วิธีการเจาะกลุ่มลูกค้าในธุรกิจ Multi-Brand Store

การเจาะกลุ่มลูกค้าสำหรับธุรกิจ Multi-Brand Store หรือร้านค้าที่ขายหลายแบรนด์สามารถทำได้โดยการใช้กลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ความเข้าใจลูกค้าและการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อที่จะสามารถเจาะรายละเอียดในกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การเจาะกลุ่มลูกค้าและทำเลในธุรกิจ Multi-Brand Store

 

ขั้นตอนเจาะกลุ่มลูกค้าในธุรกิจ Multi-Brand Store

  1. การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า: สำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดของลูกค้าที่คุณมี ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัว, ประวัติการซื้อ, พฤติกรรมการใช้งาน, ความชอบ, ความสนใจ, และรีวิว ซึ่งสามารถช่วยให้คุณเข้าใจลูกค้าของคุณได้ดีขึ้น
  2. การกำหนดเป้าหมายสำหรับกลุ่มลูกค้า: หลังจากที่คุณได้รวบรวมข้อมูลแล้ว คุณควรจะนำข้อมูลนั้นมาสร้างกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน เช่น ลูกค้าที่ชอบแบรนด์ A, ลูกค้าที่ชอบแบรนด์ B, ลูกค้าที่มีส่วนตัวเป็นอย่างไร, ลูกค้าที่ชอบสินค้าประเภทไหน
  3. การสร้างโปรไฟล์ลูกค้า: จากกลุ่มลูกค้าที่คุณได้กำหนดไว้ คุณควรจะสร้างโปรไฟล์ลูกค้า ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ ความชอบ ความสนใจ รวมถึงข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสร้างและปรับแผนการตลาดของคุณ
  4. การปรับแผนการตลาด: ใช้ข้อมูลที่คุณได้มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและโปรไฟล์ลูกค้าในการสร้างแผนการตลาดที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มลูกค้า เช่น โปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่ชอบแบรนด์ A, การสื่อสารที่เฉพาะเจาะจงสำหรับลูกค้าที่ชอบสินค้าประเภท B
  5. การประเมินผล: อย่าลืมตรวจสอบและประเมินผลการเรียกดู ตรวจสอบว่าแผนการตลาดของคุณสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ได้หรือไม่ หากไม่ คุณต้องการปรับปรุงแผนการตลาดของคุณให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

จำไว้ว่า การทำธุรกิจ Multi-Brand Store นั้น เรื่องสำคัญคือการเข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน ทั้งนี้จะทำให้คุณสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและเพิ่มยอดขายของคุณได้.

 

การเลือกทำเลที่ตั้งของร้าน

เปิดหน้าร้านออฟไลน์ทั้งที คือลงทุนเปิดหน้าร้านจริงๆแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ไม่พูดไม่ได้คือ “ทำเล” ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง และ ถึงแม้ทำเลไม่ดี ปัจจุบันนี่เราก็มีเครื่องมือช่วยโปรโมท ให้ลูกค้ารู้จักที่ตั้งของร้าน เราสามารถทำการตลาดออนไลน์ร่วมด้วย และอย่าลืมที่จะปักหมุดชื่อร้าน ในGoogle หรือเพจ  เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้าหาที่ตั้งร้านเจอ ได้ง่ายๆ 

  

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับทำเลและการเปิดร้าน ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทำเลทั้งตั้งเปิดร้านมัลติแบรนด์หรือค้าปลีก

  1. ตั้งร้านอยู่ในที่ ๆ ผู้คนพลุกพล่าน – เป็นพื้นฐานของการเลือกทำเลที่ตั้ง หลักๆคือการเลือกย่านชุมชุน มีผู้คนผ่านไปมา
  2. สำรวจผู้คนในบริเวณนั้น – เลือกบริเวณที่มีกลุ่มคนตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มลูกค้าวัยรุ่นก็ควรเลือกทำเลที่มีวัยรุ่นเยอะๆ อาจเป็นใกล้รร. หรือ มหาลัย, กลุ่มวัยทำงานก็อยู่ใกล้ออฟฟิศ , ลูกค้าประเภทครอบครัว ก็อาจจะเลือกโซนที่มีหมู่บ้านชุก, ชาวต่างชาติก็เลือกเปิดร้านย่านที่ชาวต่างชาติมักจะไป เป็นต้น
  3. ตรวจสอบนโยบายสถานที่ – เช่น จะมีการก่อสร้างในบริเวณนั้นหรือเปล่านานหรือไม่  มีเงื่อนไขอะไร เช่น จำกัดขนาดป้ายร้านหรือไม่ ห้ามขายสินค้าอะไรหรือไม่?
  4. เช็คลิสต์ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม – เช่น ค่าปรับปรุงรีโนเวดร้าน ค่าบำรุง ค่าส่วนกลาง
  5. สำรวจคู่แข่งแถวทำเลนั้น – การไม่มีคู่แข่ง หรือมีคู่แข่งน้อยสุดในทำเลนั้นจะดีที่สุด  ถ้ามีสไตล์ร้านซ้ำกันควรเลี่ยง หรืออาจหาร้านใกล้เคียงที่ขายสินค้าสอดคล้องกับเรามาเป็นpartner ก็เป็นเรื่องที่ดี
  6. การเดินทาง – การเดินทางของคุณไปถึงหน้าร้าน ไม่ควรใช้ระยะเวลานานเกิน จะได้ไปดูร้านสำรวจร้านได้ง่ายๆ เสมอ
  7. เช็คปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติม  
  • มีที่จอดรถพอไหม? 
  • มีห้องน้ำสำหรับพนักงานและลูกค้าหรือยัง? 
  • แถวนั่น บรรยากาศเป็นยังไง ต้องก่อสร้าง ตกแต่งเพิ่มเติม ให้เข้ากับบรรยากาศมากขึ้นไหม? 
  • ทำเล ทิศร้าน มองเห็นง่าย ใกล้ที่ไหนสะดุดตามั้ย หรือบางคนเชื่อเรื่องทิศ ฮวยจุ้ย ก็ไปดู 
  • มีสถานีตำรวจใกล้เคียงบริเวณนั้นหรือไม่? 
  • มีสถานีดับเพลิงในชุมชนหรือเปล่า? 
  • เป็นต้นนะตะ เรื่องที่เกี่ยวกับทำเล และการเปิดหน้าร้าน 

 

บทความแนะนำ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

Learn More

สำหรับคนที่กำลังคิดจะเริ่มทำธุรกิจ มักจะมีคำถามว่า ขายอะไรดี เปิดร้านแนวไหนดีที่สุด ทำยังไงให้ลงทุนน้อยแล้วเกิดผลกำไรที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหน้าร้านค้า ขายออนไลน์ หรือรับฝากขายสินค้า  ปัจจุบันนี้การขายของกำลังเป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหน้าร้านขายของ หรือขายออนไลน์ ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ มีรายได้ที่สูงได้ เพียงอาจต้องวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าและความต้องการของสินค้าให้ได้ว่า เทรนด์ปัจจุบันสินค้าไหนมีโอกาสขายได้ดี สินค้าสไตล์ไหนที่กลุ่มลูกค้าในจุดที่ไปขายมีโอกาสตัดสินค้าซื้อ ทำการตลาดยังไงให้ร้านค้าประสบความสำเร็จ

สำหรับใครที่สนใจจะลงทุนขายสินค้า อยากลองหาสินค้ามาลองขายในเวลาว่าง หรืออยากลองเปิดหน้าร้านค้าเป็นของตัวเอง แต่ยังไม่แน่ในว่าจะขายสินค้าประเภทไหนดีหรือควรเจาะลูกค้ากลุ่มไหน วันนี้มัลตี้มีไอเดียในการเปิดร้านค้ามัลติแบรนด์มาแชร์ เผื่อช่วยให้เพื่อนๆที่กำลังคิดจะเปิดร้านค้า อ่านแล้วตัดสินใจได้ง่ายขึ้น จะมีอะไรบ้างไปลองอ่านกันเลย 

 

ขายอะไรดี หากเป็นผู้ประกอบการมือใหม่หรือมีทุนน้อย

คนส่วนมากมักคิดว่าการขายของเป็นเรื่องยากที่จะทำให้มีรายได้สม่ำเสมอ เลยส่งผลให้คนไม่กล้าที่จะเข้ามาสู่อาชีพค้าขายแบบเต็มตัว นอกเหนือจากนั้น ปัญหาหลักๆของการเริ่มค้าขาย คือ การมีเงินทุนน้อย แต่ปัญหานั้นจะหมดไป ถ้าคุณอยากค้าขาย แต่ไม่รู้จะขายอะไรดีและใช้เงินทุนให้น้อยที่สุด เราขอแนะนำให้คุณลองเป็นตัวแทนจำหน่ายของสินค้าที่มีความนิยมอยู่แล้ว หรือ ถ้าคุณมีร้านที่ว่างอยู่แล้ว เราขอแนะนำให้คุณลองรับฝากขายสินค้า

 

โดยการเป็นตัวแทนจำหน่ายนั้นก็มีข้อดีหลักๆ คือ ใช้เงินทุนน้อย ไม่ต้องสต๊อกสินค้า แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน คืออาจมีกำไรไม่มากนั่นเอง ในส่วนของการรับฝากขายสินค้านั้น มีกำไรมาจาก GP หรือ ค่าคอมมิชชั่น ของสินค้าที่ขายได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสินค้าที่เรารับฝากขายและค่า GP ที่เราได้รับจากการขายสินค้า(ร้านรับฝากขายมักจะตั้ง GP อยู่ที่ 30%)

 

5 ไอเดียธุรกิจ เปิดร้านค้ามัลติแบรนด์ ขายอะไรดี  Update ปี 2023

ร้านเสื้อผ้า 240566

1.ร้านเสื้อผ้า

การเปิดร้านขายเสื้อผ้าเป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นยุคไหน เนื่องจากเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มถือเป็นปัจจัย 4 ของทุกคน ส่งผลให้เกิดการแข่งขันสูง แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับการทำ branding และการปรับตัวตามยุคตามสมัยให้ทันของแต่ละร้าน ถึงแม้ว่าคุณจะเปิดหน้าร้านในการขายของ แต่การเพิ่มช่องทางการขายให้มากขึ้น อย่างช่องทางออนไลน์ก็เป็นส่วนสำคัญ เช่น การขายผ่านช่องทางออนไลน์ การลงขายผ่านแอปพลิเคชันที่รับฝากขายและเป็นที่นิยม อาทิเช่น Shopee Lazada รวมไปถึงการไลฟ์สดขายเสื้อผ้าผ่านโซเซียลมีเดียอย่าง Facebook Tiktok การขายเสื้อผ้านั้นค่อนข้างมีหลากหลายสไตล์ และมีคู่แข่งจำนวนมาก ร้านค้าจึงความให้ความสำคัญกับ การพัฒนาสินค้า การเลือกสถานที่ตั้งร้านค้า การวิเคราะห์คู่แข่ง และกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ร้านของคุณโดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่ง นอกจากนั้นการเลือกแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขายในร้านค้าก็เป็นสิ่งสำคัญ ร้านค้าควรเลือกแบรนด์ที่คอนเซปต์ไม่แตกต่างจากร้านค้ามาก เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักมีโอกาสซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น

