โลกยุคสมัยใหม่ส่งผลให้เกิดข้อได้เปรียบหลากหลายอย่างมากที่ส่งผลกระทบกับเรา หนึ่งในจุดที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือความหลากหลายของวิธีซื้อสินค้า อีคอมเมิร์ซได้กลายมาเป็นผู้นำเทรนด์ในกลุ่มผู้ค้าปลีก ซึ่งทำให้การแข่งขันนั้นสูงขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา เจ้าของร้านค้ามักจะหาวิธีใหม่ๆ ในการดึงดูดลูกค้า ซึ่งก็มีร้านค้าจำนวนหนึ่งได้พัฒนามาเป็น ร้านค้าปลีกมัลติแบรนด์ (Multi-brand retail) ทิศทางการพัฒนานี้ได้รับการพิสูจน์แล้วจากหลายร้านค้าว่า ร้านค้ามัลติแบรนด์ นั้นได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถสร้างกำไรและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจให้แก่หลากหลายร้านค้า

 

วันนี้น้องมัลตี้จะพามาดูทุกสิ่งที่ร้านค้ายุคนี้ควรรู้เกี่ยวกับการขายปลีกหลายแบรนด์และ ร้านค้ามัลติแบรนด์ (Multi-brand store) ซึ่งหากคุณสงสัยว่าร้านค้าสไตล์นี้เหมาะสำหรับคุณหรือไม่ เรามั่นใจเลยว่าคุณจะพบคำตอบจากบทความของเราแน่นอน ไปดูกันเถอะว่าเราจะพูดถึงอะไรบ้างเกี่ยวกับการขายสินค้าหลายแบรนด์ในบทความนี้!

 

ร้านค้ามัลติแบรนด์ คืออะไร ?

ร้านค้ามัลติแบรนด์นั้นความหมายก็ตรงตามชื่อเลย ก็คือร้านที่ขายสินค้ามากกว่าหนึ่งแบรนด์ในร้านเดียว แตกต่างจากการขายปลีกแบรนด์เดียวที่เจ้าของร้านค้าจะเปิดมาเพื่อขายสินค้าจากแบรนด์เดียว แต่ร้านค้ามัลติแบรนด์นั้นมักจะมีสินค้าที่หลากหลายให้ผู้บริโภคเลือกซื้อมากกว่า

 

ตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าหรือเอาท์เล็ทเป็นร้านค้าปลีกมัลติแบรนด์แบบดั้งเดิม เนื่องจากผู้เข้าชมสามารถค้นหาแบรนด์ต่างๆ และเลือกสินค้าที่เหมาะสมได้อย่างง่ายดาย แต่ด้วยเทรนด์มาแรงของตลาดอีคอมเมิร์ซ ผู้ค้าปลีกจำนวนมากมักจะเลือกขายสินค้าแค่จากแบรนด์ตัวเองอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ร้านค้าอย่าง Nike หรือ Zara ที่จะขายแต่สินค้าจากแบรนด์ตัวเองเท่านั้น

 

แต่ก็ยังมีร้านค้าปลีกมัลติแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและหลายคนก็คงรู้จัก เช่น Walmart และ Amazon ซึ่งธุรกิจร้าค้าประเภทนี้ก็ได้ทำให้กระบวนการซื้อสินค้าสำหรับผู้คนนับล้านทั่วโลกนั้นง่ายขึ้น

 

ประเภทของ ร้านค้ามัลติแบรนด์ 

  • ประเภทแรกขึ้นอยู่กับเอกลักษณ์ของแบรนด์: ลูกค้าสามารถแยกแยะความแตกต่างของสินค้าผ่านภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการบริการออกได้ว่าเป็นสาขาขององค์กรหลัก และผู้บริโภคสามารถแยกออกได้ง่ายเช่น Grab food, delivery, bike
  • ประเภทที่สองขึ้นอยู่กับชื่อแบรนด์: ลูกค้าจะเรียกชื่อแต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน แต่การจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการเป็นชนิดเดียวกัน ซึ่งอาจมีการเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต่างกัน และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเดียวกัน
  • ประเภทสุดท้ายคือแบบไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์: เนื่องจากชื่อและการออกแบบแยกจากกัน เป็นการสร้างบริษัทย่อยหรือแบรนด์สินค้าย่อย ที่ชื่อแบรนด์และประเภทสินค้าต่างกันภายใต้เจ้าของบริษัทเดียวกัน

 

ร้านค้ามัลติแบรนด์ กับประโยชน์มากมายที่คนส่วนมากมักจะไม่รู้

บางคนอาจกล่าวว่าการทำธุรกิจจากผู้ค้าหลายรายจะทำให้คุณต้องพบกับทางตัน เนื่องจากแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถจัดองค์ประกอบทุกอย่างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย คนเหล่านี้อาจไม่ได้มองการณ์ไกลมากพอ

 

ความหลากหลายของสินค้ามากขึ้น

ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของการขายปลีกมัลติแบรนด์ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย ผู้บริโภคสามารถหาตัวเลือกที่เหมาะสมได้ง่าย ทั้งในด้านของคุณภาพและราคา เนื่องจากธุรกิจนำเสนอตัวเลือกที่หลากหลายจากต่างแบรนด์

 

หากนึกไม่ออกลองคิดภาพเจ้าของร้านแฟชั่นที่มีสินค้าครบทุกอย่างทั้ง เสื้อ กางเกง รองเท้า และเครื่องประดับจากหลายแบรนด์ดัง

นี่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับลูกค้าที่ไม่ยึดติดกับสินค้าแบรนด์เดียว ลูกค้าที่ต้องการทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

คุณไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะหมด เนื่องจากการเชื่อมต่อระหว่างพาร์ทเนอร์ของคุณ ทำให้แน่ใจได้เลยว่าผู้บริโภคจะพบสินค้าที่พวกเขาชอบได้ตลอดเวลา

 

ด้วยความที่ว่าสินค้ามีหลายประเภท ร้านค้ามัลติแบรนด์ จึงสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและทันกับเทรนด์ใหม่ๆ เสมอ ด้วยความหลากหลายของแบรนด์ที่คุณสามารถเลือกเองได้ ร้านของคุณจึงสามารถสร้างความได้เปรียบเหนือกว่าในตลาดและหลายๆ คู่แข่งของคุณได้เพราะลูกค้าจะมีแนวโน้มในการเลือกร้านของคุณเสมอเนื่องจากการอัพเดทที่รวดเร็ว และการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง

 

ทำการโฆษณาเพื่อโปรโมทได้ดีขึ้น

ด้วยแบรนด์สินค้าที่มากกว่าหนึ่งแบรนด์ในร้านค้าของคุณ คุณสามารถรับการสนับสนุนจากพันธมิตรของคุณในด้านการตลาด แทนที่จะโฆษณาด้วยตัวเอง คุณมีแบรนด์อื่นๆ ช่วยโปรโมตร้านค้าของคุณให้กับผู้บริโภคได้มากขึ้น

 

นอกจากนี้ คุณยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมเพื่อแสดงจุดแข็งของคุณ เพราะมีพาร์ทเนอร์แบรนด์จำนวนมากที่นับว่าเป็นธุรกิจที่สามารถพึ่งพาได้เลยทีเดียว แล้วความหลากหลายสินค้าของคุณยังเป็นจุดขายหลักที่สามารถทำให้เอาชนะใจลูกค้าได้ เพราะใครหละจะไม่ชอบการประหยัดเวลาไว้สำหรับสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

 

ด้วยรูปแบบการโฆษณาที่มากขึ้น คุณสามารถสร้างแผนการตลาดมากมายเพื่อที่จะนำคุณเข้าใกล้ผู้กลุ่มบริโภคเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มจำนวนการเข้าชมร้านค้าของคุณให้มากขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากหากกลุ่มลูกค้าเห็นโฆษณาจากหลายที่ก็จะทำให้ลูกค้ามีโอกาสจะสนใจร้านค้าคุณมากขึ้นได้

 

การจัดงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

การร่วมมือกับหลายๆ แบรนด์ นั้นนอกจากจะช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียน ประหยัดค่าใช้จ่ายจากการลงทุน แล้วยังสามารถทำให้ประหยัดทรัพยากรจำนวนมากอีกด้วย

เริ่มแรกเลยก็คือ ร้านค้าคุณกำลังช่วยให้เหล่าแบรนด์ที่มาลงฝากขายสินค้าได้มากขึ้น ดังนั้นการจะมีค่าธรรมเนียมในการเช่าวางสินค้าเพื่อขายนั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณดูแลและยกระดับร้านค้าของคุณตามแบรนด์ที่คุณร่วมทำงานอยู่อีกด้วย

นอกจากนั้น ในฐานะร้านค้าปลีกมัลติแบรนด์ คุณไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้าคงคลังจำนวนมาก เนื่องจากแต่ละแบรนด์ที่ส่งสินค้ามากลงฝากขายก็มักจะมีพื้นที่จัดเก็บของตัวเอง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่และจ้างทรัพยากรบุคคลเพิ่มในการจัดการและพัฒนาสินค้าต่างๆ อีกด้วย

 

อะไรคือสิ่งที่ต้องเตรียมเพื่อให้ ร้านค้ามัลติแบรนด์ ประสบความสำเร็จ?

หลังจากที่เข้าใจถึงประโยชน์อันน่าทึ่งของการขายปลีก multi-brand แล้ว ตอนนี้คุณต้องสงสัยว่าจะทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริงได้อย่างไร ด้านล่างนี้คือคำแนะนำบางประการเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับธุรกิจใหม่

 

การได้รับอนุญาตจากแบรนด์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ

จะเกิดร้านค้ามัลติแบรนด์ขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีแบรนด์พาร์ทเนอร์ที่ลงฝากขายด้วย ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือติดต่อธุรกิจที่เลือกให้เหมาะกับสไตล์ร้านค้าของคุณ และเสนอให้พวกเขานำสินค้ามาลงฝากขายที่หน้าร้านค้าของตนเอง

 

การขออนุญาตจำเป็นจะต้องชี้แจงกระบวนการต่างๆ และผลกำไรของแต่ละฝ่าย รวมทั้งการสร้างความไว้วางใจและน่าเชื่อถือ หรือาจมีการทำสัญญาการฝากขายสินค้าให้ละเอียดระหว่างแบรนด์สินค้าและร้านค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการฉ้อโกง และรับมือกับข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

สร้างขั้นตอนการทำงานสำหรับการจัดการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้า

เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น ควรจัดทำแผนครอบคลุมสำหรับคำสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้า ในการขนส่งสินค้าจากหลาย ๆ แบรนด์ การติดตามการทำงานทุกขั้นตอนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจนนั้นช่วยให้คุณสร้างประสบการณ์ที่ทำให้กลุ่มลูกค้าเกิดความพึงพอใจที่จะมีการส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้

 

กำหนดราคาสินค้าให้เหมาะสม

การกำหนดราคาเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกำหนดความสำเร็จของธุรกิจมัลติแบรนด์ หากตั้งราคาไว้สูงเกินไป ลูกค้าที่เข้ามาในร้านค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าเพียงแค่จากแบรนด์เดียว ดังนั้นจะดีกว่าถ้าเราเตรียมราคาที่เหมาะสมให้เหมาะสมกับทุกแบรนด์สินค้า และรับประกันผลกำไรสำหรับแบรนด์สินค้าพาร์ทเนอร์แต่ละรายในขณะเดียวกัน

 

เลือกแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เหมาะสมกับร้านค้า

ด้วยความเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ การนำร้านมัลติแบรนด์เข้าสู่ตลาดออนไลน์ จึงเป็นกลยุทธ์ที่หลายเจ้าของกิจการใช้อยู่ในขณะนี้ การสร้างแพลตฟอร์มที่เติบโตได้ น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับกลุ่มลูกค้าจึงเป็นเรื่องจำเป็น คุณจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้เลยหากการให้บริการกับลูกค้านั้นยังไม่เสถียร

 

ต้องทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จในการเปิด ร้านค้ามัลติแบรนด์ ?

