การจัดโปรโมชั่นลดราคาแรง ๆ หรือจัดส่วนลดเป็นประจำ แม้จะช่วยกระตุ้นความรู้สึกของผู้บริโภคให้อยากซื้อสินค้ามากขึ้น และดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ได้ แต่หากไม่มีการวางแผนอย่างเหมาะสม การ จัดโปรโมชั่น ลักษณะนี้อาจส่งผลเสียกับรายได้ของร้านค้านั้นเอง จากที่ควรมีกำไร กลับกลายเป็นขาดทุนแทนได้เลยทีเดียว
ทำไมจึงไม่ควรจัดโปรโมชั่นลดราคาแรง ๆ บ่อยจนเกินไป ?
การจัด โปรโมชั่นแบบลดราคา ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่แพร่หลาย ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าได้ผลดีในแง่ของยอดขาย แต่ความจริงแล้ว หากจัดถี่เกินไป อาจกระทบต่อ “ภาพลักษณ์” ของแบรนด์ และ การดึงดูดลูกค้า ที่เน้นเฉพาะช่วงลดราคา จนอาจพลาดโอกาสจากลูกค้าประจำ
นอกจากนี้ การลดราคาบ่อยครั้ง ยังอาจทำให้ลูกค้ามองว่าสินค้าคุณภาพไม่ดี หรือใกล้หมดอายุ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์เลย และที่สำคัญที่สุด การทำโปรโมชั่นซ้ำ ๆ อย่าง Mid Year, New Year ด้วยรูปแบบเดิม สินค้าเดิม ก็อาจทำให้ลูกค้ารอซื้อแค่ช่วงลดราคาเท่านั้น
วันนี้ MultiOne ขอเสนอ 5 กลยุทธ์ การจัดโปรโมชั่น ที่ช่วย ดึงดูดลูกค้า ได้แบบไม่ต้องลดราคาให้กระทบกำไร มาดูกันว่า “วิธีจัดโปรโมชั่นแบบไม่ลดราคา” มีอะไรบ้าง!
1. การจัดโปรโมชั่น โดยใช้จิตวิทยาเป็นตัวช่วยในการกำหนดราคา

หนึ่งใน กลยุทธ์โปรโมชั่น ที่ทรงพลังโดยไม่ต้องลดราคา คือการใช้ “จิตวิทยาการตั้งราคา” เช่น การตั้งราคาลงท้ายด้วยเลข 9 หรือที่เรียกว่า Charming Price เช่น 199 แทน 200 เพราะสมองมนุษย์จะรับรู้ว่ามัน “ถูกกว่า” แม้จะต่างกันแค่ 1 บาทก็ตาม
วิธีนี้ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ราคาที่คุ้มค่า โดยที่คุณไม่ต้องลดราคาเลยแม้แต่น้อย
2. การจัดโปรโมชั่น สะสมแต้ม เพื่อแลกรับรางวัล

การทำ ระบบสะสมแต้ม เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ การจัดโปรโมชั่น ที่มีประสิทธิภาพ เพราะช่วยสร้างความจงรักภักดีและการจดจำแบรนด์ได้ดี โดยลูกค้าสามารถสะสมแต้มจากการซื้อ แล้วนำไปแลกรางวัลหรือส่วนลดในอนาคต เช่น ซื้อครบ 10 ชิ้น ฟรี 1 ชิ้น หรือสะสมครบแลกของขวัญพิเศษ
วิธีนี้นอกจากจะช่วย ดึงดูดลูกค้า แล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำอีกด้วย
3. การจัดโปรโมชั่น “ที่ไม่มีส่วนลด” แต่เพิ่ม “บริการพิเศษ” แก่ลูกค้า

บางครั้ง “บริการ” ก็มีค่ามากกว่าการลดราคา เช่น การจัดส่งฟรี บริการห่อของขวัญ หรือบริการหลังการขายที่ดี สิ่งเหล่านี้สามารถเพิ่มมูลค่าทางใจให้ลูกค้าได้โดยไม่ต้องลดราคาเลย
นี่คือ วิธีจัดโปรโมชั่นแบบไม่ลดราคา ที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับมากกว่าที่จ่าย และยังสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูพรีเมียมอีกด้วย
4. ขายสินค้าแบบ Up-selling

Up-selling คือการเสนอสินค้ารุ่นที่ดีกว่า หรือแพ็กเกจที่คุ้มค่ากว่าในราคาที่เพิ่มขึ้นไม่มาก เช่น แทนที่ลูกค้าจะซื้อขนาดเล็ก 150 บาท อาจแนะนำขนาดใหญ่ขึ้นราคา 179 บาท โดยใช้วิธีเปรียบเทียบความคุ้มค่า
กลยุทธ์นี้เป็นอีกหนึ่งแนวทาง การดึงดูดลูกค้า โดยไม่จำเป็นต้องลดราคา แต่เพิ่มยอดขายต่อบิลได้มากขึ้น
5. มีนโยบายการคืนสินค้าที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
การมีนโยบายคืนสินค้าที่ดี เช่น คืนสินค้าได้ภายใน 7 วันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะในการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ลูกค้ามองไม่เห็นสินค้าจริง
ถือเป็น โปรโมชั่น ที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และเพิ่มการตัดสินใจซื้อได้ดีกว่าการลดราคา
สรุป
การจัด โปรโมชั่นแบบไม่ลดราคา ไม่เพียงช่วยรักษากำไรของร้านค้า แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ความน่าเชื่อถือ และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าอีกด้วยหากคุณกำลังมองหาเครื่องมือช่วยบริหารจัดการร้าน และจัดการ โปรโมชั่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองใช้ระบบจาก MultiOne ที่ช่วยให้การทำแคมเปญร่วมกับแบรนด์และร้านค้าพาร์ทเนอร์เป็นเรื่องง่าย พร้อมระบบหลังบ้านครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบสะสมแต้ม หรือจัดโปรเฉพาะกลุ่มลูกค้า