เทคนิค On-page SEO คืออะไร?

ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น การทำการตลาดออนไลน์จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจทุกประเภท หนึ่งในกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่สำคัญก็คือ Search Engine Optimization (SEO) ซึ่งเป็นกระบวนการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ปรากฏในผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหายอดนิยม เช่น Google, Bing

การปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO สามารถทำได้ทั้ง On-page SEO และ Off-page SEO โดย On-page SEO เป็นการปรับปรุงเนื้อหาและโครงสร้างของเว็บไซต์เพื่อให้ตรงกับความต้องการของเครื่องมือค้นหา ส่วน Off-page SEO เป็นการปรับปรุงปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ เช่น การเชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่น ๆ

บทความนี้จะกล่าวถึงการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO ในรูปแบบ On-page SEO โดยเน้นเทคนิคที่สำคัญ ๆ ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสติดอันดับสูงขึ้น

กลยุทธ์ปั้นเว็บให้ติด SEO

เทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO 8 ข้อ

1. การเลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

กลยุทธ์ปั้นเว็บให้ติด SEOคีย์เวิร์ดเป็นคำหรือวลีที่ผู้คนใช้ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เมื่อคุณเลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ เว็บไซต์ของคุณก็มีโอกาสถูกค้นพบโดยผู้ค้นหาที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าของคุณมากขึ้น

2. เขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพ

 

เนื้อหาที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ในการติดอันดับ SEO เนื้อหาของคุณควรมีความเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่เลือกมา และควรเขียนให้น่าสนใจ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน

3. โครงสร้างเว็บไซต์ที่ชัดเจน

กลยุทธ์ปั้นเว็บให้ติด SEO

โครงสร้างเว็บไซต์ที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้ค้นหาสามารถเข้าถึงเนื้อหาของคุณได้ง่ายขึ้น โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีควรมีหน้าหลักที่แสดงภาพรวมของเว็บไซต์ และควรมีลิงก์ไปยังหน้าย่อย ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์มี Sitemap ซึ่งจะช่วยให้เครื่องมือค้นหาสามารถจัดทำดัชนีหน้าต่าง ๆ ของเว็บไซต์ของได้อย่างง่ายดาย

3. การใช้ภาพประกอบ

เทคนิคการปั้นเว็บให้ติดอันดับ

ภาพประกอบสามารถช่วยดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน และทำให้เนื้อหาของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ต้องแน่ใจว่าภาพประกอบของคุณมีคุณภาพดี และมีขนาดที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ควรใส่คำอธิบายภาพ (Alt Text) เพื่อให้เครื่องมือค้นหาสามารถเข้าใจภาพของคุณได้

4. ความปลอดภัยของเว็บไซต์

ความปลอดภัยของเว็บไซต์เป็นสิ่งสำคัญต่อทั้งผู้เข้าชมและเจ้าของเว็บไซต์ เว็บไซต์ที่ปลอดภัยจะช่วยให้ผู้เข้าชมรู้สึกมั่นใจในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ และจะช่วยป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ของคุณถูกแฮ็ก สามารถปรับปรุงความปลอดภัยของเว็บไซต์ได้โดยติดตั้งปลั๊กอินรักษาความปลอดภัย และอัปเดตซอฟต์แวร์ของคุณอยู่เสมอ

5. ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์

ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์เป็นปัจจัยสำคัญในการติดอันดับ SEO เว็บไซต์ที่โหลดช้าอาจทำให้ผู้ค้นหาเกิดอารมณ์เสียและออกจากเว็บไซต์ไป

คุณสามารถปรับปรุงความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ได้โดย

  • ลดขนาดไฟล์
  • ลบปลั๊กอินที่ไม่จำเป็น
  • เลือกใช้ธีมและปลั๊กอินที่มีคุณภาพ

6. การปรับแต่งเว็บไซต์ให้รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่

ในปัจจุบันผู้คนจำนวนมากใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่(โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต)ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ของคุณควรรองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงเนื้อหาของคุณได้อย่างสะดวก

สามารถปรับแต่งเว็บไซต์ให้รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้โดย

  • ใช้ธีมที่รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาแสดงผลได้ดีบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

7. การติดตามผลลัพธ์

ทำเว็บไซต์ให้ติด SEO กันเถอะ

สิ่งสำคัญคือต้องติดตามผลลัพธ์ของการปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้คุณสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม

คุณสามารถติดตามผลลัพธ์ได้โดยการใช้เครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์ เช่น Google Analytics
การใส่ H1 H2 H3 ในบทความจะทำให้เนื้อหาของบทความมีความเป็นระเบียบมากขึ้น และช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจเนื้อหาของบทความได้ดียิ่งขึ้น

ในบทความต่อๆ ไปเราจะแนะนำเทคนิคอื่นๆ และการใช้เครื่องมืออีกมายที่ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำ SEO หรือมีประโยชน์กับธุรกิจของคุณให้ได้มากที่สุด ติดตามข่าวสารและข้อมูลใหม่ๆ จากเราได้ที่

