การเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือ การมีธุรกิจเป็นของตัวเอง นับว่าเป็นความฝันของใครหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานมานานหลายปีหรือคนรุ่นใหม่ไฟแรงก็ตาม ถือว่าเป็นงานถือมีความอิสระในการทำงานอย่างมาก เราสามารถเป็นเจ้านายตัวเองได้ สามารถทำเอง คิดเองได้ ตามที่ต้องการ ทำให้หลายปีที่ผ่านมานี้มีเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทั้ง Startup และ SME อีกทั้งบางคนยังลาออกจากงานประจำมาเริ่มทำธุรกิจเองอีกด้วย เพราะการทำงานประจำอาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบคิดนอกกรอบสักเท่าไหร่ การทำธุรกิจ จึงอาจจะตอบโจทย์กว่า

การเริ่มต้น การทำธุรกิจ ได้เงินไวจริงไหม?

การทำธุรกิจหลายคนกำลังคิดว่าสามารถทำงานได้ดั่งใจ ตามใจนึก ได้เงินไว แต่ความจริงแล้วธุรกิจที่อยู่รอดและประสบความสำเร็จกลับมีจำนวนไม่มากนัก การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องใช้ ความทุ่มเท ความขยัน และต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่เริ่มต้นทำแรก ๆ ไปจนธุรกิจเริ่มเข้าทาง แต่ก็ต้องพัฒนาอยู่เสมอเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ แล้วการเริ่มทำธุรกิจต้องคำนึงถึงอะไรบ้างล่ะ? 

10 คำถาม คุณมีความพร้อมมากแค่ไหนที่จะเริ่มทำธุรกิจ

วันนี้น้องมัลตี้มี 10 คำถามที่จะช่วยสำรวจว่าคุณมีความพร้อมมากแค่ไหนที่จะเริ่มการทำธุรกิจของตัวเอง ถ้าไม่อยากเจ๊งต้องรู้!!

 

1.เหตุผลอะไรที่เราอยากเริ่ม การทำธุรกิจ 

คำถามแรกที่มีความสำคัญมากที่สุดและต้องถามตัวเอง คือ เหตุผลอะไรที่ทำให้อยากเริ่มทำธุรกิจ จุดหมาย ท้ายที่สุดแล้วต้องการอะไร มีแรงจูงใจอะไรในการเริ่มทำ หลายๆ คนนั้นเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่รู้จะทำอะไร ลงทุนไปก่อนโดยไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปอยู่ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ จึงทำให้เหตุผลในการเริ่มทำไม่ชัดเจน การดำเนินของธุรกิจจึงเดินในทิศทางที่ผิด ดังนั้นการเริ่มธุรกิจทั้งๆ ที่ไม่ชัดเจนในเป้าหมายและไม่มีความพร้อมนั้น ทำให้เจ้าของธุรกิจต้องเผชิญกับปัญหาวุ่นวายต่างๆ ที่ตามมา จึงมีโอกาสสูงมากที่เราจะล้มเลิกในการทำและสุดท้ายธุรกิจก็จะไปต่อไม่ได้เองในที่สุด 

 

2.ต้องการอะไรจาก การทำธุรกิจ

การตั้งคำถามว่าเราต้องการอะไรจากธุรกิจนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยให้เราทราบว่าเราต้องการและคาดหวังอะไร เริ่มต้นเราอาจจะลองเขียนสิ่งที่ต้องการออกมาโดยไม่ต้องรู้สึกกังวลว่าจะทำได้จริงตามที่เขียนออกมาหรือไม่ จากนั้นลองประเมินดูว่าเรามีความพร้อมอะไรบ้าง มีอะไรที่ขาดหายไปหรือมีอะไรอยู่บ้าง และดูว่าสิ่งไหนที่คิดว่ามีแนวโน้มเป็นไปได้ทำได้จริง มีแนวโน้มด้านบวก หรือสิ่งไหนที่ค่อนข้างยากเกินไปจากสิ่งที่ตั้งไว้ การเริ่มต้นลองเขียนจะทำให้เราเห็นภาพสิ่งที่ต้องการได้ชัดเจนขึ้น  

 

3.ปัญหาอะไรที่ส่งผลต่อ การทำธุรกิจ?

แน่นอนว่าหากเราเป็นผู้ประกอบการ เราก็ต้องมีสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ให้แก่ลูกค้าอยู่แล้ว ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักมี ทักษะในการแก้ปัญหาต่างๆ รวมถึงไหวพริบการเอาตัวรอดในสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี ฉะนั้นผู้ประกอบการมือใหม่ทั้งหลายที่ต้องการเริ่มทำธุรกิจควรลองหา ปัญหาที่ผู้คนส่วนใหญ่มักเจอว่าคืออะไร แล้วหาวิธีแก้ปัญหา หาทางออกที่น่าสนใจและคิดว่าตอบโจทย์ที่สุด เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาธรุกิจต่อไป ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และไหวพริบค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงควรแสวงหาวิธีแก้ไปเรื่อยๆ เพื่อสะสมประสบการณ์

 

4.กลุ่มลูกค้าของเราคือใคร?

เมื่อทราบถึงเป้าหมายในการทำธุรกิจแล้วว่าอยากทำธุรกิจอะไร ก็ควรทราบว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใครด้วย หากเราไม่ทราบกลุ่มลูกค้าของเรา ตอบไม่ได้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นใคร ธุรกิจก็ไปต่อได้ยาก ทำให้คนซื้อน้อยลง เพราะไม่รู้กลุ่มลูกค้าที่แท้จริง เราจำเป็นต้องทำการศึกษาว่ากลุ่มลูกค้าหลักของเราเป็นใคร ศึกษาตั้งแต่ เพศ อายุ ระดับรายได้ ภูมิลำเนา และไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต เพื่อนำข้อมูลที่ศึกษาไปพัฒนาสินค้าหรือบริการของเราให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด อีกทั้งยังสามารถทำการตลาดได้ง่ายขึ้นด้วยเนื่องจากทราบกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แท้จริง 

 

5.แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ?

นับวันโลกของเรามีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โลกธุรกิจก็เช่นกัน หากเราอยากมีธุรกิจที่ยั่งยืน ก่อนเริ่มทำธุรกิจเราจำเป็นต้องวิเคราะห์แนวโน้มของประเภทธุรกิจที่จะทำว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางไหน ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง คู่แข่งในตลาด รวมถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอีกด้วย เพื่อธุรกิจจะได้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีรายได้ที่น่าพึงพอใจ เช่น ธุรกิจร้านค้ามัลติแบรนด์ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากในยุคปัจจุบัน หรือธุรกิจร้านคาเฟ่ ร้านชาบูกระทะ เป็นต้น 

 

6.ประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง

เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องรู้ลึกในเรื่องจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง ประเมินตัวเองว่า จุดแข็งและจุดอ่อนของเราคืออะไร เพื่อที่จะนำจุดเด่นที่มีมาใช้เป็นตัวขายและสร้างความแตกต่างกับธุรกิจตนเอง ถ้าเห็นว่าทักษะที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอก็ต้องพัฒนา เพื่อลบจุดด้อยที่มีอยู่ อาจต้องไปเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม เพื่อสร้างความสมบูรณ์แบบให้กับธุรกิจของตนเองได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการทำธุรกิจในอนาคตอีกด้วย

 

7.ธุรกิจที่อยากทำตอบโจทย์กับตลาดไหม

หากคุณเป็นคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองในรูปแบบเดียวกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นร้านมัลติแบรนด์ คาเฟ่ ร้านชาบูหมูกระทะ สิ่งที่สำคัญมาก คือ “ความแตกต่าง” โดยเริ่มจากการหาจุดเด่นในธุรกิจของตนเอง เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ ง่ายต่อการจดจำ เช่น การตกแต่งร้านที่เป็นเอกลักษณ์คนจดจำได้ง่าย การมีบริการพิเศษที่ไม่เหมือนใคร หรือมุมถ่ายรูปในร้านสวยๆก็สร้างความแตกต่างได้ เป็นต้น หากเราคิดไอเดียไม่ออกว่าจะทำยังไงให้ธุรกิจมีความแตกต่าง ให้ลองศึกษาจากคู่แข่งดูก่อน จากนั้นจึงนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจตนเองให้เหมาะสม

 

8.สามารถแก้ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้

การทำธุรกิจไม่ว่าจะช่วงเริ่มต้น หรือช่วงที่คงที่ ก็มีสิ่งที่ผู้เจ้าของธุรกิจต้องระวังอย่างมาก คือความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้จะเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ย่อมมีผลกระทบตามมาแน่นอน ซึ่งการมองข้ามหรือปล่อยปะละเลยข้อผิดพลาดให้กลายเป็นดินพอกหางหมูอาจเป็นจุดจุดจบของการทำธุรกิจได้ ดังนั้น หากผู้นำดำเนินกิจการในทิศทางที่ผิดพลาดแล้ว ต้องสามารถยอมรับข้อผิดพลาดนั้นให้ได้ และหาวิธีแก้ไขเร็วให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงเปิดรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆ ด้วย ซึ่งจะช่วยให้แก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้นกว่าการแก้ปัญหาเองแน่นอน

 

9.มองหาผู้สนับสนุนเรา

ธุรกิจไม่มีทางประสบความสำเร็จได้แน่นอนหากคุณ “ทำทุกอย่างเพียงตัวคนเดียว” คุณจำเป็นต้องมีผู้ช่วยผลักดัน หรือผู้ที่สนับสนุนเรา เพื่อการเติบโตและพัฒนาในส่วนที่ไม่มี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญของการเริ่มต้นทำธุรกิจ อาจเริ่มหาจากคนใกล้ชิดกันอย่างเพื่อน ครอบครัวไปก่อนในช่วงแรก หากมี Connection มากขึ้นแล้วอาจลองเข้าร่วมงานสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ และทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ หรือจะออกไปทำกิจกรรมด้านนอกก็ได้เช่นกัน รวมถึงการหา Community บนโซเชียลมีเดีย เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีผู้สนับสนุน ให้คำปรึกษาคุณมากขึ้นเท่าตัวเลยทีเดียว

 

10.หาเงินทุนก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ

เมื่อเราทราบทุกอย่างแล้วว่าจะทำธุรกิจอะไรดี มีแผนพร้อม มีการประเมินความเสี่ยงพร้อม แต่ยังไม่มีทุนที่พร้อม ซึ่งเจ้าของธุรกิจบางคนอาจเริ่มต้นจากการทำงานประจำในบริษัทสักแห่ง และค่อยๆ เก็บเงินไปเรื่อยๆ  หรือเงินทุนจากรายได้เสริม บางคนอาจโชคดีที่ทางบ้านมีความพร้อมในด้านการเงินอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาอะไร การหาเงินทุนเริ่มต้นเป็นสิ่งที่จำเป็นแต่ก็อย่าลืมนึกถึงเงินทุนสำรองก่อนลงมุนอะไรด้วย เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา เราจะสามารถนำมาใช้ได้ยามฉุกเฉิน ดังนั้นหากใครอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองแต่ไม่มีทุนก็ควรเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินให้ดีก่อนเริ่มทำธุรกิจ

 

หากใครอยากเริ่มต้นทำธุรกิจเราหวังว่าเพื่อนๆจะลองตอบ 10 คำถามให้ได้ ก่อนเริ่มต้นเพื่อดูว่าพร้อมสำหรับการทำธุรกิจหรือยัง?

 

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีหน้าร้านและกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก 

 

สมัครด่วนตอนนี้ ไม่ว่าจะรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ไหน ก็จัดการได้ไม่ยาก 

 

บทความแนะนำ

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

ปัจจุบัน ธุรกิจต่าง ๆ มีอัตราการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างมาก การจะเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่เพียงอย่างเดียวผลตอบรับอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะเหตุนั้น ในหลายธุรกิจจึงมุ่งเน้นในด้านการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ CRM Loyalty Program เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าจากร้านของคุณซ้ำ และเกิดเป็นลูกค้าประจำ (Loyalty Customer) ต่อร้านของคุณนั่นเอง

 

Loyalty Program กลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญในการการสร้างลูกค้าประจำ

Loyalty Program เครื่องมือสำคัญที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารลูกค้าสัมพันธ์หรือ CRM โดย Loyalty Program จะเข้ามาช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและแบรนด์ของเรา จุดมุ่งหมายเพื่อมัดใจ เปลี่ยนจากลูกค้าขาจรให้กลายมาเป็นลูกค้าประจำ และรักษาฐานลูกค้าเดิมให้อยู่กับแบรนด์ไปนานๆ 

 

CRM ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยพัฒนาแค่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ แต่ยังเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ด้านการตลาดได้อีกด้วย เพราะการทำ CRM จะเป็นการเก็บข้อมูลด้านการใช้งาน การซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งข้อมูลที่ได้สามารถนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อที่จะสามารถเข้าใจและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น โดย Loyalty Program ที่เรามักจะเห็นกันได้บ่อยๆ ก็คือ ระบบสมาชิก ระบบสะสมแต้ม สิทธิพิเศษ Cashback และ Redeem เป็นต้น  

 

