Special Value คืออะไร

Special Value คือ คุณค่าที่ร้านให้กับแบรนด์เพิ่มเติม จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีจะเป็นเรื่องที่ดี รวมถึงคุณค่าที่ร้านเรามอบให้กับลูกค้าด้วย คิดเพิ่มได้เลย

สำหรับคนที่ต้องการดูเป็นคลิปวีดิโอเชิญที่ Youtube ได้เลยยย

สเปเชียลแวลูลคือ

 

ยกตัวอย่างต่อไปนี้ว่า Special value พิเศษของคุณ ที่กำลังจะเปิดร้านมีอะไรได้บ้าง

 

location

 

มี Location ที่ดี 

การมี location ร้านที่ดี ทำเลดี เหมาะสมกับหน้าร้านค้า เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งอาจถือ เป็นหัวใจของการเปิดหน้าร้านเลยก็ว่าได้ เช่น อยู่ใกล้สถานศึกษา สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญต่างๆ  อยู่ในห้าง หรือถนนคนเดิน ที่ ๆ มีคนสัญจรไปมามากมาย หรือร้านเรา มีที่จอดรถ มีการจัดร้านตกแต่งดี มีร้านหลายสาขา พวกนี้เป็น valueเสริมให้แบรนด์สนใจมาลงฝากขายได้ง่ายขึ้น อีกทั้งดีกับลูกค้าที่มาซื้อสินค้าบริการหน้าร้านด้วย 

 

popular

 

ร้านทําแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมาก่อน สามารถดึงดูดลูกค้ามาร้านได้ 

บางร้านนั้น ก่อนเปิดหน้าร้านก็ประสบความสำเร็จมาในระดับนึงจากการฝากขายสินค้าในร้านอื่น ก่อนที่จะเปิดร้านเป็นของตัวเอง พูดง่ายๆคือเป็นแบรนด์มาก่อนนั่นเอง มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว พอมาเปิดหน้าร้านก็จะง่ายขึ้น อีกทั้งมีความเข้าใจแบรนด์ที่ลงฝากขาย ส่วนนี่ก็สามารถโชว์ข้อมูลยอดผู้ติดตามแบรนด์ที่ทำก่อนหน้า ก็เป็นเครดิตความน่าเชื่อถือที่ดีและสามารถเชิญแบรนด์ต่างๆให้สนใจได้

 

ทำการตลาด

 

มีการทำการตลาด แบรนด์ดิ้งเพื่อเพิ่มยอดขาย

อีกหนึ่ง Value ที่ให้แบรนด์ได้ และร้านสามารถบอกได้เลยตอนเชิญ เช่น ร้านมีการทำการตลาด หรือการช่วยขายสินค้าให้แบรนด์ที่มาฝากขายเป็นประจำ จะทำให้มีความน่าสนใจในการลงฝากขายมากกว่าร้านอื่น เช่น  แจ้งแบรนด์ว่า ร้านมีการออกบูธขายสินค้า ทำ popup, ทำกราฟฟิกโปรโมทออนไลน์, มีการจ้าง influencer โปรโมทสินค้า, การจัดอีเว้น, ยิงแอดบน social media หรือ google, ทำproduction ถ่ายvdoให้สินค้าแบรนด์ ตรงหากร้านมีสามารถแจ้งแบรนด์ไปได้ ก็จะเพิ่มความน่าสนใจในการลงขายสินค้ากับร้าน 

 

crm promotion

 

มีการทำ CRM สะสมแต้มกับลูกค้าเก่า จัดโปรโมชั่นสินค้าตลอด 

 นอกจากการขาย การทำให้ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อสินค้าซ้ำ ก็เป็นสิ่งสำคัญ ร้านค้าควรมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า หรือโปรโมชั่นอื่นๆ ที่ดึงดูดให้ลูกค้าลับมาซื้อซ้ำหรือสมัครสมาชิกเพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าไปใช้วิเคราะห์ในการทำโปรโมชั่นหรือจัดกิจกรรมสะสมแต้ม เป็นต้น 

 

partner

 

มี Partner ที่สำคัญของร้าน 

หากร้านมี Partner ที่ทำงานร่วมกับร้านสามารถเอาส่วนนี่แจ้งแบรนด์ได้  การมี Partner สามารถช่วยในการจัดการและส่งเสริมการขายก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ 

