อยากเป็นพาร์ทเนอร์กับเราต้องทำอย่างไร

         อยากเป็นพาร์ทเนอร์ กับ MultiOne ต้องทำอย่างไร ??? วันนี้น้องมัลตี้จะพาไปดูว่าแค่เพียงขั้นตอนน้อยนิด คุณก็สามารถสมัครเข้ามาเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์กับเรา (MultiOne) ได้!!!

        ปัจจุบัน ธุรกิจฝากขายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังมาแรง ทั้งในแง่ของผู้ฝากขาย และผู้รับฝากขายเอง ได้มีการตกลงทำการขายร่วมกัน ช่วยให้การทำธุรกิจของคุณง่ายขึ้น โดยที่หน้าร้าน (ผู้รับฝากขาย) ไม่จำเป็นต้องผลิตสินค้าเอง และแบรนด์สินค้า (ผู้ฝากขาย) ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าร้านเองให้ยุ่งยาก   

        ถ้าเพื่อน ๆคนไหน กำลังทำหน้าร้านที่มองหาแบรนด์สินค้าสำหรับการวางขาย หรือเป็นแบรนด์ที่อยากขายสินค้าหน้าร้าน แต่ก็ไม่อยากจ่ายค่าเช่าหน้าร้านที่แพงแสนแพง จะดีกว่ามั้ยถ้าเรา (MultiOne) ช่วยให้การฝากขายของคุณง่ายขึ้น ด้วยแพลตฟอร์มของ MultiOne ที่จะช่วยให้การฝากขายเป็นเรื่องง่าย ๆ ทั้งในส่วนของผู้ฝากขาย และผู้รับฝากขาย Multione ช่วยให้หน้าร้านและแบรนด์ค้นพบกันง่ายขึ้น ช่วยประหยัดเวลาในการหาช่องทางการขาย และช่วยหาสินค้าพาร์ทเนอร์ให้แก่ร้านของคุณ

ฝากขายผ่านระบบ Multione ” ได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้างไปดูกัน “

 

 

สิทธิประโยชน์ของร้านค้าพาร์ทเนอร์ที่ได้รับ

1. มีรายได้เพิ่มจากการนำแบรนด์มาฝากขายหน้าร้าน จากปกติร้านรับรายได้ที่เดียว

2. ลดความเสี่ยงในการลงทุน

3. ไม่ต้องเสียเงินค่าสต็อคสินค้า ทำให้ร้านค้าประหยัดต้นทุนค่าสต็อคสินค้า และที่สำคัญ ยังได้สินค้าใหม่ ๆ มาวางขายฟรี MultiOne มีสินค้าคุณภาพจำนวนมากกว่า 10,000 รายการ

ช่วยเติมเต็มความหลากหลาย ให้กับร้านค้าของคุณ พร้อมบอกลาความเสี่ยง ด้วยระบบขายก่อน – จ่ายทีหลัง

4. มีสินค้าวางจำหน่ายหลากหลายประเภท ทำให้มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

5. ระบบช่วยปิดการขาย มีร้านค้าบน Line OA ฟรี ! ยกสินค้าจากทั้งร้านขึ้นวางขายออนไลน์ได้ง่าย ๆ ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ และรักษาฐานลูกค้าเก่าของร้านคุณ

6. ระบบจัดการหน้าร้านแบบมืออาชีพ  เรา (MultiOne) มีให้ทั้งระบบ POS, ระบบแคชเชียร์, ระบบรายงานและวิเคราะห์ยอดขาย, เชื่อมสต็อกหน้าร้าน & สต็อกขายออนไลน์ จัดการข้อมูล สินค้า และจัดโปรโมชั่นได้หลากหลาย ที่สำคัญใช้งานง่าย มีทีมงานคอยช่วยเหลือดูแลตลอดเวลา

7. แบรนด์และ Multione ช่วยโปรโมทร้าน และหาลูกค้าใหม่ เรา (MultiOne) ช่วยผลักดันร้านของคุณ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ผ่านเว็บไซต์, แพลตฟอร์ม และสื่อโซเชียลที่เกี่ยวข้องทุกช่องทาง เช่น Facebook, IG โดย ยิ่งวางขายสินค้าหลากหลายแบรนด์ ร้านคุณก็ยิ่งได้รับการโปรโมทมากขึ้นไปด้วย

