การถ่ายรูปโปรโมทสินค้า ปัจจัยหลักที่สำคัญคือตัวสินค้าหรือบริการ แต่ถ้าหากคอนเทนต์ไม่ปัง รูปภาพไม่น่าสนใจ ลูกค้าก็อาจจะเมินเราได้ เพื่อให้สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ง่าย โดยใช้เวลารวดเร็ว เห็นปุ๊บ ลูกค้าชอบปั๊บ “การถ่ายรูป” จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญในการโปรโมทสินค้า

ไม่ว่าจะเปิดร้านขายสินค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม หรือเบเกอร์รี่ สิ่งหนึ่งที่จะดึงดูดลูกค้าได้ตั้งแต่แรกพบคือ “สินค้า” แต่สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ เมื่อผู้บริโภคไม่สามารถสัมผัสสินค้าได้จริง รูปถ่ายสินค้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภค

การมีรูปถ่ายสินค้าที่สวย ดึงดูดและโดดเด่นมากกว่าคู่แข่ง นอกจากจะสร้างความน่าสนใจแล้วยังช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่สินค้าของคุณในการที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งจากยอดไลก์ ยอดแชร์ ยอดขาย หรือกระแสที่ได้รับ 

 

ดังนั้น เพื่อไม่ให้คุณต้องพลาดไอเดียดี ๆ วันนี้น้องมัลตี้และทีมงาน MultiOne จะมาแชร์ 7 ไอเดีย การถ่ายรูปโปรโมทสินค้า ให้น่าดึงดูด เพิ่มยอดขายให้ปัง ด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้

การถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

1. เทคนิค การถ่ายรูปโปรโมทสินค้า ด้วยกฎ 3 ส่วน (Rule of Third) และ จุดตัด 9 ช่อง 

เทคนิคกฎ 3 ส่วน และ จุดตัด 9 ช่อง ถือได้ว่าเป็นเทคนิคพื้นฐาน ที่เหมาะกับการสร้างงความสมดุล (balance) ในการจัดองค์ประกอบของรูปถ่าย และยังเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากๆ ในการถ่ายรูปสินค้า วัตถุ องค์ประกอบ หรือแม้กระทั่งบุคคล หากใช้แรกๆ อาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่หากใช้ไปจนชินแล้วล่ะก็ จะทำให้การถ่ายภาพของเราค่อยๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน

โดยกฎ 3 ส่วน (Rule of Third) คือการแบ่งรูปภาพออกเป็นสามส่วน โดยสามารถแบ่งได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน เมื่อเราแบ่งภาพออกเป็นสามส่วน ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ภาพของเราจะแบ่งเป็น 3×3 ซึ่งจะได้เป็นช่องจำนวนเก้าช่อง โดยเทคนิคนี้ จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับรูปภาพ และช่วยให้สามารถจัดองค์ประกอบของรูปภาพได้ดี ทำให้วัตถุที่เราต้องการจะเน้น มีความโดดเด่นขึ้นหรือเรียกได้ว่าเป็น จุดนำสายตา ของภาพนั่นเอง เพียงแค่จัดวางวัตถุหรือสินค้าให้อยู่บริเวณตำแหน่งจุดตัดในตารางมากที่สุด ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องวางเป๊ะๆ ทุกครั้ง

แต่การถ่ายภาพนั้นก็ต้องมีการจัดตำแหน่งที่ดี เช่น การวางสัดส่วนพื้นที่ ที่ดูมีน้ำหนักมาก หรือสีมืดกว่า กับน้ำหนักเบากว่าหรือสีอ่อนกว่า ในอัตรา 3 ช่อง ต่อ 6 ช่อง เพื่อเพิ่มความสมดุลขององค์ประกอบโดยรวมขึ้นได้อย่างมาก อาจมีการจัดแนวของเส้นตารางกับแนวถ่ายของรูปเพื่อให้เกิดความชัดเจนของจุดสนใจให้ดูลงตัว และไม่ขัดกับองค์ประกอบรอบข้างอีกด้วย

สำหรับมือใหม่ ที่ไม่มีกล้องโปรสำหรับถ่ายรูป รู้หรือไม่ โทรศัพท์มือถือก็สามารถถ่ายรูปโดยใช้ตารางเก้าช่องได้เช่นกัน แถมใช้งานง่าย สะดวกและรวดเร็ว แค่เปิดโหมด Grid Line เพียงแค่นี้ก็สามารถถ่ายรูปสินค้าได้มีประสิทธิภาพ และน่าสนใจขึ้นได้ง่ายๆ แม้จะเป็นมือใหม่ หัดถ่ายก็ตาม

ถ่ายรูปด้วยกฏ3ส่วน_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

2. การถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้ปัง ควรเลือกใช้แสงให้เป็น

ในการถ่ายรูปสินค้า นอกจากการจัดวางสินค้าที่จะช่วยให้สินค้าเด่นขึ้น การเลือกใช้แสงให้เป็นก็สำคัญ แสงในภาพ มีผลต่อความรู้สึก และความเด่นของสินค้า เทคนิคการเลือกใช้แสง สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแสงธรรมชาติ และแสงไฟจากสตูดิโอ โดยการใช้แสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลา ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมจึงสำคัญ หากต้องการโทนรูปภาพสีอุ่น น้องมัลตี้แนะนำให้เลือกใช้แสงธรรมชาติในช่วงเวลาเช้า หรือเย็น เพราะแสงแดดอ่อนๆ จะทำให้รูปถ่ายที่ได้มามีความอบอุ่น และนุ่มนวลกว่าช่วงเวลาอื่น และควรหลีกเลี่ยงแสงในช่วงเที่ยงหรือบ่าย เพราะแสงที่จ้าจนเกินไป อาจทำให้ภาพถ่ายที่ได้มีความแข็งกระด้าง เงาเข้มชัด

แต่สำหรับใครที่ไม่สะดวกใช้แสงธรรมชาติ การถ่ายรูปจากสตูดิโอก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีไม่แพ้กัน เพราะการถ่ายรูปในสตูดิโอ เราสามารถจัดไฟและควบคุมแสงได้ โดยอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ก็มีเยอะมากมายให้เลือกใช้งาน สามารถประยุกต์ได้ตั้งแต่มือใหม่จนมือโปรเชียวล่ะ!

นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของแสงนุ่ม และแสงแข็ง แสงนุ่ม คือ แสงที่มากจากแหล่งกำเนิดขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้แสงดูอ่อนนุ่ม อ่อนโยน และมีเงาน้อยลง แสงแข็ง คือ แสงที่มาจากแหล่งกำเนิดแสงที่มีขนาดเล็ก พื้นที่การให้แสงเล็กกว่าขนาดของสินค้า ส่องเข้าสินค้าโดยตรง ทำให้เห็นเงามืดของภาพถ่ายได้ชัดเจน

การจัดแสง_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

การเลือกใช้แสง_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

3. เลือกพื้นหลังของภาพให้ดี ไม่มีจม ไม่มีดร็อป

การจะทำให้สินค้าโดดเด่น พื้นหลังก็สำคัญ การเลือกพื้นหลังให้เหมาะสม และเพิ่มพื้นที่ว่างรอบๆ ให้แก่สินค้า จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม การปล่อยให้รอบๆ สินค้ามีพื้นที่ว่าง จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้แก่สินค้า และพื้นที่ว่างโดยรอบจะช่วยให้เกิดจุดพักสายตา ทำให้รูปภาพไม่รกจนเกินไป

จะเห็นได้ชัด เมื่อต้องเพิ่มรายละเอียดหรือข้อความลงบนรูปภาพ หากพื้นหลังของรูปมีรายละเอียดมากจนเกินไป นอกจากสินค้าจะไม่เด่น ข้อความที่เราต้องการจะสื่อก็อาจจะจมไปกับรูปภาพ

และเพื่อความสบายตา การเลือกใช้พื้นหลังสีเรียบ รายละเอียดไม่เยอะจนดูรก มีพื้นที่ว่างโดยรอบเพื่อเพิ่มความเด่นให้กับสินค้า จะช่วยให้ลูกค้าสามารถรับสารที่เราจะสื่อได้อย่างครบถ้วนและชัดเจนขึ้นอีกด้วย

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญสำหรับการถ่ายภาพสินค้าก็คือ contrast ที่ใช้ในการแยกสินค้ากับพื้นหลังโดยใช้คู่สีที่เข้ากันได้ลงตัวเช่น แดงกับเขียว  น้ำเงินกับส้ม หรือเหลืองกับม่วง ซึ่งสามารถช่วยเสริมให้ภาพสินค้าออกมาดูดี โดดเด่นได้โดยมีสีที่ตัดกัน

เลือกพื้นหลังของภาพให้ดี_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

4. ถ่ายรูปให้ชัด ต้องห้ามซูม

ความละเอียดคมชัดของภาพ นอกจากจะทำให้ภาพสินค้าสวย และดูน่าซื้อ ยังช่วยทำให้เราดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นอีกด้วย หากต้องการถ่ายภาพในรูปแบบ Close-up หรือภาพถ่ายระยะใกล้ การซูมภาพก่อนถ่ายอาจทำให้ได้คุณภาพของรูปถ่ายที่ได้รับไม่เหมาะสม และรูปภาพที่ได้ก็อาจจะแตกจนมองรายละเอียดไม่ชัดเจน ดังนั้น ถ้าหากต้องการถ่ายรูประยะใกล้ หรือต้องการรายละเอียดบางส่วน การ Crop รูปจึงเป็นเลือกที่ดี นอกจากจะได้รูปภาพตามที่ต้องการ รายละเอียด และความชัดของรูปภาพก็ยังเหมือนเดิมอีกด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือขนาดของภาพถ่ายสินค้า การเลือกลงภาพที่ขนาดเหมาะสมกับแต่ละช่องทางก็ช่วยให้คุณภาพของรูปไม่ลดลง และมีความเป็นระเบียบ สวยงามมากยิ่งขึ้น

ถ่ายรูปให้ชัด_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

5. การถ่ายรูปอย่างเดียวไม่พอ ต้องแต่งรูปให้เป็น

ในบางครั้ง การตกแต่งรูป ปรับแต่งโทนสีก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ และสื่อสารออกมาได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ได้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง การแต่งรูปภาพ การเพิ่มสีสัน การปรับโทนรูปในรูปแบบต่างๆ เมื่อลงสื่อโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ อาจช่วยเรื่องการสร้างความสะดุดตาให้แก่สินค้าของคุณเพิ่มขึ้น แต่อย่าแต่งรูปจนไม่ตรงปกล่ะ เพราะอาจทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคเข้าใจในตัวสินค้าผิดได้ เช่น การแต่งสีเสื้อผ้าจนสีในรูปและสินค้าจริงไม่ตรงกัน อาจเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคได้นะ

แต่งรูปให้เป็น_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

6. ถ่ายให้ครบ เก็บทุกมุม

การนำเสนอภาพถ่ายสินค้าในมุมมองต่างๆ ให้ลูกค้าได้เห็นรายละเอียดที่ชัดเจนก็สำคัญ สินค้าบางอย่าง การถ่ายรายละเอียด ดีเทลเล็กๆ จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

โดยเฉพาะการขายสินค้าออนไลน์ การนำเสนอสินค้าแค่มุมเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรถ่ายสินค้าทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลังเพื่อให้เห็นรายละเอียดต่างๆ อย่างครบถ้วน การถ่ายรูปสินค้าเดี่ยวๆ ในหลายมุมนี้เอง ทำให้ผู้บริโภคทราบถึงรายละเอียดที่ชัดเจน และเข้าถึงคุณภาพของสินค้าเราได้ดีมากยิ่งขึ้นแม้ไม่ได้สัมผัสสินค้าจริง

ทริคเล็กๆ จากน้องมัลตี้ การถ่ายรูปสินค้าขณะใช้งานจริง ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะบางครั้ง การถ่ายรูปสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้บริโภคอาจลังเลต่อการใช้งาน และเกิดความไม่มั่นใจต่อสินค้า

ถ่ายภาพสินค้าในมุมมองต่างๆ_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

7. จัดวางโลโก้บนรูปภาพให้ดี ถูกตำแหน่ง 

มาถึงข้อสุดท้าย การจัดวางโลโก้บนรูปภาพอย่างถูกตำแหน่ง ก็เปรียบเหมือนการสร้างภาพจำให้แก่แบรนด์หรือร้านของคุณ ในทุกครั้งเมื่อลูกค้าหรือผู้บริโภคเห็นรูปภาพของเรา ก็สามารถจดจำได้ในทันที การจะวางโลโก้ให้เหมาะสม ประเด็นที่ควรคำนึงคือ 

  • ความชัดเจนของโลโก้ เมื่อนำไปประกอบในรูปภาพ ต้องสามารถอ่านชื่อหรือรายละเอียดได้อย่างชัดเจน
  • ตำแหน่งของโลโก้ โดยทั่วไป มักวางไว้ที่มุมขวาบนหรือมุมขวาล่าง โดยอ้างอิงจากหลักการอ่านข้อความจากซ้ายไปขวา และบนลงล่างตามลำดับ ทำให้เมื่อคนอ่านชื่อสินค้าหรือรูปสินค้าทางด้านซ้าย และจะมองโลโก้ทางด้านขวาตาม

จัดวางโลโก้ในรูปภาพให้ดี_เทคนิคการถ่ายรูป_7 ไอเดียการถ่ายรูปโปรโมทสินค้าให้น่าดึงดูดกว่าคู่แข่ง เพิ่มยอดขายให้ปัง

 

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีหน้าร้าน และกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก พร้อมยังช่วยโปรโมทร้านค้าของคุณให้ฟรี !! พร้อมหาแบรนด์สินค้าดังจากหลายร้านค้าไปลงฝากขายในร้านค้าของคุณได้เพิ่มอีกหลายประเภทแบบไม่ต้องลงทุนเพิ่มอีกด้วย !?