เช่น ร้านมัลติแบรนด์เรามี 

  • Partner ขนส่งที่สะดวกและราคาถูกในการส่งของให้ลูกค้า 
  • Partner สื่อที่ช่วยโปรโมทร้านค้า 
  • Partner ในการทำ popup ออกบูธ 
  • Partner ระบบจัดการสำหรับร้านมัลติแบรนด์ เป็นต้น 

 

ประสบการใหม่

 

Experience ใหม่ๆที่ให้ลูกค้า  

ส่วนนี้เป็นประสบการณ์ที่เรามอบกับกับลูกค้า หากร้านคุณมีอะไรแปลกใหม่น่าสนใจน่าจดจำ แบรนด์ก็สนใจลงขาย ลูกค้าก็สนใจมาร้านคุณ  ร้านควรสร้างจุดเด่นให้กับร้านตัวเองให้แตกต่างจากที่อื่น เพื่อความภาพจำให้ลูกค้าจำร้านค้าไปได้นานๆ ง่ายต่อการโปรโมท ถ้าดีลูกค้าก็ถ่ายโปรโมทเป็นไวรัล เป็นกระแส ลูกค้าใหม่เข้า ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อสินค้าซ้ำได้เพิ่มขึ้น โดยการสร้างจุดเด่นความแตกต่างนั้นไม่ได้มีข้อจำกัด ตัวอย่างเช่น 

  • ทำมุมถ่ายรูปด้วยของตกแต่งที่ไม่เหมือนที่ไหน 
  • การจุดเด่นที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้เช่น สินค้า Limited เฉพาะร้านเรา, ตู้ถ่ายรูป, เครื่องเล่นเกม VR  
  • การมีสวนนั่งเล่นที่ตกแต่งไม่เหมือนที่ไหน 
  • มีโซนให้ลูกค้าที่มาซื้อเขียนคอมเม้นแปะ 
  • การมีช่างภาพถ่ายรูปให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ 
  • มีการจัดงาน exhibition ทุกเดือน 
  • และบริการเสริมอื่นๆ เช่น บริการนวด ทำเล็บ 

 

คอนเซปร้าน

 

Concept ร้านที่แปลกใหม่  

มีหลายคนคิดไม่ออกเกี่ยวกับConcept ที่จะทำร้าน ปัจจุบันนี้ยิ่งร้านคุณแปลกใหม่น่าสนใจ ลูกค้าจะจดจำได้ดี  การทำ Concept ร้านให้โดดเด่นและแปลกใหม่มีเยอะมาก 

ยกตัวอย่างเผื่อเป็นไอเดียนะคะ เช่น 

  • ร้านตรีมอวกาศ แคปซูล 
  • หุ่นยนต์ AI, Cyber 
  • คลินิก,ห้องวิจัย 
  • Mate Shop เกมส์, การ์ตูน, อนิเมะ 
  • สัตว์เลี้ยง, ป่า สวน ธรรมชาติ, เทพนิยาย 
  • Art, ตรีมพิพิธภัณฑ์โซนจัดงาน, ย้อนยุค old Fashion 
  • Unseen วัฒนธรรมประเทศ ชุมชนต่างๆ เช่นไทย จีน ชาวเขา ยุโรป และอินเดีย
  • โทนร้านก็มีหลากหลาย เช่น Minimal, Modern, พั้งก์, Rock, Color, สมุนไพร, Organic, กระจก, หิน, เหล็ก, ไม้, Diamond 

 

สรุป Special Value นั้นก็คือ คุณค่าพิเศษที่ร้านค้าของเราสามารถให้กับแบรนด์ได้ เหนือกว่าที่ร้านค้าอื่นๆให้ได้ หากร้านค้าของเราสามารถนำเสนอ Special Value นี้ได้อย่างชัดเจนและสร้างสรรค์, แบรนด์จะเริ่มที่จะเห็นความสนใจที่มากขึ้นในการอยากเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกับเรา ดังนั้น Special Value จึงความสำคัญ กับร้านค้ามัลติแบรนด์ 

 