8. ถ้าแบรนด์ไหนมีชื่อเสียง ยิ่งเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มใหม่มากขึ้น ทำให้รายได้ของร้านพาร์ทเนอร์และแบรนด์เพิ่มขึ้น

 

สิทธิประโยชน์ของแบรนด์พาร์ทเนอร์ที่ได้รับ

1. มีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

2. มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าขาจรที่เข้ามาซื้อสินค้าหน้าร้าน ทำให้การเกิดบอกต่อกัน

3. ช่วยให้แบรนด์ขนาดเล็กมีหน้าร้าน

4. ด้านการตลาด ร้านโปรโมทให้แบรนด์ แบรนด์โปรโมทให้ร้าน

5. แบรนด์สามารถฝากขายกับร้านค้าพาร์ทเนอร์ในระบบได้หลายร้าน โดยไม่จำกัดจำนวนการฝากขาย

หากสนใจ อยากเป็นพาร์ทเนอร์ กับ MultiOne ล่ะก็ น้องมัลตี้จะบอกวิธีสมัครเป็นพาร์ทเนอร์กับเรา (MultiOne) ให้เอง!!
สมัครเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ง่าย ๆ โดย

1.สมัครเป็นพาร์ทเนอร์ร้านค้ากับเรา (MultiOne)ได้ง่าย ๆ ผ่าน Inbox มาที่เพจ Multione ของเรา หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Inbox ได้เลย

2.ส่งรายละเอียดข้อมูลร้านค้าให้แก่แอดมิน หลังจากนั้น ทีมงานของทางเรา (MultiOne) จะสร้าง Account และเปิดใช้งานระบบ ให้ร้านค้าพาร์ทเนอร์

3.เข้าสู่ระบบ ลงชื่อเข้าใช้งาน ได้เลยที่ multioneapp.com

วิธีสมัครเป็นแบรนด์พาร์ทเนอร์ง่าย ๆ โดย

1.สมัครเป็นแบรนด์พาร์ทเนอร์กับเรา (MultiOne) ผ่านเว็บไซต์ https://app.multioneapp.com/

2.กรอกข้อมูลรายละเอียดของแบรนด์

3.สร้าง และอัพโหลดรูปภาพสินค้า กรอกข้อมูลรายละเอียดของสินค้า

 

        สนใจร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ MultiOne คลิกที่นี่ (MultiOne) มีแบรนด์สินค้า และ ร้านค้าพาร์ทเนอร์ ในระบบมากมายให้คุณเลือก พร้อมด้วยฟังก์ชั่นระบบหลังบ้านที่ครบครัน ช่วยให้การจัดโปรโมชั่นระหว่างร้านกับแบรนด์ เป็นเรื่องง่ายขึ้น.

หากอยากติดตาม การแนะนำของน้องมัลตี้ ในเรื่องอื่น ๆ ล่ะก็ เข้าไปดูได้เลย ที่นี่ และ มารอติดตามกันว่า น้องมัลตี้จะเอาอะไรมาฝาก ในครั้งหน้าได้ ที่นี่

Learn More

7 ไอเดียการจัดโปรโมชั่นสินค้าให้ปัง

        การกระตุ้นยอดขาย หรือการจัดโปรโมชั่นสินค้า เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เกิดการกระตุ้นให้ลูกค้า เข้ามาซื้อสินค้าของเรามากขึ้น และยังสามารถดึงดูดความสนใจให้กับลูกค้าได้อีกด้วย แต่ก่อนที่เราจะจัดโปรโมชั่นในแต่ละครั้ง เราต้องตั้งเป้าหมายไว้ก่อนว่า การจัดโปรโมชั่นสินค้า ครั้งนี้ ทำเพื่ออะไร และคาดการณ์ถึงผลลัพธ์ที่เราจะได้ เช่น การจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย การจัดแคมเปญเพื่อระบายสต๊อกสำหรับสินค้าที่คงค้างมานานทำให้กลับมาขายดี หรือขายได้อีกครั้ง  การจัดโปรโมชั่นเพื่อขยายฐานลูกค้า หรือ อาจจะเป็นการจัดแคมเปญเปิดตัวสินค้าใหม่ เพื่อทำให้เกิดการรับรู้สำหรับลูกค้า และเกิดความน่าสนใจสำหรับตัวสินค้านั้น ๆ เพื่อที่เราจะได้คิดโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และยังสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุดนั่นเอง.