การทำงานของ Loyalty Program 

Loyalty Program ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจแต่ละประเภทแตกต่างกันไป แต่หัวใจหลักและความสำคัญของการทำ Loyalty Program ที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจกลับเหมือนกัน คือ

1.การรวบรวมฐานข้อมูลลูกค้า (Customer Database)

การเก็บรวบรวมข้อมูลลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือบริการ ถือเป็นขั้นตอนแรกที่มีความสำคัญ โดยส่วนใหญ่จะทำการเก็บข้อมูลจากการสมัครสมาชิก จะมีการเก็บข้อมูลในส่วนของชื่อ นามสกุล อายุ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ ข้อมูลการติดต่อ E-mail เป็นต้น เมื่อทราบข้อมูลพื้นฐานของลูกค้าแล้ว เราสามารถนำข้อมูลฐานลูกค้าที่ได้ทำการรวบรวมเอาไว้มาทำการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสินค้า และบริการของผู้บริโภคได้อย่างละเอียด และสามารถนำข้อมูลที่ได้มาแบ่งกลุ่มลูกค้าได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

การรวบรวมฐานข้อมูลลูกค้า_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

2.การแบ่งกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation)

เมื่อเรารวบรวมฐานข้อมูลลูกค้าได้เป็นที่เรียบร้อย เราสามารถนำข้อมูลของลูกค้ามาแบ่งแยกกลุ่มตามความสนใจ โดยการแบ่งกลุ่มลูกค้าสามารถแบ่งกลุ่มได้หลายรูปแบบตามความต้องการ การแบ่งกลุ่มลูกค้าจะช่วยให้สามารถสื่อสารถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการจัดทำโปรโมชั่นสำหรับกระตุ้นการขายที่จะช่วยให้กระตุ้นได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่ม

การแบ่งกลุ่มลูกค้า_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

3.การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า (Interaction)

หลังจากเก็บรวบรวมข้อมูลและแบ่งกลุ่มลูกค้า แบรนด์สามารถนำข้อมูลที่ได้มาทำการตลาดเฉพาะเจาะจงลูกค้าในแต่ละกลุ่มลูกค้าได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) นั่นเอง สำหรับในแต่ละธุรกิจ กลยุทธ์ที่ใช้ในการมัดใจลูกค้าก็อาจจะแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม แต่สิ่งสำคัญคือการสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า และเพื่อทำให้ลูกค้าของเราเกิดความรู้สึกพิเศษ 

การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

Loyalty Program กับผลดีทางธุรกิจ

ประโยชน์หลัก ๆ จาก Loyalty Program คือการใช้ข้อมูลของลูกค้ามาต่อยอดทางธุรกิจ โดยการนำข้อมูลที่ได้รับจากฐานข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์และศึกษาหาแนวทางในการสร้างความถึงพอใจให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อธุรกิจดังนี้

  • แบ่งกลุ่มลูกค้า เพื่อที่จะสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ฐานข้อมูลของลูกค้า จะช่วยทำให้เราสามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้าต้องการอะไร บริการหรือสินค้าแบบไหนที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม โปรโมชั่นหรือแคมเปญที่จะช่วยดึงดูดลูกค้ามากที่สุด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถวางแผนพัฒนาธุรกิจให้เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้นนั่นเอง

แบ่งกลุ่มลูกค้า_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

  • ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้า และบริหารอย่างสม่ำเสมอ

ระบบสมาชิก ระบบสะสมแต้ม สิทธิประโยชน์ต่างๆ จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าหรือบริการอย่างสม่ำเสมอ 

ระบบสมาชิก_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

  • เกิดความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty)

เมื่อลูกค้าเกิดความประทับใจอย่างต่อเนื่อง และความรู้สึกพึงพอใจต่อแบรนด์ สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าเกิดความภักดีต่อแบรนด์ของเราในที่สุด ซึ่งจะส่งผลลัพธ์ในทางที่ดีต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อลูกค้ามีทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์ มีความยินดีที่พูดคุยบอกต่อเกี่ยวกับแบรนด์ที่ชอบและพร้อมปกป้องแบรนด์เมื่อมีข่าวเสียหายเกิดขึ้น

เกิดความภักดีต่อแบรนด์_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

ประเภทของ Loyalty Program 

ในปัจจุบัน Loyalty Program สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

1.บัตรสะสมคะแนน

บัตรสะสมคะแนนหรือการสะสมพอยท์ (Point) นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เมื่อลูกค้าซื้อของตามเงื่อนไขที่กำหนด จะได้รับคะแนนหรือพอยท์ตามเกณฑ์ที่กำหนด เมื่อสะสมจนครบก็สามารถนำคะแนนหรือพอยท์ที่ได้รับมาแลกส่วนลด ของรางวัลได้ 

บัตรสะสมคะแนน_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

2.เงินคืน (Cashback)

สำหรับ Loyalty Program ประเภทนี้ ลูกค้าจะได้รับเงินคืน และสามารถสะสมเพื่อใช้ในครั้งต่อไปได้ เช่น การรับเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตต่างๆ การรับเงินคืนเมื่อซื้อสินค้าตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการกลับมาซื้อของที่ร้านซ้ำนั่นเอง

เงินคืน_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

3.การแบ่งระดับสมาชิก

การแบ่งระดับสมาชิก จะจัดลูกค้าตามหมวดหมู่หรือระดับ เช่น การแบ่งระดับลูกค้าตามยอดการซื้อสะสม ซึ่งอาจจะแบ่งได้เป็น Classic สำหรับลูกค้าทั่วไป, Silver สำหรับลูกค้าที่มียอดสะสมครบ 5,000 บาท, Gold สำหรับลูกค้าที่มียอดสะสมครบ 8,000 บาท และ Platinum สำหรับลูกค้าที่มียอดสะสม 12,000 บาท เป็นต้น

การแบ่งระดับสมาชิก_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

4.แสตมป์บัตร

บัตรสะสมแสตมป์เป็นที่นิยมมากในร้านเครื่องดื่ม เบเกอร์รี่และร้านสะดวกซื้อ โดยจะทำการสะสมตามยอดหรือจำนวนของสินค้าที่ซื้อในแต่ละครั้ง ตัวอย่างเช่น เมื่อซื้อเครื่องดื่มหนึ่งแก้วจะได้รับแสตมป์หนึ่งดวง และเมื่อสะสมครบสิบดวงก็สามารถแลกรับเครื่องดื่มฟรีหนึ่งแก้ว 

แสตมป์บัตร_CRM Loyalty Program_การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM Loyalty Program

5 เหตุผลที่ทำให้ CRM ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยม

1.ใช้งานง่าย

ระบบถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย และสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและถูกต้อง รองรับทุกการใช้งาน สะดวกและประหยัดเวลา