 

สมัครด่วนตอนนี้ พร้อมรับมือทุกความปัง ไม่ว่าจะการขายแบบไหน ก็เอาอยู่

 

บทความแนะนำ

7 ไอเดีย การสร้าง Creative Content บน Social media ให้หลากหลาย

5 เทคนิค การเลือกใช้สี ในการทำการตลาดยังไงให้ลูกค้าไม่เมิน

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

Learn More

ในยุคปัจจุบันของตลาดการค้าขายจะพบว่า การรับฝากขายสินค้า ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตขึ้นมาก ผู้ผลิตหรือแบรนด์นั้นไม่สามารถกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคได้เองเสมอไป แบรนด์จึงจำเป็นจะต้องพึ่งพาร้านที่มีช่องทางการตลาดที่ดี และมีกลุ่มลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสจะซื้อสินค้าของตน จึงทำให้เกิดการฝากขายสินค้าจึงเกิดขึ้นมา 

สมัยนี้แบรนด์สินค้าจำนวนมาก มักจะมาจากการขายทางช่องทางออนไลน์เป็นหลัก แต่การมีหน้าร้านสำหรับวางขายสินค้าเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน สังเกตจากพฤติกรรมของลูกค้าส่วนใหญ่มักเลือกตัดสินใจซื้อสินค้าจากการดู สัมผัสและได้ทดลองสินค้าด้วยตัวเอง แถมลูกค้ายังสามารถเดินชอปปิงดูของไปเรื่อย ๆ ได้ ซึ่งย่อมมอบประสบการณ์ในการซื้อของที่ดีกว่าการขายจากออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่การที่แบรนด์จะเปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ง่าย การฝากขายสินค้าไปวางขายหน้าร้านจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับแบรนด์สินค้าที่อยากมีพื้นที่วางขายสินค้านั่นเอง

แต่เนื่องจากร้านค้าเองก็มีความต้องการสินค้าในการวางขายเช่นกัน การมีสินค้าภายในร้านเพียงไม่กี่ประเภทอาจไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้มากพอ ทำให้รายได้ก็น้อยลงตามไปด้วย การรับฝากขายสินค้าจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ช่วยเพิ่มความหลากหลายกับหน้าร้านของคุณ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ง่ายมากขึ้นและช่วยเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจของคุณมากกว่าการขายสินค้าเพียงไม่กี่ประเภท

 

 

ประโยชน์ของการรับฝากขายสินค้ามีอะไรบ้าง

การรับฝากขายสินค้า ล้วนแต่มีข้อดีมากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นสิ่งที่ผู้รับฝากขายจะได้รับไม่ได้มีเพียงแค่ค่า GP เพียงอย่างเดียวแน่นอน จะมีประโยชน์มากแค่ไหนเราจะมายกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆกัน ไปดูกันเลย

 

1.ลดความเสี่ยงจากการขาดทุน

การฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายมีหน้าที่เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์สินค้า ทำให้ลดความเสี่ยงจากการขาดทุนได้ และยังลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเสื่อมสภาพสินค้าได้อีกด้วย

 

2.ไม่ต้องเสียเงินลงทุนค่าสต๊อกสินค้า

สินค้ายังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฝากขายอยู่ ผู้รับฝากจึงไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเดียวในส่วนของค่าสต๊อก ค่าสินค้าหรือค่าขนส่ง ซึ่งในการฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายมีหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางที่คอยช่วยขายสินค้าจากผู้ฝากขายสู่มือลูกค้าเท่านั้น

 

3.ได้รับค่า GP หรือ ค่าตอบแทนจากการรับฝากขายสินค้า 

การฝากขายสินค้าหน้าร้าน ผู้รับฝากขายจะได้ค่าตอบแทนเป็นค่า GP เป็นส่วนแบ่งมาจากการขายสินค้า ค่าตอบแทนในส่วนนี้ ผู้รับฝากขายได้รับจากผู้ฝากขายซึ่งมีหน้าที่เป็นตัวแทนในการขายสินค้าให้กับทางผู้รับฝากขาย โดยค่า GP นั้นจะเป็นไปตามข้อตกลงระหว่าง ผู้ฝากขายกับผู้รับฝากขายสินค้าในตอนแรก

 

4.ค่าตอบแทนจากการเช่าพื้นที่ในการฝากขาย

ผู้ฝากขายจะได้รับค่าเช่าพื้นที่เชลฟ์ซึ่งเป็นค่าเช่าพื้นที่ในร้านโดยการฝากขายแต่ละครั้ง ค่าเช่าพื้นที่ในการฝากขายสินค้า จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะเป็นไปตามข้อตกลงหรือสัญญาระหว่าง ผู้ฝากขายกับผู้รับฝากขายสินค้า 

 

ดังนั้นก่อนจะรับฝากขายสินค้าทั้งทีการทำธุรกิจนั้นจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า การฝากขายสินค้าก็เช่นเดียวกัน เพื่อลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจตามมาในภายหลัง เจ้าของกิจการจึงต้องมีการวางแผนที่ดีและรอบคอบก่อน 

“รับฝากขายสินค้า”

 

 

น้องมัลตี้จะมาบอก 5 เคล็ดลับ สิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อน การรับฝากขายสินค้า ทั้งทีควรเตรียมอะไรบ้าง ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหายุ่งยาก

 

1.วางคอนเซ็ปต์ของร้านให้น่าสนใจ

สิ่งแรกที่ควรทำก่อนจะเริ่มต้นรับฝากขายสินค้า คือ การคิดวางคอนเซ็ปต์ของร้านค้า การวางคอนเซ็ปต์ของร้านค้า ที่ชัดเจนและน่าสนใจจะทำให้คุณทราบถึงกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และสามารถเลือกแบรนด์ที่มีสไตล์เหมาะสมกับร้านได้ ในยุคนี้การที่ร้านสร้างคอนเซ็ปต์เป็นของตัวเองให้มีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร จะทำให้ง่ายต่อการจดจำและสามารถดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจได้ ดังนั้นจึงควรสร้างคอนเซ็ปต์ร้านตั้งแต่สไตล์การตกแต่ง ออกแบบร้าน และการเลือกบรรยากาศให้เหมาะสมกับคอนเซ็ปต์ที่ตั้งไว้ ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการวางแผนในขั้นตอนอื่น ๆ อีกด้วย 

 

2.พิจารณาทำเลที่เหมาะสม

การพิจารณาทำเลที่เหมาะสม แน่นอนว่าเป็นที่สำคัญไม่แพ้กัน การเปิดร้านที่ดี ควรมองหาทำเลที่เดินทางสะดวกสบายเข้าถึงง่าย ไม่ยุ่งยากและมีที่จอดรถเพียงพอต่อลูกค้า ที่สำคัญคือต้องพิจารณาทำเลที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วย ตัวอย่างเช่น ร้านค้าประเภทแฟชั่น เน้นเสื้อผ้า everyday look บริเวณสถานศึกษาจะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่เป็น นักเรียน นักศึกษาได้มากกว่าแหล่งอื่น ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามร้านควรศึกษาก่อนว่าบริเวณนั้น มีคู่แข่งมาก-น้อย เพียงใด จะช่วยให้เราพิจารณาทำเลที่เหมาะสมก่อนเปิดร้านรับฝากขายสินค้า

 