เราจะมาบอกเทคนิคเพื่อให้คุณประสบความสำเร็จในการเป็นร้านค้ามัลติแบรนด์ ด้วยการเตรียมการอย่างรอบคอบ และการดำเนินธุรกิจอย่างชาญฉลาดนั้น สามารถทำให้ร้านค้าของคุณเพิ่มยอดขายได้สูงกว่าที่คุณคาดไว้อย่างแน่นอน

 

ร้านค้ามัลติแบรนด์ ต้องเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของสินค้า

เป้าหมายสูงสุดของทุกธุรกิจคือ การทำให้ลูกค้าซื้อมากขึ้นและได้รับกำไรเพิ่มขึ้น ดังนั้น หากคุณไม่เข้าใจลูกค้าของคุณ คุณจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจไหนเลย สำหรับร้านค้ามัลติแบรนด์ ปัญหานี้จะมีความรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะหากคุณขายสินค้าหลายประเภท แล้วยังคงไม่ตอบสนองต่อความต้องการของเป้าหมาย คุณจะไปต่อไม่ได้เลย มันเป็นปัญหาใหญ่ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อธุรกิจของคุณอย่างเดียวแต่รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ของคุณด้วย

ดังนั้นอย่าลืมศึกษาวิจัยสินค้า และการตลาดก่อนทำการตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ

 

การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ให้เหมาะสม 

ถึงแม้ว่าคุณจะเลือก platform อันดับ 1 ก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องทำการใช้งานควบคู่ไปกับเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของคุณควรวางบน clouds ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการรักษาความปลอดภัยและจัดระเบียบข้อมูลของคุณ

 

ร้านค้าปลีกมัลติแบรนด์ไม่ควรละเลยพลังของการขยาย เช่น Mega Menu หรือ Shop By Brand ช่วยให้คุณจัดกลุ่มสินค้าแยกตามแบรนด์ โดยการสร้างหน้าแบรนด์แยกนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์และสินค้าของแบรนด์

 

ทำให้กระบวนการคล่องตัวและได้มาตรฐาน

จากการวิจัยพบว่าจำนวนลูกค้ามากถึง 74% ไม่ซื้อสินค้าเพราะว่า การบริการลูกค้าที่ไม่ดีและกระบวนการซื้อที่ซับซ้อน ในขณะที่เปอร์เซ็นต์เดียวกันตกหลุมรักแบรนด์สินค้าที่ให้บริการดี และการสนับสนุนที่เป็นประโยชน์ ในฐานะที่เป็นร้านค้ามัลติแบรนด์ จึงต้องคอยรักษาคุณภาพการบริการโดยทำให้การใช้งานธุรกิจของคุณดูเป็นเรื่อง่าย

 

การใช้งานเกตเวย์วิธีการการชำระเงินที่ใช้งานง่าย และปลอดภัยจะช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่ร้านค้าของคุณมากขึ้น

 

การตรวจสอบเป็นประจำ

การจัดการสินค้าจากหลายแบรนด์อาจเป็นงานที่เหนื่อย แต่ถึงแบบนั้นก็ควรจะมีการติดตามเป็นประจำ เพื่อใช้รายงานในการหาคำตอบว่า มีสินค้าคงคลังเหลืออยู่เท่าไหร่ หรือ ผลลัพธ์ยอดขายสินค้าของแต่ละแบรนด์ ในเดือนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งควรตรวจสอบการอย่างถี่ถ้วนเสมอ เพราะข้อมูลในส่วนนี้จะมีบทบาทสำคัญเพื่อใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ในอนาคตของร้านค้าได้

 

นอกจากนั้นการตรวจสอบบ่อยๆ ยังช่วยให้คุณอัปเดตและปรับร้านค้าให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในโลกยุคสมัยใหม่ได้ที่มีการปรับเปลี่ยนได้

 

ข้อสรุป

ร้านค้ามัลติแบรนด์ในปัจจุนั้นเริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ กลยุทธ์มัลติแบรนด์นั้นใช้ได้ดีในการแก้ไขปัญหาด้านความหลากหลายของสินค้าของร้านค้า และการลดค่าใช้จ่ายกับความเสี่ยงในการลงทุนอีกด้วย คุณสามารถเลือกใช้กลยุทธ์นี้ในการพัฒนาธุรกิจของคุณไปสู่อีกระดับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของกลุ่มลูกค้า

 

แม้ว่าการจัดการกับหลายแบรนด์สินค้าฝากขายอาจเป็นเรื่องที่เครียด แต่เมื่อคุณเอาก้าผ่านความท้าทายและปัญหาไปได้ แบรนด์ร้านค้าของคุณจะเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ซึ่งรับประกันเลยว่าค่าตอบแทนนั้นคุ้มค่าในการลงมือทำงานหนักทั้งหมดก่อนหน้านี้ ดังนั้นหากนี่คือทางเลือกที่คุณสนใจ ลองคว้าโอกาสและพัฒนาร้านค้าของคุณไปให้ถึงเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น

 

ร้านค้าจำนวนมากมักเลือกใช้แพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมต่อกับหลายช่องทาง ในการลดความซับซ้อนของกระบวนการจัดการของร้านค้าที่ขายหลายช่องทาง ด้วยวิธีนี้ เจ้าของร้านค้าสามารถรวมสินค้าคงคลังเข้ากับช่องทางการขายทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย และตรวจสอบทุกอย่างในที่เดียว

 

บทความแนะนำ

อะไรคือร้านค้า Multi-Brand ?

ธุรกิจฝากขายกับเทรนด์ร้านมัลติแบรนด์

ทำไมถึงต้องฝากขายกับร้านค้า Multi-Brand !?

 

 

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกและร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

 

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

 

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

 

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

ในยุคที่โลกโซเชียลและสื่อต่าง ๆ มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของคนในสังคม การทำการตลาด (Marketing) ผ่านแพลตฟอร์มช่องทางต่าง ๆ มีให้เลือกอย่างหลากหลาย อีกทั้งยังมีเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การทำการตลาดของคุณง่ายขึ้น แต่คุณทราบหรือไม่ ปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่นักการตลาดทั้งหลายไม่ควรมองข้าม ก็คือ “สี” นั่นเอง การเลือกใช้สี นอกจากจะช่วยสื่อถึงอารมณ์ได้ดี สียังสามารถสื่อถึง Branding และสร้าง First impression ให้ลูกค้าต่อแบรนด์ของเราได้อีกด้วย

 

ความสำคัญของ “สี”

ในชีวิตประจำวัน สี เป็นสิ่งแรกที่ต้องพบเจอตั้งแต่ตื่นนอน และเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราเห็นก่อนนอนหลับ รอบ ๆ ตัวเราทุกอย่างล้วนมีสีเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย สัญญาณไฟจราจร อาหาร เครื่องดื่ม เป็นต้น

นอกจากสีจะเป็นสิ่งที่เราต้องพบเจอในทุก ๆ วัน สีนั้นยังมีอิทธิพลต่อกระบวนการคิด ความจำและการตัดสินใจของเรา รวมทั้งสียังสามารถใช้สื่ออารมณ์ ความรู้สึกให้ผู้รับสารรับรู้ได้อีกด้วย

 

จิตวิทยา การเลือกใช้สี

การเลือกใช้สีที่เหมาะสมในการทำการตลาด อาจส่งผลให้แบรนด์ของเราโดดนเด่นขึ้นมาแตกต่างจากแบรนด์อื่น และยังสามารถส่งสารที่ต้องการให้ผู้รับสารรับรู้ได้อย่างชัดเจน และตรงประเด็น นักการตลาดหลายคนจึงได้ศึกษา และใช้หลักจิตวิทยาสีเพื่อทำการตลาด สร้างการรับรู้และสื่อความเป็นแบรนด์ออกมาให้ลูกค้าได้รับรู้

การเลือกใช้สีนั้นมีผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ การเลือกสีที่ไม่เหมาะสมในการทำคอนเทนต์หรือโลโก้อาจทำให้ลูกค้าไม่เกิดความประทับใจ  หรือสนใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ โดยสีนั้นมีอิทธิพลต่อความคิดและพฤติกรรมในการรับข้อมูล ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจของผู้คน ดังนั้น การศึกษาและเลือกใช้สีที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการทำการตลาดสำหรับแบรนด์

จิตวิทยาการเลือกใช้สี_การเลือกใช้สี_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

ที่มาจาก oberlo.com

การเลือกใช้สี และการสื่ออารมณ์

เพราะสีแต่ละสีนั้นให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น MultiOne อยากให้เพื่อน ๆ ได้เข้าใจความหมายของสีในการออกแบบแต่ละสีกันก่อน ซึ่งแต่ละสีจะให้ความรู้อย่างไรบ้าง ลองมาอ่านเพิ่มเติมได้เลย

การเลือกใช้สีและการสื่ออารมณ์_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

ที่มาจาก mangozero.com

 

1.สีแดง เป็นสีที่มีความเข้มข้น สื่อได้ถึงความเร่งรีบ กระตือรือร้น ความตื่นเต้น ความหลงใหลและอันตราย หากต้องการเพิ่มความดึงดูดและสะดุดตา การใช้สีแดงจึงเป็นสีที่เหมาะสมเพราะจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้มากขึ้น เรามักจะพบเห็นบ่อยจากป้าย Sale, Promotion ซึ่งต้องยอมรับว่า เมื่อเห็นป้ายหรือตัวหนังสือสีแดงในห้างสรรพสินค้า คนส่วนใหญ่มักจะโฟกัสที่ป้ายนี้เป็นอันดับแรกๆ 

สีแดง_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

2.สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน เป็นสีที่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตา สื่อได้ถึงสันติภาพ และความสงบ สีนี้จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการให้ความรู้สึกถึงความมั่นคง ความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ ความภาคภูมิใจ และความสำเร็จ เราจึงมักเห็นบริษัท สถาบันการเงิน ภาคสุขภาพ และธุรกิจขนาดใหญ่ เลือกใช้สีฟ้าหรือน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม สีฟ้าหรือสีน้ำเงินก็อาจสื่อได้ถึงอารมณ์ในด้านลบเช่นกัน นั่นก็คือ อารมณ์เศร้าหมอง หดหู่นั่นเอง

สีน้ำเงิน_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

3.สีเขียว เป็นสีที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ สามารถเชื่อมโยงไปถึงสุขภาพ และการเงิน การเจริญเติบโต ความอุดมสมบูรณ์ และสดชื่น เป็นสีที่ให้ความรู้สึกในเชิงบวก เพราะแสดงถึงความลื่นไหล เอื้ออาทร จึงเหมาะกับบริษัทหรือองค์กรที่ต้องการสื่อภาพลักษณ์ที่ดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม หรือด้านการเงิน 