2.นำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงใจ

สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า นำเสนอด้วยวิธีการใหม่ ๆ เพื่อสร้างความน่าจดจำให้กับแบรนด์ 

3. สร้างสิทธิพิเศษเฉพาะบุคคล

สร้างความประทับใจสุดพิเศษและเหนือความคาดหมาย ด้วยการมอบสิทธิพิเศษเฉพาะบุคคล แสดงออกถึงความใส่ใจรายละเอียดต่อลูกค้า เพื่อทำให้ลูกค้าติดใจ และกลับมาซื้อสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง

4. เก็บข้อมูลและพัฒนาอยู่เสมอ

CRM Loyalty Program คือการเก็บรวบรวมข้อมูล ความคิดเห็น ความพึงพอใจจากลูกค้าที่มีต่อสินค้าและบริการ เพื่อที่จะนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาและปรับปรุงธุรกิจให้ดีขึ้น ให้ตรงตามพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า

5.สร้างความพิเศษให้แบรนด์เป็นมากกว่าสินค้าและบริการ

เพื่อเพิ่มคุณค่าที่แท้จริงให้กับแบรนด์ การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเกิดความลังเลใจและเสียดายหากเลิกซื้อสินค้าและบริการไป สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความ Loyalty ให้กับแบรนด์ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับธุรกิจ

 

CRM Loyalty Program กับธุรกิจของคุณ

ในปัจจุบัน ธุรกิจต่าง ๆ มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น การจะจับจุดเพื่อที่จะมัดใจลูกค้าด้วยการทำ CRM จึงมีความสำคัญ เพราะนอกจาก CRM จะช่วยกระตุ้นยอดขาย การนำ CRM Loyalty Program มาใช้จะช่วยให้ลูกค้าประทับใจมากขึ้นจากประสบการณ์และสิทธิพิเศษที่ได้รับ อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนลูกค้าจากขาจรให้มาเป็นลูกค้าขาประจำ โดยการกลับมาซื้อสินค้าและบริการซ้ำ สร้างความภักดีต่อแบรนด์ของเรา และ CRM ยังมีส่วนช่วยด้านการทำการตลาดและพัฒนาสินค้าของเราให้ตอบโจทย์ความต้องการจากพฤติกรรมที่ใช้งานของลูกค้า

 

การทำ CRM สำหรับร้านค้าและแบรนด์ สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการใช้ระบบสมาชิกในการสะสมแต้ม แลกพอยต์ สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้ารายบุคคล ซึ่งแอบกระซิบว่า MultiOne แพลตฟอร์มของเราก็มีฟีเจอร์ในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน 

ไม่ว่าจะสะสมแต้ม โปรโมชั่น สิทธิพิเศษ หรือจัดการข้อมูลสมาชิก ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วให้ร้านของคุณ เปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นลูกค้าประจำด้วยฟังก์ชัน Customer ของ MultiOne

 

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

Learn More

หนึ่งในทักษะที่สำคัญสำหรับการพูดคุยกับผู้คนต่างๆ นั่นคือ ทักษะ การเจรจา หรือการต่อรอง ซึ่งหากมีความเข้าใจในทักษะและมีวิธีการเจรจาต่อรองที่ยอดเยี่ยม จะสามารถช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่เราในการดำเนินชีวิตประจำวันได้มากมายเลยทีเดียว และสามารถใช้ได้ในหลายด้าน ซึ่งช่วยให้เรารักษาด้านความสัมพันธ์ในชีวิต ความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ รวมถึงช่วยให้มีการพัฒนาการที่ดีขึ้นในด้านการทำงานโดยที่ไม่โดนผู้อื่นเอารัดเอาเปรียบได้

 

สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับทักษะการเจรจา ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ซึ่งการเจรจา หรือการต่อรองให้สำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยความรู้ ความสามารถหลายด้าน มาประกอบกัน รวมถึงไหวพริบในการเจรจากับผู้สนทนา และสิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้เลย คือ เรื่องของประสบการณ์ ยิ่งใครผ่านอะไรมามากมาย มากประสบการณ์ ก็จะทำให้การเจรจา การต่อรองมีโอกาสสำเร็จอย่างรวดเร็วมากขึ้น

 

การเจรจา การต่อรองสำคัญอย่างไร?

การเจรจา การต่อรองด้านธุรกิจนั้น หากไม่มีทักษะการเจรจาต่อรองที่ลงตัวอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด นำไปสู่ความขัดแย้งและวุ่นวายได้ในที่สุด  ซึ่งผลกระทบที่ตามมาคือ อาจทำให้ความสัมพันธ์หลายอย่างทางด้านธุรกิจพังทลายลงได้ 

 

หากเจ้าของธุรกิจมีเทคนิคการเจรจาต่อรองที่ดี มีความชำนาญขณะที่เจรจาอยู่ตลอด จะช่วยให้ผู้ขายสามารถเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้ง่ายขึ้น เมื่อคู่ค้ามีความพึงพอใจก็จะกลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจที่ดี ด้วยการเจรจาต่อรองเป็นทักษะที่จำเป็นมากสำหรับการทำธุรกิจ จะมีวิธีการอะไรบ้างที่ไม่ทำให้เกิดการเสียเปรียบ 

 

วันนี้น้องมัลตี้และ MultiOne จะมาบอก 6 วิธี การเจรจา ต่อรองแบบ B2B อย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ จะมีวิธีการไหนบ้างที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านค้าตัวเองได้มาดูกัน!!

1.มีข้อเสนอที่ตกลงกันได้ทุกฝ่าย

หนึ่งในข้อเสนอที่ดีมากวิธีหนึ่ง คือ วิธีการที่ช่วยให้ทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีข้อเสนอที่ตกลงกันได้ทุกฝ่าย ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเจรจา จะช่วยให้ทั้งฝ่ายผู้ค้าและคู่ค้าได้ในสิ่งที่ต้องการทั้งคู่ อีกทั้งยังพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้าอีกด้วย เรียกได้ว่า win-win กันทุกฝ่าย 

ตัวอย่าง การเจรจาที่ได้ผลประโยชน์ทุกฝ่าย ร้านค้าแห่งหนึ่งต้องการ เจรจากับคู่ค้าโดยบอกให้คู่ค้า เสนอราคาจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งต้องเป็นราคาที่ร้านค้าได้กำไร ลูกค้าพอใจในราคาขาย และคู่ค้าสามารถส่งทันได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ และส่งสินค้าครบตามจำนวนสั่งซื้อ จะเห็นได้ว่าหากมีข้อเสนอที่ตกลงกันได้ทุกฝ่าย การเจรจาต่อรองแบบ win-win ย่อมประสบผลสำเร็จมากกว่าการเจรจาแบบเดิมที่ผู้คนส่วนมากมักจะเจรจาให้ได้เปรียบเท่านั้น

