“Business Partners” ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนกับพันธมิตรทางธุรกิจ

Business Partners ด้วยเทคโนโลยีและการเรียนรู้ การเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายขึ้น ส่งผลให้มีการแข่งขันที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะด้านนวัตกรรม ความเข้าใจตลาด ความแปลกใหม่ของสินค้า หรือความที่มีเอกลักษณ์ของสินค้า แต่บางครั้ง จุดแข่งเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอให้ธุรกิจเติบโต วันนี้น้องมัลตี้ขอแนะนำ “Business Partners หรือ พันธมิตรทางธุรกิจ” ที่จะมาช่วยให้ธุรกิจของเพื่อน ๆ เติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

มาเริ่มกันที่ “Business Partners หรือ พันธมิตรทางธุรกิจ” คืออะไร?

 

Business Partners หรือ พันธมิตรทางธุรกิจ ก็คือผู้ประกอบการธุรกิจเริ่มตั้งแต่ 2 กิจการขึ้นไปทำสัญญาที่จะร่วมลงทุนเพื่อแสวงหาผลกำไรร่วมกัน พึ่งพากัน เป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน ช่วยกันส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน มีการกำหนดหน้าที่และการทำงานร่วมกันของคู่ค้า ทำข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งรายได้ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกันที่กิจการจะได้รับ ร่วมกับบริษัทคู่ค้าอีกด้วย

อยากมี Business Partnersต้องทำยังไง?

 

1. ธุรกิจของเราและพาร์ทเนอร์ จะต้องส่งเสริมกัน

น้องมัลตี้แนะนำว่า เพื่อน ๆ ควรสำรวจตลาดและคัดเลือกว่าแบรนด์ไหน ธุรกิจไหน ที่เหมาะสมหรือมีความใกล้เคียงกันกับธุรกิจของเพื่อน ๆ ใครที่เหมาะจะมาเป็นพาร์ทเนอร์กับเราได้บ้าง ใครที่จะช่วยให้เราเติบโตหรือเราสามารถช่วยใครเติบโตได้บ้าง การจะมาเป็นพาร์ทเนอร์กัน ควรจะเป็นความสัมพันธ์ที่ win – win กันทั้งสองฝ่าย ช่วยส่งเสริมกันและกัน

หากใครที่ไม่รู้จะเริ่มยังไง MultiOne – Platform สามารถช่วยเพื่อน ๆ ได้นะ เพราะน้องมัลตี้และทีมงานได้คิด คัดสรรไว้แล้วว่าธุรกิจแบบไหน สินค้าแบบไหน ควรมีพาร์ทเนอร์เป็นใคร พวกเรายินดีช่วยเหลือเพื่อน ๆ และให้คำปรึกษากันแบบฟรี ๆ !!!

 

Business Partner

 

2. ออกแบบ “Business Model” ที่สามารถทำงานร่วมกันได้ทั้งสองฝ่าย

รูปแบบของ Business Model

2.1 การเสนอผลประโยชน์ให้แก่พาร์ทเนอร์ ในกรณีที่พาร์ทเนอร์สามารถหาลูกค้าได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำอะไร

เพื่อน ๆ อาจจะคุ้นเคยคำว่า ‘นายหน้า หรือ เซลล์ หากว่าพาร์ทเนอร์เราสามารถหาลูกค้ามาได้ ปิดการขายได้ เพื่อน ๆ อาจจะเสนอค่าตอบแทนมาในรูปแบบของค่าเงินแนะนำหรือค่าคอมมิชชั่น เราจะเป็นคนจัดการหลังการขายทั้งหมด ส่วนพาร์ทเนอร์ของเราก็จะได้ผลประโยชน์โดยที่ไม่ต้องทำอะไร win – win กันทั้งสองฝ่าย ทั้งเราและพาร์ทเนอร์

2.2 การขายสินค้าหรือบริการของเราให้กับพาร์ทเนอร์ โดยพาร์ทเนอร์สามารถทำกำไรหรือมีสินค้าเพิ่มจากเรา

ในกรณีที่เพื่อน ๆ เป็นผู้ผลิต พาร์ทเนอร์ของเพื่อน ๆ สามารถนำสินค้าไปขายต่อ ซึ่งราคาที่เราขายให้พาร์ทเนอร์ควรเป็นราคาพิเศษ มีกำไรให้พาร์ทเนอร์ เพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์ของเรามีความต้องการในการขายสินค้าของเพื่อน ๆ มากยิ่งขึ้น

ส่วนในกรณีที่เพื่อน ๆ ต้องการสินค้าจากพาร์ทเนอร์มาขาย ในส่วนนี้อาจจะมีการตกลงกันในเรื่องของค่าคอมมิชชั่น หรือค่า GP กับการฝากขายในกรณีที่เพื่อน ๆ ไม่อยากสต็อกสินค้าเอง วิธีนี้ก็เพิ่มกำไรและสร้างยอดขายเพิ่มเติมให้กับพาร์ทเนอร์ของเราเช่นกัน

2.3 หาพาร์ทเนอร์ที่สามารถทำในส่วนที่เราต้องการลดต้นทุน

            รูปแบบนี้เหมาะสำหรับส่วนงานที่เพื่อน ๆ ต้องการลดต้นทุน ไม่อยากแบกรับภาระ หรือไม่มีความเชี่ยวชาญในส่วนงานนั้น ๆ โดยเพื่อน ๆ สามารถหาคู่ค้าที่เข้ามารับงานในส่วนนั้นแทนได้ อาจเรียกได้ว่าเป็นคู่ค้าที่ให้บริการในแง่ของ Outsource Service’

 

3. ทำสัญญาข้อตกลงต่าง ๆ เป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนทุกครั้ง

เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียผลประโยชน์หรือเกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน ขั้นตอนนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ควรทำ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายมากที่สุด ซึ่งทาง MultiOne – Platform ก็ได้มีรูปแบบของสัญญาที่ได้จัดทำขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งเพื่อน ๆ และพาร์ทเนอร์ ได้มาทำข้อตกลงร่วมกัน เพียงแค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ เพียง 1 คลิก ก็สามารถทำสัญญาได้ทันที ไม่ต้องรอ!

 

เรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค ผ่านเครื่องมือตัวช่วยทำการตลาดออนไลน์

 

4. มีระบบการบริหารจัดการคู่ค้าทางธุรกิจแบบมืออาชีพ

ในกรณีที่มีผู้สนใจมาเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเพื่อน ๆ มากมาย น้องมัลตี้ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ จะต้องมีระบบที่ช่วยให้เพื่อน ๆ จัดการกับพาร์ทเนอร์ได้ง่ายขึ้น เช่น

– กำหนดยอดขายให้กับพาร์ทเนอร์อย่างยุติธรรม

หากพาร์ทเนอร์รายไหนทำยอดขายได้มาก เพื่อน ๆ อาจจะมอบสิทธิพิเศษในเรื่องของราคาให้แก่พาร์ทเนอร์รายนั้น

– การจัดการลำดับความสำคัญของพาร์ทเนอร์

แบ่งพาร์ทเนอร์ออกเป็นลำดับ โดยประเมินจากยอดขาย จำนวนลูกค้า วิธีการทำงาน สินค้า เป็นต้น

– อาจจะมีกิจกรรมมอบรางวัลให้กับพาร์ทเนอร์

เพื่อกระตุ้นยอดขายและก่อให้เกิดการแข่งขันระหว่างพาร์ทเนอร์กันเอง

– มีทีมงานที่ช่วยบริหารพาร์ทเนอร์ของเพื่อน ๆ โดยเฉพาะ

ผู้รักษาผลประโยชน์’ จะเป็นตัวแทนให้กับบริษัทเพื่อน ๆ ในการดูแลพาร์ทเนอร์แต่ละราย และคอยต่อรองผลประโยชน์ให้ลงตัว ชื่อตำแหน่งมักเรียกว่า ‘Partner Account Manager’ หรือ ‘Channel Account Manager’ เป็นต้น

 

“…การเลือกคู่ค้าที่ดีและเหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากคัดเลือกคู่ค้าที่ดีได้ จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหลัง
อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้คุณเติบโต ทำให้ความสัมพันธ์ที่ดีของคู่ค้าทั้งสองมั่นคงและยั่งยืน…”

 

จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา น้องมัลตี้คิดว่ามีประโยชน์มากเลยทีเดียวสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาความก้าวหน้าทางธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน แต่ในเรื่องของธุรกิจ หากมีความผิดพลาดนั่นหมายถึงเม็ดเงินที่สูญเสียไป น้องมัลตี้จึงขอนำเสนอ MultiOne – Platform แพลตฟอร์มที่จะช่วยจับคู่พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของเพื่อน ๆ ให้ง่ายมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลเอง ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อมูลเอง เพราะทีมงานของเราได้วิเคราะห์และเตรียมข้อมูลที่จำเป็นไว้ให้เพื่อน ๆ นักธุรกิจกันหมดแล้ว อีกทั้งตัวแพลตฟอร์มก็ใช้งานง่ายอีกด้วย

 

หากเพื่อน ๆ มีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของ “Business Partners หรือ พันธมิตรทางธุรกิจ” หรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อมาได้ที่ MultiOne – ระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ หรือใครที่พร้อมแล้วกับการเป็นพาร์ทเนอร์หรืออยากหาพาร์ทเนอร์ ก็ติดต่อมาได้เช่นเดียวกัน น้องมัลตี้และทีมงานพร้อมซัพพอร์ตตลอดเวลา

 

 

อ้างอิง

กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน./ (2561)./ วิธีการหา Business Partner ที่ช่วยให้คุณรวยง่ายขึ้น./ วันที่สืบค้น 17 สิงหาคม 2564./ เว็บไซต์: https://bit.ly/2XnbYuT

Adminzoe./ (2561)./ ทำไมต้องมี Business Partner?./ วันที่สืบค้น 17 สิงหาคม 2564./ เว็บไซต์: https://bit.ly/3k37BwD

Moneywecan./ (ไม่ทราบปีที่แต่ง)./ “พันธมิตรทางธุรกิจ” ความได้เปรียบทางการค้าที่ยั่งยืน./ วันที่สืบค้น 17 สิงหาคม 2564./ เว็บไซต์: https://bit.ly/3xVAIHj

Learn More

ชอปสินค้าออนไลน์ผ่าน Line OA ง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน กับ MultiOne-Platform🌷🌈✨

ชอปสินค้าออนไลน์ผ่าน Line OA ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คนไทยเราส่วนใหญ่ล้วนใช้ “แอปพลิเคชัน LINE (ไลน์)” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร ไม่ว่าจะติดต่อเพื่อน ครอบครัว คนรัก หรือแม้กระทั่ง “การซื้อสินค้าออนไลน์”

โดยบางร้านอาจจะใช้ไลน์ใช้การติดต่อสื่อสารระหว่าง ร้าน – ลูกค้า แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมว่าไลน์ ได้มีฟังก์ชั่น Line OA ที่เข้ามาช่วยในส่วนของการซื้อขายให้ง่ายขึ้นด้วยนะ ส่วนการใช้งานจะเป็นอย่างไร วันนี้น้องมัลตี้จะมาแนะนำวิธีการ “ชอปออนไลน์ผ่าน Line OA” ง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยย

 

ขั้นตอนแรก

การ ชอปสินค้าออนไลน์ผ่าน Line OA เพียงเพื่อน ๆ กดเข้าไปในช่องแชทของ Line OA ของร้านค้าพาร์ทเนอร์ในเครือ MultiOne จากนั้นกดตรงแถบเมนูร้านค้า ซึ่งจะปรากฏหน้าต่างของเว็บไซต์ของเรา ซึ่งในหน้าเว็บนั้นจะแสดงข้อมูลของสินค้าไว้มากมาย (เดี๋ยวน้องมัลตี้จะแปะตัวอย่างให้ดูนะ) จากนั้นให้เพื่อน ๆ เลือกสินค้าที่เพื่อน ๆ ต้องการมาใส่ตะกร้า

.