ร้านเครื่องเขียน 240566

2.ร้านเครื่องเขียน หรือ stationery

ร้านขายเครื่องเขียนหรือ stationery ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มาแรงอย่างมาก เป็นร้านที่ขายดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนในทุกปี  ยิ่งร้านขายเครื่องเขียนที่อยู่ใกล้สถานศึกษาล้วนได้รับความนิยมเพราะฉะนั้นการเลือกที่ตั้งร้านเป็นสิ่งที่สำคัญ

สินค้า stationery เป็นสินค้าประเภท เครื่องเขียนและรวมไปถึงกิ๊ฟช้อป ของกระจุกกระจิกน่ารัก ในร้านต้องมีสินค้าหลากหลายให้ลูกค้าเลือก ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ต้องมีราคาไม่แพง จับต้องได้ ตามกลุ่มเป้าหมายลูกค้า เพราะเหตุนั้น คุณจะมีโอกาสขายได้มากขึ้น

ปัจจุบันแบรนด์ stationery สินค้าฝากขายนั้นมีค่อนข้างมาก การเลือกแบรนด์สินค้ามาลงฝากขายให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าในโซนที่ร้านค้าอยู่จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทางร้านค้าควรศึกษากลุ่มลูกค้าในบริเวณร้านว่าสินค้าสไตล์ไหนของคู่แข่งขายดี หรือรับฝากขายสินค้าให้ตรงกับคอนเซปต์ร้านค้า เพื่อให้เกิดการซื้อเพิ่มจากสินค้าที่ขายดีอยู่แล้ว หรือพยายามคัดแบรนด์ที่อัพเดทสินค้าใหม่ๆให้ตามเทรนด์อยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้าเก่าเกิดการกลับมาซื้อซ้ำ

ร้านเครื่องสำอาง 240566

3.ร้านเครื่องสำอาง 

เครื่องสำอางก็เป็นสินค้าที่น่าสนใจ ในปัจจุบัน 2023 นี้ ไม่ว่าจะเพศไหนๆ ก็ต่างให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ภายนอก โดยเฉพาะเหล่าผู้หญิง ข้อดีของการขายเครื่องสำอางและสกินแคร์ คือ สินค้าสามารถเก็บไว้ได้นาน ไม่ต้องขายให้หมดในวันเดียว สามาถนำไปขายต่อได้ในวันถัดไป หรือจะขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีกลุ่มลูกค้าใช้แพลตฟอร์มอยู่มากก็ได้ เพื่อเพิ่มยอดขายและเป็นการสร้างการมองเห็น แต่การขายเครื่องสำอาง คุณก็ต้องอัพเดทไอเทม เทรนด์ เครื่องสำอางใหม่ๆ อยู่เสมอ และพยายามติดตามบิวตี้บล็อกเกอร์รีวิวเครื่องสำอางเข้าไว้จะได้ไม่ตกเทรนด์

ร้านขายเครื่องประดับ 250566

4.ร้านเครื่องประดับ

เครื่องประดับก็เป็นอีกนึงสินค้าสำหรับของเหล่าแฟชั่นนิสต้า ที่อยากเสริมลุคให้ดูคอมพลีทมากยิ่งขึ้น ร้านเครื่องประดับควรมีสินค้าหลากหลายสไตล์ให้ลูกค้าเลือกซื้อ หรือ รับฝากขายแบรนด์เครื่องประดับที่น่าสนใจมาขาย จะช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น แต่การขายเครื่องประดับก็ต้องมีการอัพเดทสไตล์สินค้าบ้าง เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์และเป็นที่นิยมอยู่ตลอดเวลา นั่นจะสามารถทำให้คุณมียอดขายที่ดีอยู่เสมอ สุดท้ายการเพิ่มช่องทางการขายให้มากขึ้น ทั้งออนไลน์และหน้าร้านควบคู่กันไป จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเมื่อลูกค้าเห็นสินค้าจากทางออนไลน์แล้ว เกิดความสนใจ ลูกค้าสามารถไปเยี่ยมชมสินค้าจริงที่หน้าร้านของเราได้ นั่นก็เป็นอีกแนวทางในการกระตุ้นการซื้อของลูกค้า

ร้านขายอุปกรณ์ไอที 250566

5.ร้านขายอุปกรณ์ไอที

ต้องพูดกันตามตรงว่าโลกของเราก้าวเข้าสู่ยุคที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างเต็มรูปแบบ ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สามารถเรียกได้เลยว่าเปลี่ยนแปลงไปแบบก้าวกระโดด ดังนั้นการเปิดร้านขายอุปกรณ์ไอทีที่รวมสินค้าหลากหลายประเภทการใช้งาน และหลากหลายแบรนด์ ควรเลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและคุณภาพ เช่น อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์สำหรับคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค หรือไอแพด เป็นต้น และควรเพิ่มช่องทางการขายให้มากที่สุด ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ส่วนแหล่งรับสินค้ามาขายก็สามารถหาได้จากการติดต่อซื้อขาย ทำสัญญาต่างๆ กับแบรนด์นั้นๆ โดยขั้นตอนการรับฝากขายนั้นอาจจะซับซ้อนเกินไป ถ้าคุณไม่มีระบบจัดการร้านค้าอย่าง MultiOne 

 

ขายอะไรดี อยากเปิดร้านมัลติแบรนด์ให้ปัง ต้องเตรียมตัวให้ดีตั้งแต่เริ่ม

หลังจากที่ตัดสินใจได้ว่าจะ ขายอะไรดี สิ่งต่อมาที่ต้องทำคือ การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดร้าน ทั้งการตั้งชื่อร้าน การหาสินค้า หาทำเลที่ตั้ง หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จะลงขายสินค้า การวิเคราะห์ตลาด วิเคราะห์คู่แข่ง เพื่อวางแผนการขายและการทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย คือ ระบบจัดการร้านค้า เข้ามาช่วยในการทำงาน โดยหากเปิดหน้าร้านและออนไลน์ ควรมีระบบอย่าง POS หรือระบบจัดการร้าน เข้ามาช่วยในการคิดเงิน เช็คสต๊อก เช็คยอดขาย เก็บของมูลต่างๆ ช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นระบบที่ตอบโจทย์ทุกการขาย จะร้านค้าปลีก ร้านรับฝากขายหรือร้านมัลติแบรนด์ก็เอาอยู่!

 

บทความแนะนำ

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

 

Learn More

ร้านมัลติแบรนด์ ที่กำลังเริ่มกิจการใหม่นั้น ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ? หากอยากเป็น ร้านมัลติแบรนด์ ที่ประสบความสำเร็จ

multy chart shop

กลยุทธ์ multi-brand คือ วิธีการของบริษัทในการสร้าง กำหนดรูปแบบ และโฆษณาแบรนด์ต่างๆ 

โดยการใช้แบรนด์ การมีพอร์ตโฟลิโอผลงานของแบรนด์นั้น บริษัทสามารถเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มีคุณสมบัติและวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายและสามารถกำหนดเป้าหมายเฉพาะสำหรับลูกค้าและตลาดที่ต้องการได้

ร้านค้าควรพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยบางอย่างในแต่ละแบรนด์ ในกลยุทธ์ Multi-brand ซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ของแบรนด์ กลุ่มเป้าหมาย และความแตกต่างจากการแข่งขัน แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะต้องนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ซึ่งช่วยแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ 

องค์ประกอบที่สำคัญของกลยุทธ์ Multi-brand

ก่อนที่เราจะประสบความสำเร็จนั้นเราควรทราบถึงองค์ประกอบที่สำคัญก่อนที่

1.เป้าหมาย: กลยุทธ์ Multi-brand ช่วยทำให้ธุรกิจของคุณบรรลุเป้าหมาย ช่วยทำให้ธุรกิจทำเงินได้มากขึ้น การตัดสินใจกำหนดเป้าหมายเมื่อวางแผนกลยุทธ์ Multi-brand นั้นสามารถช่วยให้บริษัทของคุณนั้นทำการตลาด วางแผนการขายที่รอบคอบและมีเป้าหมายได้

2.ความสม่ำเสมอ: หากแบรนด์ของบริษัทในกลยุทธ์ Multi-brand มีความสอดคล้องกันในด้านคุณภาพ ภาพลักษณ์ และวัตถุประสงค์ ลูกค้าจะจดจำและนึกถึงได้ง่ายขึ้น การรักษาความสอดคล้องกันของแบรนด์ต่างๆ หลายๆแบรนด์ในบริษัท สามารถช่วยแยกความแตกต่างจากแบรนด์อื่นได้

3.การมีอารมณ์ร่วม: แบรนด์ในกลยุทธ์ Multi-brand สามารถดึงดูดอารมณ์หรือความรู้สึกที่แตกต่างกันเพื่อดึงดูดลูกค้าที่มีแตกต่างกันทางอารมณ์ เช่น แบรนด์ๆหนึ่งของบริษัทอาจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าแบรนด์อื่นๆ ซึ่งสามารถดึงดูดความรู้สึกของลูกค้าเกี่ยวกับการรักษ์สิ่งแวดล้อมได้

4.ความยืดหยุ่น: ในกลยุทธ์ Multi-brand ธุรกิจจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถแก้ปัญหา ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง และสถานการณ์อยู่เสมอ ซึ่งหมายถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อให้ทันกับเทรนด์ในปัจจุบันอยู่เสมอ

เคล็ดลับในการสร้างกลยุทธ์ multi-brand มีอะไรบ้าง

เคล็ดลับในการสร้างกลยุทธ์ Multi-brand มีอะไรบ้าง

เช็คความสามารถตัวเอง: ก่อนการสร้างกลยุทธ์ Multi-brand ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าเรามีทรัพยากรเพียงพอที่จะใช้เวลา ความพยายาม และเงินเพื่อสร้างแบรนด์ที่แยกกันจากการตลาด

การสร้างเป้าหมาย: การสร้างเป้าหมายสำหรับกลยุทธ์ Multi-brand จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถติดตามความคืบหน้าได้ โดยคำนึงถึงเป้าหมายตลอดกระบวนการทางการตลาด

การเลือกมูลค่าแบรนด์ของตัวเอง: ลูกค้ามักจะตอบรับในเชิงบวก หากแบรนด์มีหลักการ ความเชื่อ และค่านิยมที่ชัดเจน จะสามารถดึงดูดลูกค้าให้มาภักดีกับแบรนด์ของคุณได้

เน้นแบรนด์เฉพาะกลุ่ม: แบรนด์ต่างๆ มีมากมาย จึงเป็นความคิดที่ดีที่จะทำให้ลูกค้าเข้าใจถึงความแตกต่างในแต่ละแบรนด์ เน้นถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละแบรนด์เพื่อให้แบรนด์มีจุดเด่นของตัวเองและให้ประโยชน์ที่เฉพาะตัวให้ลูกค้าจะได้รับ

สร้างแบรนด์ของคุณ: สร้างแบรนด์แต่ละแบรนด์ ด้วยการนำไปใช้กับโลโก้ หน้าโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ ป้ายโฆษณา และอื่นๆ การตลาดประเภทนี้สามารถช่วยให้แบรนด์ดูเป็นทางการและทำให้ลูกค้าไม่เกิดความสับสนกัแบรนด์อื่นๆ

ดำเนินการวิเคราะห์คู่แข่ง: การวิเคราะห์คู่แข่งคือการประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่งที่แท้จริงและมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในบริษัท การวิเคราะห์นี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจอุปสรรคต่อความสำเร็จที่เป็นไปได้และวิธีก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้น

อะไรคือสิ่งที่ต้องเตรียมเพื่อให้ร้านค้าปลีก multi-brand ประสบความสำเร็จ?