2.เริ่มต้นจาก การเจรจา การต่อรองในเรื่องเล็กน้อย

หากอยากลองฝึกการเจรจา ให้เราเริ่มต้นจากการเจรจาต่อรองในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อน เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามหรือคู่ค้ายอมรับข้อเสนอ โดยเป็นการขอที่ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งกับราคาที่ผู้ขายตั้งไว้ สมมุติว่า ผู้ค้าต้องการซื้อของในราคา 500 บาท เราอาจจะต่อรองกับคู่ค้าเพื่อลดราคาลงไปอีก วิธีการนี้จะทำให้เราสามารถเจรจาต่อรองราคาได้ดียิ่งขึ้น

3.ยึดมั่นในเป้าหมายของตนเอง

การเจรจาต่อรองนั้น เราควรยึดมั่น เชื่อมั่นในเป้าหมายที่ตนเองได้ตั้งไว้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ หลายคนไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ก่อนทำการเจรจา ส่งผลให้ขณะการเจรจาต่อรองไม่ส่งผลขาดพลังและความน่าเชื่อถือ เราจำเป็นจะต้องนำเสนอวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้มีประสิทธิภาพ เจรจาต่อรองโดยอาศัยประสบการณ์ที่มี และควรยึดมั่นในสิ่งที่เสนอแก่คู่ค้าเพื่อใช้เป็นคำตอบพื่อสนับสนุนสิ่งที่เราต้องการ

4.ศึกษาข้อมูล ก่อนเริ่มการเจรจา

การเจรจาต่อรองโดยไม่ให้ตนเองเสียเปรียบนั้น ก่อนจะเข้าไปเจรจาเราควรศึกษาข้อมูลคู่ค้าก่อนอยู่เสมอ การหาข้อมูลจะมีประโยชน์ต่อตัวเองมาก ๆ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถกดราคาเราได้ หากคู่ค้าต้องการซื้อสินค้าจากเรา แต่เสนอในราคาที่เราไม่สามารถลดจำนวนลงได้ ผู้ค้าอาจจะเสนอไปว่าไม่สามารถซื้อสินค้าในราคานี้ได้ แต่หากซื้อในราคาเดิมอาจได้รับบริการพิเศษบางอย่าง เพราะหากไม่ซื้อในราคาที่ต่อรองไว้อาจไม่ได้รับในส่วนนี้ไป

5.มีความเคารพผู้อื่นอยู่เสมอ

หนึ่งในวิธีการเข้าหาคนในการเจรจาต่อรองที่หลายๆ คนมักจะมองข้ามไป คือ การให้ความเคารพผู้ที่เข้าไปเจรจาต่อรองด้วย แน่นอนว่าการเจรจานั้นต่างฝ่ายต่างก็อยากให้ตนเองทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จเพื่อให้ได้ในสิ่งต้องการ แต่การเคารพผู้อื่นและนอบน้อมถ่อมตนมีการวางตัวที่ดีขณะการเจรจา จะช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างธุรกิจได้ และทำให้การเจรจาในครั้งต่อๆ ไปทำได้ง่ายขึ้น ลองคิดกลับกันหากเราไม่มีความเคารพผู้อื่นก็ยากที่จะมีใครมาคบค้าสมาคมด้วยในภายภาคหน้า

6.ฝึกการพูดและนำไปปฏิบัติจริง

การเจรจาต่อรอง ถือว่าเป็นทักษะที่ต้องอาศัยการเก็บประสบการณ์อย่างมาก ยิ่งฝึกเยอะยิ่งมากประสบการณ์ เพราะฉะนั้นย่อมมีการลองผิดลองถูกอยู่แล้ว ซึ่งในสถานการณ์จริงย่อมไม่มีอะไรเป็นเหมือนที่เราคิดไว้ทุกอย่าง ผู้ค้าส่วนใหญ่มักต้องการเจรจาต่อรองกับคู่ค้าหลายเจ้าอยู่แล้ว ให้ลองฝึกการเจรจาไว้ก่อนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หาผู้ที่มีประสบการณ์ช่วยสอนและให้คำแนะนำแก่เราระหว่างฝึกจะทำให้เรารู้ข้อผิดพลาด และเมื่อนำไปใช้ในสถานการณ์จริง ต้องมีความมั่นใจในสิ่งที่ตนเองพูด มีสติ และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ หลังจากนั้นจึงกลับมานึกถึงมาสิ่งที่เราพูดไป และนำข้อผิดพลาดมาแก้ไขเพื่อพัฒนาการเจรจาให้ดียิ่งขึ้นในครั้งถัดไป 

 

จาก 6 วิธีการที่เราได้แนะนำไป เป็นเพียงแค่แนวทางใน การเจรจาต่อรองแบบ B2B อย่างไรไม่ให้เสียเปรียบเท่านั้น นอกจากมีการเจรจาที่ดี เพื่อไม่ให้เสียเปรียบระหว่างสนทนา การมีระบบจัดการหน้าร้านที่มีประสิทธิภาพกับร้านค้า ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

 

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีหน้าร้านและกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก 

 

สมัครด่วนตอนนี้ ไม่ว่าจะรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ไหน ก็จัดการได้ไม่ยาก 

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

Learn More

ในปัจจุบัน ร้านค้าหลายร้านต่างปรับตัว และเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้จากพื้นที่ภายในร้าน โดยเปลี่ยนให้พื้นที่ว่าง ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับสร้างมูลค่า สำหรับโมเดลธุรกิจเช่นนี้เราจะคุ้นเคยกันในชื่อธุรกิจ “รับฝากขาย” สินค้านั่นเอง

 

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับธุรกิจ “รับฝากขาย” สินค้ากันก่อนดีกว่า 

ธุรกิจรับฝากขายคืออะไร ?