หน้าห้องแชทของร้านค้า

หน้าตาของเว็บไซต์

ชอปสินค้าออนไลน์ผ่าน Line OA

 

รายละเอียดสินค้า

 

มาต่อกันที่ขั้นตอนที่สอง

เมื่อเพื่อน ๆ เลือกสินค้าตามที่ต้องการครบแล้ว จากนั้นกดที่ ‘สรุปยอด’ แล้วก็มาตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนสินค้า ในส่วนนี้เพื่อน ๆ จะต้องกรอก ‘ชื่อ-ที่อยู่’ ด้วยนะ และอย่าลืมเช็คความถูกต้องด้วย! เมื่อตรวจสอบความถูกต้องแล้ว เพื่อน ๆ ก็ยังสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ทางร้านส่งสินค้าผ่านบริษัทอะไร ไม่ว่าจะไปรษณีย์ไทย เคอรี่ หรือแฟลช และอื่น ๆ อีกมากมายตามที่ร้านค้ากำหนด เมื่อเลือกบริการขนส่งและตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ก็ชำระเงินได้เลยยยย

หน้าสรุปยอด

รายละเอียดในการจัดส่งสินค้า

 

E-Commerce คืออะไร? มีกี่ประเภท? สำคัญหรือไม่?

 

ขั้นตอนสุดท้าย

การชำระเงิน ให้เพื่อน ๆ กดที่คำว่า ‘ชำระเงิน’ ก็จะมีข้อความของทางร้านเด้งขึ้นมา อาจจะเป็นเลขบัญชีหรือ QR CODE ของทางร้าน เมื่อเพื่อน ๆ ทำการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ก็กดอัพโหลดหลักฐานการชำระเงินได้เลย

 

อัพโหลดหลักฐานการชำระเงิน

ชอปสินค้าออนไลน์ผ่าน Line OA

 

เสร็จเรียบร้อย!! เห็นไหมล่ะ ชอปออนไลน์ผ่าน Line OA ง่ายนิดเดียว

 

หากว่าใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรืออยากสอบถามเพิ่ม สามารถติดต่อมาได้ที่ MultiOne – ระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ หรือหากว่าใครอยากให้น้องมัลตี้เขียนบทความอะไร อยากได้ความรู้เรื่องไหนเพิ่มเติม ก็สามารถแนะนำกันเข้ามาได้เลย

Learn More

เรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค ผ่านเครื่องมือตัวช่วยทำการตลาดออนไลน์

“พฤติกรรมของผู้บริโภค” เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่สำคัญสำหรับการทำธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ รวมไปจนถึง SME ล้วนต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อให้เข้าใจและนำมาปรับใช้กับกลยุทธ์ของเรา เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย รายได้ รวมไปถึงฐานลูกค้า วันนี้น้องมัลตี้จะมาแนะนำ เครื่องมือที่จะมาช่วยทำการตลาดออนไลน์ เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจ ‘พฤติกรรมของผู้บริโภค’ ให้มากขึ้น

 

Google Analytics

เครื่องมือฟรีที่ใครหลายคนก็รู้จัก Google Analytics หรือ GA เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์คนที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งเราสามารถดูได้ว่าผู้ใช้บัญชีนั้นใช้เวลาในเว็บไซต์เรานานขนาดไหน เข้าไปดูข้อมูลกี่หน้า เลื่อนดูส่วนไหนของเว็บไซต์เราบ้าง คลิกตรงไหน กดตรงไหน เข้ามาจากตรงไหน รวมไปถึงใครที่กดเข้ามาแล้วกดออกเลย

พฤติกรรมของผู้บริโภค

 

เรียกได้ว่าบันทึกทุกพฤติกรรมของผู้บริโภค ผู้ใช้งาน ทำให้เราเห็น รับรู้ และเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างสะดวกสุด ๆ ซึ่งจากข้อมูลที่กล่าวมา เราสามารถมาปรับใช้กับเว็บไซต์ของเรา ไม่ว่าจะบทความ การจัดหน้าเว็บไซต์ การตกแต่ง รวมไปถึงฟังก์ชั่นต่าง ๆ ในเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้เวลาในเว็บไซต์ของเราให้มากที่สุด

 

จัดร้านอย่างไร? ให้ยอดขายพุ่ง เพิ่มยอดขายหน้าร้านด้วยหลักจิตวิทยา

 

Google Keyword Planner

หัวใจสำคัญของการทำเว็บไซต์ก็คือ Keyword ต่อให้บทความของเราจะเขียนดี ตกแต่งสวย อ่านเข้าใจง่าย ตอบโจทย์ลูกค้าสุด ๆ แต่ถ้าคีย์เวิร์ดไม่ตรงหรือไม่ดี แน่นอนว่ายอดอ่าน ยอดกดเข้าเว็บไซต์ของเราจะต้องน้อยแน่นอน ซึ่งการที่เราหรือใครก็ตามจะเข้าเว็บไซต์อะไรซักอย่าง ต้องค้นหาที่ Google บราวน์เซอร์ยอดนิยมอยู่แล้ว ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยนี้เน้นความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และเข้าถึงง่าย สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เว็บไซต์หรือบทความใดที่ขึ้นมาเป็นอันดับแรก ๆ ย่อมมีคนกดเข้าไปในเว็บไซต์เป็นจำนวนมากแน่นอน

 

..แล้วถ้าเราอยากให้เว็บไซต์ของเราขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ล่ะ ต้องทำอย่างไร ?

 

ทางเลือกที่สะดวกและไวที่สุดก็คือการยิงโฆษณาหรือการยิงแอด (Ads) ที่เพื่อน ๆ เคยได้ยินกัน แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมว่าการยิงแอดแต่ละครั้งไม่ง่ายเลย ทั้งต้องหาข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย รายละเอียดต่าง ๆ ที่เราต้องรู้ เท่านั้นไม่พอ ยังเสียเงินอีกด้วย แต่ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งคือการเขียน SEO (Search engine optimization) คือกระบวนการที่พยายามเพิ่ม Traffic ที่มีคุณภาพ เข้าสู่เว็บไซต์ (ของคุณ) จาก Search Engine ต่าง ๆ ซึ่งล้วนต้องใช้ข้อมูลในส่วนของคีย์เวิร์ด ดังนั้น Google Keyword Planner จะเข้ามาเป็นส่วนช่วยในการเขียน SEO ที่จะทำให้คนเข้าถึงเว็บไซต์ของเรามากขึ้น

 

ที่มารูปภาพ : https://bit.ly/3DmFel4
YouTube Analytics

ยุคนี้สมัยนี้ สื่อที่ย่อยง่ายที่สุดก็คือวิดีโอ ทั้งเข้าถึงง่าย ใช้งานง่าย สะดวกสบายและประหยัดเวลาของผู้บริโภค จึงไม่แปลกหาก YouTube จะเข้ามามีส่วนในการช่วยเรื่องการทำการตลาดในอนาคตเป็นอย่างมาก ตัว YouTube Analytics ก็มีการบันทึกข้อมูลที่คล้ายกันกับ Google Analytics ที่จะแสดงตัวเลขต่าง ๆ ของพฤติกรรมผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นระยะการรับชมคลิปต่าง ๆ การค้นหา เพลย์ลิสต์ต่าง ๆ ทำให้เราเห็นพฤติกรรมบางอย่างที่น่าสนใจ และนำกลับไปพัฒนา content รูปแบบวิดีโอ เนื้อหาต่าง ๆ ของเราให้ดีขึ้นได้อีก สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค และที่สำคัญ YouTube Analytics สามารถใช้งานได้ฟรี!!!