3.เลือกแบรนด์เพื่อรับฝากขายสินค้า

แน่นอนว่าถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหายุ่งยาก เราควรจะเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมก่อนรับฝากขายสินค้า การเลือกแบรนด์สินค้าที่จะนำมาวางขายควรคำนึงถึงแบรนด์สินค้าที่มีคอนเซ็ปต์ตรงกับร้านของเรา รวมถึงการเลือกแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือ มีกำลังการผลิตสินค้าที่เพียงพอ เพราะหากมีจำนวนสินค้าที่น้อยเกินไป อาจทำให้ร้านค้าขาดรายได้ ดังนั้นควรเลือกแบรนด์ที่สินค้ามีคุณภาพได้มาตรฐาน ก่อนเลือกจึงควรเช็คอย่างละเอียดถี่ถ้วนอยู่เสมอ 

 

4.มีแผนการตลาดที่ชัดเจน

ก่อนรับฝากขายสินค้านั้น การที่มีแผนการตลาดที่ชัดเจนและเหมาะสมกับร้านค้าเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เช่นกัน ร้านส่วนใหญ่มักจะทำพลาดในเรื่องการกำหนดกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และการกำหนดงบประมาณ ซึ่งควรมีการวางแผนล่วงหน้าที่ชัดเจนและกำหนดรูปแบบของสื่อให้เหมาะสม ทำคอนเทนต์แบบไหน เช่น การสร้างคอนเทนต์ให้เกาะกระแสตามเทรนด์อยู่เสมอ  และวางแผนทำโพสต์ประจำ เป็นต้น รวมถึงการจัดโปรโมชั่น แพลตฟอร์มไหนที่ลูกค้าซื้อสินค้ามากที่สุด ดังนั้นต้องมีการจัดสรรงบประมาณด้านต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมในระยะยาว การวางแผนการตลาดจึงควรทำเป็นแผนประจำวัน เดือน หรือปี และกำหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของแต่ละคอนเทนต์ให้ชัดเจน 

 

5.การวางผังร้านค้าให้น่าสนใจ

การวางแผนผังร้านให้ดึงดูดลูกค้าและน่าสนใจ อาจจะเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการมักจะมองข้ามไปในส่วนนี้ การวางผังร้านที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี จะสามารถเปลี่ยนเป็นจำนวนลูกค้าที่เดินเข้ามาใช้บริการยังร้านได้ ซึ่งแผนผังการออกแบบร้านที่ได้รับความนิยมมาก คือ แผนผังร้านแบบผสมผสาน ร้านค้าสามารถปรับเปลี่ยนผังร้านหลาย ๆ แบบมาผสมผสานกัน เพื่อออกแบบให้มีความเหมาะสมกับร้านค้าของคุณ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้การวางผังแบบเดียวในร้านก็ได้ คุณจะเห็นได้ว่าร้านรับฝากขายสินค้าหลายแห่งจะเน้นการวางผังแบบผสมผสานอยู่หลายร้านเลยทีเดียว 

ก่อนรับฝากขายสินค้า นอกจากการวางผังร้านที่เจ๋งแล้วการจัดเรียงสินค้าก็จำเป็นไม่แพ้กัน การจัดเรียงสินค้าที่ดีต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มให้มีความต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เกิดประโยชน์ และสามารถตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลือได้ง่าย ๆ อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการขายให้กับร้านค้า

 

จาก 5 ไอเดียที่เราได้เสนอไป เป็นเพียงแค่แนวทางในการเตรียมตัวก่อนรับฝากขายสินค้าร้านค้าให้พร้อมเท่านั้น นอกจากมีการเตรียมตัวที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากวนใจแล้ว การมีระบบจัดการหน้าร้านที่มีประสิทธิภาพกับร้านค้า ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีหน้าร้านและกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก

สมัครด่วนตอนนี้ ไม่ว่าจะรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ไหน ก็จัดการได้ไม่ยาก 

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขายMultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่  MultiOne 

Learn More

ในทุกๆ สิ้นปี เมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคม เทศกาลที่สำคัญและทุกคนต่างเฝ้ารอก็คงหนีไม่พ้นเทศกาลแห่งความสุขอย่างเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ “ร้านค้า” ต่างก็ปรับตัว จัดร้านค้ารับเทศกาล เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขนี้ ผู้คนต่างออกมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อของตกแต่งบ้าน รับประทานอาหาร เฉลิมฉลองและท่องเที่ยว ดังนั้น เศรษฐกิจในช่วงสิ้นปีจึงมีความคึกคักเป็นอย่างมาก 

สำหรับผู้ประกอบการ การทำธุรกิจจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า การทำการตลาดก็เช่นเดียวกัน การจะดึงดูดลูกค้าในช่วงเทศกาลสิ้นปีจึงมีความจำเป็นที่ต้องเตรียม “ร้านค้า” ให้เหมาะสมและน่าสนใจ 

ยิ่งใกล้สิ้นปีมากเท่าไหร่ ผู้คนยิ่งออกมาจับจ่ายซื้อของ และเฉลิมฉลองมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ ร้านค้าของคุณก็ไม่ควรพลาดโอกาสทองแบบนี้ไปใช่มั้ยล่ะ เพื่อให้เข้ากับเทศกาลแห่งความสุข และดึงดูดลูกค้าให้ร้านของคุณมากขึ้น การสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับลูกค้าที่มาใช้บริการก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ที่นอกจากจะกระตุ้นยอดขายให้ร้านของคุณแล้วยังทำให้ลูกค้าประทับใจร้านของคุณมากขึ้น แต่ต่างร้านค้าก็มีต่างมีสไตล์เป็นของตัวเอง ไปดูกันเลยว่าร้านค้าของคุณจะเหมาะกับวิธีไหนในการ จัดร้านค้ารับเทศกาล ส่งท้ายปี พร้อมต้อนรับปีใหม่นี้

ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

 

บทความนี้ น้องมัลตี้จะมาแชร์ 7 ไอเดีย เตรียมความพร้อม จัดร้านค้ารับเทศกาล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะมีไอเดียอะไรดีๆ และเหมาะสมกับร้านของคุณบ้าง มาเช็คกัน

 

  • จัดร้านค้ารับเทศกาล โดยตกแต่งร้านให้เข้ากับธีมของเทศกาล

เมื่อใกล้ถึงช่วงเทศกาล การสร้างบรรยากาศภายในร้านก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสุดพิเศษถึงเทศกาลในช่วงสิ้นปี ร้านค้าหลาย ๆ ร้านจึงมีการตกแต่ง จัดเตรียมร้านค้าเพื่อต้อนรับเทศกาลที่จะถึง ไม่ว่าจะเทศกาลคริสต์มาสหรือเทศกาลส่งท้ายปี โดย Mood & Tone ของเทศกาลในช่วงสิ้นปีมักจะสื่อถึงความสุข การเฉลิมฉลอง ปาร์ตี้ ดังนั้นร้านค้าหลายๆ ร้านจึงมีการตกแต่งด้วยไฟประดับโทนสีอุ่น มีไอเทมสุดฮิตประจำเทศกาลอย่าง ต้นคริสต์มาส ตุ๊กตา ลูกโป่ง ริบบิ้น พู่ประดับ กล่องของขวัญและสติกเกอร์ตกแต่ง การตกแต่งร้านในช่วงเทศกาล คุณอาจจะเริ่มต้นง่าย ๆ จากการตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น การติดสติกเกอร์บริเวณกระจก หน้าต่างภายในร้านหรือการนำไฟประดับมาติดสร้างบรรยากาศ รวมถึงการทำของตกแต่งน่ารัก กุ๊กกิ๊ก ฉบับ DIY ง่ายๆ ประหยัดงบ แต่ก็ยังคงสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของคุณได้