ธุรกิจฝากขาย หรือการฝากขายสินค้า คือการที่แบรนด์สินค้านำสินค้าไปลงฝากขายที่ร้านค้า หรือหน้าร้าน เพื่อเพิ่มช่องทางในการกระจายสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยที่แบรนด์สินค้าไม่ต้องลงทุนเปิดหน้าร้านหรือจ่ายค่าเช่าที่ในราคาสูง ทำให้แบรนด์ลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านการเปิดหน้าร้านไป เหมาะสำหรับแบรนด์สินค้า ทั้งแบรนด์เล็กและแบรนด์ใหญ่ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นแบรนด์ออนไลน์นั่นเอง

ธุรกิจรับฝากขายคืออะไร ?_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

สำหรับหน้าร้าน การรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ต่าง ๆ นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้า การมีแบรนด์มาร่วมลงฝากขายสินค้าเป็นจำนวนมากจะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้สินค้าภายในร้านค้ามากยิ่งขึ้น และที่สำคัญ ร้านค้าไม่ต้องจ่ายค่าสต๊อกสินค้าหรือค่าขนส่งสินค้า ทำให้ต้นทุนด้านการสต๊อกและการจัดการสินค้าลดลงอีกด้วย

 

การเปิดร้านค้ารับฝากขาย นอกจากการมีหน้าร้านแล้ว การมีระบบจัดการดี ๆ ที่เป็นเครื่องมือสำหรับช่วยจัดการหน้าร้านก็สำคัญ เพื่อลดขั้นตอนและจัดการร้านได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ระบบจัดการหน้าร้านก็ต้องตอบโจทย์และครอบคลุมการเปิดหน้าร้านของคุณใช่มั้ยล่ะ ?

แล้วระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายที่เหมาะสม ควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง วันนี้มาไขคำตอบพร้อมกันกับน้องมัลตี้!

 

1.ฟังก์ชันแสดงผลและสรุปข้อมูลในหน้าเดียว (Dashboard)

เริ่มต้นด้วยฟังก์ชันแรก คือฟังก์ชันการสรุปข้อมูลและแสดงผลในหน้าจอเดียว เพื่อให้ร้านค้าสามารถดูข้อมูลแล้วสามารถเข้าใจได้ในทันที โดยฟังก์ชัน Dashbord ของ MultiOne ของเรา จะแสดงข้อมูลยอดขายแยกย่อยในแต่ละแบรนด์ และสามารถแสดงข้อมูลยอดขายได้ทั้งรายวันและรายเดือน แสดงค่า GP และรายรับในแต่ละช่องทาง ช่วยอำนวยความสะดวกและเข้าใจง่าย ประหยัดเวลาให้คุณมากขึ้น เพราะเราสรุปยอดขาย และข้อมูลสำคัญให้คุณไว้ในหน้าเดียว

ฟังก์ชันแสดงผลและสรุปข้อมูล_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

2.ฟังก์ชันรายงานยอดขาย

สำหรับการทำธุรกิจ การตรวจสอบยอดขายเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น ฟังก์ชันที่ขาดไปไม่ได้คือฟังก์ชันรายงานยอดขาย ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สามารถตรวจสอบผลประกอบการ ยอดขาย รายรับที่ร้านค้าได้รับในแต่ละครั้งได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อีกด้วย ฟังก์ชันรายงานยอดขายสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการทำธุรกรรมทางการเงิน การยื่นภาษี และอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการทำธุรกิจอีกด้วย

ฟังก์ชันรายงานยอดขาย_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

3.POS ฟังก์ชันคิดเงินสำหรับร้านรับฝากขาย

POS เป็นฟังก์ชันสำหรับการคิดเงินหน้าร้าน สามารถบันทึกรายรับจากการขายสินค้าในแต่ละครั้งได้ และจะแสดงทั้งข้อมูลสินค้า ยอดคงเหลือ ช่องทางการชำระเงิน ข้อมูลการชำระเงิน และรายละเอียดต่าง ๆ ของสินค้า โดยระบบ POS ของ MultiOne สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องสแกนบาร์โค้ดได้ จึงทั้งช่วยอำนวยความสะดวก และช่วยประหยัดเวลาให้ร้านของคุณมากขึ้น 

ฟังก์ชันPOS_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

4.ฟังก์ชัน Member

ฟังก์ชันสมาชิก เป็นฟังก์ชันสำหรับการจัดการข้อมูลลูกค้า ซึ่งเป็นกระบวนการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าหรือที่รู้จักกันในชื่อ CRM (Customer Relationship Management) ฟังก์ชันสมาชิกมีความสำคัญในส่วนของการจัดการข้อมูลลูกค้า การสะสมแต้มหรือคะแนน สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าจากร้านของคุณซ้ำนั่นเอง 

ฟังก์ชันmember_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

ฟังก์ชันจัดการข้อมูลลูกค้า_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

5.ฟังก์ชันจัดการ Stocks สำหรับร้านรับฝากขาย

เมื่อระบบฝั่งหน้าร้านพร้อม การจัดการระบบหลังบ้านก็สำคัญ ฟังก์ชันการจัดการสต๊อกเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันสำคัญที่จะช่วยให้ร้านค้าสามารถจัดการสินค้าได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น สำหรับร้านรับฝากขาย การจัดการสต๊อกจะมีความยุ่งยากและละเอียดมากขึ้น เนื่องจากมีสินค้าจากแบรนด์ต่าง ๆ มากมายหลายแบรนด์ สินค้าหลายประเภท การจะจัดการสต๊อกครั้งละจำนวนมากและหลายแบรนด์ อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้หากร้านของคุณเลือกใช้ระบบที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น มัลตี้จึงอยากแนะนำระบบ MultiOne ระบบของเราออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเปิดร้านรับฝากขาย สามารถจัดการสต๊อกสินค้าแยกย่อยเป็นรายแบรนด์ได้ และสามารถจัดการข้อมูลหรือจัดการแบรนด์สินค้าที่ทำการฝากขายกับร้านของคุณได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้คุณจัดการร้านรับฝากขายได้ง่ายและสะดวกมาขึ้น

ฟังก์ชันจัดการstock_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

6.E-Commerce

ปัจจุบัน ร้านค้าหลาย ๆ ร้านมีการเพิ่มช่องทางการขายทั้งจากหน้าร้าน และทางออนไลน์ ฟังก์ชันที่สำคัญสำหรับร้านค้ารับฝากขายยุคใหม่ก็คงหนีไม่พ้น E-Commerce หรือการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยในส่วนของฟังก์ชันอีคอมเมิร์ซ MultiOne ของเราก็มีฟังก์ชันตัวนี้ให้บริการ ซึ่งเราจะช่วยเชื่อมต่อสต๊อกจากหน้าร้านของคุณ กับสต๊อกบน Line OA ให้คุณสามารถจัดการสต๊อกสินค้าจาก Line OA ได้ทั้งโดยรวม และแยกรายแบรนด์ ทั้งยังสามารถกำหนดช่องทางการขนส่ง และช่องทางการชำระเงินด้วยตัวเองได้ในที่เดียว

e-commerce_รับฝากขาย_ระบบจัดการร้านค้ารับฝากขายควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