บทความแนะนำ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

Learn More

วิธีการเจาะกลุ่มลูกค้าในธุรกิจ Multi-Brand Store

การเจาะกลุ่มลูกค้าสำหรับธุรกิจ Multi-Brand Store หรือร้านค้าที่ขายหลายแบรนด์สามารถทำได้โดยการใช้กลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ความเข้าใจลูกค้าและการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อที่จะสามารถเจาะรายละเอียดในกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การเจาะกลุ่มลูกค้าและทำเลในธุรกิจ Multi-Brand Store

 

ขั้นตอนเจาะกลุ่มลูกค้าในธุรกิจ Multi-Brand Store

  1. การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า: สำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดของลูกค้าที่คุณมี ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัว, ประวัติการซื้อ, พฤติกรรมการใช้งาน, ความชอบ, ความสนใจ, และรีวิว ซึ่งสามารถช่วยให้คุณเข้าใจลูกค้าของคุณได้ดีขึ้น
  2. การกำหนดเป้าหมายสำหรับกลุ่มลูกค้า: หลังจากที่คุณได้รวบรวมข้อมูลแล้ว คุณควรจะนำข้อมูลนั้นมาสร้างกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน เช่น ลูกค้าที่ชอบแบรนด์ A, ลูกค้าที่ชอบแบรนด์ B, ลูกค้าที่มีส่วนตัวเป็นอย่างไร, ลูกค้าที่ชอบสินค้าประเภทไหน
  3. การสร้างโปรไฟล์ลูกค้า: จากกลุ่มลูกค้าที่คุณได้กำหนดไว้ คุณควรจะสร้างโปรไฟล์ลูกค้า ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ ความชอบ ความสนใจ รวมถึงข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสร้างและปรับแผนการตลาดของคุณ
  4. การปรับแผนการตลาด: ใช้ข้อมูลที่คุณได้มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและโปรไฟล์ลูกค้าในการสร้างแผนการตลาดที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มลูกค้า เช่น โปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่ชอบแบรนด์ A, การสื่อสารที่เฉพาะเจาะจงสำหรับลูกค้าที่ชอบสินค้าประเภท B
  5. การประเมินผล: อย่าลืมตรวจสอบและประเมินผลการเรียกดู ตรวจสอบว่าแผนการตลาดของคุณสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ได้หรือไม่ หากไม่ คุณต้องการปรับปรุงแผนการตลาดของคุณให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

จำไว้ว่า การทำธุรกิจ Multi-Brand Store นั้น เรื่องสำคัญคือการเข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน ทั้งนี้จะทำให้คุณสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและเพิ่มยอดขายของคุณได้.

 

การเลือกทำเลที่ตั้งของร้าน

เปิดหน้าร้านออฟไลน์ทั้งที คือลงทุนเปิดหน้าร้านจริงๆแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ไม่พูดไม่ได้คือ “ทำเล” ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง และ ถึงแม้ทำเลไม่ดี ปัจจุบันนี่เราก็มีเครื่องมือช่วยโปรโมท ให้ลูกค้ารู้จักที่ตั้งของร้าน เราสามารถทำการตลาดออนไลน์ร่วมด้วย และอย่าลืมที่จะปักหมุดชื่อร้าน ในGoogle หรือเพจ  เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้าหาที่ตั้งร้านเจอ ได้ง่ายๆ 

  

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับทำเลและการเปิดร้าน ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทำเลทั้งตั้งเปิดร้านมัลติแบรนด์หรือค้าปลีก