สีเขียว_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

4.สีส้ม เป็นสีที่สื่อถึงความคิดสร้างสรรค์ เป็นกันเอง ความสมดุล ความกระตือรือร้น และช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้กับรูปภาพหรือสื่อต่าง ๆ ได้ดี ตัวอย่างการใช้สีส้มโดยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังอย่าง Shopee ซึ่งจะสื่อได้ถึงความสุข สนุกสนานในการช็อปปิ้ง เพราะไม่ว่าต้องการซื้อสินค้าชนิดใด ก็สามารถเลือกซื้อได้จาก Shopee แพลตฟอร์มด้านเพลงอย่าง Sound Cloud หรือ แพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Reddit

สีส้ม_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

5.สีม่วง เป็นสีที่เป็นได้ทั้งสีโทนร้อน และโทนเย็น ซึ่งสีม่วงเองจะแสดงได้ถึงความหรูหรา มีพลัง อำนาจ ความมั่นคง มั่งคั่งและสง่างาม หากเลือกโทนสีม่วงดี ๆ จะช่วยส่งผลทางความรู้สึกให้เป็นในทางหรูหรา สินค้ามีคุณค่า ราคาแพง แต่สีม่วงก็อาจสื่อได้ถึงความโศกเศร้า ความอ่อนไหวได้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างการใช้สีม่วงกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเกมชื่อดังอย่าง Twitch

สีม่วง_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

6.สีเหลือง เป็นสีที่แสดงอารมณ์ได้อย่างหลากหลาย ทั้งสนุกสนาน มั่นใจ ความสุข และการมองโลกในแง่ดี แต่สีเหลืออาจสื่ออีกนัยได้ถึงการเตือน ข้อควรระวัง การหลอกลวง และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง แต่หากใช้สีเหลืองในโทนที่เหมาะสม ก็สามารถสื่อได้ถึงความหรูหรา ความมั่นคง และความปลอดภัยได้เช่นกัน ตัวอย่างการใช้สีเหลืองในป้ายจราจร ป้ายเตือน ป้ายบอกทาง ตัวอย่างเช่นแพลตฟอร์มแชทที่มีคนใช้มากมายอย่าง Snapchat

สีเหลือง_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

7.สีชมพู เป็นสีที่มักใช้สื่อถึงผู้หญิงและความรัก ความหมายโดยทั่วไปอาจแสดงได้ถึงความสุข ความอิ่มเอม ความสนุกสนาน ความซุกซน และความสดใส แบรนด์สินค้าหรือสื่อในหลาย ๆ แบรนด์ มักใช้สีชมพูเพื่อสื่อถึงผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ คอนเทนต์หรือโลโก้ ซึ่งสีชมพูจะสื่อให้รู้สึกถึงความอ่อนโยน อ่อนเยาว์ อ่อนหวานและนุ่มนวมมากกว่าสีอื่น ๆ  

สีชมพู_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

8.สีดำ เป็นสีที่แสดงถึงความสงบ ลึกลับ อำนาจ เป็นจริงเป็นจัง สง่างาม ความซับซ้อน และทางการ อาจจะแสดงได้ถึงความเรียบแต่หรู ไม่เยอะและดูดีได้เช่นกัน แต่บางบริบทอาจสื่อได้ถึงการไว้อาลัย ความเศร้าโศก ตัวอย่าง แบรนด์ Chanel หรือ Nike ใช้สีดำเป็นโลโก้และใช้ภาพสไตล์ขาวดำในการคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งแม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็คงความหรูหราเอาไว้ตาม Concept ของแบรนด์ที่มีความ Luxury 

สีดำ_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

9.สีขาว เป็นสีที่สื่อได้ถึงความดี แสงสว่าง ความไร้เดียงสา ความสะอาด นอบน้อม และบริสุทธิ์ ซึ่งสีขาวนั้น ยังสื่อได้ถึงโรงพยาบาล การปลอดเชื้อ ความสมบูรณ์แบบ และการแต่งงานได้ด้วยเช่นกัน โดยการใช้สีขาวมักจะใช้กับสีอื่นๆ ร่วมด้วย

สีขาว_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

อย่างไรก็ตาม จิตวิทยาสีเป็นเรื่องที่สื่อถึงความรู้สึก และความคิดเห็นส่วนบุคคลมากกว่า ในแต่ละบุคคล เมื่อมองสีเหมือนกันอาจมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน การรับรู้ และความชอบในสีต่าง ๆ ล้วนเป็นความชอบ และความคิดเห็นในแต่ละบุคคล โดยแต่ละบุคคลอาจมีความชอบที่เหมือน หรือแตกต่างกันออกไป ดังนั้น การเลือกใช้สี จึงไม่มีถูกผิด แต่ควรเลือกตามความเหมาะสมและสามารถสื่อสารได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจสารที่เราต้องการจะสื่ออย่างถูกต้อง ชัดเจน และจดจำได้ง่าย

 

การเลือกใช้สี ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

โดยส่วนใหญ่ ผู้หญิงจะมีการรับรู้ความละเอียดและอ่อนไหวมากกว่าผู้ชาย ดังนั้นผู้หญิงจึงมักชอบการใช้สีสันมากกว่า ในขณะเดียวกัน ผู้ชายจำนวณมากจะชื่นชอบสีและสไตล์ที่เรียบ ๆ มากกว่า แต่หากต้องการใช้สีที่เป็นเซฟโซนที่สุด สีน้ำเงินก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ คนส่วนใหญ่มักเลือกสีน้ำเงินเป็นสีที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและสบายใจในการใช้มากกว่าสีอื่น ๆ 

การเลือกใช้สีกับธุรกิจ เราจำเป็นต้องทราบว่าต้องการสื่อไปถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มไหน เช่น สินค้ากลุ่มเด็กเล็ก แม้จะถูกผลิตมาเพื่อกลุ่มเด็กน้อย แต่อย่าลืมว่าคนที่เลือกสินค้านั้นคือพ่อแม่ของเด็ก ๆ ดังนั้น นอกจากสินค้าจะให้ความรู้สึกสดใส สินค้าต้องแสดงออกได้ถึงความน่าเชื่อถือ หากเน้นสีสันที่ดูสดใสและฉูดฉาดจนเกินไป อาจทำให้พ่อแม่หลายรายเกิดความไม่มั่นใจในการเลือกซื้อสินค้าเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัยต่อลูกน้อยนั่นเอง 

 

สร้างจุดยืนและภาพจำ

เพื่อให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์หรือสินค้าได้มากขึ้น การใช้ชุดสีเดิมซ้ำ ๆ จะช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์คุณ เมื่อลูกค้าเห็นโพสต์หรือคอนเทนต์ผ่านตาบ่อย ๆ ก็จะเกิดความคุ้นชินและจดจำแบรนด์ของคุณได้ ในการกำหนดชุดสี นอกจากจะเป็นการกำหนด theme ของคอนเทนต์ให้เป็นในทิศทางเดียวกันแล้ว ยังช่วยให้คอนเทนต์ของคุณน่าสนใจและเพิ่มภาพจำที่ดีให้แบรนด์ของคุณอีกด้วย 

ตัวอย่างการใช้ชุดสีที่น่าสนใจของ BLACKPINK ซึ่งคอนเทนต์โดยส่วนใหญ่เน้นการใช้สีดำกับชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ของ BLACKPINK นั่นเอง เมื่อเลื่อนผ่านหรือเห็นโพสต์ สิ่งที่จะทำให้สะดุดตาโดยง่ายก็คือโลโก้กับโทนสีของคอนเทนต์ที่จะสื่อเฉพาะถึงตัววง ถึงแม้จะเห็นผ่าน ๆ ตาก็สามารถจดจำได้โดยง่าย เพราะ Concept สีดำกับชมพูของ BLACKPINK นั่นเองสร้างจุดยืนและภาพจำ_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

ภาพจาก Instagram : blackpinkofficial

 

เน้นความสำคัญได้ง่าย ๆ ด้วยสี

แม้ว่าการคุมโทนสีนั้นจะสำคัญ แต่อย่าลืมว่าเป้าหมายหลักคือการขายสินค้าหรือแบรนด์ให้ลูกค้า ดังนั้นจะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกค้าตอบสนองสิ่งที่เราขายได้อย่างเหมาะสมที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นหลักการใช้สีที่เรียกว่า Accent 

การใช้สี Accent ก็เหมือนการใช้ปากกาเน้นข้อความ ซึ่งจะเป็นการเน้นน้ำหนักโดยใช้สีที่แตกต่างมาช่วยเพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ในการสร้างคอนเทนต์ นอกจากจะมีสีหลักอย่างน้อยหนึ่งสีแล้วก็ควรจะมีสี Accent ที่จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาให้คอนเทนต์ของคุณ โดยส่วนใหญ่มักจะใช้สี Accent เพื่อเน้นข้อความที่เป็น Keyword นั่นเอง

เน้นความสำคัญของสี_ความหมายของสีในการออกแบบ_5 เทคนิค การเลือกใช้สีในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน ที่ต้องการจะสื่อกับลูกค้า

การทำสื่อกราฟฟิกให้น่าสนใจ และดึงดูดสายตากลุ่มลูกค้านั้นสำคัญ แต่ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องความอ่านง่ายด้วย สีตัวหนังสือและพื้นหลังต้อง contrast กันมากพอ ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ พยายามอย่าเลือกสีคู่ตรงข้ามมาอยู่ด้วยกันแบบตรงๆ เพราะเวลามองสายตาจะล้ามาก จะทำให้ลูกค้าที่เห็นรู้สึกสนใจเนื้อหาน้อยลง

จุดสำคัญอีกจุดที่มองข้ามไม่ได้เลยก็คือการเลือกโทนสีของแบรนด์ ซึ่งก็ควรเลือกชุดสีหลัก และโทนสีรอง สีพื้นหลัง ที่สำคัญอย่าลืมเลือกสีที่ใช้เน้น (accent color) เอาไว้ให้ครบถ้วน ซึ่งเวลาเลือกใช้สีตาม ห้ามเลือกสีจาก color swatch เองใหม่เด็ดขาด

และท้ายสุดนี้ แม้ว่าคุณจะไม่ใช่ดีไซน์เนอร์ แต่การรู้เรื่องพื้นฐานเหล่านี้ก็สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนักการตลาดหรือผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของบริษัทที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ หรือทำงานร่วมกับกราฟฟิกดีไซน์ ที่มักจะนำหลักการเรื่องการใช้สีเข้ามาพัฒนาการใช้สื่อทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพ สื่อเรื่องราวและความรู้สึกได้อย่างชัดเจน

 

บทความแนะนำ

7 ไอเดีย การสร้าง Content บน Social Media ให้หลากหลาย

5 กลยุทธ์จัดโปรโมชั่นเรียกลูกค้า “แบบไม่ลดราคา”

เรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค ผ่านเครื่องมือตัวช่วยทำการตลาดออนไลน์

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ธุรกิจร้านค้าเป็นเป้าหมายของใครหลายๆคนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจ เพียงแค่มีเงินทุน มีพนักงาน มีทำเลที่ตั้ง ก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้แล้ว ปัจจุบัน ก่อนเปิดร้านขายของ ในยุคใหม่นั้น จะต้องมีการผสมผสานระหว่างแบบออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าได้มากที่สุด แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์ร้านขายของออนไลน์ได้รับความนิยมและมีจำนวนที่มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ควรเปิดหน้าร้านเอง เพราะยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ชอบเลือกดูสินค้าจากการดู สัมผัสโดยตรง และเดินช้อปปิ้งไปเรื่อยๆ 

 

 

“ ก่อนจะเริ่มต้น เปิดร้านขายของ ต้องรู้อะไรบ้าง ควรศึกษาอะไรเพิ่มเติมบ้าง หากไม่อยากเปิดมาแล้วขาดทุนต้องทำยังไง ? ”

 