 

Facebook Audience Insight

น้องมัลตี้ขอเช็คประชากรหน่อย มีใครไม่ใช้ Facebook บ้างงง? คนจำนวนน้อยมาก ๆ ที่ไม่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่างเฟซบุ๊ก ดังนั้น สื่อโซเชียลมีเดียที่รวบรวมกลุ่มลูกค้า กลุ่มเป้าหมายของผู้บริโภคไว้มากที่สุดก็คือเฟซบุ๊กนั่นเอง Facebook Audience Insight นั้น ก็ทำหน้าที่คล้ายกันกับ Google Analytics และ YouTube Analytics ที่กล่าวมาข้างต้น แต่จะสะดวกกว่าตรงที่จะแสดงให้เราเห็นพร้อมกับการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้เฟซบุ๊ก โดยสามารถเลือกได้เหมือนกับตอนทำการโฆษณา (ยิงแอด) แต่สามารถคัดกรอง (หรือ Filter) กลุ่มคนที่มีความสนใจในเรื่องต่าง ๆ ได้ เลือกช่วงอายุ ระบุเพศได้ เลือกรายละเอียดต่าง ๆ มากมายเพื่อให้ตรงกันกับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจของเรา โดยตัวเฟซบุ๊กนั้นได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลส่วนนี้มาให้เราหมดแล้ว จึงทำให้ใช้งานง่ายและสะดวกสบายสุด ๆ

Similarweb

เป็นตัวเลือกสุดเจ๋งในการวิเคราะห์เว็บไซต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของเราเอง เว็บไซต์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงเว็บไซต์ของคู่แข่ง จะทำให้เราเห็นถึงความเคลื่อนไหวภายในเว็บไซต์นั้น ๆ การเข้าถึงเว็บไซต์นี้เข้ามาจากที่ไหน ใช้คีย์เวิร์ดอะไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราเห็นภาพมุมกว้างของตลาดและทำให้เราเข้าใจถึงวิธีการทำการตลาดของแต่ละแบรนด์ได้มากขึ้น สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้กับเว็บไซต์ของเราได้มากขึ้น

 

เป็นอย่างไรกันบ้างเพื่อน ๆ หลังจากที่ได้รู้จักเครื่องมือเหล่านี้ ส่วนตัวแล้วน้องมัลตี้คิดว่าข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มาก ๆ เลยนะ หากว่าเราใช้เครื่องมือเป็น วิเคราะห์เป็น วางแผนเป็นแล้ว เรื่องการตลาดที่เราเคยคิดว่ายากก็คงไม่ยากอีกต่อไป ทั้งนี้หากว่าใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรืออยากสอบถามเพิ่ม สามารถติดต่อมาได้ที่ MultiOne – ระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ หรือหากว่าใครอยากให้น้องมัลตี้เขียนบทความอะไร อยากได้ความรู้เรื่องไหนเพิ่มเติม ก็สามารถแนะนำกันเข้ามาได้เลย

 

อ้างอิง

Smart startup academy./ (ไม่ทราบปี)./ 7 เครื่องมือออนไลน์ที่ช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น./ สืบค้นวันที่ 10 สิงหาคม 2564./ เว็บไซต์: https://bit.ly/3iBHTA9

ไม่ทราบผู้แต่ง. (ไม่ทราบปี)./ การทำ SEO คืออะไร แล้วสำคัญอย่างไร ?./ สืบค้นวันที่ 10 สิงหาคม 2564./ เว็บไซต์: https://bit.ly/3yB75MF

Learn More

9 ไอเดีย เอาตัวรอดในยุคโควิด สถานการณ์แบบนี้ขายอะไรดี

สถานการณ์แบบนี้ขายอะไรดี?

ยุคโควิดในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ จะใช้เงินแต่ละทีต้องคิดแล้วคิดอีก แต่จะให้เก็บไว้เฉย ๆ ก็กลัวจะหมดไปเปล่า ๆ งั้นเอามาต่อยอดกันดีกว่า! วันนี้น้องมัลตี้จะมาแนะนำ

“ 9 ไอเดีย เอาตัวรอดในยุคโควิด สถานการณ์แบบนี้ขายอะไรดี ”

ขายอะไรถึงจะ รุ่ง! พุ่ง! ปัง! ไปดูกันเลยย

1. อุปกรณ์ป้องกันตัวเองจากโควิด – 19

นาทีนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความปลอดภัยสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ สเปรย์แอลกอฮอล์ ทิชชู่เปียก และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยป้องกันให้เพื่อน ๆ ทุกคนปลอดภัยจากโควิด ล้วนแล้วแต่เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดตอนนี้ เราสามารถสร้างสรรค์อะไรให้แปลกใหม่หรือแตกต่างจากเดิมได้ เพื่อเพิ่มมูลค่าได้ เช่น ทำสเปรย์แอลกอฮอล์กลิ่นต่าง ๆ ที่ยังไม่มีใครทำ ทำแพคเกจให้สวยงามแตกต่างจากท้องตลาด เป็นต้น

 

 

2. อุปกรณ์ตกแต่งห้อง – สำนักงาน

ช่วงนี้คนส่วนใหญ่ได้ Work From Home กันเป็นจำนวนมาก แต่บางครั้งการที่อยู่บ้านอย่างเดียว อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ก็ทำให้รู้สึกเบื่อ สร้างความเครียด ความอึดอัดได้เหมือนกัน ดังนั้น อุปกรณ์ตกแต่งห้อง – สำนักงาน เหล่านี้ จะเข้ามาช่วยให้คนกลุ่มนี้มีความสุขกับการทำงาน การอยู่บ้านมากขึ้น หากเพื่อน ๆ คนไหนยังไม่อยากลงทุนก้อนใหญ่ ก็อาจจะเริ่มจากสินค้าชิ้นเล็กก่อนก็ได้ เช่น ดอกไม้ปลอม โคมไฟ ผ้าม่าน ชั้นวางเล็ก ๆ สติกเกอร์ตกแต่งต่าง ๆ เป็นต้น

 

 

3. เครื่องเขียน

ไม่เพียงแค่กลุ่มคนทำงานเท่านั้นที่ต้อง Work From Home หรือทำงานอยู่บ้าน แต่ยังมีเด็ก ๆ นักเรียน นักศึกษา อีกมากมาย ที่ต้องเรียนออนไลน์กันที่บ้าน บางครั้งการมีเครื่องเขียน สติกเกอร์ เทปกาว สมุด ปากกา กระดาษโน้ต หรือของอื่น ๆ ที่น่ารัก ๆ ก็ช่วยให้มีแรง มีกำลังใจในการเรียนเพิ่มขึ้นเหมือนกันนะ อีกอย่างเครื่องเขียนเหล่านี้สามารถนำมาใช้ในการทำงานอดิเรกได้เหมือนกันนะ

 

4. อุปกรณ์สำหรับทำอาหาร

หากเพื่อน ๆ จำกันได้ ในช่วงโควิดรอบแรก หลายคนได้ผันตัวไปเป็นเชฟมีให้เห็นใน Tiktok มากมาย ยิ่งโควิดระลอก 3 จำนวนคนทำอาหารทานเองยิ่งเพิ่มขึ้น ไม่เพียงแค่ประหยัด แต่ยังปลอดภัยจากโควิดและหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอกอีกด้วย แถมบางคน ยังทำอาหาร ขนม ของทานเล่นขายเป็นอาชีพเสริมอีกด้วยนะ

 

 

5. สินค้าอุปโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ไม่ว่าจะช่วงโควิดหรือช่วงไหน ๆ สินค้าอุปโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันย่อมเป็นที่ต้องการในตลาดอยู่แล้ว สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน แชมพู ครีมทาผิว ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายต่าง ๆ ในสภาวะปกติ คนส่วนใหญ่มักจะไปเลือกซื้อตามซุปเปอร์มาร์เก็ต  แต่เมื่อมาถึงช่วงโควิด เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเชื้อโรค คนจึงเปลี่ยนมาซื้อออนไลน์กันมากขึ้น

 

6. อาหาร ขนม ของทานเล่นต่าง ๆ

แน่นอนว่าชีวิตคนเราขับเคลื่อนด้วยการกิน ไม่ว่าจะเครียด เหนื่อย หรือเสียใจจากเรื่องอะไรก็แล้วแต่ การกินคือการเยียวยาทุกสิ่ง กินเพื่อให้ร่างกายมีแรงในการทำงานมากขึ้น ยิ่งได้ทานของที่อร่อย ๆ ยิ่งทำให้อารมณ์ดี 🙂 ยิ่งในตอนนี้ผู้คนมากมายก็หันมาสั่งอาหารออนไลน์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามสั่ง ขนมทานเล่น และเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ หากใครมีความสามารถด้านนี้ก็ลองทำดูนะคะ

 

สถานการณ์แบบนี้ขายอะไรดี

จงเตรียมใจให้พร้อมกับอุปสรรคที่ต้องเจอ เมื่อคิดจะเปิดร้าน !

7. อุปกรณ์ออกกำลังกาย

หันมาเอาใจสายคนรักสุขภาพ คนชอบออกกำลังกายซักหน่อย ในบางพื้นที่ฟิตเนสหรือยิมต่าง ๆ ยังไม่เปิดให้บริการ ครั้นจะออกไปวิ่งข้างนอก ก็ยังดูไม่ค่อยจะปลอดภัยเท่าไหร่ ทั้งพื้นถนน ทั้งรถ ทั้งเชื้อไวรัส แถมพื้นที่สาธารณะก็ไม่ค่อยเอื้ออำนวย หลายคนจึงหันมาออกกำลังอยู่ที่บ้านแทน ทำให้อุปกรณ์ออกกำลังกายเป็นสินค้าที่ขายดีขึ้นมากในช่วงโควิด เช่น เสื่อโยคะ ฮูล่าฮูป ดรัมเบล เชือกกระโดด หรือจะเป็นอุปกรณ์กีฬาอินเทรนด์อย่างเซิร์ฟสเก็ต (Surf Skate) รวมไปถึงเสื้อผ้าออกกำลังกายอีกด้วย

 

 

8. ต้นไม้

เมื่อช่วงต้นปี กระแสของการปลูกต้นไม้มาแรงมาก ๆ (ขนาดน้องมัลตี้ยังปลูกเต็มห้องเลยนะ) หลายคนเริ่มหันมาปลูกต้นไม้ในช่วงโควิด ไม่เพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังทำให้รู้สึกสบายใจที่ต้องอยู่บ้าน อยู่หอนาน ๆ จากการเรียนออนไลน์ หรือการ Work From Home อีกด้วย ผู้คนมากมายก็หันมาปลูกพืชชนิดต่าง ๆ เป็นกิจกรรมยามว่างขณะอยู่บ้าน โดยเฉพาะต้นไม้ฟอกอากาศ และยังมีกลุ่มคนรักแคคตัส ที่ซื้อขายกันในราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักหมื่น นอกจากนี้พ่อค้าแม่ขายยังสามารถขายกระถางต้นไม้สไตล์ต่าง ๆ ปุ๋ย ดิน และหินสีต่าง ๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วยนะ

 

9. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

กันไว้ดีกว่าแก้ หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่โควิด แต่ยังหมายถึงสุขภาพร่างกายในส่วนอื่น ๆ ด้วย ยิ่งคนที่ทำงาน หรือเรียนออนไลน์ที่ต้องใช้สายตาและต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไอแพดนาน ๆ อาจจะให้ตาล้า อาจจะต้องการวิตามินบางอย่างมาช่วยซ่อมแซมหรือดูแลร่างกาย วิตามิน B และ C ช่วยบำรุงสายตา ประสาทและสมอง วิตามิน C ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ป้องกันการเป็นหวัด รวมไปถึงวิตามินหรืออาหารเสริมอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จึงมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่า!!!