        ด้วยความที่ว่าสินค้ามีหลายประเภท ร้าน multi-brand จึงสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและทันกับเทรนด์ใหม่ล่าสุดเสมอ ด้วยความหลากหลายของแบรนด์ที่คุณได้รับ ร้านของคุณจึงสามารถสร้างความเหนือกว่าในตลาดและคู่แข่งของคุณได้

        ลูกค้าจะเลือกร้านของคุณเสมอเนื่องจากการอัพเดทที่รวดเร็วและการปรับตัวสูงให้เข้ากับความต้องการของตลาด

โฆษณาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

        ด้วยแบรนด์ที่มากกว่าหนึ่งแบรนด์ในร้านค้าของคุณ คุณสามารถรับการสนับสนุนจากแบรนด์พาร์ทเนอร์ที่มาลงฝากขายในด้านการตลาด แทนที่จะโฆษณาด้วยตัวเอง คุณมีแบรนด์อื่นๆ โปรโมทภาพของคุณต่อผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ใช่เน้นแค่การโปรโมทร้านค้าของตัวเอง แต่ร้านค้าก็ควรโปรโมทสินค้าของแบรนด์ที่นำมาลงขายให้ดีด้วย

multibrand store blog

        นอกจากนี้ คุณยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมเพื่อแสดงจุดแข็งของคุณ พาร์ทเนอร์แบรนด์จำนวนมากถือว่าเป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีความน่าเชื่อถือได้ ความหลากหลายเป็นพ้อยหลักที่ทำให้ชนะใจลูกค้า ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและลดระยะเวลาการทำการตลาด

จัดระเบียบงบประมาณอย่างถูกต้อง

การให้ความร่วมมือกับแบรนด์อื่นจำนวนมากๆ นั้นยังหมายถึงการประหยัดทรัพยากรจำนวนมาก ที่ต้องจัดการให้เป็นระบบอีกด้วย

        1.ร้านค้าช่วยให้แบรนด์ออนไลน์ขายสินค้าได้มากขึ้น ดังนั้นจะมีค่าธรรมเนียมสำหรับแบรนด์อื่นๆที่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณดูแลและยกระดับร้านค้าให้มีระดับ และสไตล์ตรงตามแบรนด์ที่นำมาลงขายอยู่ด้วย ซึ่งการจัดการสินค้าและแต่ละแบรนด์ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญ

        2.ขั้นตอนต่อไป ในฐานะร้านค้าปลีก multi-brand คุณไม่จำเป็นต้องมีสินค้าคงคลัง เนื่องจากแต่ละแบรนด์จะมีพื้นที่จัดเก็บของตัวเอง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่และทรัพยากรบุคคลเพื่อติดตามและพัฒนาสินค้า แต่ร้านค้าก็ต้องมีการติดตาม คาดการณ์การเติมสินค้าและคัดเลือกสินค้าใหม่ๆ ที่ต้องการนำมาลงขายให้ดี

ได้รับอนุญาตจากแบรนด์ที่ให้ความร่วมมืออื่น ๆ

        จะไม่มีความหมายอะไรสำหรับร้านค้าที่มีผู้ค้าหลายรายที่ไม่มีแบรนด์ใดทำงานด้วย ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือติดต่อธุรกิจที่เลือกให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ และเสนอให้พวกเขาขายผลิตภัณฑ์ของพวกเขา

        การขออนุญาตจะชี้แจงกระบวนการและผลกำไรของแต่ละฝ่าย รวมทั้งเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างแบรนด์เพื่อหลีกเลี่ยงการโกง

สร้าง workflow สำหรับการสั่งซื้อและการจัดการจัดส่งสินค้า

workflow1

        เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น ควรจัดทำแผนครอบคลุมสำหรับคำสั่งซื้อและการจัดการจัดส่งสินค้า ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต่างๆ การติดตามธุรกรรมทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญ workflow ที่ชัดเจนยังช่วยให้คุณสร้างประสบการณ์ของลูกค้าที่น่าพึงพอใจ ซึ่งจะลดการเสียรายได้จากสินค้าขาด

เลือกแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เหมาะสมกับคุณ

        ด้วยความบูมของอีคอมเมิร์ซ การนำร้าน multi-brand ออนไลน์ จึงเป็นกลยุทธ์ของเจ้าของกิจการจำนวนมากในขณะนี้ การสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ซึ่งน่าเชื่อถือ ปรับขนาดได้ และปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้เลยหากมีบริการที่ไม่เสถียรกับผู้ใช้งาน

        ซึ่งทาง MultiOne เราก็มีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้งานแพลตฟอร์มในการใช้ Line OA ได้ ฟรี !!

ต้องทำอย่างไรถึงจะชนะในเกมค้าปลีก multi-brand ได้?

        ต่อไป ให้เราแสดงวิธีชนะ multi-brand game ด้วยการเตรียมการอย่างระมัดระวังและการเดินเกมอย่างชาญฉลาด คุณสามารถเพิ่มยอดขายได้สูงกว่าที่คุณคาดไว้

เข้าใจเป้าหมายของคุณ

        เป้าหมายสูงสุดของทุกธุรกิจคือ การทำให้ลูกค้าซื้อมากขึ้นและเราได้รับกำไร ดังนั้น หากคุณไม่เข้าใจลูกค้าของคุณ คุณจะไม่สามารถเอาชนะธุรกิจใดๆได้ สำหรับร้านค้าที่มีผู้ค้าหลายราย ปัญหานี้จะมีความรุนแรงกว่า: คุณขายผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ มากมาย แต่ถ้าหากพวกเขาไม่ตอบสนองต่อความต้องการของเป้าหมาย คุณจะไปต่อไม่ได้ มันจะเป็นปัญหาใหญ่ไม่เพียงแต่ธุรกิจของคุณอย่างเดียวแต่รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ของคุณด้วย ดังนั้นอย่าลืมทำการวิจัยผลิตภัณฑ์และการตลาดก่อนทำการตัดสินใจครั้งใหญ่

มั่นใจได้ถึงกระบวนการที่คล่องตัวและได้มาตรฐาน

รักษาคุณภาพการบริการ customer service quality

        จากการวิจัยพบว่า ลูกค้า 74% เดินจากไปเพราะว่า การบริการลูกค้าที่ไม่ดีและกระบวนการซื้อที่ยากลำบาก ในขณะที่เปอร์เซ็นต์เดียวกันตกหลุมรักแบรนด์สำหรับการสนับสนุนที่เป็นประโยชน์ ในฐานะที่เป็นร้านค้า multi-brand คุณควรรักษาคุณภาพการบริการอย่างสม่ำเสมอ

        การใช้งานเกตเวย์การชำระเงินที่ปลอดภัยและชาญฉลาดจะช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการเดินทางช้อปปิ้งที่ร้านค้าของคุณ

ตรวจสอบเป็นประจำ

        การจัดการแบรนด์ต่างๆ มากมายอาจเป็นงานที่เหนื่อย แต่อย่าลืมติดตามเป็นประจำ รายงานเพื่อตอบคำถามสำคัญ เช่น ‘มีสินค้าคงคลังหรือไม่’ หรือ ‘ประสิทธิภาพของแบรนด์ A ในเดือนนี้เป็นอย่างไรบ้าง’ ควรดำเนินการอย่างถี่ถ้วนเสมอ ข้อมูลนี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ในอนาคตของคุณ

        นอกจากนี้ การตรวจสอบบ่อยๆ ยังช่วยให้คุณอัปเดตและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในโลกสมัยใหม่ได้

        ร้านค้า multi-brand เริ่มคุ้นเคยกับผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการแก้ไขปัญหาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการลดต้นทุน จากความต้องการในทางปฏิบัติ คุณสามารถเลือกเส้นทางนี้เพื่อนำธุรกิจของคุณไปสู่ระดับใหม่ในการสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในตลาดได้

        แม้ว่าการจัดการร้านค้าปลีกหลายรายอาจเป็นเรื่องที่ยาก แต่เมื่อคุณเอาชนะความท้าทายไปได้ หน้าร้านค้าของคุณและแบรนด์ที่มาลงฝากขาย จะสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นจุดแข็งช่องทางหนึ่งที่ทำให้ร้านค้าอยู่เหนือคู่แข่ง ดังนั้นกลยุทธ์ Multi-brand จึงเป็นได้ทั้ง ทางแก้ไขปัญหา และความท้าทาย สำหรับร้านค้าในการเติบโตแบบก้าวกระโดด

         ผู้ค้าจำนวนมากเลือกใช้แพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมต่อกับหลายช่องทางเพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนการจัดการของร้านค้าหลายช่องทาง ด้วยวิธีนี้ เจ้าของร้านค้าสามารถรวมสินค้าคงคลังเข้ากับช่องทางการขายทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย และตรวจสอบทุกอย่างในที่เดียว

        ซึ่งจะขาดไปไม่ได้เลย MultiOne ระบบจัดการสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับร้าน Multi-brand ครบ จบในที่เดียว 

        หากสนใจร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ MultiOne คลิกที่นี่ เรามีแบรนด์สินค้า และ ร้านค้าพาร์ทเนอร์ ในระบบมากมายให้คุณเลือก พร้อมด้วยฟังก์ชั่นระบบหลังบ้านที่ครบครัน ช่วยให้การจัดโปรโมชั่นระหว่างร้านกับแบรนด์ เป็นเรื่องง่ายขึ้น.

และถ้าอยากติดตามการแนะนำของน้องมัลตี้ในเรื่องอื่น ๆ ล่ะก็ เข้าไปดูได้เลย ที่นี่  และ มารอติดตามกันว่า น้องมัลตี้จะเอาอะไรมาฝาก ในครั้งหน้าได้ ที่นี่

Learn More

ร้านมัลติแบรนด์ เทรนด์ยุคใหม่ที่หลายคนจับจ้อง เพราะอะไร ?? ทำไมร้านค้าถึงต้องเปลี่ยนมาเป็น ร้านมัลติแบรนด์ น้องมัลตี้จะพาทุกคนไปดูกัน!!!!