แต่ในโลกแห่งความจริง การจะทำธุรกิจร้านขายของ หากต้องการให้ประสบความสำเร็จ ต้องมีการวางแผนที่ดีตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน ไม่เช่นนั้นโอกาสที่ธุรกิจจะปิดตัวลง และไปต่อไม่ไหว มีค่อนข้างสูงกว่าการสำเร็จในการเปิดร้าน

 

1.เลือกคอนเซปต์ของร้านค้าตัวเอง

ก่อนเริ่มต้นเปิดร้าน สิ่งที่เจ้าของร้านควรพิจารณาเป็นลำดับแรก คือ การมีคอนเซปต์ของร้านที่ชัดเจนตั้งแต่แรก เพื่อหาสินค้าและแบรนด์ ที่คอนเซปต์ตรงกัน ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนในขั้นตอนอื่นๆทำได้ง่ายขึ้น การที่ร้านขายของมีคอนเซปต์เป็นของตัวเองทำให้ง่ายต่อการจดจำ ตั้งแต่สไตล์การออกแบบ การตกแต่งร้าน การเลือกบรรยากาศภายในให้เหมาะสมในยุคนี้การสร้างร้านค้าให้มีความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ จะสามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้า ช่วยให้เราสามารถทราบกลุ่มลูกค้าของเราได้อย่างชัดเจน และสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง

 

2.การวางผังร้านให้ดึงดูดลูกค้า

การวางผังร้านค้าที่ดีถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ ก่อนเปิดหน้าร้านขายของ ในการจัดการร้านค้าให้มีประสิทธิภาพได้ 

หลักการออกแบบร้านที่จะนำมาแนะนำ คือ หลักการออกแบบร้านค้าแบบ “อิสระ” การวางผังร้านแบบนี้จะไม่ได้บังคับให้ลูกค้าเดินไปในทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน แต่ส่วนมากจะเน้นไปที่ความสบายใจของลูกค้า ซึ่งการจัดร้านแบบนี้จะกระจายตัว ทำให้ร้านดูสบายตา มีพื้นที่มากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะสร้างประสบการณ์ในการช้อปปิ้งที่ดีแก่ลูกค้า

 

3.การเลือกทำเลที่ตั้ง 

การเลือกทำเลที่ตั้ง มักเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ประกอบการต้องพบเจออยู่บ่อย ๆ ก่อนเปิดร้านขายของ การมองหาทำเลที่ดี เหมาะสมกับหน้าร้าน ควรเป็นที่เดินทางสะดวก ไม่ยุ่งยากและมีที่จอดรถเพียงพอสำหรับลูกค้า อย่างไรก็ตามอย่าลืมเช็คดูว่ามีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจนหรือเปล่าในบริเวณนั้น เพราะถึงแม้ว่าทำเลจะดีแค่ไหนแต่กลุ่มเป้าหมายไม่ตรง อาจทำให้มีจำนวนลูกค้าที่ไม่มากเท่าที่ควร เช่น การเปิดร้านประเภท stationery บริเวณสถานศึกษาจะดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ชัดเจนกว่าแหล่งตลาด และสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามสุดท้าย คือ การสำรวจก่อนว่ามีคู่แข่งมาก-น้อยแค่ไหนในบริเวณนั้น ๆ จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าควรเลือกทำเลไหนที่ตอบโจทย์มากที่สุด

 

4.คาดการณ์ปริมาณของลูกค้าก่อนเปิดร้านขายของ

คุณลองสังเกตดูว่าทำเลที่คุณ กำลังจะเปิดร้านขายของ นั้นสินค้ามีความตอบโจทย์กับลูกค้าในพื้นที่มาก-น้อยเพียงใด ทำเลที่เปิดมีความเหมาะสมหรือเปล่า และปริมาณลูกค้าที่เข้าร้านอยู่ที่จำนวนเท่าไหร่ ต้องอย่าคาดการณ์ด้วยความรู้สึกเพราะอาจได้ข้อมูลที่ผิดเพี้ยนจนลูกค้าลดลงได้ ธุรกิจที่ดีควรมีข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ ดังนั้นก่อนเปิดร้านค้า ควรศึกษาพฤติกรรมของลูกค้า รายได้ของลูกค้า ในทำเลที่คุณเปิดร้านเพื่อให้มีข้อมูลที่แม่นยำ และนำมาวิเคราะห์ต่อว่าสินค้าประเภทไหนสร้างยอดขายได้มากที่สุด โดนใจที่สุด หรือต้องการให้บริการเสริมอะไรจึงจะขายได้กำไร โดดเด่น และได้รับความสนใจจากลูกค้าได้มากที่สุด

5.วิเคราะห์ความเป็นไปได้ด้วยแผนธุรกิจ

การศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ก่อนการจะเปิดหน้าร้าน เจ้าของกิจการต้องวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาด วิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงินในร้าน เป้าหมายที่ชัดเจนและความสามารถในการแข่งขัน การมีการวางแผนที่ดีตั้งแต่แรกสามารถทำให้เราได้เปรียบคู่แข่ง วิเคราะห์จุดแข็ง-อ่อน ของตัวเอง และคู่แข่ง เพื่อหาความโดดเด่นของธุรกิจเรา ดังนั้นเมื่อศึกษาความเป็นไปได้ของแผนธุรกิจเราแล้ว จะต้องคิดในแง่ของ ยอดขายที่ได้ กำไร การคืนทุน และความพึงพอใจของลูกค้า

 

6.ขายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม 

ทุกคนล้วนก็ชอบแต่ของดีมีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกันทั้งนั้น การตั้งราคาที่สูงเกินไปจึงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเมื่อเปิดร้านและก็ไม่ควรตั้งในราคาที่ต่ำเกินไป จะได้ไม่ขาดทุน ในช่วงแรกก่อนเปิดร้านค้า การศึกษาตลาดเพื่อนำมาตั้งราคาสินค้าในราคาที่เป็นธรรมกับลูกค้าจึงเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่งในการตั้งราคาขาย ลองหาราคาสินค้าโดยเฉลี่ย เปรียบเทียบราคาสินค้าประเภทเดียวกันทั้งจากทำเลใกล้ๆ ราคาออนไลน์ และศึกษาจากคู่แข่งเพื่อสำรวจราคา จากนั้นตั้งราคาเฉลี่ยกลาง ๆ ให้ใกล้เคียงเพื่อให้ราคาสมเหตุสมผลกับคุณภาพของสินค้าที่มีจะช่วยให้ร้านของคุณน่าสนใจมากขึ้นในมุมมองของลูกค้าและทำให้ลดความเสี่ยงต่อการขาดทุนอีกด้วย 

 

7.การเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ

ก่อนผลิตสินค้านั้น นอกจากคุณภาพของสินค้าที่ก่อนสั่งต้องดูตัวอย่างและมีการเช็คอย่างละเอียดแล้ว ร้านค้าต้องมั่นใจในระดับหนึ่งในการเลือกผู้ผลิตที่มีประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือ ซึ่งอาจมีการทำสัญญาสั่งซื้อที่มีข้อกำหนดชัดเจน มีการผลิตสินค้าครบตามจำนวน และส่งมาให้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนด เพราะหากหน้าร้านเกิดขายดีขึ้นมาแล้วสินค้าหมด แล้วผู้ผลิตไม่ส่งสินค้ามาเติมเป็นเวลานาน เลทจากระยะเวลาที่กำหนดหลังการสั่งซื้อ ร้านอาจขาดรายได้ และอาจถึงกับต้องปิดร้านชั่วคราว หากสินค้าในร้านมีน้อยเกินไป ดังนั้นข้อหลักๆ ที่ร้านค้าควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ หรือผลิตสินค้ากับที่ไหนมีทั้ง คุณภาพ ความคุ้มค่า ความสะดวก ความน่าเชื่อถือ และการรักษาคุณภาพการผลิตไม่ให้ลดลง ซึ่งก็ต้องมีการประเมินควบคู่ไปกับการคาดการณ์จำนวนยอดขายสินค้าส่วงหน้าด้วย โดย MultiOne เรามีระบบรายงานยอดขายแบบ Real-time ที่ช่วยให้ทั้งหน้าร้านค้าและแบรนด์ที่ฝากขายวิเคราะห์ได้ว่า สินค้าไหนไกล้หมดควรสั่งเพิ่มในตอนไหน และสินค้าไหนขายไม่ดีบ้าง เพื่อวิเคราะห์ว่าทำไมถึงขายไม่ดี ควรพัฒนาสินค้าไปในทิศทางไหน 

การรับฝากขายสินค้าผ่านระบบ MultiOne นั้นยังช่วยลดความเสี่ยงในการลดทุนผลิตสต๊อกสินค้าจำนวนมากจากการฝากขายสินค้าจากแบรนด์ออนไลน์ เพราะการรับฝากขายนั้นนอกจากจำได้เปอร์เซ็นจากกำไรที่ขายได้แล้ว ยังมีโอกาสได้ค่าเช่าที่เพื่อลงฝากขาย ทำให้ร้านค้ารู้ว่า ลูกค้าประจำชอบสินค้าประเภทไหน สินค้าขายดี ก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติมด้วย

 

8.การจัดการวางแผนการทำงานและจำนวนของพนักงาน

จัดว่าเป็นปัญหาหลักข้อนึงสำหรับร้านค้าที่เปิดใหม่ ที่มีระยะเวลาการเปิดร้านนานๆ ซึ่งต้องมีการจ้างงานหลายกะในการขายของและเผื่อสำรองหากพนักงานลาป่วย หรือลาออก ซึ่งต้องคำนึงถึงระยะเวลาในการจ้างพนักงานพาร์ททาม และการเทรนพนักงานให้ได้มาตรฐานการทำงาน การบริการในระดับตามที่ต้องการ ในการกำหนดงบประมาณว่าร้านค้าควรจ้างพนักงานมากแค่ไหนรวมแล้วนั้นไม่ควรเกิน 20% ของรายได้ต่อเดือนจากยอดขาย ซึ่งก็ต้องมีการประเมินจากจำนวนงานโดยรวมที่ได้รับ ขนาดร้าน และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการต่อวันด้วยว่า ก่อนเปิดร้านค้า นั้นมีการคาดการณ์จำนวนงาน และผู้เข้ามาใช้บริการเท่าไหร่ และเพิ่มขึ้นหลังจากเปิดใช้บริการเท่าไหร่ ต้องการพนักงานเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ตามการเติมโตของร้านค้า

 

9.การวางแผนการตลาด

ก่อนการจะเปิดร้านค้านั้น การวางแผนการตลาดให้เหมาะสมกับร้านค้านั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ ซึ่งในจุดที่บริษัทส่วนมากมักทำพลาดนั้นคือการกำหนดงบการตลาด และกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน ซึ่งต้องวางแผนล่วงหน้าและกำหนดรูปแบบสื่อให้ชัดเจนเช่น ทำสื่อแบบไหนในการทำโพสประจำ จ้างอินฟลูเอนเซอร์คนไหนจะส่งผลให้ยอดขายดีขึ้น จัดโปรโมชั่นยังไง ช่องทางไหนที่กลุ่มลูกค้าที่มีโอกาสซื้อสินค้ามากที่สุดใช้งาน ใช้งานในช่วงเวลาไหนบ่อยที่สุด ซึ่งต้องมีการจัดสรรงบประมาณในด้านต่างๆให้เหมาะสมในระยะยาว ดังนั้นการทำแผนการตลาดจึงควรทำออกมาเป็นแผนประจำวัน ประจำเดือน และประจำปี พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายของแต่ละแคมเปญหรือคอนเทนต์ให้ชัดเจน