สถานการณ์แบบนี้ขายอะไรดี

จากทั้งหมดที่น้องมัลตี้นำมาเสนอเพื่อน ๆ ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากใครมีอะไรเพิ่มเติมก็มาสามารถคอมเม้นแนะนำกันได้ หรือหากว่าใครทดลองขายอยู่ ผลเป็นยังไงก็มาบอกน้องมัลตี้ได้นะ ส่วนใครที่มีหน้าร้านอยู่แล้วหรือมีแบรนด์มีสินค้าอยู่แล้ว อยากฝากขายหรืออยากเป็นพาร์ทเนอร์กับเรา ก็สามรถติดต่อมาได้ที่ Facebook Fanpage : MultiOne – ระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ น้องมัลตี้ยินดีตอบคำถาม 24 ชั่วโมงเลยยยย ✨💙🌈

 

อ้างอิง

My Shop Team./ (2564)./ 5 ไอเดียขายอะไรดีช่วงโควิด? ให้อยู่บ้านแต่การเงินรุ่งเรือง./ สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2564./ เว็บไซต์: https://bit.ly/3m0CyEE

ไม่ทราบผู้แต่ง./ (2563)./ Top 11 สินค้าออนไลน์รุ่งและร่วงช่วง COVID-19./ สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2564./ เว็บไซต์: https://bit.ly/3g1mBKx

Learn More

จัดร้านอย่างไร? ให้ยอดขายพุ่ง เพิ่มยอดขายหน้าร้านด้วยหลักจิตวิทยา

“จัดร้านอย่างไร?” ถึงแม้ว่าในตอนนี้คนส่วนใหญ่จะนิยมซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องออกไปไหนก็ซื้อได้ แต่ในเรื่องของความรู้สึกนั้นจะเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย การที่ได้ออกมาเดินดูสินค้า ได้จับ ได้สัมผัส ได้เห็นสีที่ชัดเจน มีตัวอย่างให้เปรียบเทียบ อีกทั้งยังได้สินค้าทันทีไม่ต้องรอ!!

 

วันนี้น้องมัลตี้จะพาเพื่อน ๆ ไปเรียนรู้เคล็ดลับการกระตุ้นยอดขายผ่านการจัดร้าน จัดร้านอย่างไร? ให้ยอดขายพุ่ง เพิ่มยอดขายหน้าร้านด้วยหลักจิตวิทยา” หลักจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของมนุษย์เข้ามาช่วย จะจัดอย่างไรให้มีโอกาสที่คนหยิบหรือซื้อสินค้ามากขึ้น จัดอย่างไรให้คนอยู่ในร้านนานขึ้น น้องมัลตี้ได้รวบรวมหลักการมาไว้ที่นี่หมดแล้ว

 

1. เทคนิคการจัดบริเวณหน้าร้าน

  “…ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ…” ดวงตาคือสิ่งที่สะท้อนนึกคิดอยู่ภายในจิตใจ หน้าร้านก็เช่นกัน จัดหน้าร้านแบบไหนก็เปรียบเหมือนการบอกเป็นนัย ๆ ว่าข้างในร้านของเราเป็นแบบนี้นะ แน่นอนว่าหน้าร้านก็เป็นส่วนสำคัญที่สุดของร้าน การที่ลูกค้าจะเดินเข้ามาหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่การจัดหน้าร้านของเราว่าสามารถดึงดูดลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อน ๆ อาจจะจัดโชว์ด้วยสินค้าของร้าน Display ที่มีสีสันสดใส หรือไม่ก็มุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ทั้งการเลือกใช้สีหรือการจัดแสดงสินค้าต่าง ๆ ก็อย่าลืมคำนึงถึง Mood & Tone ของร้านเราด้วยนะคะว่าอยากให้ไปในทิศทางไหน

 

2. เทคนิคการจัดบริเวณทางเข้าร้าน

น้องมัลตี้ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ จัดวาง ตระกร้าสินค้า ไว้ที่บริเวณทางเข้าร้าน เพราะถ้าในระหว่างการเลือกดู เดินชมสินค้าแล้วมีตระกร้าอยู่ในมือ ลูกค้าจะเกิดความรู้สึกว่า “ควรซื้ออะไรซักอย่าง” เพื่อไม่ให้ตระกร้าว่างเปล่าก่อนออกจากร้าน ซึ่งใช้หลักการเดียวกันกับ “รถเข็นในห้างสรรพพสินค้า” ที่ลูกค้าสามารถเลิอกซื้อสินค้าใส่รถเข็นได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักของสินค้า นอกจากนี้ ควรจัดวางสินค้าที่มีสีสันสดใสไว้ที่ทางเข้าหน้าร้าน เพื่อกระตุ้นความอยากซื้อสินค้าของลูกค้าอีกด้วย

 

3. เทคนิคการจัดบริเวณชั้นวางในร้าน

ปกติการมองด้วยสายของมนุษย์จะมองเป็นรูป “ตัว Z คือเริ่มจากการทางมองด้านซ้าย ไล่ไปทางขวา ลงมาไล่จากซ้ายไปขวา เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คล้ายกับการอ่านหนังสือ ซึ่งเราสามารถนำหลักการนี้มาปรับใช้กับการจัดวางสินค้าภายในร้านของเราได้ โดยวางสินค้าที่อยากจะขายไว้บริเวณด้านขวาของชั้นวางสินค้า ถึงแม้ว่าเวลาที่ลูกค้ามองชั้นวางจะเริ่มจากการมองจากด้านซ้าย แต่สุดท้ายก็จะจบลงที่ด้านขวา ดังนั้น จะมีการโฟกัสสินค้าที่ขวาอยู่ทางด้านขวามากกว่า

 

จัดชั้นวาง

 

และที่สำคัญที่สุด!! ต้องอย่าลืมติดป้ายบอกราคาสินค้าให้ชัดเจนด้วย
ถึงแม้ว่าบางครั้งลูกค้าอยากได้ของชิ้นนี้มาก ๆ แต่หากว่าไม่บอกราคา ก็จะทำให้ความอยากซื้อลดลงได้

 

 

4. เทคนิคการจัดวางบริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงิน

หากเราลองสังเกตบริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงินในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ จะพบว่ามีการวาง “สินค้าชิ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ราคาไม่แพง” อยู่ด้วย ซึ่งสินค้าเหล่านี้จะไม่ใช่สินค้าที่ลูกค้าตั้งใจจะมาซื้อตั้งแต่แรก แต่เมื่อลูกค้ามาเห็นจนเกิดความอยากซื้อ ก็จะตัดสินใจซื้อได้โดยง่าย ซึ่งพฤติกรรมนี้มีหลักจิตวิทยาเป็นพื้นฐาน คือ เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าครบและเดินมาถึงจุดชำระเงิน ก็จะเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย เนื่องจากภารกิจ (การซื้อสิ่งที่ต้องการ) เสร็จแล้ว ทำให้ตัดสินใจซื้อสินค้าอื่น ๆ ได้ง่าย อีกส่วนนึงก็มาจากความรู้สึกว่า “ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ซื้อซักหน่อยแล้วกัน”

 

อยากเปิดร้านมัลติแบรนด์ แต่ไม่มั่นใจ!? เปรียบเทียบ ข้อดี – ข้อเสีย ของการทำร้านมัลติแบรนด์

 

5. เทคนิคการเลือกใช้ แสง – เสียง – กลิ่น เพื่อสร้างบรรยากาศและความประทับใจลูกค้า

นอกจากการจัดวางสินค้าให้ดูน่าสนใจแล้ว การตกแต่งร้านก็มีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายได้เช่นกัน

 

มาเริ่มกันที่แสงภายในร้าน การที่ใช้แสงที่สว่างจัด ๆ เช่น แสงของในร้านสะดวกซื้อ จะกระตุ้นให้คนรู้สึกตื่นตัว เร่งรีบ ทำอะไรรวดเร็วขึ้น หากต้องการให้ลูกค้าอยู่ในร้านของเรานาน ๆ ควรเลือกใช้แสงที่มีความนุ่มนวล ละมุน แสงโทนอุ่น จะช่วยทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายและอยากอยู่ในร้านนาน ๆ

 

ไปต่อกันเรื่องเสียง น้องมัลตี้แนะนำให้เปิดเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกสบาย ๆ อาจจะเป็นเพลงช้า ไม่ก็แนวบลูส์หรือแจ๊ส จะช่วยให้ลูกค้าผ่อนคลาย และอยากเดินเลือกซื้อขึ้นสินค้าไปเรื่อย ๆ แบบไม่รีบ ใช้เวลาในร้านมากขึ้น

 

และสุดท้ายคือกลิ่น ใคร ๆ ก็ชอบกลิ่นหอม ยิ่งร้านไหนขายเทียนหอม น้ำหอม เรื่องกลิ่นถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ทั้งช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายและยังช่วยสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้ร้าน สร้างความประทับใจให้ลูกค้าอีกด้วย

 

 

เป็นยังไงบ้างคะเพื่อน ๆ หลักจิตวิทยาง่าย ๆ สามารถนำไปปรับใช้กับร้านของเพื่อน ๆ กันได้แบบง่าย ๆ เลย หากใครลองทำแล้วเวิร์คก็มาบอกกันหน่อยน้า หรือว่าใครที่ยังไม่มีหน้าร้านแล้วอยากฝากขาย หรือจะเป็นร้านเองที่อยากได้แบรนด์ อยากได้สินค้าใหม่ ๆ มาขายในร้าน สามารถทักมาพูดคุยกับน้องมัลตี้ได้ที่ Facebook : MultiOne – ระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ สามารถสอบถามและปรึกษากันได้แบบฟรี ๆ !!!

 

 

 

อ้างอิง

Apichaya Chakarttham./ (2563)./ คัมภีร์รวม 13 เทคนิคจัดหน้าร้านค้าให้ลูกค้าเพียบ ยอดขายพุ่ง./ สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2564./ เว็บไซต์: https://bit.ly/3m3OSE6

Plearn Wisetwongchai./ (2563)./ 26 จิตวิทยาการขายสินค้า ให้คนซื้อง่ายขึ้นและมากขึ้น./ สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2564./ เว็บไซต์: https://bit.ly/3xLr0ag

Learn More

จงเตรียมใจให้พร้อมกับอุปสรรคที่ต้องเจอ เมื่อคิดจะเปิดร้าน !