  1. ตั้งร้านอยู่ในที่ ๆ ผู้คนพลุกพล่าน – เป็นพื้นฐานของการเลือกทำเลที่ตั้ง หลักๆคือการเลือกย่านชุมชุน มีผู้คนผ่านไปมา
  2. สำรวจผู้คนในบริเวณนั้น – เลือกบริเวณที่มีกลุ่มคนตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มลูกค้าวัยรุ่นก็ควรเลือกทำเลที่มีวัยรุ่นเยอะๆ อาจเป็นใกล้รร. หรือ มหาลัย, กลุ่มวัยทำงานก็อยู่ใกล้ออฟฟิศ , ลูกค้าประเภทครอบครัว ก็อาจจะเลือกโซนที่มีหมู่บ้านชุก, ชาวต่างชาติก็เลือกเปิดร้านย่านที่ชาวต่างชาติมักจะไป เป็นต้น
  3. ตรวจสอบนโยบายสถานที่ – เช่น จะมีการก่อสร้างในบริเวณนั้นหรือเปล่านานหรือไม่  มีเงื่อนไขอะไร เช่น จำกัดขนาดป้ายร้านหรือไม่ ห้ามขายสินค้าอะไรหรือไม่?
  4. เช็คลิสต์ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม – เช่น ค่าปรับปรุงรีโนเวดร้าน ค่าบำรุง ค่าส่วนกลาง
  5. สำรวจคู่แข่งแถวทำเลนั้น – การไม่มีคู่แข่ง หรือมีคู่แข่งน้อยสุดในทำเลนั้นจะดีที่สุด  ถ้ามีสไตล์ร้านซ้ำกันควรเลี่ยง หรืออาจหาร้านใกล้เคียงที่ขายสินค้าสอดคล้องกับเรามาเป็นpartner ก็เป็นเรื่องที่ดี
  6. การเดินทาง – การเดินทางของคุณไปถึงหน้าร้าน ไม่ควรใช้ระยะเวลานานเกิน จะได้ไปดูร้านสำรวจร้านได้ง่ายๆ เสมอ
  7. เช็คปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติม  
  • มีที่จอดรถพอไหม? 
  • มีห้องน้ำสำหรับพนักงานและลูกค้าหรือยัง? 
  • แถวนั่น บรรยากาศเป็นยังไง ต้องก่อสร้าง ตกแต่งเพิ่มเติม ให้เข้ากับบรรยากาศมากขึ้นไหม? 
  • ทำเล ทิศร้าน มองเห็นง่าย ใกล้ที่ไหนสะดุดตามั้ย หรือบางคนเชื่อเรื่องทิศ ฮวยจุ้ย ก็ไปดู 
  • มีสถานีตำรวจใกล้เคียงบริเวณนั้นหรือไม่? 
  • มีสถานีดับเพลิงในชุมชนหรือเปล่า? 
  • เป็นต้นนะตะ เรื่องที่เกี่ยวกับทำเล และการเปิดหน้าร้าน 

 

บทความแนะนำ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

Learn More

คลิปวีดิโอสอนการเลือกประเภทสินค้ามาขายในร้าน Multi-brand Store

 

หลังจากที่เราได้ทำการเลือก Mood & Tone ของร้านเรียบร้อย ทำให้ง่ายต่อการเลือกประเภทสินค้า หรือ การเจาะจงประเภทสินค้านั้นๆ

ตัวอย่างเช่น

  • ร้านแฟชั่น สินค้าก็จะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก รองเท้า เครื่องประดับ 
  • ร้าน stationary สินค้าก็จะเป็น สติ๊กเกอร์ งานศิลปิน พวงกุญแจ gadget 
  • หรือ ร้านค้าlifestyle คาเฟ่ อาหารออแกนิก, เฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้าน, อะไหล่รถยนต์, ร้านยา,  สินค้าIT เป็นต้นนะคะ  

ในบางร้านอาจจะมีการคละสินค้า แต่ก็ควรคุม concept เช่นคอนเซ็ปท์ร้านคุณเป็น lifestyle ประเภทสินค้าตั้งแคมป์ ของที่ขาย อาจเป็นสินค้าจากแบรนด์ที่ทำเต้นท์, เก้าอี้ตั้งแคมป์, ของใช้อุปกรณ์เข้าป่าเป็นต้น ถ้าเรามีคอนเซ็ปท์ร้านชัดการเลือกสินค้าก็จะง่าย อยู่ในหมวดหมู่มากขึ้น อาจจะมีการปรับเปลี่ยนประเภทสินค้าตามเทรนด์ ตามความถนัดไปได้ แต่ไม่ควรหลุดคอนเซ็ปท์ที่ตั้งไว้ ในบทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือกประเภทสินค้ามาขายในร้าน Multi-brand Store กันค่ะ