 

10.การลองทดสอบใช้ระบบจริง 

ก่อนเปิดให้บริการขายจริง ร้านค้าควรทดสอบใช้งานระบบทุกอย่างเสมือนเปิดร้านจริง เพื่อทดสอบว่าระบบต่างๆ ว่ามีจุดไหนที่ยังไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานที่ตั้งไว้อีกบ้าง และมีจุดไหนที่ต้องปรับให้เข้ากับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ หรือจุดไหนที่ต้องการพัฒนาให้เข้ากับร้านค้า ทำให้การให้บริการไม่ติดขัด 

ซึ่งในจุดนี้หากเป็นพาร์เนอร์ของ MultiOne สามารถหมดห่วงไปได้เลยเพราะว่าหลังจากสมัครเป็นพาร์เนอร์กับระบบ MultiOne แล้ว เราจะมีแถม Demo account เพื่อให้ร้านค้านำไปลองเทสใช้ระบบทั้งหมดได้เหมือนกับระบบจริง ก่อนจะเปิดหน้าร้านขายจริง ไม่เพียงแค่นั้นทางแพลตฟอร์ม MultiOne ที่พัฒนาระบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขายนั้นยังพัฒนาระบบใหม่ๆ อัพเดทให้ร้านค้าพาร์ทเนอร์เราเรื่อยๆ และยังรับ requirement จากร้านค้าพาร์ทเนอร์ในการพัฒนาระบบตามที่ร้านค้าต้องการ เพื่อให้ตอบโจทย์ร้านค้ายุคใหม่ และทำให้พาร์ทเนอร์ของระบบเราใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

บทความแนะนำ

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกและร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

 

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

 

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

 

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ (https://multioneapp.com/shoppage/

 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ (https://multioneapp.com/brandpage/)

 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne (https://bit.ly/3GwfF4d)

 

Learn More

ธุรกิจฝากขาย รูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจระหว่างแบรนด์สินค้ากับหน้าร้าน อีกหนึ่งช่องทางการสร้างรายได้ให้ทั้งผู้ฝากขายและผู้รับฝาก โดยจะเปลี่ยนพื้นที่ว่างภายในร้าน ให้เป็นพื้นที่สำหรับสร้างมูลค่า ร้านรับฝากขาย อาจจะไม่ใช่สิ่งไกลตัวเราอย่างที่เราคิด ร้านค้าหลายร้าน นอกจากจะมีสินค้าเป็นของตนเองแล้ว ยังมีการรับ “ฝากขายสินค้า” จากแบรนด์ต่าง ๆ ภายในร้านร่วมด้วย

 

ปัจจุบัน แบรนด์สินค้าหลาย ๆ แบรนด์ มักจะมีการขายจากช่องทางออนไลน์เป็นหลัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีหน้าร้านสำหรับวางขายสินค้านั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ลูกค้าหลายรายมักเลือกซื้อสินค้าจากการดู สัมผัสและได้ทดลองใช้จริง แต่การที่แบรนด์จะเปิดหน้าร้านเป็นของตนเองก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายดายมากนัก ดังนั้น การฝากสินค้าไปวางขายหน้าร้านจึงเป็นช่องทางที่น่าสนใจและตอบโจทย์แบรนด์สินค้าที่อยากมีพื้นที่สำหรับวางขายนั่นเอง

 

“ จะเริ่มต้นรับฝากขายทั้งที ควรศึกษาอะไรเพิ่มเติมบ้าง พร้อมเคล็ดลับ เปิดร้านรับฝากขายยังไงให้ปัง ” 

 

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “ การฝากขาย ” หรือ “ ร้านรับฝากขาย ” แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร และมีข้อดีอย่างไร ทำไมหน้าร้านหลาย ๆ ร้านจึงเริ่มปรับเปลี่ยนลู่ทางมารับฝากขายสินค้ามากขึ้น 

 

การฝากขายคืออะไร 

การฝากขาย (Consignment) คือ การที่ ‘บุคคล’ ซึ่งเป็น ‘เจ้าของสินค้า’ หรือที่เรียกกันว่า “ ผู้ฝากขาย ” ส่งสินค้าของตนไปให้บุคคลอีกฝ่าย หรือที่เรียกว่า “ ผู้รับฝากขาย ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการขายสินค้า โดยที่กรรมสิทธิ์ของสินค้าชิ้นนั้นก็ยังคงตกเป็นของเจ้าของสินค้าหรือ “ ผู้ฝากขาย ” แต่หากสินค้าชิ้นนั้นถูกขายออกไป กรรมสิทธิ์ของสินค้าชิ้นนั้นจะตกเป็นของ “ผู้ซื้อ” สินค้าต่อไปนั่นเอง

สรุปฉบับรวบรัด “การฝากขายสินค้า” เจ้าของสินค้าเมื่อทำการฝากขายกับผู้รับฝากขาย กรรมสิทธิ์ในตัวสินค้าก็จะยังคงเป็นของเจ้าของสินค้าหรือ “ ผู้ฝากขาย ” และจะส่งมอบกรรมสิทธิ์สินค้าให้แก่ลูกค้า เมื่อทำการซื้อ-ขายเสร็จเรียบร้อยนั่นเอง

ความสำคัญของการฝากขายสินค้า

การฝากขายสินค้ากับการขายสินค้านั้นมีความแตกต่างกันอยู่ของเรื่องกรรมสิทธ์ผู้เป็นเจ้าของสินค้า เพราะการฝากขายนั้นกรรมสิทธ์เจ้าของสินค้านั้นไม่ได้ถูกโอนไปยังผู้รับฝากขาย ซึ่งหากมีสินค้าคงเหลือที่ผู้รับฝากขายยังไม่ได้ขาย ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ของสินค้าสามารถเรียกคืนได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลง และสัญญาการฝากขายสินค้า

ระบบฝากขายสินค้า 

ระบบฝากขาย คือ รูปแบบการขายสินค้าโดยการนำสินค้าของแบรนด์หรือร้านค้าไปฝากขายตามสถานที่ต่างๆ โดยที่ยังเป็นเจ้าของสินค้านั้นๆ จนกว่าสินค้าจะถูกขาย ส่วนร้านค้าที่รับฝากขายจะได้ค่าเช่าฝากขาย และค่า GP หรือคอมมิชชั่นเป็นเปอร์เซนต์ต่อสินค้าที่ขายได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับทางแบรนด์ที่นำมาลงฝากขาย การกำหนดค่า GP หรือค่าเช่าในการวางฝากขายนั้นมีหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นยอดขายร้านค้า คุณภาพสินค้า หรือจำนวนผู้ติดตามของแบรนด์ที่นำมาลงฝากขาย 

ซึ่งปัญหาของการฝากขายสินค้าที่ร้านค้ารับฝากขายหลายๆ ร้านมักเจอคือระบบใช้งานยาก ไม่ตอบโจทย์ในการใช้งานเพื่อจัดการร้านค้า และฟังก์ชันในการใช้งานน้อยเช่น ไม่สามารถรู้ยอดราย หรือรายได้แบบเรียลไทม์ จัดการสต๊อกสินค้าร่วมกับแบรนด์ที่ฝากขายไม่ได้ ไม่มีฟังก์ชันให้ฝั่งแบรนด์ที่ลงฝากขายใช้ ระบบการจัดการร้านค้ารับฝากขายของ MultiOne จึงทำมาเพื่อตอบโจทย์ร้านค้ามัลติแบรนด์และร้านค้าเหล่านี้ที่รับฝากขายสินค้าจำนวนมากจากหลายแบรนด์สินค้าแล้วระบบยังไม่ตอบโจทย์กับร้านค้าของตัวเอง

 

การฝากขายคืออะไร-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

การฝากขายสินค้ากับธุรกิจในปัจจุบัน

ปัจจุบัน ธุรกิจฝากขายมีการเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก อีกหนึ่งรูปแบบของธุรกิจฝากขายที่เราพบเห็นได้บ่อยคือ “Multi-brand Store” 

Multi-brand Store หลาย ๆ คนอาจคุ้นหูหรือเคยได้ยินคำนี้บ่อย ๆ ร้าน Multi-Brand จะทำหน้าที่คล้ายห้างขนาดย่อม ซึ่งจะรวบรวมแบรนด์ต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว ความพิเศษของร้าน Multi-Brand ที่แตกต่างจากร้านรับฝากขายทั่วไปคือการที่ร้านมีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน และมีการตกแต่งร้านที่ดูดี โดยร้าน Multi-Brand ส่วนใหญ่จะมีการโปรโมทและทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก มีเซเลบหรืออินฟลูเอนเซอร์มาช่วยในการโปรโมท ซึ่งร้าน Multi-Brand ที่หลายคนอาจจะเคยเห็นร้านต่าง ๆ ผ่านโซเชียล เช่น Fablab , LAST HOUSE ON THE RIGHT , SOS 

FABLAB-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

การรับฝากขายสินค้า กับประโยชน์ที่มากกว่าที่คุณคิด

การรับฝากขายสินค้า สิ่งที่ผู้รับฝากขายจะได้รับไม่ได้มีเพียงแค่ค่า GP เพียงอย่างเดียว แต่ผู้รับฝากขายจะได้รับผลประโยชน์มากมายจากทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งถ้าคุณคิดไม่ออกว่ามีอะไรบ้าง เราจะยกตัวอย่างประโยชน์เด่น ๆ เพื่อให้คุณเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

1.ไม่ต้องลงทุนค่าสต๊อกสินค้า

เนื่องจากสินค้ายังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฝากขาย ผู้รับฝากไม่ต้องจ่ายเงินในส่วนของค่าสต๊อก ค่าสินค้าหรือค่าขนส่ง ซึ่งในการ ฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายจะทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลาง ที่จะคอยช่วยขายสินค้าจากผู้ฝากขายสู่มือลูกค้า

 

2.ลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าเสื่อมสภาพของสินค้า 

ในการฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายทำหน้าที่เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์สินค้า ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเสื่อมสภาพสินค้าไปนั่นเอง

 

3.สต๊อกสินค้าได้หลากหลายไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

แม้จะต้องสต๊อกสินค้ามากมาย หลากหลายรูปแบบ และสไตล์ แต่ค่าใช้จ่ายในการลงทุนส่วนนี้ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากังวลใจสำหรับผู้รับฝากขาย เนื่องจากผู้ฝากขาย จะต้องเป็นผู้ส่งสต๊อกสินค้าต่าง ๆ ที่ต้องทำการฝากขายมาให้ผู้รับฝากขาย

 

4.ได้ค่าตอบแทนจากการรับฝากขาย หรือ ค่า GP (Gross Profit)

ในการฝากขายสินค้าหน้าร้าน ผู้รับฝากขายสินค้าจะได้ค่าตอบแทนเป็นค่า GP ซึ่งจะเป็นส่วนแบ่งจากการขายสินค้า ค่าตอบแทนในส่วนนี้ ผู้รับฝากขายจะได้รับจากผู้ฝากขาย ซึ่งได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการขายสินค้าให้กับทางผู้รับฝากขาย โดยค่า GP นั้นจะเป็นไปตามข้อตกลงระหว่าง ผู้ฝากขายกับผู้รับฝากขายสินค้า

ได้ค่าตอบแทนจากการรับฝากขาย หรือ ค่า GP-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

5.ได้ค่าตอบแทนจากการเช่าพื้นที่ในการฝากขาย

สำหรับหลาย ๆ ร้าน ที่ได้เปิดรับ ฝากขายสินค้า นอกจากค่า GP แล้ว ผู้ฝากขายจะได้รับค่าเช่าพื้นที่เชลฟ์ซึ่งเป็นค่าเช่าพื้นที่ในร้านในการฝากขายแต่ละครั้ง โดยค่าเช่าพื้นที่ในการฝากขาย ค่าเช่าจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น ทำเล ค่าจ้างพนักงาน ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้จำเป็นไปตามข้อตกลงหรือสัญญาระหว่าง ผู้ฝากขายกับผู้รับฝากขายสินค้า 

ได้ค่าตอบแทนจากการเช่าพื้นที่ในการฝากขาย-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

ทริคเล็ก ๆ เปิดร้านฝากขายยังไงให้ปัง

มาถึงตรงนี้ ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจอยากเปิดหน้าร้าน น้องมัลตี้ก็มีทริคเล็ก ๆ น้อยมาแบ่งปัน หากอยากเปิดหน้าร้านสักร้านหนึ่ง เราควรพิจารณาอะไรบ้าง แล้วทำอย่างไรให้ร้านเราปังมากขึ้น!