เมื่อคิดจะเปิดร้าน แน่นอนว่าอุปสรรคต่าง ๆ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย หลายคนอาจจะเจอเรื่องเล็กน้อยไปจนถึงใหญ่โตแตกต่างกันไป บางคนอาจจะผ่านไปได้ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยเลยที่ล้มเหลว วันนี้น้องมัลตี้จะมาแนะนำข้อมูลดี ๆ เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้เตรียมความพร้อม! เตรียมใจ! ต่อสู้กับอุปสรรคที่ต้องเจอ เมื่อคิดจะเปิดร้าน !

 

1. การบริหารเงินทุนและเงินสด

 

การทำธุรกิจ สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสำคัญที่สุดก็คือเงิน ยิ่งการบริหารเงินทุนหมุนเวียนนั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านเครื่องเขียน ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า ร้าน gift shop รวมไปถึงคาเฟ่อีกด้วย

 

เมื่อคิดจะเปิดร้าน

ที่มา : freepik

เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) คือ เงินที่ใช้หมุนเวียนเพื่อดำเนินกิจการทั่วไปของธุรกิจ โดยปกติควรต้องมีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิสำรองไว้ใช้ในกิจการ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่าง ๆ ก่อนที่จะได้รับเงินสดจากการขายสินค้าและบริการ บางครั้ง ร้านค้าปลีกรายย่อย ๆ ก็ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนสำรองไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อใช้สำหรับการสต็อกสินค้าเพื่อนำมาขายภายในร้าน หากขายได้ดี ก็ดีไป แต่หากว่าขายไม่ได้ แล้วทุนจมล่ะ?

 

ดังนั้น ตัวช่วยที่ทำให้เพื่อน ๆ สามารถวางแผนตรงนี้ได้คือ ‘ระบบจัดการสต็อก’ ร้านค้าขนาดเล็กหลายร้าน อาจจะทำการนับสต็อกสินค้าด้วยตนเอง (ระบบ Manual) ซึ่งวิธีการนี้แน่นอนว่า เหนื่อย สิ้นเปลืองแรงงาน บางครั้งอาจจะเกิดข้อผิดพลาดจาก Human Error ได้ น้องมัลตี้จึงขอแนะนำ ระบบ POS มาเป็นตัวช่วยในการจัดการสต็อกสินค้า เพราะระบบจัดการสต็อกสินค้ามีความสำคัญอย่างมากกับการจัดการกระแสเงินสด สต็อกสินค้าส่งผลกระทบต่อยอดขายและค่าใช้จ่ายโดยตรง อีกทั้งยังช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถวางแผนเรื่องการสต็อกสินค้าให้พอขาย หรือตัวไหนไม่เวิร์ค ก็อาจจะสต็อกให้น้อยลงได้ เนื่องจากการจัดทำสต็อกแบบจะทำให้เรารู้ว่าสินค้าตัวไหนขายดี สินค้าชนิดไหนสามารถทำเงินได้เยอะ

 

เพื่อน ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่องของระบบจัดการสต็อกได้ที่…ระบบจัดการสต็อกสินค้า

 

2. การไม่ได้วิเคราะห์ตลาด

บางคน อาจจะคิดว่าการเปิดร้าน การขายของออนไลน์ เป็นเรื่องง่าย ๆ แค่มีทุน มีแรงงาน มีเวลาก็ทำได้แล้ว แต่ก็อาจจะลืมคิดไปว่า แค่สิ่งเหล่านั้นยังไม่พอ นอกจากจะมีทุน แรงงาน เวลา แต่ยังต้องมีการวางแผน การวิเคราะห์ตลาดอีกด้วยว่าสินค้าหรือบริการของเรานั้นมีโอกาสเติบโตในตลาดมากแค่ไหน ข้อนี้ถือว่าเป็นอุปสรรคอย่างมาก เพราะการจะทำอะไรซักอย่างแต่ไม่มีการวางแผนเลยคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ๆ

 

เมื่อคิดจะเปิดร้าน

ที่มา : freepik

 

แต่บางครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะวางแผนมาดีแล้ว แต่อุปสรรคต่าง ๆ ก็มักเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันอยู่เสมอ ถึงเราจะวางแผนมาอย่างรัดกุมแล้ว แต่ก็อาจจะมีบ้างที่พลาดกันได้ เมื่อเรารู้ตัวว่าพลาดแล้ว เราจะต้องทำอย่างไรต่อ? นี่สิ คืออุปสรรคที่แท้จริง

 

ย้อนกลับไปที่ข้อแรกที่น้องมัลตี้ได้แนะนำเกี่ยวกับระบบจัดการสต็อก น้องมัลตี้คิดว่าระบบนี้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับเพื่อน ๆ ได้ เช่น หากเกิดปัญหากำไรน้อยหรือไม่มีกำไร เราก็ต้องเริ่มมาสำรวจกันแล้วว่าสินค้าตัวไหนที่สร้างรายได้ให้กับเรามากที่สุด สินค้าตัวไหนที่ลงทุนไปแล้ว ทุนจม ไม่ได้กำไร ระบบจัดการสต็อกนี้จะมีข้อมูลให้เพื่อน ๆ สามารถดึงข้อมูลไปปรับใช้ ไปวางแผนการตลาดได้อย่างสบาย ๆ

 

3. ไม่มีแรงงาน ทำทุกอย่างในคน ๆ เดียว

 

คิดอยากจะเปิดร้าน Multi-Brands แต่เจ้าของจะทำงานแบบ Multi-skills ด้วยไม่ได้ ต่อให้เรามีความสามารถมากมายแค่ไหน ด้วยความที่เราเป็นมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรหรือโปรแกรม ย่อมมีการเหนื่อยล้าหรือเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ ยิ่งถ้าข้อผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นกับตัวเลขย่อมไม่ส่งผลดีแน่ ๆ

 

จะดีกว่าไหม? หากมีเครื่องทุนแรงที่มาช่วยเพื่อน ๆ จัดการทุกอย่าง น้องมัลตี้ขอแนะนำระบบจัดการสต็อกสินค้า จากที่บอกข้างต้น ระบบนี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ รู้ว่ารายได้ส่วนใหญ่มากจากไหน สินค้าที่ควรสต็อกไว้เยอะ ๆ คือตัวไหน เท่านั้นยังไม่พอ ระบบนี้ทำบัญชีได้อีกด้วย เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่ชอบตัวเลขแบบน้องมัลตี้สุด ๆ (ฮา) เมื่อมีตัวช่วยดูแลร้าน ช่วยทุนแรงและประหยัดเวลา เพื่อน ๆ ก็จะมีเวลาสำหรับการพักผ่อน ออกไปเที่ยว หรือออกไปหาแรงบันดานใจสำหรับการทำร้านต่อ Work life balance สำคัญที่สุด !!!

 

4. ไม่ถนัดการทำบัญชี

 

ไม่ชอบตัวเลข! ไม่ได้เรียนด้านบัญชีมาโดยตรง! ไม่มีความรู้ด้านบัญชี! ยิ่งการใช้ Excel ยิ่งไม่มีความรู้เลย! น้องมัลตี้เข้าใจเพื่อน ๆ ที่ประสบปัญหาเหล่านี้มาก ๆ เพราะน้องมัลตี้ก็เป็นเหมือนกัน (เศร้า) แค่อยากจะขายของ อยากเปิดร้าน อยากทำธุรกิจ ไม่คิดเลยว่าต้องมาทำบัญชีด้วยตัวเอง การทำบัญชี ถ้าคนที่ไม่ชอบหรือไม่มีความรู้ในด้านนี้เลย คือหายนะมาก ๆ ไม่เพียงแค่ตัวเลขที่เราต้องรับผิดชอบ แต่ยังมีเรื่องอื่น ๆ เช่น ทุน กำไร ขาดทุน ที่เราต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีกด้วย

 

เมื่อคิดจะเปิดร้าน

ที่มา : freepik

 

แม้ในปัจจุบันนี้จะมีโปรแกรมสำหรับการช่วยทำบัญชีมากมาย แต่บางครั้งก็ไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน คำศัพท์ยาก ๆ เต็มไปหมด และยังต้องเสียเงินอีกจำนวนหนึ่งในการซื้อโปรแกรมเหล่านี้ใช้อีกด้วย น้องมัลตี้ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองเลือกใช้ระบบที่มีฟังก์ชั่นครบ 1 ระบบที่มีครบทุกโปรแกรม ที่ช่วยทั้งเรื่องบัญชี จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของลูกค้า รวมไปถึงช่วยจัดการระบบสต็อกอีกด้วย

 

5. พื้นที่ของร้านมีจำกัด

 

แน่นอนว่าการประหยัดต้นทุนในการเช่าร้านเป็นเรื่องที่ดี แต่หากประหยัดเกินไปนั้นไม่ดีแน่ ๆ เมื่ออยากประหยัด บางครั้งทำให้ฟังก์ชั่นบางอย่างหายไป เช่น หากเลือกร้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง ร้านอาจจะอยู่ในทำเลที่เข้าถึงยากซักหน่อย หรือหากเลือกร้านที่ทำเลสวย ๆ คนเข้าเยอะ แต่ก็อาจจะต้องแลกมากับพื้นที่ของร้านที่มีขนาดเล็กลง เมื่อจำเป็นจะต้องเลือกบางอย่าง น้องมัลตี้ขอเสนอให้เพื่อน ๆ เลือกร้านที่มีขนาดเล็ก แต่อยู่ในทำเลที่ดีดีกว่า เพราะอย่างน้อยใครผ่านไปผ่านมา จะต้องเห็นร้านของเรา อย่างน้อยก็เกิด engagement ของร้านเรา เมื่อพื้นที่ร้านมีน้อย ย่อมส่งผลก็การสต็อกสินค้าอยู่แล้ว แล้ววิธีการแก้ปัญหาล่ะ?