ปัจจุบันในเมื่อร้านค้า Online ได้รับความนิยมมาก จึงเป็นต้นกำเนิดของร้านที่จะนำ Brand สินค้าที่มีคุณภาพ ตรง Concept ของร้านมาลงฝากขาย โดยร้าน Multibrand จะได้รับรายได้จากการ “ให้เช่าพื้นที่ฝากขาย” หรือ “ค่า % คอมมิชชัน” ทางใดทางหนึ่ง หรือจะเก็บเป็นทั้งคู่จาก Brand เลยก็ได้

แบรนด์ออนไลน์ผลิตสินค้าออกมาก็ต้องการหาช่องทางที่จะขายสินค้าออกไป เพราะยุคนี้การขายออนไลน์ช่องทางเดียวก็คงไม่พออีกต่อไปหรือบางทีแบรนด์ออนไลน์อาจจะยังไม่พร้อมเปิดหน้าร้าน

พ่อค้าแม่ค้าหน้าร้านก็ต้องการที่จะหาของมาขาย ไม่ว่าจะเพราะที่ว่างในร้านเหลือ หรืออยากเพิ่มความหลากหลายของสินค้าภายในร้าน ความต้องการของทั้งคู่จึงมาพบเจอกัน เกิดเป็นโมเดลธุรกิจนี้ขึ้นมานั่นก็คือ !?

ร้านมัลติแบรนด์ (Multi-Brand Store) ร้านค้าที่รวบรวมสินค้าจากหลากหลายแบรนด์มาวางขายไว้ในร้านเดียว จุดเด่นหลักของร้านมัลติแบรนด์คือการมีสินค้าที่หลากหลายแต่ยังคงคอนเซ็ปต์ของร้านได้จากการเลือกแบรนด์ที่มีสินค้าสไตล์เดียวกันมาลงขาย เป็นแนวทางใหม่ที่ส่งผลดีและน่าสนใจในการขยายฐานลูกค้าหลักให้กับร้านค้า

ซึ่งร้านมัลติแบรนด์นั้นไม่ได้จำกัดแค่เพียง เสื้อผ้าแฟชั่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีทั้งสินค้าประเภท lifestyle cosmetic Handmade DIY และ stationery ที่ได้รวบรวมสารพัดสินค้าหลากสไตล์ หลายราคาไว้ด้วยกัน

เทรนด์อีคอมเมิร์ซยุคใหม่ ยกร้าน Online สู่ On Shelves

[/vc_column_text]

คนยุคใหม่ 2022 ถึงแม้จะช้อปออนไลน์กระจายแล้ว แต่ก็ยังขาดไม่ได้ที่จะไปช้อปต่อที่หน้าร้านค้า เกิดเป็นเทรนด์ของร้านรูปแบบ Multi-Brand ร้านค้าที่รวบรวมแบรนด์สินค้าชื่อดังบนโลกออนไลน์ไว้ด้วยกันในร้านเดียว ตอบโจทย์พฤติกรรมการชอปปิ้งแบบไร้รอยต่อของคนไทย ทำให้ยุคนี้เกิดร้านแบบ Multi-Brand อยู่เกือบทุกย่านในกรุงเทพฯ และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในต่างจังหวัด

พฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของคนไทยในปี 2022 

คนไทย 2 ใน 3 ซื้อของออนไลน์เป็นประจำมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่าคนไทยนั้นมีพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์รายสัปดาห์สูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก คือ 68.3% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยที่มีอายุ 16-64 ปี ตามมาด้วยประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เกาหลีใต้ เม็กซิโก และจีน น่าภูมิใจกับเรื่องนี้มากๆ ครับที่คนไทยซื้อของออนไลน์เป็นประจำทุกสัปดาห์สูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก

แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ มีผู้บริโภคจำนวนหนึ่งค้นหาสินค้าจากโซเชียลมีเดีย แต่ก็ยังชอบที่จะซื้อสินค้าหน้าร้าน เพราะมองว่า 

  •  ได้ลองจับสินค้าด้วยตนเองว่าชอบหรือไม่ 
  •  ได้ของทันทีไม่ต้องรอรับจากไปรษณีย์ 
  •  ได้เดินชอปปิ้งดูของไปเรื่อยๆ สนุกในการดูสินค้าไปเรื่อยๆ 
  •  ใช้บัตรเครดดิตได้ ผู้บริโภคบางคนรู้สึกไม่โอเคที่ต้องจ่ายเงินสดเป็นก้อน

ปกติร้านค้าออนไลน์จะมีพื้นที่ได้เจอลูกค้าบนโลกออฟไลน์ผ่านงานอีเวนต์ขายของต่างๆ ปัจจุบันมีหลากหลายอีเวนต์ในหลายๆ ทำเล แต่อีเวนต์ขายของก็ไม่มีบ่อยครั้ง ในตลาดชอปปิ้งเมืองไทยจึงเกิดร้านค้ารูปแบบ Multi-Brand ขึ้นมา เพื่อเป็นอีกทางเลือกที่เข้ามาตอบโจทย์ทำให้ลูกค้าได้ทดลองสินค้าด้วยตนเอง พลิกโอกาสร้านสินค้าหลากประเภทจาก Online สู่ On Shelves

ร้านมัลติแบรนด์ คือร้านค้าที่รวบรวมแบรนด์สินค้าจากออนไลน์ในอินสตาแกรม หรือเฟซบุ๊กหลากหลายแบรนด์ แต่ละแบรนด์ล้วนเป็นร้านดังๆ มีแฟนคลับ หรือมีผู้ติดตามจำนวนมากหลายหมื่นหลายแสน Multi-Brand Stores จึงกลายเป็นศูนย์รวมสินค้าแฟชั่นหรือเป็นห้างขนาดเล็กที่มีครบทุกอย่างตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของการค้าขายในยุคนี้ ช่วยขยายโอกาสในการขายของให้แก่ร้านค้าออนไลน์ นำสินค้าสู่ช่องทางออฟไลน์ได้

จุดเริ่มต้นของ ร้านมัลติแบรนด์

ที่มาของร้านค้าในรูปแบบ Multi-Brand ร้านแรกๆ ก็คือ Collette เกิดขึ้นเมื่อปี 1997 ที่ประเทศฝรั่งเศส ส่วนทางฝั่งเอเชียมีร้าน ALAND ที่ประเทศเกาหลี เกิดเมื่อปี 2005

สำหรับในประเทศไทย ร้านแรกๆ คือ Wonder room เกิดเมื่อปี 2013 หลังจากนั้นก็มีหลายๆ ร้านตามมา เช่น ร้าน HOF จนเมื่อในปี 2015 ร้าน Multi-Brand Stores เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น เช่น ร้าน SOS และร้าน FAB LAB ที่ตอนนี้เป็นพาทเนอร์กับแพลตฟอร์มของเรา MultiOne

        ส่วนในปัจจุบัน มีการเพิ่มขึ้นของจำนวน ร้านมัลติแบรนด์ เป็นจำนวนมาก และมีมากกว่า 30 ร้านค้า ที่เป็นพาทเนอร์ในการใช้งานและเชื่อว่าระบบ MultiOne นั้นตอบโจทย์กว่าระบบไหนๆ เช่น ร้าน with a day ตั้งอยู่ที่ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ชั้น 3 มีแบรนด์ขายในร้านมากกว่า 200 แบรนด์, ร้าน FAB LAB ที่มีร้านกว่า 6 สาขา และมีแบรนด์มากกว่า 200 แบรนด์, และร้าน Case space, Here for something, mini mooddd, Note by you, Last house on the right และร้านค้าอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งบางร้านค้า ยอดขายต่อเดือนนั้นสูงถึงหลักล้านบาทเลยก็ยังมี

ส่วนใหญ่แล้ว ร้านมัลติแบรนด์ จะเลือกโลเคชั่นที่ตั้งที่อยู่ใจกลางเมือง หรือที่มีขาชอปอยู่เยอะ เช่น ห้างสรรพสินค้าดังๆ หรือที่มีวัยรุ่นอยู่เยอะ และมีการขยายไปตามห้างสรรพสินค้า หรือเช่าที่ที่อยู่รอบนอก เพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้า หรือเจาะกลุ่มลูกค้าให้ตรงตามประเภทสินค้าที่วางขายในร้านค้า

กลุ่มลูกค้าส่วนมากที่มักมาช้อปปิ้งร้านมัลติแบรนด์ ช่วงอายุจะอยู่ที่ 15-30 ปี ซึ่งมีค่าเฉลี่ยในการซื้อสินค้าต่อครั้งที่ตั้งแต่ 1,100-1,700 บาท ปัจจัยหลักในการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าส่วนมาก เนี่ยงมากจากชอบแบรนด์สินค้าที่อยู่ในร้านที่ซึ่งมีชื่อเสียงในโลกออนไลน์มาก่อนอยู่แล้ว นอกจากนั้นสินค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อมาจากแบรนด์ดังใน ร้านมัลติแบรนด์ ราคาขายต่อจะมีมูลค่ามากกว่าสินค้าอัลแบรนด์อยู่มาก

ด้านเจ้าของแบรนด์สินค้า พบว่าเจ้าของแบรนด์ส่วนมากมองว่าการเปิดหน้าร้านของตัวเองมีอุปสรรคหลายด้าน 

  •  ค่าใช้จ่ายสูง 
  •  ต้องมีสินค้าหลากหลายแบบ และจำนวนมาก 
  •  บริหารจัดการยุ่งยาก 
  •  ต้องหาพนักงานประจำร้าน 

จึงเป็นเหตุที่ให้แบรนด์ออนไลน์สนใจเข้าไปขายสินค้าในร้านมัลติแบรนด์ เพิ่มขึ้น เพราะร้านค้าตั้งอยู่ในทำเลทอง มีการจัดการสต๊อกสินค้าที่เป็นระบบ มีศักยภาพในการช่วยประชาสัมพันธ์ให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น 

เมื่อเจาะพฤติกรรมเชิงลึกของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เริ่มต้นที่อายุ 16-20 ปี มองว่าแบรนด์ที่อยู่ในร้านมัลติแบรนด์ มีราคาค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่เป็นสินค้ามีสไตล์หรูหรา ซึ่งตนเองมีรายได้ที่ไม่สูงอยู่แล้ว เพราะยังหารายได้เองไม่ได้ สินค้าจึงอาจจะไม่เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวัน จะเลือกซื้อสินค้าที่ร้านมัลติแบรนด์ ก็ต่อเมื่อใส่ไปงานพิเศษต่างๆ

กลุ่มลูกค้าเป็นวัยที่เริ่มมีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว เป็นกลุ่มที่เพิ่งเริ่มทำงาน มองว่าสินค้าในร้านมีราคาค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพก็ถือว่าเหมาะสม ยอมรับได้กับราคา และจะเลือกซื้อสินค้าจากร้านมัลติแบรนด์ ก็ต่อเมื่อเวลาไปออกงานต่างๆ 