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

Learn More

ความสำคัญของการยื่นคำขอเลขเครื่อง POS 

การยื่นคำร้องขอหมายเลขเครื่องบันทึกการขาย (POS) กับกรมสรรพากรเป็นขั้นตอนที่สำคัญสำหรับร้านค้าที่ใช้งานเครื่อง POS ในการออกใบกำกับภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย. ด้านล่างนี้คือขั้นตอนและเอกสารที่จำเป็นสำหรับการยื่นคำร้องขอหมายเลข POS กับกรมสรรพากรสำหรับ MultiOne แพลตฟอร์ม

เอกสารประกอบการยื่นคำขออนุมัติ

  1. แบบคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ภ.พ.06 : ดาวน์โหลด
  2. แบบแจ้งการจัดทำและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ภ.อ.11 : ดาวน์โหลด
  3. รายละเอียดประเภทของเครื่องบันทึกการเก็บเงิน ดาวน์โหลด
  4. แบบฟอร์มแสดงคุณสมบัติเครื่องบันทึกเงินสดที่ใช้งาน ดาวน์โหลด , หรือ Flowchart ระบบ POS : ดาวน์โหลด
  5. แผนผังแสดงตำแหน่งการวางเครื่องบันทึกการเก็บเงิน : ถ่ายรูปอุปกรณ์ที่หน้าร้าน
  6. รูปแบบการเชื่อมต่อเครื่องบันทึกการเก็บเงินกับอุปกรณ์อื่นๆ : ดาวน์โหลด
  7. ตัวอย่างการเชื่อมต่ออุปกรณ์เครือข่าย : ดาวน์โหลด
  8. รายละเอียดระบบการรักษาความปลอดภัย : รอการปรับปรุงโปรดติดต่อทีมงาน
  9. ตัวอย่างใบกำกับภาษีอย่างย่อและตัวอย่างรายงานยอดขายที่ออกจากตัวเครื่อง : ดาวน์โหลด

การยื่นคำขอหมายเลขเครื่องบันทึกการขายกับสรรพากรและขั้นตอนการดำเนินการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

การยื่นคำขอหมายเลขเครื่องบันทึกการขายกับสรรพากร

 

  1. ชื่อผู้ประกอบการ คือชื่อบริษัทหรือชื่อบุคคลที่จดทะเบียนและได้รับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเรียบร้อยแล้ว
  2. ชื่อสถานประกอบการ คือชื่อร้านของคุณ
  3. กรอกข้อมูลที่อยู่ของบริษัทให้ครบถ้วน (สำนักงานใหญ่)
  4. วันที่คุณได้ยื่นจดทะเบียน ภ.พ. 20
  5. กรอกชื่อรายการ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และบริการ ตามลำดับ หากคุณเป็นร้านขายอาหาร หรือหากเป็นร้านคาเฟ่ ให้กรอกชื่อรายการ เครื่องดื่ม ขนมหวาน และขนมขบเคี้ยวตามลำดับ

การยื่นคำขอหมายเลขเครื่องบันทึกการขายกับสรรพากร

  1. เลือกประเภทการประกอบกิจการของคุณให้ใกล้เคียงที่สุด
  2. ณ สถานที่ประกอบการที่ต้องการใช้เครื่อง POS ให้กรอกเป็นที่ สำนักงานใหญ่ /หรือสาขา กรณีที่เป็นสาขาแรก นับเป็นสาขาใหญ่ ในส่วนของที่อยู่ให้กรอกจากข้อมูลที่ตั้งกิจการ
  3. ใช้เครื่องหมายถูก (✔) ที่ชนิดคอมพิวเตอร์ และใส่จำนวน iPad ตามที่ต้องการให้ออกใบกำกับภาษี ‍รวมถึงกรอกรายละเอียดภายในเอกสารแนบให้เรียบร้อย 

การยื่นคำขอหมายเลขเครื่องบันทึกการขายกับสรรพากร

กรอกรายละเอียดประเภทของเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ขออนุมัติ  

  1. ช่องหมายเลขประจำเครื่อง (Serial Number) คือ หมายเลขของเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ (Printer) ซึ่งต้องเป็นเครื่องที่ตั้งอยู่บริเวณแคชเชียร์เท่านั้น
  2. เลือกประเภทของอุปกรณ์ พร้อมเลือกประเภทของใบกำกับภาษี

ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารทั้งหมด

รวบรวมเอกสารและนำส่งไปที่สำนักงานสรรพากรในเขตพื้นที่ของร้านคุณ หรือในกรณีที่ต้องการจดหลายสาขาให้ไปที่สรรพากรที่ใกล้กับบริเวณสำนักงานใหญ่ เพื่อยื่นเรื่องติดต่ออธิบดี โดยแนบเอกสารไปให้ครบถ้วน (ตรวจสอบได้ที่ เอกสารประกอบการยื่นคำขออนุมัติ) 

ขั้นตอนและระยะเวลาตรวจสอบคำขอ 

กรมสรรพากรจะตรวจสอบคำขอและเอกสารทั้งหมด ระหว่างนั้นรอผลพิจารณาและการติดต่อกลับ เจ้าหน้าที่จะแจ้งเลขประจำเครื่องฯ นำเลขดังกล่าวใส่ตามจุดต่างๆ ระบุไว้ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและติดสติ๊กเกอร์ให้ ปกติจะใช้เวลาอยู่ที่ 30 – 45 วันทำการนับตั้งแต่ยื่นคำร้อง ดังนั้นควรเตรียมการก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน 