7.ค้นหาแบรนด์สินค้า

สำหรับร้านค้าที่สนใจรับฝากขาย การติดต่อหาแบรนด์สินค้าอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก ดังนั้น ฟังก์ชันสำคัญที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ร้านรับฝากขายสินค้านั่นก็คือฟังก์ชันค้นหาแบรนด์ ซึ่งจะช่วยให้ร้านสามารถค้นหาแบรนด์สินค้าได้ง่ายขึ้น โดยสามารถค้นหาได้จากชื่อแบรนด์ หรือประเภทสินค้าที่ต้องการ ในส่วนของฟังก์ชันค้นหาแบรนด์สินค้า MultiOne ของเราก็มีให้บริการ โดยนอกจากจะค้นห้าแบรนด์สินค้าที่สนใจรับฝากขายได้แล้ว เมื่อทำการติดต่อกับแบรนด์เรียบร้อย ร้านสามาถจัดการเชื่อมต่อกับแบรนด์ที่ต้องการฝากขาย ผ่านแพลตฟอร์มของเราได้เลย โดยร้านและแบรนด์สามารถจัดการส่งสินค้าให้กันได้ทันที หลังจากมีการ Match เกิดขึ้น และหากต้องการยกเลิกการ Match ก็สามารถยกเลิกผ่านแพลตฟอร์มได้เลย ง่ายและสะดวกใช่ไหมละ

มาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจระบบจัดการร้านค้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การฝากขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ MultiOne Platform ของเรานั่นเอง! เพราะระบบเรามีครบทุกฟังก์ชันที่ร้านค้ารับฝากขายต้องการ เรามีทีมงานที่คอยพัฒนาระบบ และอัพเดทฟังก์ชันต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การขายทุกรูปแบบในอนาคต ช่วยให้จัดการร้านค้าได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องคิดเงินแพง ๆ อีกด้วย

MultiOne Platform ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ที่จะช่วยให้คุณจัดการร้านค้ารับฝากขาย ใช้งานง่าย สะดวก และรวดเร็ว หมดกังวัลปัญหาหลังการขาย เพราะเรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำ

 

สมัครเลยตอนนี้ พร้อมรับประสบการณ์การขายแบบใหม่ ไม่ว่าจะการขายแบบไหนก็เอาอยู่!

 

บทความแนะนำ

อยากเป็น ร้านค้ามัลติแบรนด์ ที่ประสบความสำเร็จต้องรู้อะไรบ้าง?

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนมาเป็นร้าน Multi-Brand !?

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

 

Learn More

ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อผลกระทบที่ได้รับจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนใช้จ่ายน้อยลง แต่หลังจากสถานการณ์เริ่มเบาตัวลงการใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้สินค้าขาดแคลนจากการผลิต ทำให้ต้องปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่ากำลังประสบกับปัญหา “เงินเฟ้อ” แบบพุ่งทะลุสูงในรอบหลายปี ทำให้ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างมาก

การประสบปัญหา “ภาวะเงินเฟ้อ” นั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม ในหลายแง่มุม ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน การมีรายจ่ายที่สูงขึ้นแต่ผู้บริโภคกลับซื้อสินค้าได้ในปริมาณที่น้อยลง ส่งผลให้รายได้ที่หามาไม่เพียงพอ ค่าครองชีพสวนทางกับค่าแรงและรายได้ ซึ่งเงินเฟ้อสามารถทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่ามีเงินเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลงนั่นเอง 

นอกจากผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบแล้วผู้ประกอบการไม่ว่าจะรายเล็ก รายใหญ่ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันเนื่องจากเงินเฟ้อต้นทุนการผลิตต่าง ๆ จึงสูงขึ้น ทำให้ต้องชะลอเวลาการผลิตออกไปอีก ตลอดไปจนถึง การวางแผนการเงินเพื่อเป้าหมายต่าง ๆ ที่ต้องประหยัดมากกว่าเดิม เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนที่ได้รับไม่เพียงพอต่อราคาสินของของที่แพงมากขึ้น 

เงินเฟ้อ คืออะไร

หลายคนอาจเคยผ่านหูผ่านตากับคำว่าเงินเฟ้อมาอยู่บ้าง เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการที่จับจ่ายใช้สอยกันมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนเงินเท่าเดิมแต่ซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลง หรือจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าและบริการจำนวนเท่าเดิม ถ้าจะให้พูดง่าย ๆ คือ ราคาของแพงขึ้นนั่นเอง 

 

ผลกระทบของเงินเฟ้อ

ผลกระทบของเงินเฟ้อนั้นส่งผลกับชีวิตเราตั้งแต่ ชีวิตประจำวัน รายจ่ายหรือค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นแต่ซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลง ทำให้ประชาชนทั่วไปมีอำนาจในการซื้อน้อยลง ส่งผลให้รายได้ที่หามาได้อาจไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตหรือเงินไม่พอใช้ 

นอกจากผลกระทบต่อคนทั่วไปแล้ว ผู้ประกอบการก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ในเมื่อสินค้าต่าง ๆ มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดขายก็จะลดลง ต้นทุนการผลิตก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เจ้าของกิจการอาจมีการขยายหรือชะลอเวลาการผลิตออก ลดต้นทุน และลดการลงทุน ลดจ้างแรงงาน ทำให้ผู้คนมีโอิกาสตกงานมากขึ้น เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีก ความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในประเทศลดลง เนื่องจากราคาสินค้าส่งออกของเราจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาสินค้าออกของประเทศอื่น ๆ 

เมื่ออยู่ในยุคสมัยที่อะไรก็แพงขึ้น เงินเฟ้อพุ่ง ต้นทุนสูง ร้านค้าหลายแห่งจึงจำเป็นต้องมีการปรับกลยุทธ์ในช่วงเงินเฟ้อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ให้ลูกค้าหาย และเพื่อลดโอกาสในการปิดตัวลงของธุรกิจ จึงควรหากลยุทธ์มาปรับเปลี่ยนในธุรกิจอยู่เสมอ 

วันนี้น้องมัลตี้และทีมงาน MultiOne จะมาแชร์ 4 เคล็ดลับ ในช่วงภาวะเงินเฟ้อพุ่ง ต้นทุนสูง เปลี่ยนกลยุทธ์อย่างไร ไม่ให้ลูกค้าหาย จะมีวิธีการไหนบ้างที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านค้าตัวเองได้มาดูกัน!!