 

หากว่าปัญหาคือพื้นที่ที่จัดเก็บสินค้า จะดีว่าไหมหากเรารู้ว่าสินค้าตัวไหนควรสต็อกน้อยลง สินค้าตัวไหนควรมีในสต็อกมากกว่านี้ ระบบจัดการสต็อกสามารถช่วยให้เพื่อน ๆ รู้ว่าสินค้าตัวไหนควรลด ตัวไหนควรเพิ่มมากกว่านี้ แต่! แต่ยังมีวิธีที่ดีว่านี้ นั่นก็คือการไม่ต้องสต็อกสินค้าไงล่ะ! เพียงแค่เพื่อน ๆ หาแบรนด์พาร์ทเนอร์ที่มาฝากขาย หากสินค้าตัวไหนใกล้หมดหรือขายดี ก็ติดต่อแบรนด์ให้มาส่งเพิ่มได้ ไม่ต้องสต็อกสินค้าไว้เอง ประหยัดพื้นที่และทุนไม่จมด้วยนะ

 

6. อยากพัฒนาร้าน แต่ยังขาดข้อมูล

 

เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง เพื่อน ๆ อาจจะรู้สึกว่าอยากที่จะพัฒนาร้านให้ดีกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสินค้า ด้านความหลากหลาย คุณภาพ ไปจนถึงพัฒนาบริการให้ดีกว่านี้ แต่ไม่มีข้อมูลในมือเลย หรืออาจจะมีก็เป็นแบบ Manual ไม่ได้เรียงตามหมวดหมู่ หรือเป็นกระดาษที่ต้องใช้เวลาในการค้นหา สิ้นเปลืองทั้งแรงงานและเวลา

เมื่อคิดจะเปิดร้าน

ที่มา : freepik

 

จะดีกว่าไหมหากว่าเรามีข้อมูลในมืออยู่ตลอด อยากใช้ตอนไหนก็สามารถดูได้ทันทีเพียง 1 คลิก! คิดแผนพัฒนาออกตอนดึก ๆ ก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป อยากทำตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้ จากการที่ได้สำรวจตลาด เจ้าของธุรกิจหลายท่านได้เลือกใช้ระบบจัดการสต็อก ที่สามารถทำได้ทั้งจัดการสต็อก จัดเก็บข้อมูลลูกค้า รวมไปถึงการทำบัญชี ในระบบนี้จะมีข้อมูลให้เพื่อน ๆ ทุกอย่าง ตั้งแต่สากเบือกยันเรือดำน้ำ อยากได้ข้อมูลปัจจุบันหรือย้อนไปในอดีต ระบบนี้ก็เก็บข้อมูลไว้ให้หมด แถมยังเรียงตามวันที่ หมวดหมู่ตามที่เราต้องการ ประหยัดแรงงาน ประหยัดเวลาสุด ๆ

 

จาก 6 ข้อที่กล่าวมา เป็นเพียงบางส่วนของอุปสรรคที่ต้องเจอเมื่อคิดจะเปิดร้านเท่านั้น บางคนอาจจะพบเจอมากหรือน้อยกว่านี้ เมื่อรู้ถึงอุปสรรคที่อาจะเกิดขึ้นได้แบบนี้แล้ว น้องมัลตี้อยากให้เพื่อน ๆ เตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น หลายคนอาจจะเกิดปัญหานี้ขึ้นมาแล้ว หลายคนอาจจะกังวลว่าต่อไปอาจจะพบเจอกับอุปสรรคเหล่านี้

 

 

เพื่อเป็นการแก้ไขและป้องกันไม่ให้อุปสรรคเหล่านี้เกิดขึ้น น้องมัลตี้ขอแนะนำระบบดูแลจัดการสต็อกสินค้า MultiOne – Platform  ตัวเลือกที่มาจะช่วยเพื่อน ๆ ในการจัดการดูแลระบบสินค้า ดูแลสต็อก สามารถจัดทำบัญชีเบื้องต้น ดูยอดขาย/รายได้แบบ Realtime อีกทั้งยังมีการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า เพื่อใช้ในการต่อยอดทางธุรกิจอีกด้วย พิเศษไปว่านั้น เรายังมีโปรแกรมสำหรับการจับคู่กับแบรนด์ เพื่อเลือกแบรนด์ให้เข้ามาร่วมขายสินค้ากับทางร้าน ทำให้ร้านมีสินค้าที่หลากหลายและยังไม่ต้องลงทุนสต็อกสินค้าเองอีกด้วย

 

หากใครมีข้อสงสัย อยากพูดคุย อยากสอบถามเพิ่มเติม หรืออยากแนะนำให้น้องมัลตี้เขียนบทความอะไร ก็สามารถพูดคุยกันได้ที่ Facebook : MultiOne – ระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ หรือว่าใครอยากฝากขาย อยากเข้าร่วมเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์กับเรา ก็ติดต่อมาได้เลย น้องมัลตี้ยินดีตอบ 24 ชม. ค้าบ

อ้างอิง :

Krungsri Plearn Plearn.//(2564).//5 ปัญหาที่ร้านค้าออนไลน์ต้องเจอ และวิธีการรับมือ.//สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2564.//เว็บไซต์: https://bit.ly/3xJz4sZ

Phaksornkan Thongkam.//(2564).//10 สาเหตุที่ทำให้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กล้มเหลว.//สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2564.//เว็บไซต์: https://bit.ly/2ULkeng

ไม่พบผู้แต่ง.//(2558).//เปิดร้านโชห่วย.//สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2564.//เว็บไซต์ : https://bit.ly/3z4b83Z

มนตรี ศรีวงษ์.//(2562).// 4 อุปสรรคที่ต้องเจอ เมื่อคิดจะเปิดร้านใหม่.//สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2564.//เว็บไซต์ : https://bit.ly/3z2JGU3

Donlaya C..// (2562).//เงินทุนหมุนเวียน คืออะไร พร้อมบอกวิธีบริหารเงินทุนสำหรับการทำธุรกิจ.//สืบค้นเมื่อ 16 กรกฎาคม 2564.//เว็บไซต์ : https://www.moneywecan.com/what-working-capital/

Learn More

อยากเปิดร้านมัลติแบรนด์ แต่ไม่มั่นใจ!? เปรียบเทียบ ข้อดี – ข้อเสีย ของการทำร้านมัลติแบรนด์

อยากเปิดร้านมัลติแบรนด์ แต่ไม่มั่นใจ!?

น้องมัลตี้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะกังวลว่า ‘ถ้าปรับเปลี่ยนร้านตอนนี้ให้เป็นรูปแบบของมัลติแบรนด์ดีไหมนะ’ หรือ ‘อยากเปิดร้านขายของอะไรซักอย่าง แต่ไม่รู้จะขายอะไร’ ‘อยากเปิดร้านมัลติแบรนด์ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะดีหรือเปล่า’

 

อยากเปิดร้านมัลติแบรนด์-01

วันนี้น้องมัลตี้จะมาเปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อเสีย ของการทำร้านมัลติแบรนด์ให้เพื่อน ๆ ได้เข้าใจและลองตัดสินใจดูว่า การเปิดร้านมัลติแบรนด์นั้น เหมาะสมกับเพื่อน ๆ หรือไม่

 

 

ข้อดีของการเปิดร้านมัลติแบรนด์

 

– มีสินค้าหลากหลาย ทำให้มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

อย่างแรกที่เห็นได้ชัดเลยคือสินค้าภายในร้านจะมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น ทั้งมีความหลากหลายของประเภทและความหลากหลายแบรนด์ แน่นอนว่าการมีสินค้าหลากหลายประเภท ย่อมดึงดูดกลุ่มลูกค้าหลายกลุ่มแตกต่างกันไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้มีกลุ่มลูกค้าหลากหลายและเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

 

– สินค้าอัพเดทตามเทรนด์ตลอดจากแบรนด์ (ผู้ฝากขาย)

เนื่องจากแบรนด์ที่ฝากขายจะมีการสำรวจตลาดเสมอว่าตอนนี้กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ชอบอะไร คนอยากได้อะไร สินค้าแบบไหนที่มีแนวโน้มว่าจะขายดี หรือสินค้าตัวไหนที่ควรจะสต็อกไว้เยอะ ๆ เพราะว่าทางแบรนด์ก็ต้องทำการตลาดของแบรนด์ตัวเองเพื่อเพิ่มยอดขายให้ตัวเองเหมือนกัน ดังนั้น ไม่ต้องห่วงเลยว่าสินค้าจะตกเทรนด์หรือไม่อัพเดท เพราะแบรนด์ได้ทำการสำรวจมาหมดแล้วนั่นเอง!

 

อยากเปิดร้านมัลติแบรนด์-02

 

– ด้านการตลาด ร้านทำการโปรโมทให้แบรนด์ แบรนด์โปรโมทให้ร้านค้า win-win กันทั้งคู่

มีความสะดวกสบายในเรื่องของการทำการตลาด ทำ 1 ได้ถึง 2 เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะเมื่อเพื่อน ๆ ทำการโปรโมทร้านของเพื่อน ๆ ว่ามีสินค้าอะไรอยู่ในร้านบ้าง ก็เหมือนเราช่วยทำการตลาดให้แบรนด์ไปในตัว และเมื่อฝั่งแบรนด์ได้โปรโมทสินค้าได้ฝากขายที่ไหนบ้าง ก็เหมือนโปรโมทให้ร้านเราไปในตัว มีคนเห็นสินค้า มีคนรู้จักร้านค้ามากขึ้น win-win กันทั้งคู่ ทั้งนี้ เพื่อน ๆ และแบรนด์ที่ฝากขาย ยังสามารถปรึกษากับแบรนด์เรื่องการทำการตลาด ส่วนลด หรือโปรโมชั่นอื่น ๆ ก็ได้นะ !

 

– ยิ่งแบรนด์ไหนดัง ยิ่งเพิ่มฐานลูกค้าให้กับร้าน

ต่อเนื่องมาจากการทำการตลาด ข้อนี้ถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่ดีสำหรับตัวร้าน ร้านของเพื่อน ๆ อาจจะมีคนติดตามอยู่แล้ว แต่จะดีกว่าไหมถ้ามีคนมาติดตามเยอะขึ้นอีกโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย! ไม่ต้องเสียเงินในการยิง ads! ไม่ต้องเสียเวลาการในหาข้อมูลลูกค้า ไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์ข้อมูลว่า ถ้าเรายิง ads ตัวนี้จะเหมาะสมหรือไม่! ยิ่งแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าเยอะ ยิ่งส่งผลดีต่อร้านของเรา ยิ่งทำให้คนรู้จักร้านเรามากขึ้น รวมไปถึงเพิ่มฐานลูกค้าให้กับเราด้วย เหมือนทำการยิง ads ไปในตัวแบบฟรี ๆ !