        สำหรับการจัดโปรโมชั่นสินค้านั้น อาจจะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าทั้งตัว Value ของตัวสินค้า และ Volume เพื่อเกิดการซื้อขายสินค้า เพราะถ้ามากเกินไปก็อาจจะไม่ส่งผลดีต่อตัวสินค้า เช่น ลดราคาเยอะเกินไป เพราะในบางกรณี ลูกค้าอาจจะสงสัยในคุณภาพของสินค้าเหล่านั้น ว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หรือกำลังจะหมดอายุการใช้งานในเร็ววัน และ อาจทำให้คุณค่าของสินค้านั้น ๆ ลดลงไปเองโดยปริยายอีกด้วย

       วันนี้ MultiOne ขอนำเสนอและแนะนำไอเดีย การจัดโปรโมชั่นสินค้า จัดแบบไหนถึงจะปัง จัดแบบไหนถึงจะดีแบบไม่ต้องมูเตลู !
เพราะแทรนด์ที่กำลังเข้ามาตอนนี้ ไม่ว่าจะแม่ค้า พ่อค้า หรือหน้าร้านต่าง ๆ ก็ต้องพึ่งสายมูกันทั้งนั้น และการเข้าถึงสายมูนั้นก็ง่ายซะเหลือเกิน วันนี้ MultiOne เราจึงมาแนะนำไอเดีย จัดโปรให้ปัง แบบไม่ต้องพึ่งมูเตลู

1.จัดโปรโมชั่นซื้อ 1 ฟรี 1

        เรียกได้ว่าโปรโมชั่น 1 ฟรี 1 หรือ Buy 1 Get 1 Free ทำให้ใคร ๆ ก็ใจสั่น เมื่อเห็นคำว่า ฟรี ! ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การจัดโปรโมชั่น 1 ฟรี 1 เป็นแคมเปญที่ง่าย และเห็นผลลัพธ์ได้ดีมาก ๆ ในการระบายสินค้า เพราะโปรโมชั่น 1 ฟรี 1 เป็นโปรโมชั่นที่เล่นกับความรู้สึกของลูกค้า และยังช่วยดึงดูดการซื้อขายได้เป็นอย่างมากอีกด้วย. 

        การใช้โปรโมชั่น 1 ฟรี 1 สามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกสนใจสินค้าชิ้นนั้นมากขึ้น แม้ว่าบางครั้ง มูลค่าของสินค้าอาจจะไม่ต่างกับการลดราคาสินค้า 50% อย่างไรก็ตามการจัดโปรโมชั่น 1 ฟรี 1 ถึงแม้จะดึงดูดลูกค้าได้ดีแค่ไหน ทางร้านค้าหรือผู้ประกอบการ อาจจะยังต้องคำนึงถึงต้นทุนและความคุ้มค่าของสินค้า และตัวผลลัพธ์ที่เราเรียกว่า กำไร ของผู้ประกอบการอีกด้วย.

2.ลดราคาสินค้าเป็นเปอร์เซ็นต์

        ข้อแรกเลย ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นคือ การลดแบบเปอร์เซ็นต์ วิธีนี้ ถือเป็นการลดราคาแบบพื้นฐาน ซึ่งสามารถจัดโปรโมชั่นนี้ได้ตลอดทุกช่วงเวลา และเทศกาลสำคัญ โดยคุณสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 5%  , 10%  , 15% ไปจนถึง 90% กันเลยทีเดียว!

        ข้อดีของการลดเป็น %  คือการทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า มากกว่าการลดเป็นจำนวนเงิน เช่น เสื้อราคา 200 บาท เมื่อติดป้ายลดราคา 20 บาท ลูกค้าอาจจะรู้สึกว่าสินค้านั้น ๆ ลดน้อยเกินไป กลับกัน ถ้าเปลี่ยนเป็น ลด 10% – 20%  จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ามากกว่า ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วราคาที่ลดลงนั้น เท่ากันนั่นเอง.