กลุ่มลูกค้าวัยทำงาน มองว่าคุณภาพของสินค้าในร้านมัลติแบรนด์ เป็นสินค้ามีคุณภาพดี ดีกว่าสินค้าจากร้านค้า Fast Fashion อย่าง Zara และ H&M เสียอีก คุ้มค่ากับราคา อาจจะเลือกใส่สินค้าจาก Fast Fashion ในวันทำงาน และเลือกใส่สินค้าจากร้านมัลติแบรนด์ ในวันหยุด หรือวันท่องเที่ยว วันพิเศษต่างๆ

พฤติกรรมการช้อปปิ้งของเหล่านักช้อปที่มีความเหมือนกัน และน่าสนใจ ก็คือ มีการวางแผนก่อนที่จะเดินเข้าร้านและตัดสินใจซื้ออยู่แล้ว และมีการติดตามแบรนด์จากโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้ เมื่อแบรนด์มีการอัปเดตสินค้าใหม่ๆ ก็จะไปทดลองที่ร้าน และไปตามซื้อที่ร้าน แต่บางครั้งก็ได้ของติดไม้ติดมือมากกว่าที่วางแผนไว้ และทุกครั้งที่ซื้อแบรนด์ใหม่ๆ นอกเหนือจากที่วางแผนไว้ ก็จะติดตามแบรนด์นั้นๆ ต่อในโซเชียลมีเดีย และถ้าพอใจในสินค้าก็จะซื้อต่อที่ออนไลน์

ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าที่ร้านมัลติแบรนด์ นั้นพบว่ามีการใช้จ่ายมากกว่าซื้อออนไลน์ถึง 30%

พฤติกรรมการช้อปปิ้งที่ร้าน multi-brand stores

        รูปแบบร้านมัลติแบรนด์ นับว่าตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ค่อนข้างครบ ยิ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบหาข้อมูล หรือติดตามสินค้าจากช่องทางโซเชียลมีเดียก่อน แล้วค่อยมาเลือกสินค้าที่หน้าร้านจริง ได้ผลประโยชน์ทั้งผู้ประกอบการ และแบรนด์สินค้าเอง ทางแบรนด์ได้ช่องทางการขายเพิ่ม ได้ห้องลองสินค้า ได้ช่องทางที่พูดคุยกับลูกค้าเพิ่ม ส่วนทางผู้ประกอบการร้านได้รวบรวมร้านเด่นๆ ดังๆ มีแฟนคลับอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาในการโปรโมตร้านมากมาย เนื่องจากร้านค้าหลายๆ ร้านมีพลังที่จะโปรโมตกับทางแฟนๆ อยู่แล้ว

จุดเด่นของร้านค้านั้น กลุ่มลูกค้าผู้บริโภคทั่วไปที่เข้ามาที่ร้านจะได้ทุกอย่างครบตั้งแต่หัวจรดเท้า มีตั้งแต่เสื้อผ้า เดรส เครื่องสำอาง หมวก เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า เรียกว่าลูกค้ามาร้านก็เพื่อมาหาช้อปปิ้งเสื้อผ้าที่เดียวแล้วได้ครบทุกอย่าง

ส่วนทางด้านของแบรนด์สินค้า ทางร้านมีเป้าหมายว่าต้องการเติบโตไปพร้อมๆกับแบรนด์ นอกจากเป็นหน้าร้านให้แล้ว ยังช่วยทำการตลาดออนไลน์ให้ด้วย ช่วยโปรโมท มีการทำสตูดิโอถ่ายรูปสินค้าโปรโมทให้แบรนด์ฟรี ทางร้านจะดูแลเรื่องการขายให้หมดตั้งแต่ต้นจนจบ

ความยากที่สุดของการทำร้านเป็นเรื่องของคน บุคลากร ต้องบริการจัดการคนให้ดี จะเจอปัญหาหนักก็คือพนักงานขายมักจะหายตัวไปเฉยๆ ไม่บอกไม่กล่าว ทำให้หาคนไม่ทัน และยุคนี้พบว่ามีเด็กๆ จำนวนไม่น้อยที่ไม่อยากทำงานประจำ พอทำได้สักพักก็ไม่อยากทำ ความท้าทายจึงต้องบริการจัดการให้ดี ใส่ใจความสุขของพนักงาน ปัจจุบันมีการบริหารที่ดีขึ้น มีการหาพนักงานพาร์ทไทม์มาเติมเพื่อแก้ปัญหาคนทำงานหายได้

คำแนะนำสำหรับคนที่ต้องการจะนำแบรนด์เข้าร้านมัลติแบรนด์ สำคัญคือต้องสร้างแบรนด์ของตนเองให้ดีก่อน หลายคนคิดว่าการฝากขายร้านมัลติแบรนด์ คือนำมาวางแล้วจะขายได้ ขายดี แต่จริงๆ แล้วเป็นแค่อีกหนึ่งช่องทางเท่านั้น ไม่มีใครให้ความสนใจสินค้าที่ไม่ดีไม่ว่าจะนำไปวางขายที่ไหน แบรนด์ต้องสร้างตัวตน ทำการตลาด และพัฒนาอยู่สม่ำเสมอทั้งออนไลน์ และหน้าร้าน เรื่องทำเลที่ตั้งก็สำคัญ ต้องเลือกสาขาที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ด้วย

ข้อสงสัย 5 ข้อ ว่าการเปิดร้านมัลติแบรนด์ ดียังไง แล้วทำไมร้านค้าส่วนใหญ่จึงเลือกเปลี่ยนมารับฝากขายมากขึ้น 

https://bit.ly/3oqlU12

บทความอ้างอิง https://www.everydaymarketing.co/trend-insight/insight-ecommerce-thai-2022-digital-stat-we-are-social/ 

https://positioningmag.com/1126664

[/vc_column][/vc_row]
Learn More

หลายคนคงสงสัยหรือยังไม่รู้จักว่า ร้านค้ามัลติแบรนด์ สร้างข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งยังไง การเปิดหน้าร้านปกติ มักมาพร้อมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะค่าเช่าสถานที่ ค่าจ้างพนักงานในร้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบำรุงต่าง ๆ รวมไปจนถึงค่าใช้จ่ายด้านการทำการตลาด ซึ่งหากสั่งสินค้าหลายประเภทมาสต๊อกไว้ที่ร้านมากเกินไปและเกิดสินค้าคงค้างหลายประเภท จะทำให้เกิดค่าเสื่อมสภาพของสินค้ามากขึ้นและเกิดปัญหาในการจัดการบริหารสต๊อกสินค้าที่เจ้าของร้านค้าเป็นคนรับภาระความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และยังมีปัจจัยด้านการอัพเดทเทรนด์สินค้าหลายประเภทที่ต้องติดตาม 

การเปิดหน้าร้านขายสินค้าเพียงอย่างเดียวนั้น อาจจึงไม่เพียงพอ เมื่อรายรับอาจไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ผู้ประกอบการร้านค้าหลายรายจึงเลือกรับฝากขายสินค้า การรับฝากขายสินค้า นอกจากจะช่วยให้เกิดรายได้จากทั้งค่าแรกเข้า และค่าเช่ารายเดือน ร้านค้ายังจะได้เปอร์เซ็นต์จากยอดขายสินค้าจากแบรนด์ร่วมด้วย ถือเป็นการปรับโมเดลธุรกิจให้เป็นร้านค้ามัลติแบรนด์ เพื่อปรับตัวในการรับมือกับเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน

การเปิดหน้าร้านแบบ “ยุคใหม่” ช่วยเปลี่ยนจากพื้นที่ว่างหน้าร้าน ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับสร้างรายได้ และไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อสินค้ามาสต๊อกให้มากมาย ร้านค้าก็มีสินค้าที่หลากหลายได้ ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุนและยังเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าซึ่งเป็นทั้งการบริหารความเสี่ยงของร้านค้า และยังสร้างข้อได้เปรียบให้ร้านที่รับฝากขายสินค้าหลายประเภทที่รับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ที่มีสไตล์คล้ายกันทำให้ร้านค้าสามารถดึงดูดลูกค้าที่มีโอกาสเดินเข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้หลายประเภทมากขึ้น

 

วันนี้ MultiOne จะมาไขข้อสงสัย 5 ข้อ ว่าการเปิดร้านมัลติแบรนด์ ดียังไง แล้วทำไมร้านค้าส่วนใหญ่จึงเลือกเปลี่ยนมาเป็นร้านค้ามัลติแบรนด์หรือร้านรับฝากขายมากขึ้น

 

1.สร้างรายได้เสริมให้พื้นที่ว่างภายในร้านด้วยการเป็น ร้านค้ามัลติแบรนด์

 

สร้างรายได้เสริมให้พื้นที่ว่างภายในร้านด้วยการเป็น ร้านค้ามัลติแบรนด์

จะดีกว่ามั้ยถ้าเปลี่ยนพื้นที่โล่ง ๆ ภายในร้านให้กลายเป็นพื้นที่สร้างมูลค่าให้แก่ร้านของคุณ สร้างรายได้เสริมจากพื้นที่ว่างภายในร้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด การรับฝากขายสินค้า จะช่วยให้หน้าร้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่หน้าร้านรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ โดยหน้าร้านจะได้ทั้งจากค่าเช่าพื้นที่ในแต่ละจุดในราคาที่ต่างกัน พร้อมทั้งค่า GP จากการขายสินค้าที่รับมาฝากขายมาวางในพื้นที่ร้านค้าบางจุด

ซึ่งไม่กำจัดว่าจะเป็นร้านค้าประเภทไหน เพราะในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือสถานท่องเที่ยวกลางคืนก็มักจะรับสินค้ามาวางขายในที่ว่างของร้านค้าตัวเองเป็นรายได้เสริมเพียงแค่มีชั้นวางหรือราวแขวนสินค้า ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มแรงจูงใจในการซื้อสินค้าที่หลากหลายแล้วยังเป็นการเพิ่มจุดเด่นให้กับร้านค้าจากการรับสินค้าที่สไตล์เข้ากับร้านค้าและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเดียวกันหรือใกล้เคียงอีกด้วย

 

2. ร้านค้ามัลติแบรนด์ ไม่ต้องจ่ายค่าสต๊อกสินค้าเองทั้งหมด

ร้านค้ามัลติแบรนด์ ไม่ต้องจ่ายค่าสต๊อกสินค้าเองทั้งหมด

การฝากขายสินค้า โดยที่ร้านค้าไม่ต้องจ่ายค่าสต๊อกสินค้า คือการที่แบรนด์ส่งสินค้าให้ร้านช่วยทำการขายให้ผ่านช่องทางหน้าร้านและร้านไม่ต้องจ่ายค่าสต๊อกสินค้า หมดปัญหาสต๊อกจนทุนจมจากการลงทุนผลิตสินค้าหลายชนิดจำนวนมากเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าพร้อมทั้งเติมสต๊อกสินค้าขายดีไปควบคู่กัน ร้านมีหน้าที่เพียงช่วยขายสินค้าให้กับแบรนด์ หากต้องการสินค้าเพิ่ม หน้าร้านก็เพียงติดต่อให้แบรนด์ส่งสินค้ามายังหน้าร้าน หรือหากต้องการเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทสินค้าที่รับมาลงขายก็เพียงทักไปเสนอแบรนด์ที่ร้านค้าสนใจและสไตล์เข้ากับร้านค้ามาลงฝากขายในร้านค้า ทำให้ไม่ต้องเสี่ยงลงทุนกับสินค้าที่ทางร้านยังไม่แน่ใจว่าจะขายดีรึป่าวหรือเปลืองพื้นที่สต๊อกสินค้าจำนวนหนึ่งไว้หลายชนิด

