีมาตรการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึง

3.1.1 มาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguards)

3.1.2 มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (Technical Safeguards)

3.1.3 มาตรการป้องกันด้านกายภาพ (Physical Safeguards)

ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ามีระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 37 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

3.2 กำหนดมาตรการดังกล่าวในข้อ 3.1 เป็นนโยบายหรือแนวปฏิบัติภายในองค์กรของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะกิจกรรมการประมวลผลที่ดำเนินการอยู่ และจัดให้มีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ

3.3 ดำเนินการให้มั่นใจว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยครอบคลุมถึงขอบเขต ปริมาณ ระยะเวลาในการจัดเก็บรักษา และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล รวมทั้งป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกเข้าถึง ใช้งาน หรือแทรกแซงโดยมิชอบจากบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต

3.4 ตกลงจะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการอย่างชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม โปร่งใส และคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลอย่างเหมาะสม

 

ข้อ 4. หน้าที่ของบริษัท

บริษัทตกลงจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ ดังต่อไปนี้

4.1 ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

4.2 ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ และตามคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น

4.3 ดำเนินการให้มั่นใจว่าพนักงานหรือบุคคลใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตจากบริษัทให้เข้าถึงหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จะรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเหมาะสม

 

4.4 จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความเสี่ยง ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguards) มาตรการด้านเทคนิค (Technical Safeguards) มาตรการทางกายภาพ (Physical Safeguards) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 40 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

4.5 ไม่กระทำการมอบหมายหรือช่วงงานที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้แก่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง (Sub-Processor) เว้นแต่จะได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง และจะจัดให้มีมาตรการและข้อตกลงที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญานี้ รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตกลง และรับทราบว่าบริษัทอาจใช้บริการโครงสร้างพื้นฐาน หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจากผู้ให้บริการหลายราย เช่น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล หรือผู้ให้บริการระบบสำรองข้อมูล เป็นต้น ซึ่งอาจมีศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่ทั้งภายในประเทศหรือในต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทจะคัดเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม และสอดคล้องตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ การจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวจะอยู่ภายใต้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4.6 สนับสนุนผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยใช้มาตรการทางเทคนิคและมาตรการทางองค์กรที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถดำเนินการตามหน้าที่ในการตอบสนองต่อคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามที่กฎหมายกำหนด

4.7 แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้า เมื่อเกิดเหตุการณ์รั่วไหล การละเมิด การเข้าถึง ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

4.8 เมื่อกิจกรรมการประมวลผลสิ้นสุดลง บริษัทจะดำเนินการลบหรือส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสำเนาข้อมูลใด ๆ เว้นแต่จะมีกฎหมายที่ให้อำนาจบริษัทเก็บรักษาข้อมูลต่อไปได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

4.9 จัดเตรียมข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่จำเป็นตามคำร้องขอของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สามารถตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อสัญญาได้ และอนุญาตให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายเข้าตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่สมเหตุสมผล

4.10 ชดใช้ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือความสูญเสียใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล อันเนื่องจากการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้ของบริษัท

 

4.11 ไม่ถ่ายโอนหรือยินยอมให้มีการถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องใช้ผู้ให้บริการระบบคลาวด์หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการให้แน่ใจว่าข้อมูลดังกล่าวได้รับการคุ้มครองในระดับที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

 

ข้อ 5. ข้อกำหนดทั่วไป

5.1 การรักษาความลับ

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเก็บรักษาสัญญาฉบับนี้ ตลอดจนข้อมูล เอกสาร หรือสารสนเทศใด ๆ ที่ได้รับจากอีกฝ่ายหนึ่งภายใต้สัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบลายลักษณ์อักษร อิเล็กทรอนิกส์ หรือรูปแบบอื่นใด (“ข้อมูลที่เป็นความลับ”) ไว้เป็นความลับ และจะไม่นำไปใช้หรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่

(ก) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากคู่สัญญาอีกฝ่าย หรือ

(ข) เป็นการเปิดเผยที่จำเป็นตามที่กฎหมายบังคับ หรือคำสั่งของหน่วยงานราชการ หรือ

(ค) ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่อยู่ในสาธารณสมบัติ (public domain) โดยมิใช่เป็นผลจากการละเมิดสัญญา

5.2 การแจ้งและการสื่อสาร

การแจ้ง การส่งหนังสือ หรือการติดต่อสื่อสารใด ๆ ระหว่างคู่สัญญาภายใต้สัญญาฉบับนี้ ให้ดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษร และส่งถึงอีกฝ่ายหนึ่งโดยวิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้

(ก) ทางอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลที่ระบุไว้ในหน้าสุดท้ายของสัญญานี้ หรือ

(ข) ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ หรือ

(ค) ทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทจัดให้ เช่น ระบบแจ้งเตือนภายในแพลตฟอร์ม (In-App Notification) ระบบศูนย์ข้อมูลผู้ใช้งาน (User Dashboard) ระบบออกตั๋วบริการ (Support Ticket System) หรือช่องทางดิจิทัลอื่น ๆ ที่บริษัทกำหนดให้ใช้เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารอย่างเป็นทางการ โดยการแจ้งเตือนที่ส่งผ่านระบบดังกล่าวให้ถือว่าเป็นการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อปรากฏในบัญชีผู้ใช้งานของคู่สัญญา

ทั้งนี้ หากฝ่ายใดประสงค์จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมรายละเอียดในการติดต่อให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วันทำการ และการแจ้งดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับเมื่ออีกฝ่ายได้รับแจ้งโดยชัดแจ้งแล้ว

 

ข้อ 6. กฎหมายที่ใช้บังคับ และเขตอำนาจศาล

6.1 สัญญาฉบับนี้อยู่ภายใต้กฎหมายไทย

6.2 ข้อพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้ ซึ่งคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยุติลงได้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงให้ศาลไทยเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ

 ข้อ 7. การบังคับใช้สัญญา

สัญญาฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นต้นไป และให้ถือว่าสัญญานี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลักด้วย หน้าที่และความรับผิดของบริษัทในการปฏิบัติตามข้อตกลงจะสิ้นสุดลงนับแต่วันที่บริษัทและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ตกลงยกเลิกสัญญาหลัก การสิ้นผลลงของข้อตกลงนี้ ไม่กระทบต่อหน้าที่ของในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้กำหนดในข้อ 4.8 ของข้อตกลงฉบับนี้