3.Flash Sale หรือ Flash Deal

        การจัดโปรโมชั่นสินค้า โดยกำหนดระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อเป็นเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าอย่างรวดเร็ว การใช้โปรโมชั่นในช่วงเวลาพิเศษ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ต้องรีบคว้าสินค้าชิ้นนั้นเอาไว้ ตัวอย่าง เช่น โปรโมชั่น 1.1 , 6.6 , 9.9 , Mid-year Sale เป็นต้น. หรือการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าเป็น Prime Time เช่น 19.00 – 21.00 นี้เท่านั้นลดไปเลย 50% การจัดโปรโมชั่นแบบนี้ก็สามารถกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความสนใจ และถ้ามีการจัดแบบนี้ประจำ (Consitency) ยังถือเป็นการทำ Branding ไปในตัวเพื่อสร้างความจดจำให้กับลูกค้าได้อีกด้วย

4.จัดโปรพิเศษ เฉพาะสมาชิก

        วิธีนี้ ถือเป็นการยกระดับสำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกสำหรับร้านค้าเองอยู่แล้ว การจัดโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับสมาชิก ถือเป็นการทำการตลาดรูปแบบใหม่ เพราะนอกจากกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าซ้ำแล้ว เรายังสามารถกระตุ้นให้สมาชิกนั้น ๆ เป็นลูกค้าประจำได้อีกด้วย  ยังช่วยให้สมาชิกเกิดความรู้สึกที่พิเศษเกี่ยวกับร้านเราอีกด้วย  นอกจากนั้นยังสามารถดึงดูดให้ลูกค้าใหม่มาเป็นสมาชิกกับเรามากยิ่งขึ้น.

5.แจก Voucher หรือคูปองส่วนลด

        การแจกคูปองส่วนลดหรือ voucher ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่ช่วยส่งเสริมการซื้อ – ขาย และกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้ามากขึ้น ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ใหม่ และผลิตภัณฑ์แนะนำ ทั้งนี้ถือเป็นการแสดงความขอบคุณต่อลูกค้าที่ใช้บริการเรา และเพิ่มแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ จนกลายเป็นลูกค้าประจำ ตัวอย่างเช่น แจก voucher เพื่อเป็นส่วนลดให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่, สนับสนุนให้ลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์เพิ่ม โดยการแจก voucher เพื่อเป็นส่วนลดในการซื้อครั้งต่อไป รวมถึงการแจก voucher ทดลองสินค้าและบริการฟรี เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าและบริการในอนาคต หลังจากได้ทดลองใช้สินค้าและบริการของเรา เป็นต้น

6.รีวิวสินค้าพร้อมรับสิทธิพิเศษ

        การรีวิวสินค้าพร้อมรับสิทธิพิเศษ เป็นอีกกลยุทธ์ทางการตลาดในการจัดโปรโมชั่น ที่นอกจากจะกระตุ้นยอดขายให้กับทางร้านแล้ว ยังเป็นการโปรโมทสินค้าและบริการไปในตัว เป็นการสร้างการรับรู้ให้บุคคลภายนอกได้รู้จักเรา และเข้ามาซื้อสินค้าและบริการ.

7.สะสมแต้มแลกรางวัล

        การจัดโปรโมชั่นโดยสะสมแต้ม เพื่อนำแต้มไปรับสิทธิพิเศษ หรือ ส่วนลดต่าง ๆ จะเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าและบริการของเรามากขึ้น การสะสมแต้มนั้น มีทั้งในรูปแบบของการซื้อสินค้าตามราคาที่กำหนด หรือจำนวนที่กำหนด เพื่อรับแต้มสะสม รวมไปถึงบัตรสะสมแต้มหรือการสะสมแสตมป์ เพื่อนำแลกรางวัล (reward) เช่น ซื้อครบ 50 บาท รับ 1 แต้ม, ซื้อกาแฟ 1 แก้ว รับแสตมป์สะสม 1 ดวง สะสมครบ 10 ดวงรับฟรี 1 แก้ว เป็นต้น.

        จะเห็นได้ว่า การจัดโปรโมชั่นโดยการสะสมแต้มนั้น ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้า เกิดการซื้อสินค้าและบริการซ้ำ จนเกิดเป็นแบรนด์รอยัลตี้นั่นเอง.

        ทั้งหมดนี้ เป็นแนวทางการจัดโปรโมชั่นสินค้า ที่จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้า และ บริการของเรามากขึ้น ในการจัดโปรโมชั่นแต่ละครั้ง อย่าลืมตั้งเป้าหมาย และ จุดประสงค์ให้ชัดเจนล่ะ!!