 

3. ร้านค้ามัลติแบรนด์ มีสินค้าที่จากหลากแบรนด์ที่คอยอัพเดทให้ ไม่เอ้าท์ ไม่ตกเทรนด์

ร้านค้ามัลติแบรนด์ มีสินค้าที่จากหลากแบรนด์ที่คอยอัพเดทให้ ไม่เอ้าท์ ไม่ตกเทรนด์

แบรนด์ออนไลน์ส่วนใหญ่ มักมีการออกสินค้าใหม่ๆ ตามเทรนด์เสมอ ดังนั้น เมื่อมีการฝากขายสินค้า แบรนด์ออนไลน์ผู้ทำหน้าที่ฝากขายก็จะคอยอัพเดทสินค้าใหม่ๆ เพื่อส่งไปวางขายที่หน้าร้าน สินค้าภายในร้านมัลติแบรนด์ จึงมักจะเป็นสินค้าที่ต้องตามเทรนด์ และอัพเดทอยู่เสมอนั่นเอง เป็นการประหยัดเวลาและต้นทุนกับทางร้านค้าในการที่ร้านค้าต้องคอยอัพเดทดีไซน์และเทรนด์สินค้าหลากประเภทที่ตรงและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคสินค้าที่เปลี่ยนไป เสี่ยงรับภาระสินค้าที่ขายไม่ออกและระยะเวลาในการเปลี่ยนและอัพเดทสินค้ารายชิ้นที่ต้องมาคอยประเมินว่าชิ้นไหนขายดีควรนำมาขายเพิ่มหรือชิ้นไหนขายไม่ดีต้องเปลี่ยนสไตล์ โดยการรับฝากขายจากแบรนด์นั้นสามารถส่งสินค้าขายไม่ดีคืนทางแบรนด์โดยไม่ต้องลงทุนสต๊อกของเอง และขอสินค้าสไตล์อื่นหรือประเภทอื่นมาลงฝากขายได้เรื่อย ลงทั้งความเสี่ยงด้านการลงทุน และระยะเวลาในการจัดการสินค้าคงคลังให้อัพเดทอยู่เสมอ

 

4. เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้ร้านด้วยการรับฝากขายจากแบรนด์ดัง

เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้ร้านด้วยการรับฝากขายจากแบรนด์ดัง

แบรนด์ออนไลน์หลายๆ แบรนด์มักจะมีฐานลูกค้าเดิมที่ติดตามผ่านช่องทางออนไลน์อยู่ก่อนแล้ว เมื่อมีการฝากขายกับหน้าร้าน หน้าร้านก็จะพลอยได้ฐานลูกค้าเดิมจากแบรนด์ออนไลน์อีกด้วย ประหยัดค่ายิง Ads. เพิ่ม หน้าร้านก็จะได้ฐานลูกค้าใหม่ๆ จากแบรนด์ออนไลน์มา และเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าจากในร้านและแบรนด์อื่นเพิ่มเติม เพราะแม้แบรนด์ส่วนมากที่มีชื่อเสียงจนขายในช่องทางออนไลน์ได้จำนวนมาก ก็มักจะได้ยอดขายจากหน้าร้านค้ามากกว่าช่องทางออนไลน์อยู่ดี เพราะพฤติกรรมของลูกค้าส่วนมากที่ต้องการจะจับสินค้าจริง หรือลองก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

 

5. ให้แบรนด์ดังที่ลงฝากขายในร้านช่วยโปรโมท

ให้แบรนด์ดังที่ลงฝากขายในร้านช่วยโปรโมท

เมื่อแบรนด์ฝากขายกับหน้าร้าน แบรนด์จะช่วยโปรโมทร้านให้กลุ่มลูกค้าได้รู้จักผ่านช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งร้าน และแบรนด์ เมื่อลูกค้าสนใจซื้อสินค้า ลูกค้าก็จะตามไปซื้อสินค้าจากหน้าร้านที่รับฝากขายนั่นเอง ในส่วนของแบรนด์ก็จะเป็นการกระจายสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น ร้านค้าเองก็จะได้ทั้งชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือจากลูกค้ามากขึ้น หากร้านค้ารับสินค้าจากแบรนด์ดังมาลงขายได้ ซึ่งสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบแบรนด์นั้นๆได้มากขึ้น และในการโปรโมทของตัวแบรนด์ออนไลน์ว่าได้นำสินค้าไปลงฝากขายไว้ร้านไหนบ้างก็ทำให้ร้านค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น ลูกค้าประจำของแบรนด์นั้นๆก็จะตามไปเลือก หรือลองจับสินค้าตามร้านค้า เพิ่มโอกาสขายสินค้าจากแบรนด์อื่นเพิ่มเติม

ดังนั้นแล้ว ร้านค้าในยุคปัจจุบันจึงเปลี่ยนมาเป็นร้านมัลติแบรนด์มากยิ่งขึ้น ทั้งเพิ่มความหลากหลายให้สินค้าภายในร้านและไม่ต้องเสียพื้นที่ในส่วนของหน้าร้านอย่างเสียเปล่า การฝากขายจึงเป็นเทรนด์ร้านค้ายุคใหม่ที่ถือได้ว่าปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยนี้มากที่สุด 

เพราะในปัจจุบัน ร้านค้ามัลติแบรนด์ที่มีสินค้าหลากหลายประเภท มักเป็นจุดหมายปลายทางของขาช็อปในยุคนี้ ทั้งในแง่ความสะดวกและความหลากหลายของสินค้า จึงเป็นเหตุผลหลักที่ลูกค้าเลือกเข้าร้านมัลติแบรนด์มากยิ่งขึ้นนั่นเอง และการจะเปิดร้านมัลติแบรนด์ได้ ก็ควรจะมีแพลตฟอร์มสำหรับจัดการระบบภายในร้านใช่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้นก็ขอแนะนำเลย แพลตฟอร์มสำหรับร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขายโดยเฉพาะ

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ ความน่าเชื่อถือ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

  • แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่
  • การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่ายๆ บนแพลตฟอร์ม

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ สนใจลงฝากขายสินค้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne INBOX

Learn More

อยากเป็นพาร์ทเนอร์ กับ MultiOne ต้องทำอย่างไร ??? วันนี้น้องมัลตี้จะพาไปดูว่าแค่เพียงขั้นตอนน้อยนิด คุณก็สามารถสมัครเข้ามาเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์กับเรา (MultiOne) ได้!!!

ปัจจุบัน ธุรกิจฝากขายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังมาแรง ทั้งในแง่ของผู้ฝากขาย และผู้รับฝากขายเอง ได้มีการตกลงทำการขายร่วมกัน ช่วยให้การทำธุรกิจของคุณง่ายขึ้น โดยที่หน้าร้าน (ผู้รับฝากขาย) ไม่จำเป็นต้องผลิตสินค้าเอง และแบรนด์สินค้า (ผู้ฝากขาย) ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าร้านเองให้ยุ่งยาก   

ถ้าเพื่อน ๆคนไหน กำลังทำหน้าร้านที่มองหาแบรนด์สินค้าสำหรับการวางขาย หรือเป็นแบรนด์ที่อยากขายสินค้าหน้าร้าน แต่ก็ไม่อยากจ่ายค่าเช่าหน้าร้านที่แพงแสนแพง จะดีกว่ามั้ยถ้าเรา (MultiOne) ช่วยให้การฝากขายของคุณง่ายขึ้น ด้วยแพลตฟอร์มของ MultiOne ที่จะช่วยให้การฝากขายเป็นเรื่องง่าย ๆ ทั้งในส่วนของผู้ฝากขาย และผู้รับฝากขาย Multione ช่วยให้หน้าร้านและแบรนด์ค้นพบกันง่ายขึ้น ช่วยประหยัดเวลาในการหาช่องทางการขาย และช่วยหาสินค้าพาร์ทเนอร์ให้แก่ร้านของคุณ

ฝากขายผ่านระบบ Multione ” ได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้างไปดูกัน “

 

 

สิทธิประโยชน์ของร้านค้าพาร์ทเนอร์ที่ได้รับ

1. มีรายได้เพิ่มจากการนำแบรนด์มาฝากขายหน้าร้าน จากปกติร้านรับรายได้ที่เดียว

2. ลดความเสี่ยงในการลงทุน

3. ไม่ต้องเสียเงินค่าสต็อคสินค้า ทำให้ร้านค้าประหยัดต้นทุนค่าสต็อคสินค้า และที่สำคัญ ยังได้สินค้าใหม่ ๆ มาวางขายฟรี MultiOne มีสินค้าคุณภาพจำนวนมากกว่า 10,000 รายการ

ช่วยเติมเต็มความหลากหลาย ให้กับร้านค้าของคุณ พร้อมบอกลาความเสี่ยง ด้วยระบบขายก่อน – จ่ายทีหลัง

4. มีสินค้าวางจำหน่ายหลากหลายประเภท ทำให้มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

5. ระบบช่วยปิดการขาย มีร้านค้าบน Line OA ฟรี ! ยกสินค้าจากทั้งร้านขึ้นวางขายออนไลน์ได้ง่าย ๆ ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ และรักษาฐานลูกค้าเก่าของร้านคุณ

6. ระบบจัดการหน้าร้านแบบมืออาชีพ  เรา (MultiOne) มีให้ทั้งระบบ POS, ระบบแคชเชียร์, ระบบรายงานและวิเคราะห์ยอดขาย, เชื่อมสต็อกหน้าร้าน & สต็อกขายออนไลน์ จัดการข้อมูล สินค้า และจัดโปรโมชั่นได้หลากหลาย ที่สำคัญใช้งานง่าย มีทีมงานคอยช่วยเหลือดูแลตลอดเวลา

7. แบรนด์และ Multione ช่วยโปรโมทร้าน และหาลูกค้าใหม่ เรา (MultiOne) ช่วยผลักดันร้านของคุณ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ผ่านเว็บไซต์, แพลตฟอร์ม และสื่อโซเชียลที่เกี่ยวข้องทุกช่องทาง เช่น Facebook, IG โดย ยิ่งวางขายสินค้าหลากหลายแบรนด์ ร้านคุณก็ยิ่งได้รับการโปรโมทมากขึ้นไปด้วย

8. ถ้าแบรนด์ไหนมีชื่อเสียง ยิ่งเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มใหม่มากขึ้น ทำให้รายได้ของร้านพาร์ทเนอร์และแบรนด์เพิ่มขึ้น

 

สิทธิประโยชน์ของแบรนด์พาร์ทเนอร์ที่ได้รับ

1. มีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

2. มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าขาจรที่เข้ามาซื้อสินค้าหน้าร้าน ทำให้การเกิดบอกต่อกัน