การเลือกประเภทสินค้า

วิธีเลือกประเภทสินค้ามาขายในร้าน Multi-brand store 

  1. เข้าใจตลาด: ศึกษาและเข้าใจรสนิยมและการซื้อของลูกค้าเป้าหมายที่จะมาซื้อสินค้าในร้านคุณ สินค้าที่คุณเลือกควรตรงกับความต้องการและความประสงค์ของลูกค้า
  2. เทรนด์: ควรสังเกตเทรนด์ที่กำลังมา เพื่อให้สินค้าที่คุณเลือกมาขายยังคงเป็นที่นิยมและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า
  3. ช่วงราคาขาย: ช่วงราคาสินค้าต้อวชัด ไม่ห่างกันเกินหรือสวิงเกินเหตุ  เพื่อจะได้ง่ายต่อการจดจำ ง่ายต่อการเชิญแบรนด์มาลงขาย หรือ การหาซัพพลายเออร์ และง่ายต่อการตั้งราคาสินค้า
  4. ราคา: ลูกค้ามักจะสนใจในสินค้าที่มีความคุ้มค่า ดังนั้นคุณควรจะเลือกสินค้าที่มีราคาที่สอดคล้องกับความคุ้มค่าที่ลูกค้าจะได้รับ
  5. การจัดวางสินค้า: เลือกสินค้าที่สามารถปรับจัดวางได้ในพื้นที่ที่มี และสามารถเพิ่มความหลากหลายให้กับร้านค้า โดยส่วนมากสินค้าในช่วงราคาเดียวจะวางในพื้นที่เดียวกัน
  6. การสำรวจคู่แข่ง: ดูสินค้าที่ร้านคู่แข่งขายและวิเคราะห์ว่าสินค้าไหนที่ทำให้ร้านคู่แข่งประสบความสำเร็จ สินค้าที่คู่แข่งไม่มีอาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคุณ
  7. ความคิดเห็นของลูกค้า: สำรวจและขอความคิดเห็นจากลูกค้าเกี่ยวกับสินค้าที่พวกเขาต้องการหรือชอบ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเลือกสินค้า

วิธีเลือกประเภทสินค้ามาขายในร้าน Multi-brand Store

ด้วยการทบทวนและคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ คุณจะสามารถเลือกสินค้าที่จะขายในร้าน Multi-brand store ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีเป้าหมายที่ชัดเจน

 

บทความแนะนำ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

      • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
      • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
      • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
      • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
      • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
      • ออกเอกสารทางบัญชี
      • ระบบ Import Export ข้อมูล
      • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
      • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
      • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

 

Learn More

สงสัยกันไหมว่าทำไมร้านส่วนใหญ่ที่มีชื่อเสียง ถึงมี Mood & Tone ที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน 

Mood and Tone เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในการบ่งบอกถึงลักษณะและแนวทางการสื่อสารทางด้านอารมณ์และลักษณะของข้อความ หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น บรรยากาศในร้านค้าหรือการสื่อสารทางการตลาด

  • Mood (อารมณ์): Mood หมายถึงสภาวะอารมณ์ที่สื่อถึงความรู้สึกที่แสดงออกมาให้เราเห็น สามารถเป็น อารมณ์ที่ร่าเริงหรือเศร้า สีที่สร้างความรู้สึกสดชื่นหรือเงียบสงบ อิสระ
  • Tone (ลักษณะ): สีที่ใช้ จะเข้ามาช่วยให้เราสามารถสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ สีจึงมักจะถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ เพื่อแสดงตัวตนและภาพลักษณ์ของร้านค้า

Mood and Tone เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างและสื่อสารความหมายให้กับผู้รับสาร หรือลูกค้า โดยช่วยกำหนดแนวทางและบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ต้องการให้ผู้รับสารได้เข้าใจอย่างถูกต้องและมีความสอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

Mood & Tone เป็นสิ่งสำคัญในธุรกิจร้าน multi-brand ด้วยเหตุผลที่สำคัญต่อไปนี้:

  1. สร้างความโดดเด่นและเอกลักษณ์: ร้าน multi-brand มักมีสินค้าจากแบรนด์ต่างๆ ซึ่งลูกค้ามักมีตัวเลือกหลายแบบในการเลือกซื้อสินค้า เพื่อที่จะทำให้ร้านของคุณเหมาะสมและโดดเด่นจากคู่แข่ง ความเข้าใจ Mood และ Tone ที่เหมาะสมจะช่วยสร้างและกำหนดเอกลักษณ์ของร้าน ว่าเป็นที่มาของสินค้าแบบไหน และให้ความรู้สึกเชิงบวกหรือเกิดความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าสินค้าที่พวกเขาเลือกจะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและคุ้มค่า
    ความโดดเด่นของธุรกิจ multi-brand store
  2. สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เป็นเอกลักษณ์: Mood และ Tone มีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์สำหรับลูกค้า ด้วย Mood ที่ถูกสร้างขึ้นในร้านค้า ลูกค้าจะได้รับความรู้สึกและประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่การเดินเข้าร้านจนถึงการเลือกซื้อสินค้า ดังนั้น การสร้าง Mood ที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่น่าสนใจและเป็นที่จดจำในใจลูกค้า
    ประสบการณ์ที่ดีของร้าน multi-brand store
  3. การสร้างความประทับใจและความไว้วางใจ: Mood และ Tone ที่เหมาะสมสามารถสร้างความประทับใจและความไว้วางใจให้กับลูกค้าได้ การมี Mood ที่ถูกต้องส่งตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการใช้ Tone ที่เหมาะสมในการสื่อสารกับลูกค้าช่วยเพิ่มความไว้วางใจในธุรกิจของคุณ ลูกค้าจะรู้สึกว่าร้านค้าของคุณมีความเป็นมืออาชีพและสนใจถึงความพึงพอใจของพวกเขา
    ประทับใจของ multi-brand store
  4. สร้างความชัดเจนและความเป็นกลาง: ในร้าน multi-brand ที่มีสินค้าจากแบรนด์ต่างๆ การมี Mood และ Tone ที่เหมาะสมช่วยให้ลูกค้าเข้าใจว่าร้านค้าของคุณมีการคัดสรรสินค้าที่เป็นกลางและมีคุณภาพ นอกจากนี้ Mood และ Tone ที่ชัดเจนยังช่วยให้ลูกค้าเข้าใจว่าร้านค้าของคุณมีการบริการที่มีมาตรฐาน และได้รับการดูแลเอาใจใส่
    ความชัดเจนของร้าน multi-brand store
  5. ทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกใจและสนุกกับการเลือกสินค้า: Mood และ Tone ที่ถูกต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกสนุกและยินดีต่อการช้อปปิ้ง ลูกค้าจะสนุกกับการสำรวจและเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ในร้านของคุณ ทำให้เขาต้องการกลับมาเยี่ยมชมอีกครั้งในอนาคต

ดังนั้น การสร้าง Mood และ Tone ที่ถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจร้าน multi-brand เป็นที่ยอมรับและน่าสนใจในตลาด และช่วยสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว

 

ยกตัวอย่างร้าน Fashion Multi-brand อันดับ 1 ของไทย ที่ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ของสาวๆ ที่หลายคนคงรู้จัก อย่าง SOS หรือ Sense of Style

ร้าน SOS

  • Mood (อารมณ์): Mood ของร้าน SOS คือ relaxing mood ผ่อนคลาย ความสง่างามและความสะอาด ความทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ในสินค้าที่มีในร้าน เป็น Mood ที่เป็นกันเองและเป็นที่มาของสไตล์ที่แตกต่างกันไป
  • Tone ของร้าน SOS เป็นโทนขาว เป็นตัวแทนของความ Minimal เน้นการสื่อถึงความเป็นกันเองและเข้าใจได้ง่าย และให้ความรู้สึกสบายอกสบายในการช้อปปิ้งสินค้า   
  • โทนสีขาวยังหมายถึง ความบริสุทธิ์และความสง่างาม โทนสีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความสง่างาม ร้านค้าที่มีโทนสีขาวอาจสร้างความรู้สึกให้กับลูกค้าว่าสินค้าที่มีในร้านมีคุณภาพและมีความสวยงาม

โดยสรุป, Mood และ Tone ของร้าน multi-brand ที่ชื่อว่า SOS (Sense of Style) คือความ Minimal ความสง่างามในความเรียบง่าย ความบริสุทธ์  ลูกค้าอาจรับรู้ถึงความสง่างามของสินค้าที่อยู่ในร้านค้า และมองว่าสิ่งของที่จำหน่ายมีความทันสมัยและมีความสวยงาม รวมถึงความสมดุล ให้กับลูกค้าที่มาช้อปปิ้งในร้านค้านั้น

บทความแนะนำ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

Learn More

🌦️🔥 ต้อนรับเดือนกรกฎาคมด้วยโปรด่วนสุดปัง! 7.7 Double Deals

ที่ MultiOne Platform, แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสร้างธุรกิจร้าน Multi-brand Store ของตัวเองได้ง่ายๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านค้าที่ต้องการทดลองใช้ระบบ หรือแบรนด์ที่ต้องการลงขายสินค้า!

ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2023 จนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2023,

โปรด่วนสุดปัง! 7.7

MultiOne Platform มอบข้อเสนอสุดพิเศษ! 7.7 ลดแล้ว แถมอีก

สำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าที่เลือกซื้อแพ็คเกจ 6 เดือนหรือ 1 ปี, คุณจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 5% จากแพ็คเกจ 6 เดือน และ 10% สำหรับแพ็คเกจ 1 ปี  แถมเพิ่ม 1 เดือนใช้งานฟรี! มูลค่ากว่า 1,290 บาท

ใช่, คุณไม่ได้ยินผิด! เพียงแค่เปลี่ยนจากแพ็คเกจรายเดือน เป็นแพ็คเกจ 6 เดือนหรือ 1 ปี, คุณจะได้รับสิทธิ์พิเศษนี้ทันที! สำหรับร้านค้าที่ยังไม่เป็นสมาชิก คุณก็สามารถรับสิทธิ์นี้ได้เช่นกัน โดยการสมัครสมาชิกและเลือกแพ็คเกจนี้.

วิธีรับสิทธิ์โปรด่วนสุดปัง! 7.7 สุดคุ้มนี้ง่ายมากๆ

สามารถทำได้เพียงเริ่มโดยการทักแชทมาที่เราที่นี่: https://bit.ly/3GwfF4d.
หรือสามารถติดต่อเราผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้:

📱: 06-5016-2545
📱: Line: https://lin.ee/zPtVO5X
📷: IG: multione_platform
✉️: [email protected]

ให้ชีวิตการขายของคุณมีความง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่ MultiOne Platform, ทางเรามีความยินดีที่จะช่วยคุณไปสู่ความสำเร็จในการขายสินค้าของคุณ. ส่งถึงคุณโดย #MultiOne #ระบบจัดการร้านค้า #multibrand #ร้านมัลติแบรนด์ #มัลติแบรนด์

Learn More

การทำร้านมัลติแบรนด์

สำหรับคนที่ต้องการเนื้อหาเต็มๆแบบสรุปหรือไม่มีเวลาอ่านสามารถดูคลิปวีดีโอสอนแทนได้เลย

สิ่งที่ควรทำอย่างแรกก่อนคิดจะเปิดร้านธุรกิจร้าน Multi-brand Store

การคิด คอนเซ็ปต์(concept) ของร้าน  คำว่าคอนเซ็ปต์นั้นมีความหมายค่อนข้างกว้าง เราจะมีการแบ่งเป็นเรื่องอย่างละเอียดขึ้นได้ว่า กว่าเราจะได้คอนเซ็ปต์ร้านนั้นจะประกอบไปด้วยอะไร เช่น  เรื่องราวของร้าน(Brand Storytelling), Mood&Tone, ประเภทสินค้า, ช่วงราคาขายเป็นต้นนะคะ เพื่อให้เราได้คอนเซ็ปท์ของร้านเรา และหากลุ่มลูกค้าได้ชัดยิ่งขึ้น 

 

