เทคนิค On-page SEO คืออะไร?

ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น การทำการตลาดออนไลน์จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจทุกประเภท หนึ่งในกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่สำคัญก็คือ Search Engine Optimization (SEO) ซึ่งเป็นกระบวนการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ปรากฏในผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหายอดนิยม เช่น Google, Bing

การปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO สามารถทำได้ทั้ง On-page SEO และ Off-page SEO โดย On-page SEO เป็นการปรับปรุงเนื้อหาและโครงสร้างของเว็บไซต์เพื่อให้ตรงกับความต้องการของเครื่องมือค้นหา ส่วน Off-page SEO เป็นการปรับปรุงปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ เช่น การเชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่น ๆ

บทความนี้จะกล่าวถึงการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO ในรูปแบบ On-page SEO โดยเน้นเทคนิคที่สำคัญ ๆ ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสติดอันดับสูงขึ้น

กลยุทธ์ปั้นเว็บให้ติด SEO

เทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO 8 ข้อ

1. การเลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

กลยุทธ์ปั้นเว็บให้ติด SEOคีย์เวิร์ดเป็นคำหรือวลีที่ผู้คนใช้ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เมื่อคุณเลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ เว็บไซต์ของคุณก็มีโอกาสถูกค้นพบโดยผู้ค้นหาที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าของคุณมากขึ้น

2. เขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพ

 

เนื้อหาที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ในการติดอันดับ SEO เนื้อหาของคุณควรมีความเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่เลือกมา และควรเขียนให้น่าสนใจ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน

3. โครงสร้างเว็บไซต์ที่ชัดเจน

กลยุทธ์ปั้นเว็บให้ติด SEO

โครงสร้างเว็บไซต์ที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้ค้นหาสามารถเข้าถึงเนื้อหาของคุณได้ง่ายขึ้น โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีควรมีหน้าหลักที่แสดงภาพรวมของเว็บไซต์ และควรมีลิงก์ไปยังหน้าย่อย ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์มี Sitemap ซึ่งจะช่วยให้เครื่องมือค้นหาสามารถจัดทำดัชนีหน้าต่าง ๆ ของเว็บไซต์ของได้อย่างง่ายดาย

3. การใช้ภาพประกอบ

เทคนิคการปั้นเว็บให้ติดอันดับ

ภาพประกอบสามารถช่วยดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน และทำให้เนื้อหาของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ต้องแน่ใจว่าภาพประกอบของคุณมีคุณภาพดี และมีขนาดที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ควรใส่คำอธิบายภาพ (Alt Text) เพื่อให้เครื่องมือค้นหาสามารถเข้าใจภาพของคุณได้

4. ความปลอดภัยของเว็บไซต์

ความปลอดภัยของเว็บไซต์เป็นสิ่งสำคัญต่อทั้งผู้เข้าชมและเจ้าของเว็บไซต์ เว็บไซต์ที่ปลอดภัยจะช่วยให้ผู้เข้าชมรู้สึกมั่นใจในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ และจะช่วยป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ของคุณถูกแฮ็ก สามารถปรับปรุงความปลอดภัยของเว็บไซต์ได้โดยติดตั้งปลั๊กอินรักษาความปลอดภัย และอัปเดตซอฟต์แวร์ของคุณอยู่เสมอ

5. ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์

ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์เป็นปัจจัยสำคัญในการติดอันดับ SEO เว็บไซต์ที่โหลดช้าอาจทำให้ผู้ค้นหาเกิดอารมณ์เสียและออกจากเว็บไซต์ไป

คุณสามารถปรับปรุงความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ได้โดย

  • ลดขนาดไฟล์
  • ลบปลั๊กอินที่ไม่จำเป็น
  • เลือกใช้ธีมและปลั๊กอินที่มีคุณภาพ

6. การปรับแต่งเว็บไซต์ให้รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่

ในปัจจุบันผู้คนจำนวนมากใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่(โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต)ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ของคุณควรรองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงเนื้อหาของคุณได้อย่างสะดวก

สามารถปรับแต่งเว็บไซต์ให้รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้โดย

  • ใช้ธีมที่รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาแสดงผลได้ดีบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

7. การติดตามผลลัพธ์

ทำเว็บไซต์ให้ติด SEO กันเถอะ

สิ่งสำคัญคือต้องติดตามผลลัพธ์ของการปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้คุณสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม

คุณสามารถติดตามผลลัพธ์ได้โดยการใช้เครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์ เช่น Google Analytics
การใส่ H1 H2 H3 ในบทความจะทำให้เนื้อหาของบทความมีความเป็นระเบียบมากขึ้น และช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจเนื้อหาของบทความได้ดียิ่งขึ้น