 

– ลดความเสี่ยงในการลงทุน / Stock ค้าง ไม่ต้อง Stock หรือ ผลิตสินค้าเยอะ

การจะเปิดร้านทั้งทีต้องมีการลงทุน ต้องมาคำนวณทุนว่า ‘ขายสินค้าไปกี่ชิ้น ถึงจะคุ้มทุน’ ‘ควรสต็อกสินค้ากี่ชิ้นถึงจะพอขาย?’ ‘สต็อกเท่านี้จะน้อยไปไหม หรือ จะมากเกินไปหรือเปล่า?’ ‘หากสต็อกค้างทำไงดี?’ ‘หากอยากเปลี่ยนแนวสินค้า สต็อกเหล่านี้จะเอาไปไว้ที่ไหน?’ และคำถามอื่น ๆ อีกมากมาย ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปหากเราทำร้านให้เป็นมัลติแบรนด์ เพราะสินค้าภายในร้านคือการฝากขายจากแบรนด์ แบรนด์จะเป็นคนส่งให้ร้าน ส่วนร้านมีหน้าที่ขายเพียงอย่างเดียว หากต้องการสินค้าเพิ่มก็เพียงแค่แจ้งทางแบรนด์ไป ทางแบรนด์ก็จะจัดส่งสินค้ามาให้ โดยที่ร้านไม่ต้องลงทุนเพื่อสต็อกเอง

 

แล้วร้านจะได้ประโยชน์จากตรงไหน?  ร้านจะมีรายได้หลักจากการหัก GP ของสินค้าหลังการขายจำนวน 30% ค่าแรกเข้า และค่าเช่าพื้นที่ รวมไปถึงการขายสินค้าที่เป็นของทางร้านเอง

อยากเปิดร้านมัลติแบรนด์-03

 

เปิดร้านเสื้อผ้า ในยุคอีคอมเมิร์ซต้องทำอย่างไร

 

ข้อเสียของการเปิดร้านมัลติแบรนด์

 

หากจะพูดถึงข้อเสีย น้องมัลตี้นึกแทบไม่ออกเลยนะสำหรับการเปิดร้านมัลติแบรนด์ แต่ก็อาจจะมีแค่เพื่อน ๆ ต้องทำให้ร้านดูดึงดูดสำหรับแบรนด์ที่จะนำสินค้ามาฝากขายกับเรา ดังนั้น ร้านก็จำเป็นที่ต้องมีความน่าดึงดูด น่าสนใจจนทำให้แบรนด์เลือกร้านของเรา ยกตัวอย่างของความน่าดึงดูดน่าสนใจสำหรับแบรนด์

 

1.ทำเลที่ตั้งดี : หากร้านของเรามีทำเลที่ตั้งดี ลูกค้าสัญจรเยอะ อยู่ในย่านที่มีคนมาเที่ยวเยอะ ย่อมส่งผลต่อการขายสินค้าอยู่แล้ว ทั้งเป็นการเพิ่มยอดขาย และเพิ่มการมองเห็นของสินค้าอีกด้วย

 

2.โซเชียลมีเดียต่าง ๆ มียอด Follower เยอะ : ยิ่งร้านในที่มียอดฟอล ยอดกดถูกใจเยอะ ย่อมแสดงให้เห็นว่าร้านนั้นมีความแมสและฐานลูกค้าเยอะแน่นอน

 

3.ค่าเช่าพื้นที่ / ค่าแรกเข้า / ค่า GP ที่น่าสนใจ : ไม่ว่าใครก็อยากได้กำไรทั้งนั้น ทั้งร้านค้าของเพื่อน ๆ และแบรนด์พาร์ทเนอร์เอง การทำธุรกิจแบบนี้ความต้องการสูงสุดก็คือกำไรจากการค้าขาย ดังนั้น ค่าตอบแทนของทั้งคู่ต้องอยู่ในความเหมาะสม ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่จะตั้งค่า GP อยู่ที่ 30

 

ส่งท้าย

 

เจอกันครั้งหน้าน้องมัลตี้จะมีบทความดี ๆ อะไรมาให้อ่าน เพื่อน ๆ ติดตามเอาไว้ได้เลย

 

ส่วนใครที่มีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อน้องมัลตี้ได้ที่…MultiOne – ระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ หรือถ้าหากใครสนใจอยากส่งสินค้าของตัวเองไปร่วมกับร้านมัลติแบรน์หรือใครที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว แต่ว่าอยากเริ่มทำเป็นมัลติแบรนด์ก็ติดต่อทีมของ Multy ได้เช่นกัน ทางทีมของมัลตี้ มีร้านมัลติแบรนด์เป็นพาร์ทเนอร์มากมาย

Learn More

แปลความหมายของคำว่า ‘Multi-Brand’ คืออะไร? มีความสำคัญขนาดไหน?

หลายคนอาจจะคุ้นหูหรือเคยได้ยินบ้าง หลายคนอาจจะเข้าใจ แต่หลายคนก็ยังไม่เก็ทว่าความหมายจริง ๆ ของคำนี้คืออะไร

วันนี้น้อง Multy จะมาอธิบายให้เพื่อน ๆ เข้าใจว่า

 

‘ Multi-Brand คืออะไร? ‘

01

มาเริ่มต้นกันที่คำว่า ‘Multi’ ที่มีความหมายว่า ‘หลากหลาย, มากมาย’ เป็นรากศัพท์ของคำหลาย ๆ คำที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวัน เช่น Multicolor ที่แปลว่าความหลากหลายของสี Multilevel ความหลากหลายระดับ Multimedia ความหลากหลายของสื่อ เป็นต้น

 

ดังนั้น ความหมายของคำว่า ‘Multi-Brand’ ก็จะแปลได้ว่า ‘ความหลากหลายของแบรนด์สินค้า’

Multi Brand Stores = ตัวแทนจำหน่าย จริงเหรอ?

 

” …Multi-brand Stores คือร้านที่ได้รวบรวมสินค้าหลากหลายชนิด หลากหลายแบรนด์ ไว้ในร้านเดียว มีทั้งแบรนด์ดังจากไอจี หรือแบรนด์น้องใหม่ที่น่าสนใจ ร้านก็จะรวบรวมมาไว้ที่นี่หมดแล้ว… “

 

หากจะพูดถึงความสำคัญของร้านค้ามัลติแบรนด์

 เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า หากมาสังเกตดูแล้วเราสามารถพบเจอร้านมัลติแบรนด์ได้บ่อยมาก ๆ เลยนะ แต่เราอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านเครื่องเขียน ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เป็นต้น ร้านเหล่านี้ที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวันล้วนเป็นร้านมัลติแบรนด์ทั้งสิ้น

multi-brand เครื่องเขียน

 

หากพูดในมุมมองของผู้บริโภค น้องมัลตี้รู้สึกชอบร้านประเภทนี้มากเลยนะ ไม่เพียงแค่แบรนด์มีความหลากหลาย แต่สินค้ายังมีหลากหลายประเภทอีกด้วย ยิ่งเดี๋ยวนี้มีการคิดกลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ มาเพื่อดึงกลุ่มลูกค้า ลูกค้าแบบเราก็จะได้ผลประโยชน์มากขึ้น เช่น บางร้านอาจจะสร้างมุมไว้ถ่ายรูป จุดเช็คอินต่าง ๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน บางร้านอาจจะมีคาเฟ่ บางร้านอาจจะมีโปรโมชั่นมากมาย สำหรับลูกค้า ยังไงก็คุ้ม! เมื่อเดินเข้าร้านเพียงร้านเดียวคุณอาจได้ครบเลยตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ ยันเครื่องเขียนหรือของใช้ต่าง ๆ การมีตัวเลือกเยอะ มีสินค้าให้เราเปรียบเทียบ การได้สัมผัสสินค้า ซึ่งย่อมดีกว่าการคอยมาลุ้นว่าสินค้าที่เราสั่งออนไลน์มานั้น จะตรงปกไหม

 

“…น้องมัลตี้รู้สึกว่าร้านมัลติแบรนด์นั้น สำคัญมาก ๆ ในยุคนี้ ยุคที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่การแข่งขัน มีแต่การเร่งรีบไปหมด ใคร ๆ ก็อยากประหยัดเวลา ดังนั้น การมาที่เดียวแล้วได้ครบทุกอย่าง น้องมัลตี้มองว่าต้องนี้สำคัญกับผู้บริโภคมาก ๆ และในส่วนของผู้ประกอบการแน่นอนว่าการเปิดร้านมัลติแบรนด์แบบนี้ย่อมได้เปรียบในด้านความหลากหลายของสินค้าและบริการแน่นอน…”

 

แล้วร้านค้าที่เป็นมัลติแบรนด์ จะได้อะไร?

แน่นอนว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือการที่ร้านมีสินค้าในร้านมากขึ้น ทั้งมีหลากหลายประเภท มีหลากหลายแบรนด์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น และเนื่องจากทางร้านไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง จึงตัดปัญหาเรื่องทุนจม สต็อกของมาเยอะเกินไปออกไปได้เลย รายได้จาก GP สินค้า 30% บวกกับการขายสินค้าของร้านเอง กำไรเห็นๆ! อีกทั้งยังมีการโปรโมทผ่านช่องทางต่าง ๆ จากทางแบรนด์ และยิ่งแบรนด์ไหนมีฐานลูกค้าเยอะ ก็จะเพิ่มลูกค้าให้เราเช่นกัน

multi-brand store
แล้วแบรนด์ที่ฝากขายล่ะ ได้อะไรบ้าง?

จากปกติแบรนด์ของเราอาจจะอยู่แค่ในสื่อโซเชียลมีเดีย หรือขายเฉพาะช่องทางออนไลน์ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะมาจากช่องทางออนไลน์ แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถเพิ่มกลุ่มลูกค้าช่องทางออฟไลน์อีกด้วย! การฝากขายกับร้านก็สามารถเพิ่มฐานลูกค้าของแบรนด์เพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน ถ้าเราฝากขายร้านดัง ร้านเด็ด ร้านที่อยู่ในทำเลที่คนผ่านเยอะ คนก็จะมองเห็นสินค้าของเราเยอะขึ้น ซึ่งแบบนี้ก็สามารถเพิ่มยอดขายให้กับเราได้แน่นอน

 

ไว้ครั้งหน้า น้องมัลตี้จะมาเจาะลึกถึง ข้อดี – ข้อเสีย ของร้านและแบรนด์ที่ทำมัลติแบรนด์ ให้เพื่อน ๆ ได้เห็นและลองชั่งใจดูว่า

แบบไหนเหมาะสมกับธุรกิจของเพื่อน ๆ กันนะ

 

multi-brand สำคัญมาก

 

ส่วนใครที่มีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อน้องมัลตี้ได้ที่…MultiOne – ระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ หรือถ้าหากใครสนใจอยากส่งสินค้าของตัวเองไปร่วมกับร้านมัลติแบรน์หรือใครที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว แต่ว่าอยากเริ่มทำเป็นมัลติแบรนด์ก็ติดต่อทีมของ Multy ได้เช่นกัน ทางทีมของมัลตี้ มีร้านมัลติแบรนด์เป็นพาร์ทเนอร์มากมาย

Learn More

E-Commerce คืออะไร? มีกี่ประเภท? สำคัญหรือไม่?