 

1.วางคอนเซ็ปต์ของร้านให้ชัดเจน

การเริ่มต้นเปิดร้าน สิ่งแรกที่เราควรจะพิจารณาคือคอนเซ็ปต์ของร้าน การวางคอนเซ็ปต์ของร้านจะทำให้เราสามารถทราบกลุ่มลูกค้าของเราได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังวางแผนได้ว่าร้านเราจะเป็นแนวไหน สไตล์ใดนั่นเอง

วางคอนเซ็ปต์ของร้านให้ชัดเจน-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

2.ก่อนเปิดร้านอย่าลืมพิจารณาทำเลที่เหมาะสม

แน่นอนว่าการหาทำเลที่ดี และเหมาะสมในการเปิดร้านคือข้อควรพิจารณาอันดับแรก ๆ ในการเปิดร้าน ทำเลที่ดีควรจะเดินทางสะดวก เข้าถึงง่ายและมีที่จอดรถสำหรับลูกค้า ทั้งนี้ อย่าลืมเช็คดูล่ะว่าทำเลนั้นมีคู่แข่ง มาก-น้อยแค่ไหน และมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราในบริเวณนั้นหรือเปล่า ตัวอย่างเช่น การเปิดร้าน Stationery บริเวณสถานศึกษาจะดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากกว่าเปิดใกล้แหล่งออฟฟิศ เพราะกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของร้าน Stationery คือนักเรียน-นักศึกษานั่นเอง

 

3.เงินลงทุนต้องพร้อม

และแน่นอน การทำธุรกิจต้องมีเงินทุนใช่ไหมล่ะ การเปิดร้านรับฝากขายก็เช่นกัน ดังนั้น ก่อนเปิดร้านเพื่อน ๆ ต้องคำนวณเงินในการลงทุนและควรมีเงินทุนสำรองสำหรับใช้หมุนเวียนภายในร้านสักก้อนหนึ่งสำหรับค่าเข่า ค่าน้ำ ค่าไฟและค่าจ้างพนักงาน จุดนี้ต้องพิจารณาดี ๆ ล่ะ 

 

4.ติดต่อแบรนด์เพื่อทำการรับฝากขายสินค้า

เมื่อเงินทุนพร้อม ร้านพร้อมก็ถึงขั้นตอนต่อไปคือการติดต่อแบรนด์สินค้า โดยการเลือกแบรนด์สินค้าที่จะมาวางขายควรพิจารณาแบรนด์สินค้าที่มีสไตล์สินค้าเข้ากับสไตล์ร้านของเรา เช่น FABLAB ที่มีความเรียบหรู สินค้าภายในร้านส่วนใหญ่จึงมีความเรียบหรู cozy 

ติดต่อแบรนด์เพื่อทำการรับฝากขายสินค้า-ฝากขายสินค้า-ก่อนที่จะรับ ฝากขายสินค้า ร้านค้าควรจะรู้อะไรบ้าง

5.โปรโมทร้านและทำการตลาดส่งเสริการขาย

เมื่อร้านคุณพร้อมที่จะต้อนรับลูกค้า การทำการตลาดผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบัน ร้านค้าต่าง ๆ มักใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการแชร์ โพสต์ และอัพเดทโปรโมชั่น ยิ่งร้านไหนที่ทำการตลาดน่าสนใจ คอนเทนต์ปัง ก็จะยิ่งดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการมากขึ้น

6.เลือก MultiOne Platform

หากคุณเลือกใช้บริการ MultiOne Platform มาเป็นเพื่อนคู่ใจ คุณจะสามารถค้นหาแบรนด์ที่ต้องการรับฝากขายได้ง่าย ๆ นอกจากนั้นเรายังมีระบบดี ๆ พร้อมฟังก์ชันปัง ๆ พร้อมให้บริการ ทั้ง POS ช่วยขายหน้าร้าน ระบบจัดการสต๊อกสินค้า ระบบจัดการโปรโมชั่น ช่วยให้ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและคุณประหยัดเวลามากขึ้น และอีกมากมายทั้ง

การติดตามยอดขายสินค้าแบบเรียลไทม์ของทุกสาขาได้จากที่เดียว

ไม่ว่าร้านค้าคุณจะรับฝากขายสินค้าจากกี่แบรนด์ ก็สามารถเช็คยอดขายได้แบบแยกรายแบรนด์ทั้งฝั่งร้านค้าและแบรนด์ที่ลงฝากขาย ติดตามความเคลื่อนไหวการอัพเดทสินค้าในสต๊อกได้ง่ายๆในระบบ ทำให้การส่งสินค้าเพื่อเติมสินค้าที่ขายดีได้ทันทีก่อนที่สินค้าจะขายหมด

ช่วยให้ธุรกิจร้านค้ารับฝากขาย และแบรนด์ที่ลงฝากขายโตไปพร้อมกัน

การวิเคราะห์สรุปยอดขายสินเดือนช่วยได้การวางแผนธุรกิจได้ดีขึ้นในการตัดสินใจว่าจะรับฝากขายสินค้าขายดีจากแบรนด์ในเพิ่มขึ้น และแบรนด์ที่ลงฝากขายควรพัฒนาสินค้าที่ยังขายไม่ดีไปในทิศทางไหน ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งร้านค้าและแบรนด์สินค้าที่ลงฝากขาย

ออกใบกำกับภาษีได้ ง่ายต่อการทำงานบัญชี

ระบบสามารถ Export ออกใบกำกับภาษีใช้ได้จริงแสดงยอดขายสินค้าได้ละเอียดทั้งฝั่งร้านค้าแยกรายแบรนด์ เพราะร้านค้าผู้รับฝากขายมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีในการนำส่งกรมสรรพากร ดังนั้นระบบจึงมีการเก็บข้อมูลการขายอย่างละเอียดเพื่อให้ร้านค้าสามารถใช้แสดงยอดขายเพื่อลดขั้นตอนยุ่งยากได้นั่นเอง

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกและร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

 

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

 

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

 

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

การจะจัดการร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ เทคนิคการบริหารกระแสเงินสด ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเปรียบเสมือนหัวใจของธุรกิจคุณ การจัดการกระแสเงินสด ของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงไม่ควรปล่อยปะละเลย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการจัดการบริหารร้านค้า ให้ไม่เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาจากการขาดเงินหมุนเวียนที่เพียงพอ และการบริหารรายจ่ายที่ไม่เป็นระบบ ระเบียบ ทำให้สามารถคาดเดาค่าใช้จ่าย และรายรับที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ พร้อมเตรียมวิธีรับมือต่อสถานะการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสม

กระแสเงินสด คืออะไร?

กระแสเงินสด หรือ Cashflow คือ งบบอกที่มาที่ไปของเงินสดว่าร้านของคุณมีกระแสเงินสด เข้าและเงินสดออกจากกิจกรรมอะไรบ้าง รวมถึงบอกความเปลี่ยนแปลงจากกิจกรรมต่างๆที่ทำ งบนี้จะบอกการเดินทางของเงินสดตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งถ้ามีเงินไหลเข้าธุรกิจมากกว่าไหลออกไป หรือว่ามีรายรับมากกว่ารายจ่าย กระแสเงินสด ของธุรกิจคุณจะเป็นบวก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ กระแสเงินสด ก็จะติดลบและถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปในระยะยาวย่อมไม่ส่งผลดีต่อร้านค้าคุณแน่ๆ เพราะงั้นร้านค้าส่วนมากจึงต้องมีการจัดการกระแสเงินสด ที่ดีในการบริหารร้านค้า

การจัดการกระแสเงินสดสำคัญอย่างไร?

การมีเงินสดที่เพียงพอ ช่วยให้ธุรกิจมีความคล่องตัว สามารถดำเนินกิจการได้แบบไม่ติดขัด คำตอบคือ กระแสเงินสด ทำให้เรารู้ว่าสภาพคล่องตัวของร้านค้าคุณว่าเป็นอย่างไร ใช้ลดความผิดพลาดในการบริการจัดการร้านค้า และใช้ในการคำนวนเพื่อคาดการณ์จำนวนการใช้เงินที่จะเกิดขึ้นอย่างพอดี

 

กระแสเงินสด-การจัดการกระแสเงินสด-5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

กิจกรรมของกระแสเงินสดมีอะไรบ้าง?

หลังจากรู้ว่ากระแสเงินสด คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร โดยกระแสเงินสดจะแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรม

  • กิจกรรมดำเนินงานกระแสเงินสด

กิจกรรมดำเนินงานกระแสเงินสด คือ กิจกรรมหลักที่ก่อให้เกิดรายได้และรายจ่ายในธุรกิจคุณ ถ้าพูดให้เห็นภาพคือ การขายสินค้า การซื้อวัตถุดิบมา การจ่ายค่าแรงพนักงาน รวมถึงการจ่ายค่าบริการ จะรวมอยู่ในกระแสเงินสด จากการดำเนินงานทั้งหมด โดยทั่วไปแล้วควรที่จะมีการบริหารให้เป็นบวกเสมอ นั่นคือมีรายได้มากกว่ารายจ่าย จะแสดงถึงสภาพคล่องที่ดีของธุรกิจคุณ

  • กิจกรรมลงทุนกระแสเงินสด

กิจกรรมลงทุนกระแสเงินสด คือ กิจกรรมที่แสดงให้เห็นการได้มา เกี่ยวกับการลงทุนในทรัพย์สินไม่หมุนเวียน ที่ไม่กระทบการดำเนินงาน เช่น การซื้อที่ดิน อาคารหรือตึก เพื่อใช้เป็นสำนักงานของบริษัท กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นการลงทุนเพิ่มของธุรกิจหรือการขายทรัพย์สิน กระแสเงินสดนี้ควรมีค่าเป็นลบ ทำให้เห็นว่าธุรกิจมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

  • กิจกรรมจัดหาเงินกระแสเงินสด

กิจกรรมจัดหาเงินกระแสเงินสด คือ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินของธุรกิจ เช่น เงินสดจากการกู้ยืม เงินสดจากการเพิ่มทุน เงินสดจ่ายคืนเงินกู้ เป็นต้น หากตัวเลขเป็นบวก หมายความว่ามีทิศทางการหาเงินเข้าธุรกิจมากขึ้น เช่น การกู้ยืมจากธนาคาร
หากตัวเลขเป็นลบ นั่นหมายความว่าธุรกิจกำลังจ่ายมากกว่าเงินที่ได้รับ เช่น การจ่ายคืนเงินกู้ การจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น เป็นต้น

5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มความคล่อง ลดความเสี่ยงของร้านคุณ