3. ช่วยให้แบรนด์ขนาดเล็กมีหน้าร้าน

4. ด้านการตลาด ร้านโปรโมทให้แบรนด์ แบรนด์โปรโมทให้ร้าน

5. แบรนด์สามารถฝากขายกับร้านค้าพาร์ทเนอร์ในระบบได้หลายร้าน โดยไม่จำกัดจำนวนการฝากขาย

หากสนใจ อยากเป็นพาร์ทเนอร์ กับ MultiOne ล่ะก็ น้องมัลตี้จะบอกวิธีสมัครเป็นพาร์ทเนอร์กับเรา (MultiOne) ให้เอง!!
สมัครเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ง่าย ๆ โดย

1.สมัครเป็นพาร์ทเนอร์ร้านค้ากับเรา (MultiOne)ได้ง่าย ๆ ผ่าน Inbox มาที่เพจ Multione ของเรา หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Inbox ได้เลย

2.ส่งรายละเอียดข้อมูลร้านค้าให้แก่แอดมิน หลังจากนั้น ทีมงานของทางเรา (MultiOne) จะสร้าง Account และเปิดใช้งานระบบ ให้ร้านค้าพาร์ทเนอร์

3.เข้าสู่ระบบ ลงชื่อเข้าใช้งาน ได้เลยที่ multioneapp.com

วิธีสมัครเป็นแบรนด์พาร์ทเนอร์ง่าย ๆ โดย

1.สมัครเป็นแบรนด์พาร์ทเนอร์กับเรา (MultiOne) ผ่านเว็บไซต์ https://app.multioneapp.com/

2.กรอกข้อมูลรายละเอียดของแบรนด์

3.สร้าง และอัพโหลดรูปภาพสินค้า กรอกข้อมูลรายละเอียดของสินค้า

 

สนใจร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ MultiOne คลิกที่นี่ (MultiOne) มีแบรนด์สินค้า และ ร้านค้าพาร์ทเนอร์ ในระบบมากมายให้คุณเลือก พร้อมด้วยฟังก์ชั่นระบบหลังบ้านที่ครบครัน ช่วยให้การจัดโปรโมชั่นระหว่างร้านกับแบรนด์ เป็นเรื่องง่ายขึ้น.

หากอยากติดตาม การแนะนำของน้องมัลตี้ ในเรื่องอื่น ๆ ล่ะก็ เข้าไปดูได้เลย ที่นี่ และ มารอติดตามกันว่า น้องมัลตี้จะเอาอะไรมาฝาก ในครั้งหน้าได้ ที่นี่

Learn More

ทำเลที่ตั้ง เป็นอีกหนึ่งปัญหา ที่ผู้ประกอบการต้องพบเจอบ่อย ๆ ก็คือ การมองหาทำเลที่ดี และเหมาะสมกับหน้าร้าน  ทำเลที่ตั้ง ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งอาจถือได้ว่า เป็นหัวใจของการเปิดหน้าร้านเลยก็ว่าได้.

แล้วทำเลที่ตั้งสำคัญยังไง ทำเลไม่ดีจะประสบความสำเร็จได้มั้ย ค่าเช่าแพงแปลว่าทำเลดีจริงหรือเปล่า และอีกหลากหลายคำถามที่อาจจะผุดขึ้นมา.

วันนี้ น้องมัลตี้จะพาไปไขข้อสงสัย ว่าการจะเปิดหน้าร้านนั้น เราจะพิจารณาทำเลที่ตั้งอย่างไรให้เหมาะสม และตอบโจทย์ที่สุด ทำเลแบบไหนดี แล้วทำเลแบบไหนกันนะที่ควรเลี่ยง ?

1.ทำเลที่ตั้ง ที่ลูกค้าเดินทางสะดวก

 

การเดินทาง การคมนาคมเป็นสิ่งสำคัญ ลูกค้าส่วนใหญ่ มักจะเลือกร้านที่เดินทางสะดวก ไม่ยุ่งยาก ไม่อันตราย หรือ ซับซ้อนจนเกินไป ยิ่งหน้าร้านที่ขนส่งสาธารณะเข้าถึง ก็จะยิ่งดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้นนะ โดยตัวเลือกที่อาจนำมาพิจารณาในการหาทำเล มีดังนี้

  • การขนส่งสาธารณะ
  • ความเร็วของการจราจรโดยเฉลี่ย มีรถแออัดเกินไปหรือเปล่า
  • ความหนาแน่นของการจราจรโดยเฉลี่ย
  • ความปลอดภัยของถนน บริเวณทำเลที่ตั้ง ( ไม่ควรตั้งร้านบริเวณที่อันตรายอย่างทางโค้ง หรือระหว่างวงเวียน )

2.ทำเลที่ตั้ง ที่มีที่จอดรถเพียงพอ

ที่จอดรถก็สำคัญ ถ้ามีหน้าร้าน แต่ไม่มีที่จอดรถ แบบนี้ก็จะลำบากลูกค้าใช่มั้ยล่ะ การเลือกทำเลที่ดี ก็ควรมีที่จอดรถเพียงพอต่อลูกค้า เพื่อความสะดวกของลูกค้า และความปลอดภัยของท้องถนน. เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าที่จอดรถไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะ ต่อให้เปิดร้านที่จัดแต่งอย่างสวยงาม มีแต่สินค้าดี ๆ จากแบรนด์ดัง ๆ แต่ถ้าไม่สามารถตอบโจทย์ในข้อนี้ได้ ลูกค้าก็คงไม่ต้องการเข้าร้านเช่นกัน เรื่องของที่จอดรถ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องคิดมาแล้ว ว่าที่จอดรถนั้น จะสามารถรองรับรถลูกค้าได้เพียงพอ และ อำนวยความสะดวก ต่อลูกค้าทุกท่านไหม? จะเป็นเรื่องดีมาก หากเจ้าของร้าน มีที่จอดรถเป็นของร้านเอง.

3.ทำเลที่ตั้ง ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ทำเลดีแต่ไม่มีลูกค้า อาจเพราะทำเลของเรา ไม่ได้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ในบริเวณนั้นหรือเปล่านะ ดังนั้น การพิจารณากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ในบริเวณทำเลที่ตั้ง ก็เป็นอีกสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม ทำเลขายของดี แต่กลุ่มเป้าหมายไม่ตรง อาจจะทำให้เราไม่มีลูกค้ามากพอ เท่าที่ควร อย่าลืมเช็คจุดนี้กันดี ๆ ล่โดยสำรวจผู้คน บริเวณทำเลที่ตั้งนั้นว่า…เป็นคนประเภทไหน อายุเท่าไหร่ การศึกษากลุ่มไหน ระดับรายได้ รสนิยม และที่อยู่บริเวณนั้น มีกลุ่มอาชีพหลักใดบ้าง เช่น กลุ่มคนออฟฟิศ , กลุ่มเด็มหาวิทยาลัย , กลุ่มเด็กนักเรียน , กลุ่มนักท่องเที่ยว ฯลฯ รวมถึง การพิจารณาช่วงเวลาพักของกลุ่มลูกค้าแต่ละประเภท เช่น นักศึกษาจะพักและออกมาซื้อของช่วงเย็นถึงค่ำ ๆ รวมไปถึงการดูปริมาณคนที่อาศัยบริเวณนั้น หรือ คนที่ผ่านไปมามีมากน้อยเพียงใด. 

4.เลี่ยงพื้นที่แออัด

 

พื้นที่ที่คนหนาแน่นเกินไป ก็ไม่ใช่ข้อดี ทั้งแง่ของภาพลักษณ์ และความสะดวกสบาย บางทีคนเยอะ แออัดเกินไป จะทำให้ลูกค้ารู้สึกอัดอัด  ดังนั้น เทคนิคการเลือกทำเลที่ดี ควรมองหาทำเลที่มีความโล่ง โปร่งสบาย และไม่แออัดจนเกินไป.

 

ทำเลที่ตั้งไม่ดีแต่ไม่มีทางเลือก ควรทำยังไง ?

 

ถึงแม้ว่าทำเลที่ตั้งจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ ก็ต้องยอมรับว่า บางครั้งค่าเช่าพื้นที่ อาจจะสูงจนเกินจะรับไหว และ อาจจะทำให้เพื่อน ๆ มีตัวเลือกไม่มากนัก ดังนั้น น้องมัลตี้จึงอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองมองหาตัวช่วยเสริม มาช่วยในการขาย เช่น การใช้ช่องทางออนไลน์ ในการขาย เพื่อน ๆ จะสามารถสร้างรายได้ ทั้งจากหน้าร้าน และ ช่องทางออนไลน์ 

ถ้าเพื่อน ๆ กำลังสนใจเปิดหน้าร้านมัลติแบรนด์ แต่ยังไม่มีตัวช่วยในการขายผ่านช่องทางออนไลน์ น้องมัลตี้มีแพลตฟอร์มดี ๆ มานำเสนอ นั่นก็คือ MultiOne Platform ตัวช่วยให้เพื่อน ๆ ที่กำลังเปิดหน้าร้านมัลติแบรนด์ สามารถจัดการสต๊อกสินค้าได้ง่ายขึ้น เรามี Line OA ที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถขายได้ทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์  พร้อมด้วยฟังก์ชันน่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ระบบ Matching ที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถหาแบรนด์สินค้า ที่เหมาะสมกับร้านได้ง่าย ๆ แถมเรายังมีแบรนด์สินค้ามากมาย ให้เลือกด้วยนะ น่าสนใจใช่ม้าาา~ 

ถ้าสนใจอยากเป็นพาร์ทเนอร์กับน้องมัลตี้ เพื่อน ๆ สามารถ กดที่นี่ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตลอดเลยน้า มาเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์กับน้องมัลตี้เยอะ ๆ น้า.

 

หากอยากติดตาม การแนะนำของน้องมัลตี้ ในเรื่องอื่น ๆ ล่ะก็ เข้าไปดูได้เลย ที่นี่ และ มารอติดตามกันว่า น้องมัลตี้จะเอาอะไรมาฝาก ในครั้งหน้าได้ ที่นี่

 

Learn More

ก่อนเปิดร้านมัลติแบรนด์ นั้น อย่างที่รู้กันดีว่า ผู้ประกอบการร้านค้ายุคใหม่นั้น จะต้องเปิดร้านให้มีการผสมผสานกัน ระหว่างออฟไลน์ และ ออนไลน์ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า สำหรับใคร ที่คิดจะเปิดร้านมัลติแบรนด์ในตอนนี้ ก็ยังคงต้องมีทั้งหน้าร้าน และเว็บขายของออนไลน์เลยแหละ ถึงจะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด และ อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้  และ แม้จะมีเทรนด์ขายของออนไลน์เกิดขึ้นมามากมาย แต่ก็ใช่ว่าหน้าร้านออฟไลน์จะไม่มีลูกค้าหรอกนะ เพราะว่ายังมีลูกค้าบางกลุ่ม ที่ชอบเดินช้อปปิ้งตามร้านต่าง ๆ และ รู้สึกสบายใจที่ได้เห็น ได้จับสินค้า และ ลองสินค้าด้วยตนเอง. ดังนั้น สำหรับใคร ที่กำลังตัดสินใจเปิดร้านมัลติแบรนด์อยู่ และ ยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง จึงจะเปิดร้านได้อย่างประสบความสำเร็จ ต้องทำยังไง ถึงจะขายดี มีกำไร หรือ แม้กระทั่งทำให้ลูกค้าติดใจ และ อยากกลับมาซื้อของที่ร้านอีก วันนี้น้องมัลตี้ก็มี 7 สิ่งที่ผู้ประกอบการมือใหม่ควรพิจารณา ก่อนเปิดร้านมัลติแบรนด์ มาฝากด้วย.