E-Commerce คืออะไร? มีกี่ประเภท? สำคัญหรือไม่?

เพราะทุกวันนี้อะไร ๆ ก็ E-Commerce ไม่ว่าจะไปไหน ก็มีแต่คนพูดว่า E-Commerce งั้นวันนี้ น้อง Multy จะมาอธิบายให้ทุกคนฟังเองว่า E-Commerce คืออะไร

 

E-Commerce คืออะไร

เปิดร้านเสื้อผ้า ในยุคอีคอมเมิร์ซต้องทำอย่างไร

 

E-Commerce หรือ Electronic Commerce แปลเป็นไทยได้ว่า ‘การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์’ ซึ่งก็คือการทำธุรกรรมทุกรูปแบบ รวมไปถึงการทำธุรกิจ การซื้อขายสินค้า บริการ การชำระเงิน การโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ รวมไปถึงอินเทอร์เน็ต ที่มีความนิยมใช้เป็นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งเราสามารถใช้ทั้งภาพ เสียง ข้อความ ไปจนถึงวิดีโอมาเป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจ ซึ่งการทำธุรกิจแบบ E-Commerce สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากกว่า และลดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย E-Commerce คืออะไร? มีกี่ประเภท? สำคัญหรือไม่?

 

ประเภทของ E-Commerce

เอาล่ะ หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้รู้แล้วว่า E-Commerce คืออะไร ต่อมาน้อง Multy จะมาแนะนำว่ามีกี่ประเภท

E-Commerce มี 6 ประเภท

ประเภทของ E-Commerce มีทั้งหมด 6 ประเภท

 

1.ธุรกิจกับผู้ซื้อปลีก หรือ B to C (Business to Consumer)

คือผู้ซื้อปลีกซื้อสินค้าจากผู้ขายผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น การขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง เป็นต้น

 

2.ธุรกิจกับธุรกิจ หรือ B to B (Business to Business)

คือผู้ประกอบการสองฝ่ายทำการติดต่อซื้อขายกัน โดยการขายในที่นี้เป็นการขายส่ง ซึ่งทำการสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต

 

3.ธุรกิจกับรัฐบาล หรือ B to G (Business to Government)

คือธุรกิจระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ เช่น การจัดจ้างของภาครัฐโดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของรัฐเพื่อลดค่าใช้จ่าย

 

4.รัฐบาลกับรัฐบาล หรือ G to G (Government to Government)

คือการติดต่อกันระหว่างหน่วยงานในรัฐบาล เป็นการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกระทรวง

 

5.ผู้บริโภคกับผู้บริโภค หรือ C to C (Consumer to Consumer)

คือการติดต่อซื้อขายระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง กล่าวคือ ผู้บริโภคที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจประกาศขายสินค้าของตนเอง และผู้บริโภคอีกคนก็สนใจสั่งซื้อไป การประกาศขายนี้ส่วนใหญ่ทำผ่านอินเทอร์เน็ตเพราะมีพื้นที่ให้ติดต่อซื้อขายได้สะดวก รวมถึงหาคนที่มีความสนใจเหมือนกันได้ง่ายอีกด้วย

 

6.ภาครัฐกับประชาชน หรือ G to C (Government to Consumer)

คือการให้บริการจากทางภาครัฐผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต เช่น การคำนวณและเสียภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต การดาวน์โหลดแบบฟอร์มเพื่อลงทะเบียนต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์

E-Commerce สำคัญอย่างไร

ถ้าถามว่า E-Commerce สำคัญไหม ?

น้อง Multy คิดว่ามันก็สำคัญนะ เพราะยุคสมัยนี้ไม่ว่าจะทำอะไรทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ใช้อินเทอร์เน็ตกันทั้งนั้น ทั้งหาข้อมูลสินค้า ซื้อของ ขายของ ทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยเหล่านี้ย่อมส่งผลดีต่อกลุ่มผู้คนที่มีร้านค้าขายของออนไลน์กันแน่นอน

 

” …แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถเพิ่มยอดขาย ยอดการมองเห็นสินค้าของเรา ผ่านทางออฟไลน์ด้วย… “

 

น้อง Multy ขอนำเสนอ MultiOne Platform แพลตฟอร์มที่ทำให้ ร้านค้า – แบรนด์ – ลูกค้า ได้มาเจอกัน โดยร้านค้าจะมีสินค้ามาขายเพิ่มมากขึ้น มีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จากการฝากขายของแบรนด์ ทางฝั่งแบรนด์กลุ่มลูกค้า กลุ่มเป้าหมายจะมีการขยายมากขึ้น จากการเห็นสินค้าผ่านทางหน้าร้าน และลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่แสนสะดวกสบาย หรือจะไปเลือกซื้อสินค้า ทดลองสินค้า ที่หน้าร้านก็ได้ แถมยังมีตัวเลือกสินค้ามากขึ้นด้วยนะ

 

เห็นไหม ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ win – win กันทั้งนั้น หากว่าใครสนใจเกี่ยวกับการฝากขาย หรือสนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้เลยที่ Facebook Fan page : MultiOne – ระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์

Learn More

Multi Brand Stores = ตัวแทนจำหน่าย จริงเหรอ?

‘ตัวแทนจำหน่าย’ ในปัจจุบันนี้เป็นได้ไม่ยากเลย เพราะปัจจุบันมีหลากหลายแบรนด์และร้านค้ามากมาย ที่ต้องการตัวแทนมาช่วยขายสินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งสินค้าก็มีความหลากหลายด้วย 

 

ตั้งแต่สินค้าที่อยู่ในกระแสไปจนถึงสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง สินค้าเกษตร สินค้าไอที หรือแม้แต่ร้านขายเพชร ขายทอง ก็ยังต้องการตัวแทนจำหน่าย ส่วนใหญ่ตัวแทนจะสามารถเลือกได้ว่าต้องการสต็อค หรือ ไม่สต็อคสินค้า

ตัวแทนจำหน่าย

ซึ่งหลายร้านค้าหรือในหลายธุรกิจ โดยธรรมชาติของมันตัวแทนก็ไม่จำเป็นต้องสต็อคสินค้าใด ๆ ตัวแทนทำหน้าที่เพียงโพสต์ขายสินค้า หรือ ชี้เป้าให้ร้านค้าเท่านั้น

 

Multi Brand Stores = ตัวแทนจำหน่าย จริงเหรอ? วันนี้น้อง Multy ขอพูดถึง Multi-Brand Stores คือ ตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์สินค้า จริงหรือไม่ ?!

 

Multi-Brand Stores คือ ร้านค้าที่รวบรวมแบรนด์สินค้าจากออนไลน์ในอินสตาแกรมหรือเฟซบุ๊กหลากหลายแบรนด์ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมสินค้าแฟชั่นหรือเป็นห้างขนาดเล็กที่มีครบทุกอย่าง ซึ่งในตอนนี้ Multi-Brand Stores ไม่ได้มีเพียงแต่ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังมีร้านเครื่องสำอาง และร้าน Stationary หรือร้านเครื่องเขียนอีกด้วยนะ

 

นอกจากการที่ผู้บริโภคสามารถดูสินค้าผ่านทางออนไลน์ การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่อยากจะเห็นสินค้าจริงก่อนการซื้อขาย ได้ทดลองใช้หรือสวมใส่หน้าที่หน้าร้าน ทำให้ปัจจุบัน Multi-Brand Stores กำลังเป็นที่นิยม

 

จะถือว่า ร้าน Multi – Brand Stores เป็นตัวแทนจำหน่ายประเภทหนึ่งของแบรนด์ต่าง ๆ ที่นำสินค้ามาวางขายหน้าร้าน โดยการขายหน้าร้านนั้นดีอยู่อย่างหนึ่งคือ ลูกค้าได้เห็นสินค้าจริง หากเป็นเสื้อผ้า ก็เท่ากับว่าลูกค้าได้ลองใส่ ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะลูกค้าบางคนอาจมีการหาข้อมูลสินค้ามาก่อนทางออนไลน์ แต่เมื่อได้มาซื้อด้วยตนเองที่หน้าร้านก็ยิ่งเป็นการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้นไปอีกนะ

 

แต่ในความเป็นจริง Multi – Brand Store ก็มีข้อดีที่แตกต่างจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายด้วยนะ เช่น การเก็บค่าเช่า มี GP (Gross Profit – กำไรขั้นต้น) จากยอดขาย เจ้าของร้านสามารถคุมธีมร้านเอง มีการทำการตลาด จัดโปรโมชั่น โปรโมทสินค้าได้ตามใจมากกว่าตัวแทนจำหน่าย

 

Multi Brand Stores เครื่องเขียน

 

Multi-Brand Stores มีข้อดีหลายข้อคล้ายกับ ตัวแทนจำหน่ายแต่ก็มีข้อดีหลายข้อที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วไปไม่มี ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักและเข้าถึงสินค้าของแบรนด์ออนไลน์ต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น

 

Multy อยากบอกทุกคนเลยนะว่า ในยุคปัจจุบันการปรับตัวเพื่อเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญ ธุรกิจที่ปรับตัวได้ก็จะมีโอกาสอยู่รอดสูง การหันมาเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบออฟไลน์หรือขายหน้าร้าน จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางหนึ่งเลยล่ะ

 

ฝากขายผ่านระบบ MultiOne ดีอย่างไร ?

Multi Brand Stores = ตัวแทนจำหน่าย จริงเหรอ?

 

ถ้าหากใครสนใจอยากส่งสินค้าของตัวเองไปร่วมกับ Multi-Brand Stores ก็ติดต่อทีมของ Multy ได้เลยนะ ทางทีมของ multy มี ร้าน Multi-brand store เป็นพันธมิตรมากมาย หรือหากร้าน Multi-brand store ต้องการติดต่อหาสินค้าเพิ่ม ก็สามารถติดต่อทีม Multy ได้เช่นกันนะ MultiOne – ระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์

Learn More

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save