1.ประเมินความเสี่ยงและเตรียมรับมือล่วงหน้าด้วย การจัดการกระแสเงินสด

หนึ่งในข้อที่สำคัญมากคือ การประเมินความเสี่ยงและรับมือล่วงหน้า ร้านค้าของคุณควรมีจำนวนเงินสดที่ใช้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือความเสี่ยงต่างๆที่อาจะเกิดขึ้นได้ เพื่อหลีกเลี่ยงต่อผลกระทบที่อาจตามมา ซึ่งบางครั้งหากไม่สามารถหาเงินได้ทัน หรือไม่แบ่งเงินส่วนนี้ไว้อาจทำให้เกิดวิกฤตได้ เช่น เหตุการณ์ระบาดของ โควิด 19 ที่ผ่านมา เป็ฺนหนึ่งในเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้ร้านค้าหลายแห่งต้องปิดตัวลงและใช้เวลาปรับตัวกันมากขึ้น เพราะไม่มีการจัดการกระแสเงินสดที่ดี ร้านค้าจึงจำเป็นต้องทราบว่ามีเงินจำนวนเท่าไหร่และจำลองสถานการณ์ขึ้นมาว่าทางร้านจะรับมือล่วงหน้าอย่างไร

ประเมินความเสี่ยงและเตรียมรับมือล่วงหน้าด้วยการจัดการกระแสเงินสด-5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

2.ติดตามสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ

การจัดการกระแสเงินสดที่ดี ร้านค้าควรจะติดตามสต็อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เช่นนั้นจะพบกับปัญหาต่างๆตามมา ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาในการจ่ายเงินสินค้าซัพพลายเออร์ ปัญหาสต๊อกไม่ตรง สต๊อกเกิน เป็นต้น ทางร้านจึงต้องต้องนับและติดตามสต๊อกสินค้าให้แม่นยำ เพื่อวิเคราะห์ออกมาว่าสินค้าไหนควรขายต่อไป สินค้าไหนควรหยุดขาย เราจึงขอแนะนำให้เลือกใช้ระบบ POS ที่มีประสิทธิภาพอย่าง Multione ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกที่มีฟังก์ชัน POS ช่วยให้คุณเจ้าของร้านติดตามสต๊อกและบริหารกระแสเงินสดได้ดีขึ้น

ติดตามสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ-5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

3.จัดการเคลียร์เงินสดแต่ละบัญชี

ในธุรกิจไม่ว่าคุณจะใช้เงินไปจำนวนมากเท่าไหร่ หรือทราบว่าเงินสดมีจำนวนเท่าใด มันไม่ได้หมายความว่าคุณมีการจัดการเงินที่ดีเสมอไป เนื่องจากลักษณะของธุรกิจมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งที่จำเป็นต้องคือ การจัดการกระแสเงินสดในกลุ่มต่าง ๆ ที่ติดอยู่กับกิจกรรมทางธุรกิจ หากคุณมีการจัดการเงินสดได้ดีมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้ภาพรวมของธุรกิจมั่นคงขึ้นมากไปด้วย และยังสามารถคำนวณรายรับ รายจ่ายรวม จำนวนกำไรขาดทุน หรือตรวจพบได้ง่ายหากจำนวนเงินเข้าและออกร้านค้ามีจำนวนที่ไม่เท่ากัน

จัดการเคลียร์เงินสดแต่ละบัญชี-5 เคล็ดลับการจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

4. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในร้านค้าด้วย การจัดการกระแสเงินสด

เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป คือ การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในร้านออกไป โดยการดูยอดรายจ่ายของแต่ละเดือนบ้าง ดูว่าต้องจ่ายเงินจำนวนเท่าไหร่ จากนั้นเราก็จะเห็นว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายตรงส่วนไหนได้บ้าง เช่น ยกเลิกการบริการที่ไม่ตอบโจทย์กับทางร้าน ค่าใช้จ่ายสื่อด้านการตลาดที่ไม่เกิดผลในการดึงดูดผู้บริโภค ค่าน้ำค่าไฟ เป็นต้น ลองดูว่ารายจ่ายส่วนไหนที่ตัดออกไปได้บ้างจะทำให้การจัดการกระแสเงินสดและสภาพการเงินในร้านดีขึ้นอย่างแน่นอน

5. การจัดการกระแสเงินสด ด้วยเครื่องมือต่างๆ

เพื่อการจัดการกระแสเงินสดในร้านคุณให้มีประสิทธิภาพ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณควรหาเครื่องมือที่เหมาะ สมสำหรับตัวเองจะช่วยให้การบริหารกระแสเงินสดในร้านของคุณมีคุณภาพมากขึ้น หากเป็นเจ้าของกิจการมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าควรจะเลือกเครื่องมือชนิดไหนในการจัดการ Cashflow น้องมัลตี้มีเครื่องมือต่างๆ มาแนะนำเพื่อประกอบการตัดสินใจกันด้วยนะ

  • จัดการกระแสเงินสดด้วยหนังสือ เหมาะสมสำหรับธุรกิจเริ่มต้น
  • จัดการกระแสเงินสดด้วย Excel เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลาง
  • จัดการกระแสเงินสดด้วย Google Sheet ตรวจสอบได้ทุกที่เพียงมีอินเตอร์เน็ต
  • จัดการด้วยระบบการจัดการร้านค้า Multione สะดวก ใช้งานง่าย ฟังก์ชันหลากหลาย

การจัดการกระแสเงินสดด้วยเครื่องมือต่างๆ-จัดการร้านค้าด้วยระบบMultione-การจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ

การจัดการกระแสเงินสดของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ มีเคล็ดลับและวิธีการมาบอกมากมายถึง 5 ไอเดียที่น้องมัลตี้ได้เสนอแนะไป ในบล็อกนี้เป็นเพียงแค่แนวทางในการจัดการกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพ ที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องการหาวิธีการจัดการเงินภายในร้านให้มีสภา่พคล่องตัวขึ้น โดยเริ่มต้นได้แบบง่าย ๆ

เมื่อมีการวางแผนการจัดการกระแสดเงินสดที่ดี สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยนั่นคือระบบการจัดการร้านดี ๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีช่องทางการขายที่มากขึ้น เพราะเมื่อการขายออนไลน์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ MultiOne Platform เพื่อนคู่ใจที่จะทำให้การฝากขายของคุณง่ายขึ้น !

บทความแนะนำ

MultiOne Platform ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์และสินค้าฝากขาย-เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกและร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่
การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 50 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne คลิกที่นี่

Learn More

ไม่ว่าจะเป็นการตลาด offline และ online ก็ต้องมีการวางแผนเพื่อสร้าง Creative Content ให้น่าสนใจและดึงดูดลูกค้าให้เข้ามามีส่วนร่วมกับโพสหรือเข้ามาชมสินค้าภายในร้านค้า วันนี้น้องมัลตี้เลยจะมาแนะนำเทคนิคการทำ Content ให้มีความหลากหลาย โดดเด่น และไม่ซ้ำใคร

เพราะปัจจุบันการเข้าถึง Social Media เป็นเรื่องง่ายเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา จากหลากอุปกรณ์ในการเข้าถึง การจะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าของคุณ สิ่งสำคัญคือ การสร้าง Content บน Social Media ได้อย่างน่าสนใจ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและดึงดูดให้ลูกค้าเลือกเรานั่นเอง แต่การจะสร้างคอนเทนต์ให้หลากหลายและมีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องเข้าใจหลากหลายองค์ประกอบ ทั้งกลุ่มคนเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ในการสร้าง เพื่อให้คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นมากนั้นเกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าในการทำมากที่สุด ซึ่งก่อนที่จะเข้าเนื้อเรื่อง เราไปดูกันก่อนว่าเราควรรู้อะไรบ้างก่อนที่จะเริ่มทำคอนเทนต์

Social Media คืออะไร

          Social Media คือ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแบ่งปันเรื่องราวสู่สาธารณผ่านอินเทอร์เน็ตช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ติ๊กต็อก และอื่นๆ ซึ่งโซเชียลมีเดียเปรียบเสมือนแคตตาล็อกสินค้า อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สำหรับแชร์ความรู้และการพรีเซนต์ Branding ให้เป็นที่รู้จักได้ดี แต่การจะสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ให้เกิดความน่าสนใจ ต้องมีการวางแผนที่ดีและควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ อีกหลายประการ เช่น

  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
  • ความสอดคล้องต่อสินค้าและบริการ
  • รูปภาพต้องมีความเป็นเอกลักษณ์และสามารถสะท้อนถึงตัวแบรนด์ได้ดี

วิธีการที่จะสร้างคอนเทนต์ให้ปัง นอกจากการวางแผนและการศึกษาข้อมูลที่ดี การเล่นกับกระแสในช่วงนั้น ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้เลือกธุรกิจของคุณ

Social Media Content คืออะไร?

          Social คือ สังคม, Media คือ สื่อ, Content คือ เนื้อหา ดังนั้น Social Media Content เมื่อแปลอย่างตรงตัวจึงมีความหมายว่า เนื้อหาในการสื่อสารออกสังคม ซึ่ง Content เป็นหัวใจสำคัญในการวางกลยุทธ์ทางการตลาดและการสร้างแบรนด์ในปัจจุบัน เมื่อรวมกับ Social Media ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องใส่ใจเป็นอันดับแรก ๆ การผลิตคอนเทนต์ให้น่าสนใจไม่เพียงแต่จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจมากขึ้น แต่ยังช่วยสร้างการรับรู้ให้กับธุรกิจของคุณสู่สังคมจากการแชร์ กดไลค์ และบอกต่อ

การทำคอนเทนต์บน Social Media สำคัญยังไง ?

การทำคอนเทนต์บนสื่อ Social media หรือ Social Media Content Marketing นั้นทำเพื่อการเพิ่มการรับรู้ของบริษัท สินค้า และบริการบนโลกออนไลน์ เพิ่มยอดขาย ความน่าเชื่อถือ และการติดตามข่าวสารของกลุ่มลูกค้าที่สนใจในตัวสินค้าและบริการของบริษัท เป็นช่องทางหนึ่งในการติดต่อสื่อสาร แต่ก่อนที่จะเริ่มทำคอนเทนต์นั้น ควรจะกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และทำคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าของเรา โดยการกำหนดเป้าหมายที่ดีนั้นควรตั้งเป้าหมายตามหลัก SMART

  • S – Specific หมายถึง เจาะจง เช่น มีกลุ่มลูกค้าแบบไหนเข้ามาเยี่ยมชมเพจ Socail Media หรือเว็บไซต์
  • M – Measurable หมายถึง สามารถวัดผลได้ เช่น จำนวนคนเห็นโพส 10,000 ครั้ง หรือจำนวนคนที่มีส่วนร่วมกับโพส 1,000 ครั้ง
  • A – Attainable หมายถึง เป็นไปได้จริง เช่น มียอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้น สะสม 1,000 คน (ควรตั้งตามความเป็นจริงและงบประมาณ)
  • R – Relevant หมายถึง มีความเกี่ยวข้อง สอดคล้องกับเป้าหมายทางการตลาด และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจได้
  • T – Time-bound หมายถึง กำหนดระยะเวลาชัดเจน เช่น มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น 1,000 ต่อเดือน เป็นต้น

1. การสร้าง Content โดยใช้รูปภาพสินค้าแนวไลฟ์สไตล์

          สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับแบรนด์สินค้า ก็คือตัวสินค้า การนำเสนอรูปแบบของสินค้าจึงมีความสำคัญมาก การเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้สินค้าของคุณ หากคุณเป็นผู้ประกอบการมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าควรจะถ่ายรูปแบบไหน น้องมัลตี้ก็มีเทคนิคดีๆ มาแนะนำนั่นก็คือ