จัดเตรียม ร้านค้า ตกแต่งให้เข้ากับธีมของเทศกาล_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

  • มีมุมถ่ายรูปปังๆ พร้อมพร็อพสุดเก๋

นอกจากการตกแต่งร้านเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศ ร้านค้าจำนวนไม่น้อยมักจะมีมุมถ่ายรูปพร้อมพร็อพสุดปังเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการหรือซื้อสินค้าภายในร้าน นอกจากลูกค้าจะได้รับความทรงจำที่ดี และรูปภาพสวยๆ กลับไป เมื่อลูกค้าโพสต์รูปลงบนสื่อโซเชียล ก็เหมือนเป็นการโปรโมทร้านให้คุณอีกด้วยนะ ไอเดียนี้ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น้องมัลตี้อยากแนะนำ สำหรับร้านค้าที่อาจมีพื้นที่ภายในร้านไม่เพียงพอสำหรับการจัดมุมถ่ายรูป หรือมีงบที่จำกัด การมีพร็อพเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยคุณอาจลงทุนกับพร็อพที่ราคาจับต้องได้ เพื่อใช้ประกอบการโพสต์ ถ่ายรูปเช็คอินภายในร้านนั่นเอง

มีมุมถ่ายรูปปังๆ พร้อมพร็อบสุดเก๋_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

  • จัดร้านค้ารับเทศกาล โดยทำสินค้าพิเศษที่มีเฉพาะเทศกาลนี้เท่านั้น

สำหรับร้านค้า หน้าร้านหลายๆ ร้าน มักจะมีสินค้าพิเศษหรือเมนูพิเศษประจำเทศกาลนั้นๆ โดยเฉพาะร้านคาเฟ่ เบเกอร์รี่ หรือร้านอาหารที่มักจะไม่พลาดออกเมนูพิเศษประจำเทศกาลออกมา โดนสินค้าหรือเมนูพิเศษอาจเป็นการปรับวัตถุดิบ หรือตกแต่งให้มีความแตกต่าง โดยยังคงคอนเซ็ปต์ตามเทศกาลนั้นๆ ในส่วนของร้านค้าทั่วไปอาจมีสินค้าพิเศษเป็นการจัดเช็ตสินค้า เซ็ตของขวัญ หรือออกคอลเลกชั่นพิเศษตามเทศกาลนั้นๆ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าภายในร้านของคุณให้เหมาะกับเทศกาลนั้นๆ ได้

สินค้าพิเศษที่มีเฉพาะเทศกาลนี้เท่านั้น_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

  • โปรโมชั่นเด็ดๆ ในเทศกาลสุดพิเศษ

ในช่วงเทศกาลสิ้นปี ร้านค้าหลายๆ ร้านมักออกโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้า การนำเสนอโปรดีๆ พร้อมสิทธิพิเศษเพื่อเอาใจลูกค้าก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจ การจัดโปรโมชั่นสำหรับร้านค้าไม่ได้มีแค่ส่วนลดเพียงอย่างเดียว แต่คุณสามารถจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายแบบอื่น ๆ ร่วมได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ยิ่งซื้อยิ่งลด ซื้อสินค้าเพื่อรับคูปองแทนเงินสด ของแถมสุดพรีเมียม แลกซื้อสินค้าสุดคุ้ม เป็นต้น

โปรโมชั่นเด็ดๆ ในเทศกาลสุดพิเศษ_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

  • กิจกรรมดีๆ ให้ร่วมสนุก รับเทศกาล

เพื่อต้อนรับเทศกาลสุดพิเศษ การจัดกิจกรรมง่ายๆ ให้ลูกค้าได้ร่วมสนุก และมีส่วนร่วมเพื่อชิงของรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจับสลาก การสอยดาว การลุ้นชิงโชค หรือเล่นเกมผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ นอกจากจะเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าแล้วยังทำให้ลูกค้าประทับใจร้านค้าของคุณเพิ่มขึ้นอีกด้วย

กิจกรรมดีๆให้ร่วมสนุก_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ที่มา Facebook : Moshi Moshi

  • จัดร้านค้ารับเทศกาล ด้วยของขวัญสุดพิเศษ

เทศกาลสุดพิเศษเรามักจะมอบของขวัญให้คนสำคัญ ครอบครัว หรือเพื่อน ๆ ดังนั้น เพื่อเพิ่มความประทับใจให้ลูกค้า การมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่ลูกค้าของคุณก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณไม่พลาดเช่นกัน โดยคุณอาจจะมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ หรือของ Handmade ที่แสดงความใส่ใจเพื่อแสดงความขอบคุณแก่ลูกค้าคนพิเศษของคุณ และหากคุณมีลูกค้าประจำหรือ Member การมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ลูกค้าประจำของคุณ เป็นเหมือนการขอบคุณที่ลูกค้าอุดหนุนและสนับสุนร้านของคุณอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสิ่งนี้เองก็เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ Customer Relationship Management (CRM) นั่นเอง

ของขวัญสุดพิเศษ_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ที่มา Facebook : Moshi Moshi

  • คำอวยพรแทนคำขอบคุณ

ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี เรามักจะเห็นข้อความอวยพรตามช่องทาง แพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างความประทับใจให้ลูกค้าของคุณ การมอบการ์ดอวยพร หรือข้อความในการอวยพรลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ บนสื่อโซเชียลมีเดียก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำได้ง่ายและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าของคุณไม่น้อย 

อีกหนึ่งวิธีที่คุณจะแสดงข้อความขอบคุณหรือคำอวยพรให้แก่ลูกค้าของร้านคุณได้ง่ายๆ โดยคุณสามารถแสดงข้อความอวยพรหรือคำขอบคุณได้บนใบเสร็จรับเงินที่มอบให้แก่ลูกค้าหลังจากชำระเงินผ่านข้อความท้ายใบเสร็จนั่นเอง ขั้นตอนนี้คุณสามารถตั้งค่าได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้งานร่วมกับระบบ POS ของ MultiOne Platform คุณก็สามารถตั้งค่าข้อความที่จะแสดงท้ายใบเสร็จได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว สะดวกมากๆ เลยใช่มั้ยล่ะ

คำอวยพรแทนคำขอบคุณ_ร้านค้า_เตรียมความพร้อมให้ ร้านค้า รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

7 ไอเดียที่ได้นำเสนอไป เป็นเพียงแค่แนวทางการเตรียม “ร้านค้า” ให้พร้อมสำหรับเทศกาลสุดพิเศษเพียงเท่านั้น นอกจากการตกแต่งหน้าร้านให้เข้ากับเทศกาล การมีระบบจัดการหน้าร้านดีๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ

 

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีหน้าร้านและกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก 

สมัครด่วนตอนนี้ พร้อมรับมือทุกความปังก่อนสิ้นปี ไม่ว่าจะเทศกาลไหนๆ ก็เอาอยู่

 