        สนใจร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ MultiOne คลิกที่นี่ เรามีแบรนด์สินค้า และ ร้านค้าพาร์ทเนอร์ ในระบบมากมายให้คุณเลือก พร้อมด้วยฟังก์ชั่นระบบหลังบ้านที่ครบครัน ช่วยให้การจัดโปรโมชั่นระหว่างร้านกับแบรนด์ เป็นเรื่องง่ายขึ้น.

 

 

Learn More

มารู้จักกับระบบ POS กันว่าดียังไง

        ระบบ”POS” สำคัญยังไง ยังคงเป็นคำถามคาใจ สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่หลาย ๆ คนว่าจริง ๆ แล้ว ระบบ”POS” ดียังไง และ มีความสำคัญต่อร้านค้ามากแค่ไหน

 วันนี้ MultiOne จึงขออาสามาแชร์ความรู้เกี่ยวกับระบบ POS ว่าระบบ ” POS ” ดียังไง และมีความจำเป็นแค่ไหนสำหรับการเปิดหน้าร้าน มาไขข้อสงสัยไปพร้อม ๆ กัน.

        ระบบ POS หรือ ระบบ Point of Sale คือ ตัวช่วยสำหรับการจัดการหน้าร้าน ให้ทางร้านค้ามีการจัดการที่ง่าย สะดวก และมีข้อมูลแบบเรียลไทม์

        ระบบ “POS” เปรียบเสมือนเป็นผู้จัดการของร้าน ในรูปแบบระบบ (System) ที่จะช่วยให้คุณจัดการสินค้าในร้านได้ง่าย ๆ เพียงแค่สแกนบาร์โค้ด คุณก็สามารถคิดเงินค่าสินค้า, เก็บข้อมูลรายละเอียดการขาย, เช็คสต๊อกสินค้า และ ตัดสต๊อกสินค้า (Inventory Stock), เช็คยอดขาย และรายงานข้อมูลการขายสินค้าได้

 

วันนี้ MultiOne จะมาแชร์ “ ประโยชน์ของระบบ POS มีอะไรบ้าง ” ไปดูกัน

 

1.ระบบ”POS” เช็คข้อมูลได้แบบ Realtime

       

        ถือได้ว่า เป็นข้อดีหลัก ๆ ของระบบ “POS” เลยก็ว่าได้ เพราะผู้ประกอบการหรือเจ้าของร้าน จะได้ใช้ประโยชน์จากส่วนนี้แบบเต็มที่ เมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณต้องการจะเช็คยอดขาย เช็คสต๊อกสินค้า ก็สามารถทำได้ในทันที รวมถึงระบบ POS สามารถอัพเดทข้อมูลได้แบบ Realtime อีกด้วย เรียกได้ว่า ไม่ต้องรอจบงานรายวัน แต่ผู้ประกอบการสามารถเรียกดูข้อมูลหรือ Data เกี่ยวกับระบบ POS ได้ทันที  เห็นมั้ยหล่ะ ว่าระบบ POS เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมี เรียกได้ว่า สะดวก และง่ายต่อการจัดการทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านจริง ๆ

2.ระบบ”POS” สามารถตรวจสอบจำนวนสินค้าคงเหลือได้ทันที

       

        ระบบ POS มีการตัดยอดสินค้าเข้า – ออก หรือที่เราเรียกกันว่า Inventory Stock คือ เราสามารถใช้ประโยชน์ และการคาดคะเนอย่างแม่นยำในการสต๊อกสินค้า โดยผู้ประกอบการสามารถใช้ตัวระบบ POS เช็คสต๊อกสินค้า ทั้งสินค้าคงเหลือ หรือสินค้าที่ต้องเติมสต๊อก ให้แก่ร้านค้าภายในวันนั้น ๆ 

        โดยส่วนมากการทำสต๊อกสินค้าจะแบ่งเป็นรายวัน เป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน เพื่อให้การสต๊อกสินค้าเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับร้านค้า และระบบ POS ยังสามารถอ่านข้อมูล (Data) จากการซื้อ – ขาย และการชำระเงินทุกครั้งที่เกิดขึ้นระหว่างร้านค้ากับลูกค้า เรียกได้ว่า ระบบ POS จะทำให้ผู้ประกอบการหรือหน้าร้านสามารถทราบจำนวนสต๊อกสินค้าคงเหลือในร้าน ได้อย่าง Real Time.