หลายคนมักเข้าใจผิดกันว่า หากจะเปิดร้านมัลติแบรนด์ต้องหาทำเลที่ตั้งก่อน เชิญแบรนด์มาเข้าร่วมฝากขายหรือเป็นพาร์ทเนอร์ก่อน แต่จริงๆแล้วสิ่งที่ต้องทำก่อนเลยก็คือ คิดคอนเซ็ปต์(Concept) ร้านเราที่จะเปิดว่าจะเป็นแบบไหน ธีมอะไร เช่น หากคุณจะเปิดร้านมัลติแบรนด์แฟชั่นคอนเซ็ปท์คือ เปรี้ยวหวาน หวานซ่อนเปรี้ยว ร้านธีมอาจจะเป็นสีพีชๆ มีความชมพู ส้มๆ  ดังนั้นแบรนด์ที่เอามาลงขาย ก็ควรจะต้องเป็นแนวนี้ ไม่มีสินค้าแนววินเทจ แนวร็อค เข้ามาปนกันไปหมด เพราะอาจทำให้ดูขัดกับ Concept ร้าน

multi-brand store

ข้อดีของธุรกิจร้าน Multi-Brand Store ที่มี Concept ที่ดี

Concept ของธุรกิจร้าน Multi-Brand Store เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะมันเป็นศูนย์กลางที่สร้างความรู้สึกและความหมายให้กับลูกค้า โดยคอนเซ็ปต์ มีบทบาทสำคัญในด้านต่อไปนี้:

  1. ความแตกต่างและเอกลักษณ์: Concept ช่วยให้ร้านค้าเด่นขึ้นจากคู่แข่งโดยการสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ เมื่อลูกค้ารู้สึกถึงความแตกต่างและเอกลักษณ์ของร้านค้า จะเป็นไปในทิศทางที่ดีในการสร้างความจำในใจของลูกค้า
    ความโดดเด่นของร้าน multi-brand store
  2. การสร้างประสบการณ์: Concept ช่วยให้ร้านค้าสร้างประสบการณ์ที่เป็นพิเศษและไม่ซ้ำซากให้กับลูกค้า การออกแบบพื้นที่ในร้านค้า การเลือกใช้แสงสว่างและเสียงเพื่อสร้างบรรยากาศ และการจัดเรียงสินค้าที่สร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจประสบการณ์ที่ดีของร้าน multi-brand store
  3. การสื่อสารและการติดต่อสื่อสาร: Concept ช่วยกำหนดลักษณะและแนวทางการสื่อสารที่ถูกต้อง ทั้งในด้านการใช้สื่อต่าง ๆ เช่น โฆษณา โลโก้ และการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า โดย Concept ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจและรับรู้คุณค่าของร้านค้าความชัดเจนของร้าน multi-brand store
  4. สร้างความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ: การมี Concept ที่ชัดเจนและถูกปฏิบัติตามให้เห็นถึงความมืออาชีพและความเชื่อถือของร้านค้า ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในการที่ร้านค้าจะให้บริการที่ดีและสินค้าที่มีคุณภาพ
    สร้างความประทับใจให้ลูกค้าร้าน multi-brand store
  5. ช่วยให้ร้านมีตัวตนและแนวทางการดำเนินธุรกิจ: Concept ช่วยกำหนดตัวตนและแนวทางการดำเนินธุรกิจของร้าน โดยการกำหนดค่านิยม วิสัยทัศน์ หรือพันธกิจของร้าน ที่จะช่วยให้เจ้าของร้านและทีมงานมีแนวทางในการตัดสินใจ การสร้างผลิตภัณฑ์ และการให้บริการ

multi-brand store

สรุปความสำคัญของ Concept ธุรกิจร้าน Multi-brand Store

ในสร้าง Concept ที่ดีสำหรับร้านค้า คุณควรใส่ใจในการวิเคราะห์ตลาด เข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการสร้าง Concept ที่เหมาะสมและน่าสนใจสำหรับลูกค้า

นอกจากนี้ Concept ยังช่วยให้มีความชัดเจนในการจัดทำแผนธุรกิจ โดยการกำหนดวัตถุประสงค์ของร้านค้า และวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รวมถึงการวางแผนการตลาด เพื่อเติบโตและสร้างความสำเร็จในระยะยาว

อย่างไรก็ตามคอนเซ็ปต์ไม่เพียงแค่เป็นแผนการเท่านั้น แต่ต้องมีการนำ Concept มาปฏิบัติและสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า นอกจากนี้ให้ตระหนักว่า Concept สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อมและความเปลี่ยนแปลงในตลาด ดังนั้น ควรมีความยืดหยุ่นในการปรับปรุง Concept เพื่อรักษาความนิยมและเอกลักษณ์ของร้านค้าให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันได้เสมอ

 

บทความแนะนำ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

 

Learn More