ในบทความต่อๆ ไปเราจะแนะนำเทคนิคอื่นๆ และการใช้เครื่องมืออีกมายที่ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำ SEO หรือมีประโยชน์กับธุรกิจของคุณให้ได้มากที่สุด ติดตามข่าวสารและข้อมูลใหม่ๆ จากเราได้ที่

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

Learn More

การเพิ่มยอดขายสำหรับร้านค้าปลีกนั้นต้องเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจลูกค้า และประยุกต์ใช้เทคนิคที่เหมาะสมในการขาย เพื่อประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ดังนี้คือ 7 เทคนิคที่สามารถช่วยเพิ่มยอดขายของร้านค้าปลีก

 

การทำความรู้จักลูกค้า

1. การทำความรู้จักลูกค้า(Understanding Customers) 

การศึกษาและเข้าใจลักษณะ ความต้องการ ความประสงค์ และพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อให้สามารถตอบสนองและให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ทำให้ธุรกิจสามารถสร้างความพึงพอใจและความผูกพันกับลูกค้าได้ในระยะยาว ต่อไปนี้คือขั้นตอนและแนวทางในการทำความรู้จักลูกค้า:

  •  ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน เช่น ข้อมูลส่วนตัว, อายุ, เพศ, อาชีพ, รายได้, การศึกษา
  • ศึกษาพฤติกรรมการซื้อ การศึกษาว่าลูกค้ามักจะซื้อสินค้าหรือบริการประเภทใด ในช่วงเวลาใด และทำไมเขาถึงตัดสินใจซื้อ
  • ศึกษาความต้องการและความประสงค์ ตรวจสอบและเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังหรือต้องการจริง ๆ จากสินค้าหรือบริการ
  • รับฟังคำติชม รับฟังคำติชมหรือความคิดเห็นจากลูกค้า เพื่อรู้ถึงจุดอ่อนหรือจุดแข็งของสินค้าหรือบริการ
  • ใช้เทคโนโลยี ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี เช่น CRM (Customer Relationship Management) ในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า
  • การสำรวจ จัดทำแบบสอบถาม หรือจัดกิจกรรมสำรวจเพื่อรับข้อมูลตรงจากลูกค้า
  • ศึกษาข้อมูลการซื้อขาย ข้อมูลจากการซื้อขายเช่น ประวัติการซื้อสินค้า, ความถี่ในการซื้อ, สินค้าที่ถูกเพิ่มไปในตะกร้าแต่ยังไม่ได้ซื้อ

การทำความรู้จักลูกค้านี้ไม่ใช่เพียงการรู้ข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังต้องเข้าใจในมิติที่ลึกขึ้น เช่น ความรู้สึก ความคิด และเหตุผลในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ซึ่งการมีข้อมูลและความเข้าใจเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองและปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น.

 

 

การจัดโปรโมชั่นสินค้า

2. การจัดโปรโมชั่นสินค้า 

กิจกรรมที่จัดทำเพื่อกระตุ้น และส่งเสริมการขาย ทำให้ลูกค้ามีความสนใจในสินค้าหรือบริการ ทำให้เกิดการซื้อสินค้าหรือบริการมากขึ้น โดยโปรโมชั่นสามารถทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยในการเพิ่มความตระหนักรู้และความรู้สึกถึงสินค้าหรือบริการด้วย 

ตัวอย่างการจัดโปรโมชั่นสินค้า 

  • ส่วนลดราคา ให้ส่วนลดเพื่อลดราคาสินค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับคุ้มค่า
  • ของแถม ให้สินค้าของแถมเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการ
  • บัตรสะสมแต้ม ให้ลูกค้าสะสมแต้มเมื่อซื้อสินค้า แล้วนำแต้มมาแลกของรางวัลหรือส่วนลด
  • โปรโมชั่น Buy 1 Get 1 Freeให้สินค้าฟรีเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าตามที่กำหนด
  • ส่วนลดเฉพาะช่วงเวลา ให้ส่วนลดหรือข้อเสนอพิเศษในช่วงเวลาที่กำหนด
  • คูปองส่วนลด แจกคูปองส่วนลดเพื่อให้ลูกค้ามีสิทธิ์รับส่วนลดเมื่อซื้อสินค้า
  • การสะสมคะแนน ให้ลูกค้าสะสมคะแนนจากการซื้อสินค้า และนำไปแลกสินค้าหรือบริการ

การจัดโปรโมชั่นที่ดีควรทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับคุ้มค่า และสามารถสร้างความพึงพอใจและความภักดีต่อแบรนด์ได้ เพราะฉะนั้น การวางแผน การเลือกช่องทาง และการประเมินผลโปรโมชั่นที่จัดขึ้นมีความสำคัญมาก.