บทความแนะนำ

วิธีมัดใจลูกค้า เปลี่ยนจากขาจร มาเป็นลูกค้าประจำ

7 ไอเดีย การสร้าง Creative Content บน Social media ให้หลากหลาย

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

Learn More

ในแง่มุมของการทำธุรกิจนั้น การจะทำให้ธุรกิจร้านค้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่างก็มีวิธีการที่หลากหลายและขั้นตอนที่แตกต่างออกกันไป แต่ปัจจัยอีกอย่างที่เจ้าของร้านจะมองข้ามไม่ได้เลย คือ การจัดการคลังสินค้า ให้มีมาตรฐานนั่นเอง ซึ่งการบริหารจัดการสินค้าคงคลังถือว่าเป็นงานที่ยากมากสำหรับเจ้าของกิจการ เพราะเมื่อธุรกิจเติบโตมากขึ้น จำนวนสินค้าในคลังก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ถ้ามีการจัดการคลังที่ดีแล้ว นอกจากจะจัดระเบียบ ยังช่วยควบคุมให้ทุกอย่างภายในคลังสินค้ามีประสิทธิภาพอีกด้วย  

 

ความหมายของสินค้าคงคลัง (Inventory goods definition)

สินค้าคงคลัง หรือสินค้าคงเหลือ หมายถึง วัสดุหรือสินค้าทั้งหมดที่มีสำรองไว้เพื่อตอบสนองความต้องการในปัจจุบันหรือในอนาคต เพื่อการใช้งาน เพื่อการบริหาร เพื่อการผลิต และเพื่อการจัดจำหน่ายในอนาคต 

สินค้าคงคลังไม่ได้มีแค่เพียงสินค้าสำเร็จรูปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินค้าคงคลังระหว่างดำเนินการ ​วัตถุดิบ และเครื่องมือคงคลังที่ซื้อมาเก็บไว้เพื่อรอการผลิตสินค้า ดังนั้นจึงควรบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้ดี หากสินค้าคงคลังมีจำนวนมากเกินไปหรือน้อยเกินไปย่อมส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและธุรกิจ จึงจำเป็นต้องมีวิธีการจัดการสินค้าคงคลังที่เหมาะสมกับธุรกิจเรานั่นเอง

 

การจัดการคลังสินค้า คืออะไร? (Storage Management)

การจัดการคลังสินค้า คือ กระบวนการจัดระเบียบแลควบคุมตั้งแต่การนำสินค้าเข้าคลัง จนถึงการนำออกไปขายหรือบริโภค จัดการทรัพยากรต่างๆ ในคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพ ไว้ใช้ในปัจจุบัน หรือในอนาคตข้างหน้า เพื่อให้การดำเนินการของธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น ผ่านการวางแผนและกำหนดปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสม โดยจะครอบคุมตั้งแต่ การสั่งซื้อและคาดการณ์จำนวนสั่งซื้อสินค้า, การรับสินค้าเข้ามาในคลัง, การจัดการสินค้าคงคลัง, การจัดส่งและติดตามสินค้า, การบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ในคลัง, การติดตามและพัฒนาประสิทธิภาพของคลังสินค้า, การปรับปรุงตำแหน่งจัดวางสินค้าและการขนย้ายสินค้า และอื่นๆ อีกมากมาย

 

วัตถุประสงค์ของ การจัดการคลังสินค้า (Objective of storage management)

วัตถุประสงค์ของการจัดการคลังสินค้า หลักๆ แล้วก็คือ เพื่อการลดขั้นตอนการทำงานในการเคลื่อนย้ายสินค้าให้มากที่สุด การใช้พื้นที่จัดเก็บภายในคลังสินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด การใช้พนักงาน เครื่องมือในการเคลื่อนย้าย และจัดเก็บให้เหมาะสม สอดคล้องกับเนื้องาน รวมทั้งทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการควบคุมจำนวน การดูแลรักษาสินค้า และอุปกรณ์ ภายในต้นทุนที่จำกัดตามขนาดคลังสินค้าของธุรกิจ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานต่อผู้ที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย

 

ความสำคัญของการจัดการคลังสินค้า ทำไมถึงต้องมี?

หากร้านค้าของคุณมีการบริหารจัดการคลังสินค้า ที่ได้มาตรฐาน จะทำให้คุณลดต้นทุนและประหยัดเวลาในการทำงานสำหรับการจัดการสินค้าคงคลัง ทราบปริมาณสินค้าคงคลังของแต่ละรายการอย่างรวดเร็วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ลดการสูญเสียและความเสียหายระหว่างกระบวนการการจัดเก็บสินค้า หากมีการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ถูกต้อง การรายงานคลังสินค้า การรายงานกำไรขาดทุนก็จะคิดคำนวณออกมาถูกต้องได้ง่ายอีกด้วย

 

ประโยชน์ของการจัดการคลังสินค้า (Storage management’s benefits)

  • ช่วยประหยัดค่าขนส่งสินค้าทั้งขาเข้าและขาออก
  • ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย หรือต้นทุนแปลผัน (Variable cost)
  • ช่วยป้องกันสินค้าหมดคลังจากการวางแผนล่วงหน้า
  • ช่วยให้บริการลูกค้าเป็นไปได้อย่างราบรื่นขึ้น
  • ช่วยให้มีความพร้อมตอบโต้การเปลี่ยนแปลงของตลาด
  • ช่วยให้ลดขั้นตอนการจัดการโปรโมชั่นสินค้า

 

10 ขั้นตอน การจัดการคลังสินค้าให้มีมาตรฐาน ไม่อยากให้คลังสินค้ามีปัญหาต้องรู้ !!

 


 

การรับสินค้าเข้าสู่สต็อก (Goods Receive and Identify)

ขั้นตอนแรกสำหรับ การจัดการคลังสินค้าให้ได้มาตรฐาน คือ การรับสินค้าเข้าสู่สต็อกซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมากที่สุดในการจัดการคลัง ซึ่งผู้ประกอบการต้องทำการตรวจสอบว่าได้รับสินค้าที่ถูกต้องหรือไม่ ในจำนวนและเวลาที่ถูกต้องตามจำนวนที่ได้สั่งเข้ามาหรือไม่ สินค้าที่ได้รับมานั้นได้รับความเสียหายภายในหรือจากการขนส่งรึป่าว หากไม่ระมัดระวังในการตรวจสอบ อาจทำให้การนำสินค้าเข้าสู่สต็อกไม่ถูกต้องและเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้นการรับสินค้าเข้าสต็อกอย่างระมัดระวังจะช่วยคัดกรองสินค้าที่ชำรุด หลีกเลี่ยงปัญหาการสูญเสีย และความเสียหายต่อร้านเมื่อขายของในภายหลังได้

 

 

การจัดเก็บสินค้าสู่สต็อก (Put away)

ขั้นตอนลำดับต่อมาหลังรับสินค้าเข้าสู่สต็อก คือการจัดเก็บสินค้าในสต็อก ซึ่งเป็นกระบวนการที่มักจะถูกมองข้ามใน การบริหารจัดการคลังสินค้า แต่เป็นขั้นตอนที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน การจัดการคลังสินค้า ให้ดีขึ้นได้ ซึ่งร้านจะต้องจัดวางสินค้าในคลังแต่ละประเภทให้เหมาะสมกัน