การยื่นคำขอหมายเลขเครื่องบันทึกการขายกับสรรพากร

“ระหว่างการรอผลอนุมัติ ควรหยุดใช้เครื่องก่อน เพราะเลขกำกับเอกสารที่ออกโดยเครื่อง POS จะมีการเรียงลำดับอยู่ ถ้าใช้โดยมีการออกเอกสารก่อนการนุมัติก็จะมีความผิดทางกฎหมาย”

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

Learn More

ระบบการจัดการร้านค้าเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับธุรกิจค้าปลีกในยุคปัจจุบัน เพราะช่วยให้การดำเนินงานของร้านค้าเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยระบบนี้ประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ครอบคลุมทุกด้านของการจัดการร้านค้า

 

การใช้ระบบการจัดการร้านค้านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การดำเนินงานรวดเร็วและทันสมัยเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ในการบันทึกข้อมูลหรือการคำนวณต่างๆ

 

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ระบบการจัดการร้านค้าปัจจุบันมีราคาที่เหมาะสมและมีหลากหลายตัวเลือกให้กับเจ้าของธุรกิจ ทำให้พวกเขาสามารถเลือกใช้ระบบที่ตรงตามความต้องการและงบประมาณของตนเองได้

 

การลงทุนในระบบการจัดการร้านค้าจึงเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดและคุ้มค่า เพราะมันจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของคุณมีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

 

ข้อแตกต่างของระบบจัดการร้านค้าแบบดั้งเดิมและแบบเก่า

ระบบจัดการร้านค้าแบบดั้งเดิม

ระบบจัดการร้านค้าแบบดั้งเดิม

  1. การบันทึกข้อมูล : การบันทึกข้อมูลส่วนใหญ่ทำด้วยมือ อย่างเขียนลงสมุดบันทึก หรือ พิมพ์ลงคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บข้อมูล
  2. การติดตามสินค้า : ต้องตรวจสอบสต็อกสินค้าและทำรายการด้วยตัวเอง อาจจะเป็นการนับจำนวนและบันทึกลงกระดาษเป็นหน้าๆ
  3. การบริการลูกค้า : พนักงานต้องทำงานหลายอย่างและบางครั้งก็ต้องทำงานซ้ำซาก
  4. การจัดการการขาย : ใช้เครื่องคิดเลขหรือบันทึกด้วยตนเอง อาจใช้เครื่องคิดเงินแบบดั้งเดิม
  5. การจัดการทรัพยากรมนุษย์ : ใช้การบันทึกเวลาด้วยมือหรือตารางเวลาที่พิมพ์ออกมา
  6. ความยืดหยุ่น :  ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ต้องทำด้วยตัวเอง
  7. การป้องกันข้อมูล  : มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียข้อมูลหรือการถูกลักขโมย
  8. ความแม่นยำ : ความแม่นยำค่อนข้างต่ำหากไม่ชำนาญ อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายเนื่องจากทำทุกอย่างด้วยมือ

ระบบจัดการร้านค้าแบบใหม่

ระบบจัดการร้านค้าแบบใหม่:

  1. การบันทึกข้อมูล : ใช้ระบบคอมพิวเตอร์และระบบซอฟต์แวร์เฉพาะทาง ที่ทำงานหน้าที่แทนมนุษย์ได้สมบูรณ์ 
  2. การติดตามสินค้า : มีระบบสแกนบาร์โค้ดหรือ RFID เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงสต็อกสินค้าได้ง่ายและรวดเร็ว
  3. การบริการลูกค้า : มีฐานข้อมูลลูกค้าและประวัติการซื้อ เพื่อให้บริการที่ดีขึ้น จากการวิเคราะห์ข้อมูล
  4. การจัดการการขาย: ใช้ระบบ POS (Point of Sale) ที่ทันสมัย สามารถบันทึกการขาย คำนวณยอดเงิน และออกใบเสร็จได้อย่างรวดเร็ว
  5. การจัดการทรัพยากรมนุษย์ : มีระบบการจัดการทรัพยากรมนุษย์อัตโนมัติ
  6. ความยืดหยุ่น : สูง สามารถปรับเปลี่ยนและอัพเดทข้อมูลได้อย่างง่ายดาย
  7. การป้องกันข้อมูล : มีระบบการสำรองข้อมูลและการป้องกันข้อมูลที่ปลอดภัย เชื่อถือได้
  8. ความแม่นยำ : สูง ข้อผิดพลาดน้อยเนื่องจากการอัตโนมัติและการตรวจสอบข้อผิดพลาด

การใช้ระบบใหม่ช่วยให้การจัดการร้านค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาด และสามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น แต่ก็อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้อซอฟต์แวร์และฝึกอบรมพนักงานให้เข้าใจในการใช้งานระบบใหม่

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

 

Learn More