3.ระบบ”POS” ช่วยในการวางแผนการจัดการภายในร้าน

        เนื่องจากระบบ POS ทำให้รับรู้ถึงสถานการณ์การซื้อ – ขาย รวมไปถึงการสต๊อกสินค้า ทั้งหมดภายในร้าน คุณจึงสามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับการขาย และข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นของแต่ละเดือน มาวางแผนการขายในเดือนต่อ ๆ ไปได้ หรือที่เราเรียกว่า Report เพราะตัวระบบ POS  นอกจากจะช่วยเรื่องการจัดการภายในร้านทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน ระบบ POS ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้อีกด้วย.

        รวมถึงการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อส่งเสริมการขายหรือผู้ประกอบการสามารถจัดแคมเปญ โปรโมชั่นให้กับสินค้านั้น ๆ ได้อีกด้วย เช่น หน้าร้านของเราสินค้าประเภท A ขายดีมาก แต่สินค้าประเภท B ค้างสต๊อกมาเป็นเวลานาน หน้าร้านจึงสามารถวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อจัดโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดให้กับลูกค้า เกี่ยวกับสินค้าประเภท B ได้ เป็นต้น

4.ช่วยให้การเปิดหน้าร้านเป็นเรื่องง่าย

        แน่นอนว่า ก่อนจะเปิดหน้าร้าน ตัวร้านค้าหรือผู้ประกอบการเอง ต้องเลือกระบบ POS ช่วยให้คุณสามารถจัดการร้านได้ง่าย ๆ เพิ่มความสะดวก และประหยัดเวลา ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากไป เพื่อให้การเปิดร้านเป็นเรื่องง่าย เช่น การนับสต๊อกสินค้า, ยอดขายรายวันหรือรายเดือน, การออกใบกำกับภาษี, ข้อมูลหลังบ้านต่าง ๆ ว่าสินค้าประเภทไหนขายดี และรองรับช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย นอกจากนั้นระบบ POS ยังช่วยให้การซื้อ – ขาย ภายในร้านมีความสะดวก และรวดเร็ว ง่ายต่อการจัดการหน้าร้านได้เป็นอย่างดี.

แล้วระบบ POS ตอบโจทย์กับร้านค้าอย่างไร ? ?

สำหรับร้านค้าแล้วนั้น ระบบ POS หรือระบบ Point of Sale จะช่วยลดต้นทุน ในการดูแลและตรวจสอบสต๊อกสินค้า และมีการอัพเดทข้อมูลให้แบบ Realtime ประหยัดเวลา และลดขั้นตอนที่ยุ่งยากอย่างการตรวจสอบ หรือนับสต๊อกสินค้าคงเหลือเอง ช่วยจัดการข้อมูลระบบพนักงาน และระบบสมาชิก อีกทั้งยังสามารถช่วยวางแผนการจัดโปรโมชั่น โดยสามารถดูได้ว่าสินค้าตัวไหนขายดี สินค้าตัวไหนค้างสต๊อก และสินค้าตัวไหนควรเป็นสินค้าที่ต้องจัดโปรโมชั่น.

        ดังนั้น ระบบ POS (Point of Sale) จึงเป็นตัวช่วยสำคัญมาก ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ ในการจัดการสินค้า ยอดขาย ดูแล และตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ภายในร้านได้

        หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ดี ขั้นตอนง่ายไม่ยุ่งยาก และตอบโจทย์การเปิดหน้าร้านได้เป็นอย่างดี “MultiOne” เราเป็น Platform ที่มีระบบ POS คอยให้บริการ “MultiOne” ยังสามารถช่วยให้คุณจัดการสต๊อกสินค้า ข้อมูลสินค้า ยอดขาย หรือข้อมูลพนักงานได้ง่าย ๆ เรียกได้ว่าขั้นตอนที่วุ่นวายจะหมดไป ถ้าคุณมีระบบ POS เป็นตัวช่วยในการเปิดร้าน และการจัดการ (Management) ผ่านแพลตฟอร์ม “MultiOne” สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย คลิกที่นี่