การจะจัดเรียงสินค้าขึ้นชั้นวางในคลังสินค้า แนะนำให้วางสินค้าประเภทเดียวกันบนชั้นเดียวกันเพื่อความสะดวกรวดเร็ว เพื่อประหยัดเวลาในการค้นหา และลดความสับสนเมื่อต้องการสินค้า จะช่วยให้การบริหารจัดการคลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น หากมีพื้นที่ในคลังไม่มากพอ สามารถปรับเปลี่ยนวางสินค้าที่แตกต่างกันในแต่ละชั้นแถวตามความเหมาะสมได้

 


 

การจัดประเภทและจัดเก็บสินค้าในสต็อก (Classify and holding goods)

การรวบรวมสินค้าในสต็อก ถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีค่าใช้จ่ายแพงที่สุดในการบริหารจัดการคลังสินค้า ถ้าคุณมีวิธีการปรับให้เหมาะสม จะสามารถลดต้นทุนของร้านค้าได้มาก ลดความสับสนของสินค้าแต่ละประเภทและช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ ซึ่งหากคุณมีการจัดเก็บสินค้าที่ดี การรวบรวมสินค้า แยกประเภทในการเก็บรักษา และการจัดการกับสินค้าที่เสื่อมสภาพจะทำได้ง่ายขึ้น

 

 ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีในการรวบรวมสินค้า 

  • การรวมสินค้าตามคำสั่ง: ถ้ามีคำสั่งซื้อ พนักงานจะพิมพ์คำสั่งซื้อและส่งต่อกับพนักงานฝ่ายคลังสินค้าเพื่อไปเอาสินค้าในใบสั่งซื้อ ซึ่งเหมาะสำหรับร้านค้าธุรกิจขนาดเล็ก เนื่องจากมีคำสั่งซื้อที่น้อยต่อวัน
  • การรวมสินค้าแบบกลุ่ม: ทำการจัดกลุ่มคำสั่งซื้อหลายรายการเข้าไว้ด้วยกัน จากนั้นจึงส่งออกไฟล์รายการสินค้าที่มีปริมาณ พนักงานจะไปเอาสินค้าตามจำนวน จากนั้นจะแบ่งตามออเดอร์ เหมาะสำหรับธุรกิจร้านค้าที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมากเพื่อสามารถทำราบการคำสั่งซื้อจำนวนมากได้พร้อมกัน

 

 

การแพ็คสินค้าและส่งออกสินค้า (Packing and Shipping)

การแพ็คสินค้า ช่วยให้คุณรวบรวมสินค้าในแต่ละคำสั่งซื้อ หลังจากเอาสินค้าและเตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งต้องจัดการอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอย่างการนำส่งสินค้าคืน

 

การแพ็คสินค้าของแต่ละร้านอาจจะมีความแตกต่างกันไปแล้วแต่ความเหมาะสม แต่ข้อสำคัญหลักๆ ที่ห้ามละเลยมีดังนี้

  • ต้องประกันความปลอดภัย และลดความเสียหายของสินค้าระหว่างการขนส่งให้ได้มากที่สุด
  • เลือกปริมาณของกล่องพัสดุเพื่อลดต้นทุนการจัดส่ง

เมื่อคุณแพ็คสินค้าเสร็จสิ้นจะต้องส่งมอบให้กับหน่วยจัดส่ง สินค้าจะถูกบันทึกว่าถูกส่งออกจากสต็อกแล้ว และหักออกจากปริมาณสินค้าคงคลังนั่นเอง

 

 

การส่งสินค้าคืน (Dispatch goods)

แม้ว่าคุณจะแพ็คสินค้าดีแค่ไหน แต่ความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คือ การส่งสินค้าคืนยังมีโอกาสเกิดขึ้นอยู่เสมอ ลูกค้าสามารถส่งคืนสินค้าอันเนื่องมาจากเหตุผลต่างๆ มากมายที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น สินค้าอาจมีตำหนิ สินค้ามีปัญหาภายใน หรือไม่ตรงกับความคาดหวังของลูกค้า 

 

ขั้นตอนการส่งคืนสินค้าจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อลูกค้าร้องขอการส่งสินค้าคืน หลังจากที่ได้รับคำขอของลูกค้า ใบสั่งส่งคืนจะถูกสร้างขึ้น

แต่มีก็มีข้อควรปฏิบัติของการจัดการคลังสินค้าเมื่อส่งคืนสินค้า

  • ลูกค้าที่ส่งสินค้าคืน ควรปฏิบัติตามข้อกำหนด เงื่อนไขการคืนสินค้าของร้านค้า และระบุสาเหตุให้ชัดเจน ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ควรได้รับการบันทึกเป็นเอกสาร เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมเพื่อลดอัตราการคืนสินค้า
  • ยอดขาย และกำไรของสินค้าที่ต้องส่งคืนจะต้องถูกหักออกด้วย จึงควรส่งคืนให้กับร้านค้า

 

 

การตรวจสอบสินค้า (Inventory count)

หนึ่งในขั้นตอนการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ คือ การตรวจสอบสินค้า ซึ่งกิจกรรมนี้ไม่ได้ทำเมื่อเกิดการสูญหายของสินค้าถึงจะต้องไปตรวจสอบ หรือเมื่อพบปัญหา เพียงแค่คุณตรวจสอบให้แน่ใจว่าคลังสินค้าได้รับการจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อย การตรวจสอบสินค้าคงคลังจะได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วด้วยระบบการจัดการคลังสินค้า ด้วยเครื่องสแกนบาร์โค้ด เพียงคุณสแกนบาร์โค้ดบนสินค้าแต่ละอันก็สามารถนับจำนวนจริงในสต็อกได้ง่าย ๆ

 

การจัดทำรายงานสถิติ (Report)

สถิติจะรายงานภาพรวมของคลังสินค้า จะให้ภาพรวมของกระบวนการบริหารจัดการคลังสินค้าแก่คุณทำให้คุณสามารถประเมินได้ว่าควรทำการตลาดแบบไหนจากการดูสถิติ แต่หากคุณเป็นเจ้าของร้านมือใหม่ที่อยากจะบริหารจัดการคลังสินค้าให้มีมาตรฐาน และทำได้ง่ายๆ เรามี MultiOne platform ระบบจัดการร้านค้าช่วยให้การจัดการคลังสินค้าทำได้ง่ายขึ้น

 

นอกจากนี้หากต้องการจัดการคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องทำยังไงบ้าง?