 

1.ปรับราคาอย่างรอบคอบ

ถึงเงินเฟ้อจะทำให้ราคาสินค้าต่าง ๆ ภายในร้านต้องถูกปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสภาวะของเศรษฐกิจ แต่การปรับราคาสินค้าแบบไม่คิดหรือปรับเร็วเกินไป อาจส่งผลเสียมากกว่ามากกว่าผลดี เนื่องจากขาดการวางแผนและขาดการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แท้จริง หากเจ้าของกิจการอยากปรับราคาขึ้นตามความจำเป็นก็ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เช่น เงินเฟ้อ การประเมินความเสี่ยง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ปฏิกิริยาของลูกค้าต่อการขึ้นราคาสินค้า ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าแต่ละประเภทว่าจะได้รับการยอมรับจากลูกค้าหรือไม่ พูดง่าย ๆ ก็คือ การปรับราคาขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก การเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีความน่าสนใจ แตกต่าง และคุ้มค่าต่อการจ่าย ก็ถือเป็นวิธีที่สร้างจุดขายเช่นกัน เพราะการปรับราคาสินค้าในช่วงภาวะเงินเฟ้อ ควรระมัดระวังให้ดี หากปรับราคาถูกที่ถูกเวลา ย่อมมาพร้อมกับความพอใจของลูกค้าที่ได้สินค้าดี มีคุณภาพ และราคาคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

 

2.เตรียมแผนที่มีประสิทธิภาพ

การวางแผนถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่มองข้ามไปไม่ได้เลย การวางแผนที่ดีจะช่วยลูกค้าแก้ปัญหา และข้อจำกัดต่าง ๆ ของธุรกิจได้อย่างชัดเจน และตรงจุด เนื่องจาก เงินเฟ้อ เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น หากร้านค้าไม่ปรับราคาสินค้าขึ้นมาได้ อาจจะทำให้แบกรับค่าใช้จ่ายที่ไม่เพียงพอไม่ไหวและอาจส่งผลกระทบในระยะยาวได้ การวางแผนจึงมีความสำคัญอย่างมาก หากมีทีมงานเบื้องหลังและบุคลากรที่ดี มีความเชี่ยวชาญมาปรับการออกแบบ เช่น วัสดุที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่คงคุณภาพไว้เหมือนเดิม ก็ช่วยประหยัดต้นทุนได้ เป็นต้น

การปรับแผนที่เหมาะสม และพัฒนาแนวทางของธุรกิจตัวเอง สู่การปรับกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ธุรกิจก้าวไปต่อได้ แถมยังสามารถรักษาความสัมพันธ์ของลูกค้าในระยะยาวได้อีกด้วย

 

3.มีทีมงานที่เชียวชาญ ติดตามงานอย่างเคร่งครัด

ในสภาวะเงินเฟ้อทำให้การปรับราคาสินค้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจส่งผลกระทบต่าง ๆ ตามมาได้ การมีทีมงานที่เชี่ยวชาญเข้ามาบริหารจัดการปัญหาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าในตลาด ภาพรวมของคู่แข่งเรา ความรู้สึกของลูกค้าเมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น และรับฟังคำแนะแนวต่าง ๆ จากลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาต่ออย่างทันที 

ดังนั้นการมีทีมงานที่เชี่ยวชาญคอยแก้ไขปัญหา และวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ย่อมนำไปสู่การพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนที่มีประสิทธิภาพ วิธีปรับราคาที่เหมาะสม รวมถึงสินค้าไหนที่ควรจำหน่ายในเวลาที่เหมาะสม เป็นต้น

 

4.ข้อเสนอสุดพิเศษ

การมีข้อเสนอสุดพิเศษให้แก่ลูกค้า เหมาะสมสำหรับการที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนสินค้าในด้านใดเลย ในช่วงเงินเฟ้อพุ่ง แต่ต้องการปรับราคาสินค้าเล็กน้อย ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือ สร้างข้อเสนอสุดพิเศษให้ดึงดูดความสนใจจากลูกค้า เช่น จัดส่งฟรีเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าในราคาในราคาที่กำหนด 

 

จาก 4 กลยุทธ์ที่เราได้แนะนำไป เป็นเพียงแค่แนวทาง ในช่วงภาวะเงินเฟ้อพุ่ง ต้นทุนสูง เปลี่ยนกลยุทธ์อย่างไร ไม่ให้ลูกค้าหาย เท่านั้น นอกจากมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามากมายเวลาเงินเฟ้อ การมีระบบจัดการหน้าร้านที่มีประสิทธิภาพกับร้านค้า ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีหน้าร้านและกำลังมองหาแพลตฟอร์มจัดการหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทุกการขาย น้องมัลตี้ขอแนะนำ! MultiOne Platform ระบบจัดการหน้าร้านที่จะช่วยให้การขายของคุณเป็นเรื่องง่าย และสะดวก 

สมัครด่วนตอนนี้ ไม่ว่าจะรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ไหน ก็จัดการได้ไม่ยาก 

 

บทความแนะนำ

ระบบจัดการร้านค้ามัลติแบรนด์ และร้านค้ารับฝากขาย

MultiOne Platform เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

 

แพลตฟอร์มระบบจัดการร้านมัลติแบรนด์ ร้านค้าปลีก และร้านค้ารับฝากขายสินค้าจากหลายแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การจัดการร้านค้าสะดวกสบายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ลดความผิดพลาดการจัดการสินค้า เพิ่มรายได้ และประเภทของสินค้าภายในร้าน จากการรับฝากขายสินค้าจากแบรนด์ดังในระบบ

แหล่งพบปะของร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณขายได้มากขึ้น ผ่านการฝากขายยุคใหม่

การันตีด้วยพาร์ทเนอร์ร้านค้าดัง ขายดีที่ใช้ระบบมากกว่า 30 ร้านค้า และแบรนด์ดังที่ฝากขายผ่านระบบมากกว่า 2,000 แบรนด์

ระบบฟังก์ชันหลักสำหรับร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ MultiOne ที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นเรื่องง่าย 

 

  • ระบบ POS แคชเชียร์และจัดการร้านค้าใช้งานง่าย
  • จัดการสต็อกสินค้า แยกรายแบรนด์ เช็คสะดวก
  • ร้านจัดการส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ได้หลากหลาย
  • ออกบาร์โค้ด เชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องยิงบาร์โค้ด
  • มีระบบการใช้งานสำหรับพนักงาน
  • ออกเอกสารทางบัญชี
  • ระบบ Import Export ข้อมูล
  • จัดการข้อมูลลูกค้า และสินค้า
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายวัน รายเดือน แยกรายแบรนด์
  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและช่องทางจำหน่าย

และเรายังมีฟังก์ชันอีกมากมายสำหรับแบรนด์สินค้าที่มาลงฝากขาย ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้ร้านค้าเจอกับแบรนด์ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการส่ง เช็ค และจัดการสินค้าฝากขาย ร้านค้าสามารถเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับหน้าร้านของคุณได้ง่าย ๆ ผ่านระบบบนแพลตฟอร์มของเรา

 

สนใจเป็นร้านค้าพาร์ทเนอร์ คลิกที่นี่ 

สนใจลงฝากขายสินค้า คลิกที่นี่ 

หรือ INBOX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ MultiOne 

Learn More