        หากอยากติดตามการแนะนำของน้องมัลตี้ในเรื่องอื่น ๆ ล่ะก็ เข้าไปดูได้เลย ที่นี่  และ มารอติดตามกันว่า น้องมัลตี้จะเอาอะไรมาฝาก ในครั้งหน้าได้ ที่นี่

 

Learn More

จะเปิดหน้าร้านทั้งที ควรเลือกทำเลที่ตั้งแบบไหนดีนะ

        ทำเลที่ตั้ง เป็นอีกหนึ่งปัญหา ที่ผู้ประกอบการต้องพบเจอบ่อย ๆ ก็คือ การมองหาทำเลที่ดี และเหมาะสมกับหน้าร้าน  ทำเลที่ตั้ง ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งอาจถือได้ว่า เป็นหัวใจของการเปิดหน้าร้านเลยก็ว่าได้.

แล้วทำเลที่ตั้งสำคัญยังไง ทำเลไม่ดีจะประสบความสำเร็จได้มั้ย ค่าเช่าแพงแปลว่าทำเลดีจริงหรือเปล่า และอีกหลากหลายคำถามที่อาจจะผุดขึ้นมา.

        วันนี้ น้องมัลตี้จะพาไปไขข้อสงสัย ว่าการจะเปิดหน้าร้านนั้น เราจะพิจารณาทำเลที่ตั้งอย่างไรให้เหมาะสม และตอบโจทย์ที่สุด ทำเลแบบไหนดี แล้วทำเลแบบไหนกันนะที่ควรเลี่ยง ?

1.ทำเลที่ตั้ง ที่ลูกค้าเดินทางสะดวก

 

        การเดินทาง การคมนาคมเป็นสิ่งสำคัญ ลูกค้าส่วนใหญ่ มักจะเลือกร้านที่เดินทางสะดวก ไม่ยุ่งยาก ไม่อันตราย หรือ ซับซ้อนจนเกินไป ยิ่งหน้าร้านที่ขนส่งสาธารณะเข้าถึง ก็จะยิ่งดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้นนะ โดยตัวเลือกที่อาจนำมาพิจารณา มีดังนี้

  • การขนส่งสาธารณะ
  • ความเร็วของการจราจรโดยเฉลี่ย มีรถแออัดเกินไปหรือเปล่า
  • ความหนาแน่นของการจราจรโดยเฉลี่ย
  • ความปลอดภัยของถนน บริเวณทำเลที่ตั้ง ( ไม่ควรตั้งร้านบริเวณที่อันตรายอย่างทางโค้ง หรือระหว่างวงเวียน )

2.ทำเลที่ตั้ง ที่มีที่จอดรถเพียงพอ

        ที่จอดรถก็สำคัญ ถ้ามีหน้าร้าน แต่ไม่มีที่จอดรถ แบบนี้ก็จะลำบากลูกค้าใช่มั้ยล่ะ ทำเลที่ดีก็ควรมีที่จอดรถเพียงพอต่อลูกค้า เพื่อความสะดวกของลูกค้า และความปลอดภัยของท้องถนน. 

เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าที่จอดรถไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะ ต่อให้เปิดร้านที่จัดแต่งอย่างสวยงาม มีแต่สินค้าดี ๆ จากแบรนด์ดัง ๆ แต่ถ้าไม่สามารถตอบโจทย์ในข้อนี้ได้ ลูกค้าก็คงไม่ต้องการเข้าร้านเช่นกัน เรื่องของที่จอดรถ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องคิดมาแล้ว ว่าที่จอดรถนั้น จะสามารถรองรับรถลูกค้าได้เพียงพอ และ อำนวยความสะดวก ต่อลูกค้าทุกท่านไหม? จะเป็นเรื่องดีมาก หากเจ้าของร้าน มีที่จอดรถเป็นของร้านเอง.

3.ทำเลที่ตั้ง ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

        ทำเลดีแต่ไม่มีลูกค้า อาจเพราะทำเลของเรา ไม่ได้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ในบริเวณนั้นหรือเปล่านะ ดังนั้น การพิจารณากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ในบริเวณทำเลที่ตั้ง ก็เป็นอีกสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม ทำเลดีแต่กลุ่มเป้าหมายไม่ตรง อาจจะทำให้เราไม่มีลูกค้ามากพอ เท่าที่ควร อย่าลืมเช็คจุดนี้กันดี ๆ ล่ะ.