การจัดการพื้นที่คลังสินค้าให้เป็นระเบียบ

ขั้นแรกต้องเขียนแผนผังของคลังสินค้าให้เหมาะสมจะต้องมีความสมดุลระหว่างสองสิ่งนั่นก็คือขนาดคลังสินค้า และพื้นที่ในการเคลื่อนย้าย โดยจะมีการแบ่งพื้นที่ในการใช้งานตามนี้ก็คือ

  • พื้นที่เคลื่อนย้ายสำหรับการรับสินค้าใหม่เข้ามาในคลัง
  • พื้นที่สำหรับวางเพื่อการตรวจสอบสินค้าที่เข้ามาใหม่
  • สำนักงานสำหรับพนักงานคลังสินค้า
  • พื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้าแต่ละประเภท
  • พื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้าส่วนเกิน, สินค้าค้างสต๊อก, หรือสินค้าหมดอายุ
  • พื้นที่สำหรับเก็บบรรจุภัณฑ์และแพ็คสินค้าเพื่อเตรียมส่ง
  • บริเวณขนส่งสินค้าขาออกสำหรับพนักงานส่งหรือบริษัทขนส่งที่เข้ามารับสินค้า

หากอ่านทั้งหมดแล้วรู้สึกว่าการมีหลายพื้นที่จนยุ่งยาก หลายขั้นตอนในการจัดการโครงสร้างพื้นที่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลไป เพราะในบางขั้นตอนอาจไม่จำเป็นต่อโครงสร้างบริษัทคุณก็เป็นได้เพียงแต่คุณจัดระเบียบโซนงานที่จำเป็น และเกี่ยวข้องกันไว้ไกล้กัน เป็นระบบระเบียบต่องานต่อไป ทำให้การทำงานราบรื่นขึ้น เป็นประโยชน์ต่อพนักงาน และการดำเนินงานโดยรวมป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาล่วงหน้าให้มีความเหมาะสม ก่อนที่จะดำเนินงานในพื้นที่แล้ว ก็จะทำให้การดำเนินงานภายในคลังสินค้าของคุณมีระเบียบ และสะดวกในการใช้พื้นที่มากขึ้นก็จะส่งผลให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเกิดความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้นได้

Tips: การจัดพื้นที่คลังสินค้านั้นเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้า และอุปกรณ์ต่างๆ นั้นมีความสำคัญอย่างมาก บริษัทควรคำนึงถึงพื้นที่ว่างระหว่างชั้นวางสินค้า บรรจุภัณฑ์ โต๊ะทำงาน และโซนรับส่งสินค้าให้มีขนาดพอดีต่อการเคลื่อนย้ายหรือหยิบจับในการตรวจเช็คจำนวนสินค้า เพราะจะช่วยลดอุบัติเหตุ และปัญหาอื่นๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก

 

การใช้ป้ายกำกับติดในคลังสินค้า

การตั้งชื่อตำแหน่งต่างๆ ของสต๊อกสินค้าให้มีป้ายกำกับชัดเจนจะทำให้พนักงานตรวจสอบสินค้าผ่านระบบได้ง่ายในกรณีที่มีสินค้าจำนวนมากหลายประเภทผ่านการกำหนดโซนสินค้าในระบบสินค้า

Tips: การกำหนดชื่อป้ายกำกับเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจมักจะใช้ตัวอักษรผสมกับตัวเลขเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ แบ่งแยก และเรียงโซนสินค้าให้เป็นระเบียบ เช่น กำหนดชื่อชั้นของสต๊อก ชื่อแถว และแต่ละตำแหน่งของแถว

 

การจัดเรียงตำแหน่งสินค้าคงคลัง

จากการวิจัยของธุรกิจอีคอมเมิร์ซส่วนมากพบว่ายอดขายส่วนมากของบริษัทจะมากจากสินค้าที่ขายดีเพียง 20% เท่านั้น ที่จะทำกำไรให้บริษัทได้สูงสุด ซึ่งการจัดวางตำแหน่งสินค้าที่ขายดีรวมไว้ด้วยกันไว้ไกล้กับตำแหน่งแพ็คสินค้านั้น จะทำให้ลดระยะเวลาการดำเนินงานได้อย่างมาก

Tips: การจัดวางตำแหน่งสินค้าคงคลังนั้นหลักๆ แล้วจะแบ่งสินค้าออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ นั่นก็คือ

  • สินค้าที่มียอดขายจำนวนมาก
  • สินค้ามูลค่าสูง สร้างกำไรได้มาก
  • สินค้าที่ขายได้ไม่มาก และกำไรน้อย

จากการกำหนดประเภทสินค้าแล้วมักจะเลือกนำสินค้าที่มียอดขายสูงสุดไว้ไกล้กับตำแหน่งแพ็คสินค้า และรองลงมาคือสินค้าที่มีมูลค่าสูง สร้างกำไรได้มาก โดยสินค้าที่มีน้ำหนักเบามักจะวางไว้ชั้นบนๆ และสินค้าที่มีน้ำหนักมากวางไว้ชั้นล่างของชั้นวางสินค้า ซึ่งจะเป็นการง่ายต่อการหยิบ และเคลื่อนย้ายสินค้าได้มาก

 

อุปกรณ์ในคลังสินค้าต้องเหมาะสมต่องาน

การจัดการคลังสินค้านั้น อุปกรณ์หลักที่ต้องเลือกให้เหมาะสมนั้นมีหลายอย่างที่ทุกคลังสินค้าควรมีไม่ว่าจะเป็น

  • กล่องใส่สินค้า ส่วนมากมักจะใช้วัสดุเป็นพลาสติกเพื่อน้ำหนักที่ไม่มากจนเกินไป และใส่สินค้าจำนวนหนึ่งได้พอดีเพื่อความสะดวกในการเก็บ หรือเคลื่อนย้ายสินค้า
  • โต๊ะแพ็คสินค้า ที่จะมีความหนาและใหญ่พอเหมาะตามลักษณะของงานแพ็คสินค้า เพื่อให้สามารถทำงานแพ็คสินค้าทุกขั้นตอนได้ในที่เดียว
  • วัสดุที่ใช้แพ็คสินค้า ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับประเภทของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ พลาสติกกันกระแทก และการเสียดสีของสินค้า รวมไปถึงประเภทของ เทปกาว คัตเตอร์ หรือกรรไกรที่ควรจะมีขนาดที่เหมาะสมกับประเภทของสินค้า
  • คอมพิวเตอร์/เครื่องปริ้น สำหรับอัพเดทจำนวน สถานะของสินค้า และพร้อมทั้งปริ้นเอกสารที่เกี่ยวข้องเช่น ใบคำสั่งซื้อ ใบส่งของ หรือป้ายกำกับต่างๆ
  • เครื่องชั่งสินค้า ที่ใช้ในการชั่งน้ำหนังสินค้าที่นำเข้ามาในคลัง และส่งออกเพื่อคำนวนค่าใช้จ่ายในการส่ง พร้อมบันทึกข้อมูล

แร็คหรือชั้นวางสินค้านั้นก็สำคัญมากเช่นกันที่นอกจากจะต้องแข็งแรงแล้วก็จะต้องเลือกรูปแบบ และขนาดให้เข้ากับรูปแบบของสินค้า แล้วหากมีสินค้าจำนวนมากหรือมีน้ำหนักมากแล้วนั้นก็ควรจะมีพาเรทกับ Hand Lift หรือรถเข็นสินค้า เพื่อให้สะดวกต่อการขนย้ายสินค้าอีกด้วย

 

บทความอ้างอิง

What is Warehouse Management by shipbob.com

จัดการคลังสินค้าอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด by pnsteelproduct.com

การควบคุมคลังสินค้า มีหลักการอย่างไร by prosoftwinspeed.com

 

บทความแนะนำ

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีกและร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

 

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

 

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

 

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ (https://multioneapp.com/shoppage/

 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ (https://multioneapp.com/brandpage/)

 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne (https://bit.ly/3GwfF4d)

Learn More