 

 

การแสดงสินค้า

3. การแสดงสินค้า  

จัดแสดงสินค้าในร้านให้มีความน่าสนใจ และเน้นสินค้าที่ต้องการส่งเสริมการขาย การจัดแสดงสินค้าให้น่าสนใจสามารถช่วยเพิ่มยอดขาย และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ดังนี้คือทางเลือกและขั้นตอนที่น่าสนใจ:

  • ใช้สีที่ดึงดูดสายตา ใช้สีที่สดใสและตื่นตาตื่นใจ ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้า และ ปรับใช้สีที่เกี่ยวข้องกับฤดูกาล หรือโปรโมชั่นที่กำลังจัด
  • จัดสินค้าตามประเภท จัดเรียงสินค้าตามประเภท หรือแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าค้นหาสินค้าได้ง่าย
  • การใช้งานพื้นที่ ใช้พื้นที่ที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ร้านดูแคบและคับคั่ง และ จัดให้มีพื้นที่ว่างเปล่าที่เหมาะสม เพื่อการเดินทางและการมองเห็นสินค้า
  • การใช้ไฟ ใช้แสงไฟที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องของความสว่าง และสีของแสง เพื่อทำให้สินค้าดูน่าสนใจ
  • จุดนำเสนอสินค้าหลัก จัดสินค้าที่ต้องการขายมากที่จุดที่ลูกค้าสัมผัสได้ง่าย และเห็นได้ชัดเจน เช่น ที่ตักยวนหน้าร้าน
  • สัญลักษณ์และป้ายสินค้า ใช้ป้ายที่เขียนข้อความชัดเจนและเด่น แสดงราคา และข้อมูลสินค้าอย่างชัดเจน
  • เน้นสินค้าใหม่ หรือ สินค้าที่มีโปรโมชั่น วางสินค้าใหม่หรือสินค้าที่มีโปรโมชั่นไว้ที่จุดที่ลูกค้าจะเห็นเป็นอย่างแรก
  • สร้างบรรยากาศในร้าน ใช้เสียง สี และกลิ่นที่สร้างสรรค์บรรยากาศ ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจและยินดีที่จะทำการซื้อ
  • การจัดตำแหน่งสินค้า วางสินค้าที่มีความน่าสนใจและหลากหลายที่ตาสูง และวางสินค้าที่ต้องการผลักดันให้ขายอยู่ที่ระดับตา
  • ปรับเปลี่ยนการจัดแสดงสินค้าบ่อยๆ ทำการเปลี่ยนแปลงการจัดแสดงสินค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความใหม่สด และไม่น่าเบื่อ

การจัดแสดงสินค้าที่ดีสามารถทำให้ลูกค้าสนใจในสินค้า ช่วยในการส่งเสริมการขาย และทำให้ร้านค้าดูมีชีวิตชีวาและน่าสนใจ

 

 

ประสบการณ์การซื้อ

4. ประสบการณ์การซื้อ 

ประสบการณ์การซื้อที่ดีคือประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจ สะดวกสบาย และได้รับความสุขจากการทำการซื้อสินค้าหรือบริการ การมีประสบการณ์การซื้อที่ดีจะทำให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะกลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการอีกครั้ง

 

 

การบริการหลังการขาย

5.การบริการหลังการขาย

สิ่งที่ผู้ขายให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือเรื่องการใช้งาน หรือการแก้ไขปัญหาต่าง ๆให้กับลูกค้าหลังจากที่ลูกค้าได้ซื้อสินค้าแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจ และยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ายินดีที่จะกลับมาซื้อสินค้าหรือบริการอีกครั้งในอนาคต รวมถึงทำให้ลูกค้าเป็นประชาสัมพันธ์ที่ดีให้กับธุรกิจ ตัวอย่างประเภทของการบริการหลังการขาย เช่น การรับประกันสินค้า หรือ การติดตามความพึงพอใจ

 

 

ฝึกอบรมพนักงาน

6. ฝึกอบรมพนักงาน 

การฝึกอบรมจะทำให้พนักงานมีความรู้และทักษะในการขาย และการบริการลูกค้า รวมไปถึงพนักงานต้องมีความรู้เกี่ยวสินค้าที่ขายในร้านและสามารถตอบคำถามหรือข้อสงสัยของลูกค้าได้ การฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

 

 

7.รับฟังคำติชมและข้อเสนอแนะ

รับฟังความคิดเห็นและคำติชมจากลูกค้าเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถพัฒนาสินค้าหรือบริการได้ตามความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้าเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการในอนาคต

 

เมื่อร้านค้าปลีกประยุกต์ใช้เทคนิคเหล่านี้และปรับปรุงเป็นระยะ ย่อมสามารถเพิ่มยอดขายและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้.

 

บทความแนะนำ

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne

 

Learn More

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save