        โดยสำรวจผู้คน บริเวณทำเลที่ตั้งนั้นว่า…เป็นคนประเภทไหน อายุเท่าไหร่ การศึกษากลุ่มไหน ระดับรายได้ รสนิยม และที่อยู่บริเวณนั้น มีกลุ่มอาชีพหลักใดบ้าง เช่น กลุ่มคนออฟฟิศ , กลุ่มเด็มหาวิทยาลัย , กลุ่มเด็กนักเรียน , กลุ่มนักท่องเที่ยว ฯลฯ รวมถึง การพิจารณาช่วงเวลาพักของกลุ่มลูกค้าแต่ละประเภท เช่น นักศึกษาจะพักและออกมาซื้อของช่วงเย็นถึงค่ำ ๆ รวมไปถึงการดูปริมาณคนที่อาศัยบริเวณนั้น หรือ คนที่ผ่านไปมามีมากน้อยเพียงใด. 

4.เลี่ยงพื้นที่แออัด

 

        พื้นที่ที่คนหนาแน่นเกินไป ก็ไม่ใช่ข้อดี ทั้งแง่ของภาพลักษณ์ และความสะดวกสบาย บางทีคนเยอะ แออัดเกินไป จะทำให้ลูกค้ารู้สึกอัดอัด  ดังนั้น ควรมองหาทำเลที่มีความโล่ง โปร่งสบาย และไม่แออัดจนเกินไป.

 

    ทำเลที่ตั้งไม่ดีแต่ไม่มีทางเลือก ควรทำยังไง ?

 

        ถึงแม้ว่าทำเลที่ตั้งจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ ก็ต้องยอมรับว่า บางครั้งค่าเช่าพื้นที่ อาจจะสูงจนเกินจะรับไหว และ อาจจะทำให้เพื่อน ๆ มีตัวเลือกไม่มากนัก ดังนั้น น้องมัลตี้จึงอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองมองหาตัวช่วยเสริม มาช่วยในการขาย เช่น การใช้ช่องทางออนไลน์ ในการขาย เพื่อน ๆ จะสามารถสร้างรายได้ ทั้งจากหน้าร้าน และ ช่องทางออนไลน์ 

        ถ้าเพื่อน ๆ กำลังสนใจเปิดหน้าร้านมัลติแบรนด์ แต่ยังไม่มีตัวช่วยในการขายผ่านช่องทางออนไลน์ น้องมัลตี้มีแพลตฟอร์มดี ๆ มานำเสนอ นั่นก็คือ MultiOne Platform ตัวช่วยให้เพื่อน ๆ ที่กำลังเปิดหน้าร้านมัลติแบรนด์ สามารถจัดการสต๊อกสินค้าได้ง่ายขึ้น เรามี Line OA ที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถขายได้ทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์  พร้อมด้วยฟังก์ชันน่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ระบบ Matching ที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถหาแบรนด์สินค้า ที่เหมาะสมกับร้านได้ง่าย ๆ แถมเรายังมีแบรนด์สินค้ามากมาย ให้เลือกด้วยนะ น่าสนใจใช่ม้าาา~ 

        ถ้าสนใจอยากเป็นพาร์ทเนอร์กับน้องมัลตี้ เพื่อน ๆ สามารถ กดที่นี่ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตลอดเลยน้า มาเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์กับน้องมัลตี้เยอะ ๆ น้า.

 

        หากอยากติดตาม การแนะนำของน้องมัลตี้ ในเรื่องอื่น ๆ ล่ะก็ เข้าไปดูได้เลย ที่นี่ และ มารอติดตามกันว่า น้องมัลตี้จะเอาอะไรมาฝาก ในครั้งหน้าได้ ที่นี่

 

Learn More

6 แนวทาง สู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจยุค 2020

การทำธุรกิจไม่มีสูตรตายตัว เคล็ดลับที่ใช้ได้ในอดีตอาจใช้ไม่ได้ในปัจจุบัน ถึงแม้โลกของเราจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน สิ่งที่ยืดหยัดที่ให้ธุรกิจสำเร็จอยู่เช่นเดิมคือ คุณค่า (สนับสนุนโดย ReCute – Multibrand & New Retail Platform)

Learn More

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save