  • ภาพ Flat Lay ที่เรียบง่าย สบายตา 
  • ภาพถ่ายในสตูดิโอ 
  • ภาพถ่ายสินค้ากับนางแบบ/นายแบบ 
  • ภาพถ่ายกลางแจ้งแนวไลฟ์สไตล์ 
  • ภาพการใช้งานสินค้าในรูปแบบต่าง ๆ

          ซึ่งในปัจจุบัน เทคนิค Flat Lay ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยสไตล์ของรูปภาพที่เรียบง่าย สบายตา โดยมีการนำสิ่งของต่าง ๆ ที่มีความเข้ากัน โทนเดียวกัน นำมาจัดวางให้เข้าที่ และถ่ายภาพจากมุมสูงลงมา 90 องศา ทำให้เหมาะสมกับการใช้ถ่ายภาพสินค้า ซึ่งจะช่วยให้สินค้าของเราน่าสนใจและเด่นมากยิ่งขึ้น

เทคนิคดี ๆ2. การสร้าง Content Customer Testimonials (การรับรองจากลูกค้า)

          Testimonial คือ การรับรองคุณภาพสินค้าหรือบริการจากบุคคลอื่น หรือเรียกสั้น ๆ ก็คือการ รีวิว ซึ่งต้องเป็น รีวิวในด้านที่ดี เพื่อช่วยยืนยันคุณภาพของบริการเหล่านั้น ให้กับผู้ที่ไม่เคยลองใช้มาก่อน โดยการทำคอนเทนต์ Testimonial ให้น่าสนใจอาจอยู่ในรูปแบบ บทความ, คำพูดสั้น ๆ, ภาพ หรือวีดีโอ พูดง่าย ๆ Testimonial ก็คือเครื่องมือในการทำ Social Proof นั่นเอง และเมื่อลูกค้าหรือผู้ใช้ทำการรีวิวสินค้าหรือบริการของคุณลง Social Media คุณสามารถทำการรีโพสต์เพื่อแสดงให้ลูกค้าคนอื่น ๆ เห็นว่าสินค้าของแบรนด์คุณมีคุณภาพที่ดี และมีผู้ใช้งานจริง 

การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านคอนเทนต์นั้น มักจะเป็นเนื้อหาหลักที่หลายๆ Content creator มักจะหยิบเข้ามาเพิ่มเพื่อให้ลูกค้าที่เห็นคอนเทนต์หรือโฆษณานั้นตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ใช้ จำนวนยอดขาย Feedback รีวิวจากลูกค้าที่หลากหลาย รางวัลต่างๆที่ได้รับ รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ต่างๆที่ไว้ใจเลือกใช้

การทำคอนเทนต์3. การสร้าง Content สาธิตการใช้งานสินค้า

          อีกหนึ่ง Content ที่สำคัญที่แบรนด์สินค้าควรมี คือการสาธิตการใช้งานสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพการใช้งานสินค้าจริง เช่น แบรนด์เครื่องสำอางค์สาธิตตัวอย่างการใช้เครื่องสำอางค์ โดยการทำวิดีโอคอนเทนต์เกี่ยวกับการแต่งหน้า แบรนด์เสื้อผ้าโพสต์รูปหรือวิดีโอการแมชเสื้อผ้า แบรนด์สินค้า DIY สอนการทำหรือประกอบสินค้า เป็นต้น

การทำ Content แนวนี้เน้นไปทางการช่วยเหลือลูกค้า ทำให้ลูกค้าเข้าใจระบบหรือใช้งานสินค้าและบริการที่เสนอง่ายขึ้น ซึ่งก็สามารถทำได้หลากหลายแนวไม่ว่าจะเป็นรูปภาพขั้นตอน หรือวีดิโอสาธิต อธิบายแต่ละขั้นตอน แต่ก็ต้องคำนึงถึงความสนุกและน่าสนใจของคอนเทต์ที่เหมาะสมและสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าของสินค้าและบริการที่จะเสนอได้

 Content ที่สำคัญ4. การสร้าง Content โพสต์สร้างแรงบันดาลใจ

          อีกหนึ่งเทคนิคการสร้าง Content ที่สำคัญ คือคอนเทนต์ที่แชร์เรื่องราว หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่าน หรือจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับค่านิยมของบริษัทคุณก็ได้เช่นกัน ในส่วนของคอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจ คุณสามารถหาคอนเทนต์ดี ๆ หรือเทคนิคจากสื่อ คนดังหรือผู้มีชื่อเสียงต่าง ๆ จากช่องทางออนไลน์มาโพสต์ได้เช่นกัน ซึ่งการสร้างคอนเทนต์แนวนี้นั้นสามารถทำได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงเป้าหมายของกลุ่มลูกค้าโดยการยกผู้ที่ประสบความสำเร็จมาให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ การแนะแนววิธีการที่เป็นประโยชน์แก่เป้าหมายของกลุ่มลูกค้า หรือการให้แนวคิดหรือกำลังใจในการเป็นผู้ประกอบการหรือผู้นำของกลุ่มลูกค้าที่เน้นไปทางการสร้างความรู้สึกร่วมกับเป้าหมายของกลุ่มที่เราต้องการจะสื่อสารด้วย

เทคนิคการสร้าง Content5. เทรนด์ใหม่ ๆ หรืออีเวนต์ที่กำลังจะมาถึง

          การสร้างคอนเทนต์ให้เกาะกระแสและอินตามเทรนด์อยู่เสมอ เมื่อมีไวรัลต่าง ๆ เกิดขึ้น การสร้างคอนเทนต์ที่มีการเล่นกับกระแสนั้น ๆ จะทำให้ร้านของคุณเป็นที่รู้จักในวงกว้างและเร็วมากขึ้น  ตัวอย่างคอนเทนต์โดน ๆ ที่เป็นไวรัล เช่น คอนเทนต์การปรับตัวร้านค้าหรือธุรกิจให้เข้ากับเทรนด์ในปัจจุบันเช่น เทรนด์ร้านค้าในยุค Covid-19, เทรนด์การเล่นคำ, วันสำคัญต่างๆ, หรือเทรนด์การพูดถึงเหตุการณ์หนึ่ง เป็นต้น หรืออาจจะเป็นการนำเทรด์ธุรกิจสไตล์ใหม่ๆ รวมทั้งข่าวที่ผู้คนจำนวนมากพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นในประเทศ หรือต่างประเทศ คอนเทนต์แนวนี้จำได้รับความสนใจและการมีส่วนร่วมจากผู้ติดตามได้มาก เพราะเนื้อหาของโพสที่กำลังเป็นไวรัลมักจะมีผู้แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ซึ่งคอมเมนต์ที่ได้ก็จะมีหลากหลายความคิดเห็นจากหลายๆมุมมองต่อเทรนด์นั้นๆ

การสร้าง Content6. การสร้าง Content ถาม-ตอบคำถาม

การสร้าง Content ที่ง่าย และเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างการถาม – ตอบคำถามก็เป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์คุณภาพที่ไม่มีไม่ได้ การทำคอนเทนต์ถามคำถามกับลูกค้านั้น ทำให้เราได้รู้ทั้งความคิดเห็นของลูกค้าส่วนมาก ทั้งยังเป็นการเป็นการเพิ่มจำนวนการมีส่วนของผู้ติดตาม ส่งผลให้เพิ่มโอกาสจำนวนคนที่จะเห็นโพสคอนเทนต์ของเราอีกด้วย ซึ่งก็อาจจะมีการให้ของรางวัลหรือส่วนลดกับผู้ที่มีส่วนร่วมกับคอนเทนต์กิจกรรมตอบคำถาม เป็นการจูงใจให้ผู้ติดตามหรือคนที่เห็นมีโอกาสแสดงความคิดเห็นมากขึ้น

ส่วนคำตอบที่นำมาทำคอนเทนต์ คุณอาจเลือกคำถามที่ลูกค้ามักจะถามบ่อยๆ หรือ Frequently Asked Questions นั่นเอง คำถามที่พบบ่อยนั้นเปรียบเสมือนเส้นทางที่ทำให้ลูกค้าเข้าถึงตัวแบรนด์ได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังประหยัดเวลาในการสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจลูกค้ามากที่สุด และชัดเจนที่สุดอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นการลดขั้นตอนในการหาข้อมูลของลูกค้าที่ต้องทักเข้ามาถามและรอคำตอบ ซึ่งก็สามารถทำเป็นหัวข้อหนึ่งของคอนเทนต์ที่สามารถนำมาประยุกต์ในการทำคอนเทนต์เพื่อการเพิ่มส่วนร่วมต่อของกลุ่มลูกค้าเช่น การทำคอนเทนต์ถามคำถาม เพื่อรวบรวมคำถามที่ถูกถามเข้ามามากมาทำคำตอบล่วงหน้าเพื่อให้บริการการตอบคำถามลูกค้ารวดเร็วขึ้น หรืออาจจะนำเข้าไปเพิ่มในหน้า FAQs ภายในเว็บไซต์ เพื่อตอบข้อสงสัยจากคำถามที่ถูกถามเข้ามามากที่สุด

การสร้าง Content ที่ง่าย7. โปรโมชั่นและอัพเดต

          เทคนิคสำคัญสำหรับ Content Marketing คือการออกโปรโมชั่นหรือเซล โดยสามารถโพสต์ผ่านสื่อโซเชียลแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของแบรนด์ได้โดยตรง การโพสต์เพื่ออัพเดตโปรโมชั่นเป็นระยะ หรือการนับเวลาถอยหลังจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดตื่นเต้นและวางแผนในการเลือกซื้อสินค้าของคุณ การอัพเดทบริการใหม่ๆ หรือข่าวสารของบริษัท เพิ่มทั้งจำนวนการมีส่วนร่วมและเป็นการ Re-marketing หรือการทำการตลาดกับลูกค้าเก่าของเราเพื่ออัพเดทโปรโมชั่นสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์และน่าสนใจอยู่เสมอ ซึ่งก็ต้องสร้างคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับช่องทางที่ติดต่อกับกลุ่มลูกค้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Social media หรือ Line OA ที่สามารถติดต่อกับลูกค้าต่างประเภทได้โดยตรง

เทคนิคสำคัญสำหรับ Content Marketing

          การทำ Digital Marketing โดย การสร้าง Content ที่น่าสนใจผ่าน Social Media มีเทคนิคและวิธีการทำมากมาย 7 ไอเดียที่น้องมัลตี้นำเสนอไปในบล็อกนี้ เป็นเพียงแค่ตัวอย่างแนวทางในการทำคอนเทนต์ ที่เหมาะสำหรับแบรนด์ หรือผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องการทำการตลาดโดยเริ่มต้นแบบง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ซึ่งก็มีช่องทางและวิธีการอื่นๆ อีกมากมายที่แตกต่างและเฉพาะเจาะจงกับสไตล์และประเภทที่แตกต่างกันของธุรกิจ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของการทำการตลาด การโฆษณา และเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่าง

 

          เมื่อมีการวางแผนการทำการตลาดที่ดี อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือระบบดี ๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีช่องทางการขายที่มากขึ้น เพราะเมื่อการขายออนไลน์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ MultiOne Platform เพื่อนคู่ใจที่จะทำให้การฝากขายของคุณง่ายขึ้น !

บทความแนะนำ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

          แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

 

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิก

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิก

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne คลิก

Learn More