สิ่งที่ 1 วางคอนเซ็ปต์ร้านมัลติแบรนด์

     

แน่นอนว่า สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการมือใหม่จะต้องพิจารณา คือ คอนเซ็ปต์ของร้าน เพื่อจะหาและเลือกสินค้าจากแบรนด์ ที่คอนเซ็ปต์ตรงกัน ตีตลาดกับกลุ่มลูกค้าที่ไม่กว้างจนเกินไป และ สิ่งสำคัญในส่วนนี้ คือ คอนเนคชั่นกับแบรนด์ เพราะคอนเนคชั่นนั้น เปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยให้สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องการเกิดขึ้นได้ง่ายในพริบตา.

สิ่งที่ 2 พิจารณาค่าเช่า

     

สิ่งต่อมาที่ผู้ประกอบการจะต้องมี คือ พื้นที่ในการเปิดหน้าร้านของตัวเอง จึงต้องหาเช่าพื้นที่ ( หากไม่มีพื้นที่เป็นของตัวเอง ) ต้องคำนวณทั้งค่าเช่า ยอดขาย และ กำไรไว้ล่วงหน้าด้วยนะ จะได้วางแผนเปิดร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอย่าลืมที่จะสำรวจว่า ทำเลที่จะเช่านั้นมีลูกค้าเราอยู่หรือเปล่า คำนวณให้ละเอียด ทั้งราคาที่จะขายสินค้า ราคาค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ รวมถึงค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ ลองเขียนออกมาเป็นข้อ ๆ แล้วคุณจะเห็นภาพชัดยิ่งขึ้น

ไหนจะต้องเลือกทำเล หาที่ปล่อยเช่าอีก  และแม้จะได้ทำเลที่คิดว่าดีที่สุด ก็อาจสะดุดเพราะเศรษฐกิจแย่ ไม่มีลูกค้าหรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน  เพราะฉะนั้น คุณควรหลีกเลี่ยงการเซ็นสัญญาระยะยาว จะได้ไม่มีข้อผูกมัดมากเกินไปตั้งแต่เริ่มเปิดร้านขายของ.

สิ่งที่ 3 คาดการณ์ปริมาณลูกค้า

 

น้องมัลตี้จะพาคุณไปสำรวจปริมาณลูกค้า ให้คุณดูลูกค้าบริเวณรอบที่ทำเลในการเปิดร้านมัลติแบรนด์ของคุณก่อน ว่าคอนเซ็ปต์ของสินค้าที่จะขายตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่นั้นหรือเปล่า ปริมาณลูกค้าที่จะเข้าร้านอยู่ที่เท่าไหร่ รายได้ของผู้คนบริเวณที่ทำเลเป็นอย่างไร หรือว่า ต้องขายสินค้าแบบไหน   ร้านมัลติแบรนด์ของคุณ ถึงจะโดดเด่น และได้รับความสนใจจากลูกค้า.

 

สิ่งที่ 4 รู้ขั้นตอนการทำงานอย่างถี่ถ้วน

     

ถ้าหากคิดจะเป็นเจ้าของกิจการแล้ว คุณต้องทำงานให้หนักขึ้น เพราะนี่คือร้านของคุณ คุณไม่สามารถมีรายได้ที่แน่นอน เหมือนมนุษย์เงินเดือน เพราะฉะนั้น คุณจะต้องคิดเสมอว่า การเปิดร้านมัลติแบรนด์ครั้งนี้ คือ ธุรกิจที่คุณจะต้องดูแล และพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อให้ร้านของคุณไปรอด

สิ่งที่สำคัญและควรทำในการเป็นนายตัวเองนั้น คุณไม่สามารถหยุดทุกอย่างได้ตามใจตัวเอง แต่ต้องลงมือทำทุกขั้นตอนด้วยตนเอง และ รู้ขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เริ่มตั้งแต่วิธีการติดต่อ และ การหาซัพพลายเออร์ การสั่งของจากแบรนด์ต่าง ๆ  การทำบิล ศึกษาการตลาด การเช็คสต๊อกสินค้า หรือ แม้กระทั่งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการแล้ว คุณจะต้องรู้วิธีการจัดการสิ่งเหล่านี้ อย่างละเอียด ถูกต้อง และ มีประสิทธิภาพ.

สิ่งที่ 5 ขายสินค้าราคาเที่ยงธรรม

ไม่ว่าใคร ๆ ก็ชอบของดีมีคุณภาพ ในราคาที่ต้องจับต้องได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น อย่าขายสินค้าราคาที่สูงเกินราคาที่แบรนด์กำหนด และ ต้องไม่ตั้งราคาที่ต่ำจนเกินไป จะได้ไม่เข้าเนื้อตัวเองจนขาดทุน ลองศึกษาตลาด เปรียบเทียบราคาสินค้า และ ศึกษาคู่แข่งเพื่อทำโปรโมชั่นต่าง ๆ จากนั้นก็ตั้งราคาสินค้า  กับ    โปรโมชั่นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า สินค้าของคุณราคาสมเหตุสมผล กับคุณภาพของแต่ละแบรนด์.

สิ่งที่ 6 ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย

จะเห็นกันทั่วไปว่า ร้านค้าชั้นนำในห้าง หรือ แบรนด์ดังต่าง ๆ นั้นล้วนใช้ระบบ POS กัน นั่นก็เพราะว่า ระบบ POS คือ ซอฟต์แวร์ หรือ โปรแกรมขายหน้าร้านอัจฉริยะ ที่ช่วยให้การซื้อ – ขายรวดเร็ว สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น คุณไม่ต้องมานั่งจำราคา หรือ จดทุกอย่าง แค่เพิ่มสินค้าเข้าไปในระบบหลังบ้าน ก็ขายหน้าร้านและ ร้านค้าออนไลน์ได้ทันที อีกอย่าง เมื่อมีการขายสินค้าไป ระบบ POS  ก็จะตัดสต๊อกสินค้าโดยอัตโนมัติ หรือ ถ้าสต๊อกเหลือน้อย ระบบก็จะแจ้งเตือนทันที  ไม่ต้องมาเสียเวลานับ หรือ พลาดโอกาสในการขายไป.

แล้วทำไมคุณถึงจะพลาดการใช้ประโยชน์ จากเทคโนโลยีในส่วนนี้ล่ะ MultiOne platform เราให้บริการระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ พร้อมด้วยระบบ POS ที่ช่วยให้การขายของคุณง่าย และ สะดวกขึ้น 

แค่นี้ คุณก็จะสามารถจัดการร้านมัลติแบรนด์ ได้อย่างราบรื่น และ มีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมลูกค้าก็จะได้ประสบการณ์การซื้อของดี ๆ จากร้านคุณแน่นอนน้องมัลตี้รับประกัน ! ! !

ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า ระบบ POS สำคัญยังไงกับการทำธุรกิจ น้องมัลตี้มีบทความดี ๆ ให้อ่านเพิ่มเติม คลิกที่ลิงค์ได้เลย  https://bit.ly/3gpxfu0

 

สิ่งที่ 7 เข้าถึงลูกค้าให้เป็น

   

และแล้ว ก็มาถึงสิ่งสุดท้ายที่น้องมัลตี้จะแนะนำให้คุณได้ นั่นก็คือ การเข้าถึงลูกค้าของคุณให้เป็น คุณต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้า ว่าลูกค้าต้องการสินค้าคอนเซ็ปต์ไหน พฤติกรรมของลูกค้าเป็นอย่างไร เช่น ชอบใช้โซเชียลไหน ใช้แอพอะไรมากที่สุด ชอบเดินห้างหรือเปล่า หรือ ชอบแนวคาเฟ่ แต่งตัวสไตล์ไหน ก่อนจะเข้าร้านเรามีเหตุผลอะไร ในการตัดสินใจ.

หลังจากที่ทำความรู้จักกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแล้ว คุณต้องอย่าลืมที่จะสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้า ซึ่งขั้นตอนนี้ มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะหากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไม่รับรู้การดำรงอยู่ของร้านคุณ  ธุรกิจคงพังไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน เรื่องนี้อาจใช้การทำตลาดออนไลน์ ซึ่งประหยัดงบประมาณ แต่หากอยากสร้างการรับรู้ในวงกว้าง คุณอาจต้องลงทุนทำคอนเทนต์ต่าง ๆ เพื่อช่วยโปรโมท ในหลากหลายช่องทาง.

นอกจากนี้แล้ว คุณยังเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ๆ อีกหลายช่องทาง เช่น การตกแต่งร้านไปในทิศทางที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายชอบ  ป้ายประกาศ ทำโปรโมชั่นเพื่อเชิญชวนลูกค้า และ ลงคอนเทนต์ทางโซเชียล ให้ลูกค้าได้ติดตามสินค้า และ บริการจากทางร้าน เพียงเท่านี้ ร้านของคุณก็จะดูน่าเชื่อถือ เป็นมืออาชีพ และ เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นแล้ว.

 

เป็นยังไงกันบ้าง หลังจากได้คำแนะนำจากน้องมัลตี้แล้ว เห็นได้ชัดเลยใช่มั้ยล่าา ว่าแม้ร้านค้าปลีกยุคใหม่จะมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง และ ทำให้ร้านค้าออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าเดิม แต่ว่าร้านค้าปลีกออฟไลน์ ก็ยังมีโอกาสเติบโตไม่แพ้ร้านค้าออนไลน์เลยนะ ดังนั้น การจะเปิดร้านมัลติแบรนด์ให้ดี   มีกำไรในยุคนี้ ผู้ประกอบการจะต้องทำการบ้านให้หนัก และ ลงมืออย่างจริงจัง รวมถึง รู้จักนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในร้าน และ ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ที่สำคัญต้องให้บริการที่ดีที่สุดกับลูกค้า และ รู้วิธีเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายด้วย แค่นี้ คุณก็จะเปิดร้านมัลติแบรนด์ให้สำเร็จได้ง่าย ๆ แล้ว น้องมัลตี้เอาใจช่วยนะ.

 

หากอยากติดตามการแนะนำของน้องมัลตี้ในเรื่องอื่น ๆ ล่ะก็ เข้าไปดูได้เลย ที่นี่  และ มารอติดตามกันว่า น้องมัลตี้จะเอาอะไรมาฝากในครั้งหน้า ที่นี่

Learn More